เนี่ยชิงเฟิงพยักหน้า“นายหญิงวางใจเถิด ข้าจัดการเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วข้าได้ส่งคนออกไปค้นหาตามเมือง ชนบท และหมู่บ้านใกล้เคียงแล้วขอรับ”
อวี๋อั้นที่อยู่ข้างๆก็กล่าวเสริม “นายหญิงเดินทางมาเหน็ดเหนื่อยพักผ่อนสักครู่ก่อนดีหรือไม่ขอรับ”
คนทั้งสองนี้สนิทสนมกันพอควรเพราะยาอายุวัฒนะจากหอปรุงโอสถสวรรค์ล้วนนำมาประมูลที่หอชิงอวี่ทำให้ทั้งสองได้พบปะกันบ่อยครั้งเพื่อหารือว่าจะประมูลอย่างไรและทำอย่างไรให้ยาอายุวัฒนะมีมูลค่าสูงสุด
การที่พ่อค้าแสวงหากำไรนั้นเป็นเรื่องปกติอีกทั้งยาอายุวัฒนะที่วางประมูลในหอชิงอวี่นั้น ล้วนขายให้กับชนชั้นสูงเกือบทั้งหมดถูกราชวงศ์จากแคว้นต่างๆ ซื้อไปในราคาสูงลิ่วส่วนที่ไหลเข้าสู่ตลาดทั่วไปนั้น ราคาค่อนข้างถูกแต่ก็เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์และเปลี่ยนชื่อเรียกทว่าสรรพคุณยังคงเป็นเช่นเดิมนี่เป็นข้อเสนอของกู้ชิงเฉิง
ยาอายุวัฒนะสองขวดที่นำมาประมูลที่หอชิงอวี่นั้นสร้างเงินจำนวนมากพอที่จะเป็นค่าใช้จ่ายภายในและภายนอกหอปรุงโอสถสวรรค์ได้ตลอดปีแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
ส่วนยาเม็ดอื่นๆนั้น คือยาที่ใช้รักษาโรคและช่วยชีวิตคนอย่างแท้จริงซึ่งคล้ายคลึงกับการออกตรวจโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายของอันหยวนถัง
“ดี” กู้ชิงเฉิงก็พยายามมาถึงที่นี่ด้วยความเหนื่อยล้าไปทั้งตัวอีกทั้งในใจยังไร้ความมั่นใจ เมื่อนึกถึงว่าแม้ตนเองจะเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใดแต่ผลลัพธ์ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ นางจึงรู้สึกสิ้นหวังยิ่งนัก
แต่รุ่ยอ๋องกลับรู้สึกว่ามีความหวังเนื่องจากเขาได้ติดต่ออดีตผู้ใต้บังคับบัญชาเช่นกันก่อนหน้านี้ร่างกายของเขาอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัด และคิดว่าตนเองจะต้องตายเป็นแน่เขาจึงได้มอบอำนาจทางการทหารให้กับฮ่องเต้ฉินไป โดยที่ในตอนนั้นเขาไม่รู้ว่าผู้ที่ทำร้ายเขาคือฮ่องเต้ฉิน
ตอนที่เขารู้ทุกสิ่งแล้วการจะชิงอำนาจทางการทหารกลับคืนมาก็สายไปแล้ว เว้นแต่จะโค่นล้มราชบัลลังก์แต่เขาไม่ต้องการทำเช่นนั้น
โชคดีที่ผู้ใต้บังคับบัญชาเหล่านั้นแม้ไม่มีตราพยัคฆ์ แต่ก็ยังคงเชื่อฟังคำสั่งของเขาตอนนี้เขาต้องจัดระเบียบกองทัพใหม่
ตามเนื้อเรื่องในนิยายโม่อวี้เฉินควรได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่ไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของชนเผ่าซงหนูส่วนซูเหวินจิ้งนั้น ควรร่วมค้าขายกับชนเผ่าซงหนู และด้วยรัศมีของนางเอกจึงไม่ตกอยู่ในอันตรายใดๆ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันกลับดูไม่ถูกต้องนัก
กู้ชิงเฉิงหลับไปหนึ่งคืนและลุกขึ้นเมื่อฟ้าสาง มีคนเริ่มทยอยเข้ามาและรายงานพวกเขาได้คัดกรองเบาะแสที่ได้รับและรายงานให้กู้ชิงเฉิงทราบทีละคน
หมู่บ้านใกล้เคียงถูกค้นหาจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่พบสิ่งใดซึ่งสาเหตุที่มาที่นี่ก็เพื่อตรวจสอบตามสถานที่ในเนื้อเรื่องเดิมของนิยายทว่าตอนนี้ค้นหามาครึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว ก็ยังไม่มีข่าวคราวใดๆทำให้กู้ชิงเฉิงกังวลขึ้นมาทันที
“ชิงเฉิง อย่ากังวลเลย โม่อวี้เฉินมีบุญวาสนาสูงส่ง ย่อมไม่เป็นไร” รุ่ยอ๋องก็จัดให้คนของเขาออกไปค้นหาเช่นกันโดยหลักแล้วคนของเขาจะสืบข่าวจากในกองทัพ ด้วยวิธีนี้ทั้งเขาและกู้ชิงเฉิงก็ได้ตรวจค้นพื้นที่นี้จนทั่วแล้ว
เขาเฝ้ามองโม่อวี้เฉินเติบโตขึ้นมาแม้ตนเองจะไม่มีลูก แต่ก็ปฏิบัติต่อโม่อวี้เฉินดุจลูกชายแท้ๆดังนั้นการที่โม่อวี้เฉินเกิดเรื่องขึ้น เขาย่อมไม่อาจทนรับได้เขารู้ดีว่าการออกมาในครั้งนี้ เขาจะไม่มีวันกลับไปได้อีกแล้วและเขากับฮ่องเต้ฉินได้ยืนอยู่คนละฝั่งอย่างสมบูรณ์แล้ว
กู้ชิงเฉิงพยักหน้า“วันนี้หม่อมฉันจะไปที่หมู่บ้าน และสอบถามเรื่องซูเหวินจิ้งด้วยเพคะ”เพราะสำหรับสถานการณ์ทางฝั่งชนเผ่าซงหนูรุ่ยอ๋องสามารถสืบหาได้ง่ายกว่า
“ซูเหวินจิ้งคนนี้...” รุ่ยอ๋องรู้สึกไม่เข้าใจว่าดูเหมือนจะไม่มีความจำเป็น
“นาง...น่าจะไปที่ชนเผ่าซงหนูเพื่อช่วยองค์รัชทายาทหรือนางอาจมีเบาะแสขององค์รัชทายาท” กู้ชิงเฉิงไม่สนใจสิ่งอื่นใดขอแค่หาคนให้พบก่อน
แม้จะรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อเอ่ยถึงซูเหวินจิ้งแต่ท้ายที่สุดแล้ว ซูเหวินจิ้งคือนางเอกสิ่งที่กู้ชิงเฉิงต้องการมีเพียงความปลอดภัยของกู้จิ่งเซวียนและโม่อวี้เฉินเท่านั้น
--------
กู้ชิงเฉิงอันอี้ฝาน และเนี่ยชิงเฟิง ไปยังหมู่บ้านที่อยู่ในความทรงจำของกู้ชิงเฉิงเพราะในชาตินี้ไม่มีซูเหวินจิ้งยื่นมือเข้าช่วย กู้ชิงเฉิงจึงร้อนรนเป็นอย่างยิ่งนางได้เรียบเรียงข่าวสารที่ลูกน้องส่งมาทั้งหมดและคาดคะเนว่าทิศทางก็น่าจะอยู่แถบนี้
ก่อนออกจากโรงเตี๊ยมกู้ชิงเฉิงให้รุ่ยอ๋องไปพบไป๋เฉิงจ้าน
โม่อวี้เฉินพ่ายศึกเพราะมีไส้ศึกอยู่ข้างกาย ทว่าในนิยายไม่ได้บอกรายละเอียดว่าไส้ศึกผู้นั้นเป็นใครเพียงเขียนว่าหลังจากโม่อวี้เฉินได้รับความช่วยเหลือเขาก็ทำการจัดระเบียบคนในบังคับบัญชาครั้งใหญ่ กำจัดผู้คนจำนวนมากออกไปโดยไม่ได้เอ่ยนามแม้แต่คนเดียว
กู้ชิงเฉิงจึงให้ไป๋เฉิงจ้านปิดข่าวโดยบอกเพียงว่าโม่อวี้เฉินได้รับบาดเจ็บสาหัส จำต้องพักรักษาตัว
เมื่อได้พบกับรุ่ยอ๋องไป๋เฉิงจ้านก็ประหลาดใจไม่น้อย เพราะเขาไม่ได้รับข่าวว่ารุ่ยอ๋องจะมาสนับสนุนใบหน้าของไป๋เฉิงจ้านในยามนี้ซีดเผือด ดวงตาแดงก่ำราวกับไม่ได้หลับใหลมาหลายคืนเมื่อแม่ทัพใหญ่ประสบภัย เขาย่อมร้อนใจเป็นธรรมดาและยังต้องเผชิญหน้ากับชนเผ่าซงหนูต่อไปอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ชนเผ่าซงหนูเกรงกลัวกองทัพตระกูลไป๋ยิ่งนักทว่าในครานี้พวกมันกลับเตรียมพร้อมมาเป็นอย่างดีอีกทั้งยังมีคนคอยให้ความร่วมมือจากภายในภายนอก จึงกล้ามาโจมตีต้าฉินได้
สิ่งที่ชนเผ่าซงหนูเกลียดที่สุดก็คือคนตระกูลไป๋หากไร้ซึ่งตระกูลไป๋ พวกมันก็คงไม่ถูกจำกัดขอบเขตเช่นนี้และคงจะยึดต้าฉินได้นานแล้ว
เมื่อเทียบกันแล้วต้าฉินเป็นแคว้นที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ที่สุดและเอื้อต่อการครองชีพของราษฎรขณะที่ชนเผ่าซงหนูอาศัยอยู่ในดินแดนทางตอนเหนือที่หนาวเย็นตลอดปีพวกมันจึงทนมานานพอแล้ว
“ยามนี้ไม่อาจตรวจสอบได้ จะทำให้ขวัญกำลังพลสั่นคลอน” รุ่ยอ๋องมีสีหน้าไม่สู้ดี เขามองไปยังไป๋เฉิงจ้าน “เจ้าจงปล่อยข่าวลวงออกไป”
ไป๋เฉิงจ้านพยักหน้าเล็กน้อยเขายังอยากรู้ว่าเหตุใดรุ่ยอ๋องจึงมาที่นี่
“ท่านแม่ทัพไป๋เล่า?” รุ่ยอ๋องเอ่ยถามอีกครั้ง
“ท่านแม่ทัพไป๋ไปเจรจากับชนเผ่าซงหนูแล้ว” ไป๋เฉิงจ้านกำหมัดแน่นในครานี้ทำให้เขารู้สึกท้อแท้ กองทัพตระกูลไป๋ที่ไม่เคยพ่ายแพ้หรือถูกเอาชนะได้เลยกลับต้องประสบความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ ตามข่าวที่ได้รับโม่อวี้เฉินถูกชนเผ่าซงหนูลักพาตัวไป ท่านแม่ทัพไป๋จึงต้องไปเจรจา
“ข่าวนี้ใครเป็นคนส่งมา?” รุ่ยอ๋องใจหนึ่งก็ตกวูบในครานี้เป็นผลร้ายต่อต้าฉินยิ่งนักไม่น่าเล่าชนเผ่าซงหนูที่หลบซ่อนจากตระกูลไป๋มาหลายปี ถึงกล้าเข้ามาโจมตีอีกทั้งยังไม่ประกาศสงครามอีกด้วย
ไป๋เฉิงจ้านหรี่ตาลงเขานึกบางอย่างออกแล้ว จึงรีบให้ลูกน้องไปตามหา ไม่นานนักคนผู้นั้นก็กลับมาและส่ายหน้าเบาๆ
“อย่าปล่อยให้ใครหนีไปได้ ระดมกำลังทหารทั้งสามกองพล ข้าจะตรวจสอบเอง”รุ่ยอ๋องไม่ได้ลังเล ยามนี้ไม่อาจปล่อยข่าวออกไปได้อีกแล้วไม่เช่นนั้นท่านแม่ทัพไป๋ก็อาจตกอยู่ในอันตรายได้เขาเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าชนเผ่าซงหนูนั้นโหดร้ายและอำมหิตเพียงใด
เมื่อคิดถึงอดีต...ยามนี้สีหน้าของรุ่ยอ๋องจึงดูดุร้าย เส้นเลือดที่หน้าผากปูดโปนขึ้นมาสีหน้าของเขาดูไม่สู้ดีเป็นอย่างยิ่ง
“พ่ะย่ะค่ะ” ไป๋เฉิงจ้านก็เป็นแม่ทัพผู้ไม่เคยพ่ายแพ้เช่นกันแต่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอสถานการณ์เช่นนี้ จึงรู้สึกหงุดหงิดใจเป็นอย่างยิ่ง
ยามนี้เขาก็เข้าใจแล้วว่าในกองทัพของตนมีไส้ศึกอยู่ จึงยิ่งโกรธแค้นมากขึ้นไปอีกเขาปฏิบัติต่อทหารใต้บังคับบัญชาไม่เคยน้อยหน้าแต่กลับมีคนไม่ซื่อสัตย์มากมายเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกคับแค้นใจ
รุ่ยอ๋องก็ส่ายหน้าและถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง ดูเหมือนว่าสถานการณ์จะเลวร้ายนักก็เพราะกองทัพตระกูลไป๋ไม่เคยพ่ายแพ้ จึงทำให้หยิ่งยโสไปบ้างนี่คือข้อห้ามที่สำคัญที่สุดในกองทัพ แต่เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้แล้วก็ต้องหาวิธีช่วยคนออกมาให้ได้
ท่านแม่ทัพไป๋และโม่อวี้เฉินประสบภัยพร้อมกันนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่
เขายังคงเป็นห่วงกู้ชิงเฉิงหลังจากสั่งการไป๋เฉิงจ้านแล้ว ก็ออกไปตามหากู้ชิงเฉิงด้วยตนเองเขาไม่อาจปล่อยให้กู้ชิงเฉิงประสบภัยอีกแล้ว ที่นี่ไม่ปลอดภัยเป็นอย่างยิ่งแม้ว่าแม่นางน้อยผู้นั้นจะมีสายสัมพันธ์กว้างขวางปานใด ทว่าที่นี่นางก็ไร้กำลัง