หากกล่าวถึงเื่รักลึกซึ้ง ข้าพเ้าคงไม่อาจยกตนว่ามีประสบการณ์ ขอกล่าวด้วยความสัตย์จริง ข้าพเ้าอาจเจนจัดในทฤษฎีทางโลก ทว่าเื่รักใคร่ข้าพเ้ากลับเป็เพียงเด็กน้อยเพิ่งหัดคลาน หากจะเขียนเื่ราวขึ้นมาสักหนหนึ่ง เื่รักจึงไม่เคยอยู่ในหัวเลยสักครา
แต่น่าแปลกนัก ทุกคราที่ข้าพเ้าอยากจะเขียนเื่ราว สิ่งแรกที่ทำให้ข้าพเ้ามีแรงบันดาลใจคือเื่รักใคร่เสมอ เช่นนั้นข้าพเ้าจะขอขีดเขียนเื่ราวขึ้นตามจินตนาการในห้วงฝันตื่นหนึ่ง ท่านทั้งหลายโปรดพินิจมันเป็เช่นเื่ราวในความฝันดังเดียวกันเถิด
ข้าพเ้าขอกล่าวถึงท่านผู้หญิงผ่องผกา ภริยาท่านเ้าคุณภุชงค์นที หรือ เ้าพระยาธรรมรงค์ อันว่าท่านผู้หญิงผ่องผกานั้นโฉมงามมิเหมือนหญิงสมัยก่อน ท่านผู้หญิงมีดวงหน้ารูปไข่ จมูกโด่งคล้ายพวกฝาหรั่ง แต่ดวงตาท่านสีดำขลับจ้องผู้ใดเป็ต้องหยุดชะงัก เมื่อผินมองผิวพรรณท่านออกสีขาวและแต่งแต้มด้วยสีชมพูระเรื่อในที
อดีตท่านเป็หญิงชาวบ้านธรรมดาที่ต้องระหกระเหินหนีา ท่านผู้หญิงผ่องผกาเคยกล่าวด้วยรอยยิ้มหลายครั้งว่าท่านเคยเจอะเคราะห์กรรมอันยิ่งใหญ่สำหรับเด็กสาวคนหนึ่ง แต่เดชะบุญ นับเป็บุญนักที่ได้ท่านเ้าคุณภุชงค์นทีช่วยเหลือไว้
ท่านผู้หญิงว่าในเวลานั้นท่านอายุเพียงสิบสองขวบปี อ้ายพม่าตีล้อมเมืองพร้อมฝ่าบุกทะลวงเข้ามายังท้ายหมู่บ้านที่ท่านผู้หญิงลี้ภัย ศึกครานั้นชุลมุนและรวดเร็วเสียจนท่านยังไม่ทันตั้งตัว เกือบต้องทิ้งชีวิตไว้ที่นั่นเสียแล้ว แต่เป็ท่านเ้าคุณที่ในเวลานั้นเป็พระยาธรรมรงค์ได้นำทัพทหารเข้ามาต้านทหารพม่าจนมันจำต้องถอยทัพหนีพ่าย
ท่านผู้หญิงผ่องผกาสูญเสียครอบครัวไปในศึกครานั้น ท่ามกลางความเสียใจท่านเบือนหน้าไปทางใดก็แลดูมืดมนชวนให้หนาวเหน็บใจ ไม่ทราบว่าควรต้องไปที่ใด หรือต้องทำกระไรต่อ ในเวลานั้นแสงสว่างเดียวที่ท่านผู้หญิงสามารถยึดเหนี่ยวให้มีชีวิตต่อไปได้มีเพียงท่านเ้าคุณภุชงค์นที
ในใจท่านผู้หญิงบริสุทธิ์ยิ่งนัก ท่านหวังอยากตอบแทนและตามรับใช้ท่านเ้าคุณ ท่านผู้หญิงผ่องผกาเอ่ยว่าในตอนนั้นท่านยืนกรานอย่างหนักแน่นด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่แตกสาว แม้กระทั่งอยู่เบื้องหน้าท่านเ้าคุณก็ไม่ประหม่า ชัดเจนในเจตนารมณ์ยิ่ง
ท่านเ้าคุณภุชงค์นทีขณะนั้นมีอายุยี่สิบเจ็ดปี จัดว่าใกล้เข้าวัยฉกรรจ์เต็มที แต่ทั่วเมืองไม่ว่าหัวหรือใต้ต่างรู้ดีว่าท่านเ้าคุณไม่ฝักใฝ่ในกามมารมณ์ พึงปรารถนาในทางธรรมอย่างหาได้ยากในบรรดาศักดิ์พระยาเยี่ยงท่าน ทว่ากระนั้น ท่านเ้าคุณก็มีภริยาหลวงหนึ่งคน ได้แก่ คุณผู้หญิงแพรพรรณ ซึ่งคุณผู้หญิงแพรพรรณได้แต่งให้ท่านเ้าคุณภุชงค์นทีเมื่อท่านเ้าคุณอายุได้ยี่สิบสองปี และไม่มีภริยาน้อยเลยแม้สักคน
ทั่วทั้งเมืองกล่าวขวัญว่าท่านเ้าคุณรักมั่นในคุณผู้หญิงแพรพรรณยิ่ง ทว่าน่าเสียดายที่คุณผู้หญิงแพรพรรณได้ป่วยเสียชีวิตด้วยโรคร้าย ขณะนั้นท่านอายุยี่สิบห้าปี นับแต่นั้นท่านเ้าคุณก็ไม่ได้ตบแต่งหญิงใดเข้าเรือนเลย มีเพียงเห็นท่านเข้าออกวัดประหนึ่งที่นั่นเป็เรือนเพียงอย่างเดียว
เรียกได้ว่า ณ ตอนนั้น ข้าทาสผู้ภักดีที่ได้สดับคำร้องของท่านผู้หญิงต่างไม่คาดว่าท่านเ้าคุณจะตอบรับคำขอ ด้วยเหตุฉะนี้ ท่านผู้หญิงผ่องผกาจึงถูกรับเป็ทาสในเรือนของท่านเ้าคุณภุชงค์นที ไม่มีใครทราบเจตนาของท่านใน่เวลานั้น
ทว่ากลับกัน ภายในใจของท่านผู้หญิงกลับบังเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้น
ในวันที่มืดหม่นไร้สิ่งให้ยึดมั่นกลับบังเกิดสิ่งหนึ่งขึ้นมาให้ท่านผู้หญิงยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อหล่อเลี้ยงชีวิตต่อไป ท่านเ้าคุณภุชงค์นทีผู้มีพระคุณ ผู้ซึ่งที่ท่านผู้หญิงคิดถวายหัวรับใช้จนกว่าตัวจะตาย และสามีผู้เป็ที่รักยิ่งกว่าดวงใจ
ท่านผู้หญิงผ่องผกาไม่ทราบเลยว่าในขณะที่ท่านมองว่าท่านเ้าคุณเป็ดั่งแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในชีวิต ตัวท่านผู้หญิงเองก็ไม่ต่างกัน ท่านเ้าคุณเป็ผู้ที่ไม่คิดฝักใฝ่ในทางโลก แต่ด้วยความรับผิดชอบทำให้ท่านต้องจับดาบออกศึกั้แ่เติบใหญ่ ภายในสายตาที่ท่านมองโลกนั้นเต็มไปด้วยสีเทาเพียงสีเดียว ทุกสิ่งอย่างล้วนไม่เที่ยง มีเพียงความตายที่เที่ยง
กระนั้น สิ่งเดียวที่ทำให้โลกของท่านมีสีสันขึ้นมาบ้างก็มีเพียงท่านผู้หญิงผ่องผกา จะว่าความอ่อนโยนนั้นหรือก็ไม่อาจหาที่เปรียบ จะว่าความสบายอารมณ์ยามได้สนทนานั้นหรือ กระทั่งอ่านตำราที่ชื่นชอบยังไม่สราญใจเท่า
ทว่าสิ่งเดียวที่เป็กำแพงขวางกั้นนั้นคือความกลัวภายในใจ
ท่านเ้าคุณผู้ไม่เคยประสบความรู้สึกเฉกฉะนี้ ความรู้สึกยามได้อยู่ใกล้ก็อาลัยในยามจากจร ยามอยู่กลางวงล้อมผู้คนมากมาย ั์ตาไม่รักดีก็เสาะหาแต่เงาคุ้นตา ยามได้ใกล้ชิดแม้เพียงปลายนิ้วเฉียดเล็กน้อย คล้ายตัวจะถูกแผดเผาจนหน้าร้อนผ่าวๆ และยามที่หยาดน้ำใสเอ่อล้นออกจากดวงตาคู่งามนั้นช่างบาดใจประหนึ่งมีเข็มนับพันทิ่มแทง
บางคราวช่างแข็งแกร่งจนเป็ที่พึ่งให้แก่ท่านในยามโรยแรงได้
ทว่าบางคราวก็อ่อนแอราวกับจะแตกสลายและอันตรธานหายไปในที่สุด
TBC.