ป้าจูทำหน้าไม่เข้าใจ “มันเป็แค่ผัก จะมาสงสารอะไรของเ้า กล่าววาจามิรู้ความ ไปเถิด จะกลับก็ไปได้แล้ว” โบกมือไล่
เอี้ยะหลิ่งเฟิงถือตะกร้าสานของตนเองที่ไร้ผักสองมัดเอาไว้ แล้วเดินออกจากความชุลมุนนั้นไปเพื่อกลับบ้าน ใจคิดอยู่ตลอดเวลาเกี่ยวกับเื่การใช้ชีวิตแบบไม่มีสิ่งใดให้ตื่นเต้นเลยร่วมสองเดือนที่ผ่านมา หากจะกล่าวถึงความเป็จริง สตรีวัยรุ่นเช่นนางย่อม้าความตื่นเต้นบ้าง อย่างเช่นเื่ม้าเร็วเมื่อครู่!! หากไม่นับความกลัวกับเื่โดนม้าเหยียบตาย นางก็สนใจอยากจะลองขี่มันดู หากนางทำได้ มันจะช่วยแบ่งเบาภาระของนางในเื่ของการขนส่งผัก แต่จะทำอย่างไรเพื่อให้ได้ม้ามาขี่!
ณ.จวนผู้ว่าคนใหม่
จางหย่งซื่อเอนกายทอดยาวไปบนที่นอนไม้ในห้องพักของตนเอง พร้อมกับหลับตาคิดไปถึงหน้าที่การงานที่เลือกไว้ จากคุณชายในเมืองหลวงสู่ตำแหน่งผู้ว่าในชนบท ใจหวังว่าการตัดสินใจมาที่นี่จะทำให้เขาได้อยู่อย่างสบายหูโดยไร้เสียงรบเร้าของท่านแม่ที่อยากให้เขามีฮูหยิน ซึ่งมันคงเป็เื่ปกติของมารดาที่อยากจะเห็นบุตรชายคนโตที่อายุยี่สิบแปดปีแล้วอย่างเขาได้มีครอบครัว ‘มิใช่ว่าเขาไม่ยากมี เพียงแต่เขายังไม่เจอสตรีที่ใช่’ และเขายังไม่อยากจะนึกถึง ดวงตาคมกริบมองบรรยากาศภายในห้องพักของตนเองืหลังจากที่เขาเดินทางแบบมิไม่หยุดพักร่วมสองวัน จนถึงหมู่บ้านนี้เมื่อครึ่งชั่วยามที่ผ่านมา นอกจากจวนในอาณาเขตเกือบสามไร่แล้ว ในสวนด้านหลังยังกว้างขวางและร่มรื่นตัวเขาจึงตัดสินใจสั่งให้คนสนิทไปจัดเตรียมหาช่างไม้ฝีมือดีและผู้จัดสวนให้เข้ามาจัดการสร้างน้ำตกจำลองกับกระท่อมของเขาเอาไว้ตรงด้านหลังเพื่อความเป็ส่วนตัว การสร้างน้ำตกและกระท่อมนี้ไม่ต่างจากจวนหลักของท่านพ่อในเมืองหลวงที่จากมา คาดว่าคงใช้เวลาร่วมเดือน…ซึ่งมันไม่ใช่ปัญหาในเมื่อตัวเขารับหน้าที่ผู้ว่าอยู่ในชนบทนี้ยาวนานถึงห้าปี “สำรับเย็นของวันนี้ข้าอยากทานต้มจับฉ่าย เอาผักใหม่ๆ สะอาดๆ ไม่เอาผักเก่าเก็บค้างคืน”
“ขอรับ” พ่อบ้านคนสนิทนามว่าเจี้ยนจื่อรับคำแล้วเดินออกไป
สวนผักสกุลเอี้ยะ
ด้านหน้าของแนวรั้วไม้ มีสตรีสูงวัยนั่งอยู่ตรงเพิงพักหน้าบ้านและขายผักมากกว่าห้าชนิด ผู้คนในละแวกนั้น บ้างเดินผ่านมาทักทาย บ้างเดินมาจับจ่ายหาซื้อผัดสดๆ จากสวนในราคาถูก ทางด้านท่านยายเอี้ยะกุ้ยผู้เป็เ้าของบ้านก็ยิ้มแย้มทักทายทุกคนด้วยความเป็กันเอง นึกย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาก็น่าน้อยใจ แต่เดิมนางมีบุตรสาวอยู่หนึ่งคนนามว่าเชาหลินตาน (สกุลเชาคือสกุลเดิมของสามีที่ล่วงลับไป) ทั้งสองแม่ลูกคอยช่วยกันทำสวนผัก แต่แล้วความทุกข์ยากเหนื่อยล้าทำให้บุตรสาวหนีไปอยู่กับเลขาผู้หนึ่งที่มาพำนักอยู่ในจวนของท่านผู้ว่าคนเก่า ข่าวลือเื่สตรีมิได้ออกเรือนแต่หนีไปกับบุรุษทำให้ผู้คนต่างเล่าลือกันจนหนาหู และเมื่อนางติดตามหาบุตรสาวจนพบนั่นคือยามที่อีกฝ่ายตั้งครรภ์เสียแล้ว เชาหลินตานเข้ามาขอขมานางจนนางใจอ่อนยอมให้บุตรสาวและสามีได้เข้ามาอยู่ในบ้านเดียวกัน จวบจนเชาหลินตานคลอดบุตร และในคืนนั้นเองที่บุตรสาวหนีเข้าเมืองหลวงไปกับสามีโดยทิ้งทารกแรกเกิดเอาไว้ให้นางเลี้ยง! ความหลังอันเนิ่นนานแต่นางไม่เคยลืมมันได้เลยยังคงวนเวียนอยู่เช่นนั้นนับสิบปี บ่อยครั้งที่เฝ้าปลอบตนเองว่ามันคือโชคชะตาของนาง ‘เหมือนอย่างที่เคยปลอบหลานสาวว่า เรามีกันอยู่เพียงสองคน’ ดวงตาฝ้าฟางมองเหม่อผ่านเปลวแดดคล้ายกับอยากลืมความหลังอันโหดร้าย แสงแดดในยามนี้มิได้ทำให้นางเดือดเนื้อร้อนใจ นั่นเพราะร้านของนางมีเพิงเอาไว้ป้องกันทั้งแดด ลม ฝน...มันนานมาแล้วที่นางนั่งขายอยู่ตรงหน้าบ้านหลังนี้ บ้านและสวนของนาง นั่งอยู่จนชิน
“ท่านยายขอรับ”
เสียงเรียกของบุรุษแปลกหน้าทำให้ผู้ถูกเรียกต้องเงยหน้าขึ้นดู
“ผักของท่านยายดูสดใหม่น่ารับประทานมากกว่าที่อื่น ไม่ทราบว่าท่านยายเป็เ้าของบ้านหลังนี้ใช่หรือไม่ขอรับ”
ท่านยายเอี้ยะกุ้ยมองบุรุษรูปงามพลางลอบถอนหายใจ เื่ของบุตรสาวคือสิ่งที่ไม่น่าจดจำและนางก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นซ้ำรอยเดิม “เ้าคือใครรึ ใยยายมิเคยพบเ้ามาก่อน” ใจหวนคิดถึงข่าวลือเื่ท่านผู้ว่าคนใหม่ที่ต้องผลัดเปลี่ยนในทุกๆ ห้าปีเดินทางมาถึงแล้ว แต่เื่นี้มิได้ทำให้สตรีสูงวัยตื่นเต้นอันใด ในทางกลับกันการพบปะกับทหาร หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับจวนผู้ว่าคือสิ่งที่ยายแก่เช่นนางอยากจะหลีกเลี่ยง เหมือนเช่นยามนี้...คนแปลกหน้าผู้มาในชุดจอมยุทธ์
“ข้ามีนามว่าเนี่ยฟง เป็หนึ่งในผู้ติดตามของท่านผู้ว่าจางขอรับ” ^^ ที่สำคัญกว่านั้นคือเขาชอบทำอาหารเป็ที่สุด หน้าที่เลือกวัตถุดิบเข้าจวน จึงตกเป็ของเขานับั้แ่ที่เขาเริ่มตกลงปลงใจติดตามจางหย่งซื่อ
ใบหน้าของสตรีสูงวัยดำมืดไปมากกว่าแปดส่วน ความเกี่ยวข้องกับจวนผู้ว่า มิใช่สิ่งที่นางพึงประสงค์แม้เพียงนิด ‘จะเป็อะไรหรือไม่หากนางไม่ยอมขายแล้วไล่บุรุษนามเนี่ยฟงผู้นี้ไปที่อื่น!!’ “แล้วมีสิ่งใด”