หิมะหยุดตกแล้ว ฤดูเหมันต์ได้พัดผ่านไป ผู้คนในแคว้นเยว่เริ่มต้นชีวิตใต้แสงแดดอันอบอุ่น กระแสน้ำในลำธารไหลเอื่อยจากการละลายของน้ำแข็งที่เกาะกอดกันใน
ลำธาร สรรพชีวิตต่างออกจากการจำศีล เสียงนกเจื้อยแจ้วเกาะตามกิ่งไม้ สายลมเย็นพัดเอื่อยๆช่างเป็บรรยากาศของพลังชีวิต พลังแห่งการเริ่มต้นของฤดูกาลใหม่
ใน่ฤดูเหมันต์ที่ผ่านมา ครอบครัวกำพร้าสามพี่น้องบ้านหวังที่ตอนนี้มีพี่ชายวัย 12 จะ 13 หนาวในเดือนหน้านี้เป็หัวหน้าครอบครัวให้กับน้องๆฝาแฝดที่ใกล้จะอายุ 7 หนาวเช่นเดียวกัน หลังจากที่ได้เปิดกล่องสุ่มได้น้ำทิพย์วารี์ เ้ากล่องสุ่มตัวดีก็ขอปรับปรุงระบบจากแม่ข่ายหลัก จึงทำให้ไม่มีภารกิจใน่ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่ได้กระทบใดๆต่อเฟิ่งเทียน เพราะเขาและน้องๆใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เช้าตื่นมาออกกำลังกาย ดูแลพืชผัก ศึกษาตำราหลากหลายจากคลังหนังสือที่เฟิ่งเทียนนำออกมา ซึ่งน้องๆเข้าใจดีว่าท่านเทพได้มอบให้ศึกษา ยามบ่ายฝึกท่องตัวเลขและวาดภาพ โดยมีครอบครัวของหมาป่าอสูรเป็ต้นแบบ ส่วนเสี่ยวเฉิงเสี่ยวไฉ่ที่แสนจะเก่งกาจก็สามารถล่าสัตว์มาให้พวกเขาเป็ประจำ เรียกได้ว่าไม่ลำบากในฤดูเหมันต์ในปีนี้เลย
เมื่อมีน้ำทิพย์์ เฟิ่งเทียนเปรียบดั่งนกติดปีก นอกเหนือจากภาระงานต่างๆที่อยู่ในบ้าน เฟิ่งเทียนยังทดลองปลูกพืชผักหลากหลายชนิด และเก็บเกี่ยวเข้าคลังของระบบ ซึ่งช่องเก็บของในระบบนี้สามารถรักษาความสดใหม่ของอาหารได้ เพราะเขาคาดว่าเมื่อหิมะละลาย เขาจะนำพืชผักที่เขาสะสมไว้นำไปขายให้กับเหลาอาหาร และจะหาซื้อเมล็ดผักผลไม้ มาปลูกเพิ่มเติม
"เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน วันนี้พี่ใหญ่จะนำผักที่เราปลูกไว้ออกไปขายที่ตลาดในอำเภอ พี่ใหญ่ฝากพวกเ้าช่วยดูแลบ้านด้วยนะ เสี่ยวไฉ่ข้าฝากเ้าดูความปลอดภัยในบ้านด้วยก็แล้วกัน หากหิวก็กินข้าวที่พี่ใหญ่เตรียมให้ไม่ต้องรอหากพี่ใหญ่กลับบ้านช้าสักหน่อย" วันนี้เฟิ่งหลงจะพาเสี่ยวเฉิงพ่อหมาป่าเข้าไปในเมืองด้วย
“ขอรับพี่ใหญ่ พวกเราจะช่วยกันดูแลบ้านขอรับ”
“นายท่านวางใจได้เ้าค่ะ ข้าจะดูแลความปลอดภัยให้นายน้อยทั้งสองเอง”
“อื้ม! ขอบใจทุกคนมาก เอาหล่ะเสี่ยวเฉิงข้าคงต้องขอใช้เชือกผูกคอเ้าก่อนนะ เผื่อชาวบ้านจะกังวลใจที่เห็นเ้า หากมีเชือกจับจูงไว้ ชาวบ้านคงจะไม่หวาดกลัวสักเท่าไหร่ ถ้าหากพวกเขาเคยชินแล้วข้าจะปล่อยให้เ้าเดินอย่างอิสระ”
“ขอรับนายท่าน แต่หากมีใครไม่หวังดีและเข้ามาทำร้ายนายท่านหรือข้า ข้าคงต้องขอปกป้องตัวเองด้วยนะขอรับ”
“ได้สิ เสี่ยวเฉิง พี่ไปแล้วนะเด็กๆอย่าไปเที่ยวซนที่ไหนหล่ะ” เฟิ่งเทียนปิดประตูรั้วบ้านสะพายตะกร้าขนาดใหญ่ซึ่งมีผักกาดขาวหัวโต ผักคะน้ายอดอวบ แครอท มะเขือเทศลูกโต และหัวไชเท้าจำนวนหนึ่งไว้ในตะกร้า ที่เหลือเขาเก็บไว้ในช่องเก็บของของในระบบ เฟิ่งเทียนเดินเข้าเมืองพร้อมกับจับจูงพ่อหมาป่าที่เดินส่ายหางเคียงข้างกันเข้าสู่ตัวอำเภอ
เหลาอาหารฟ้าไฉ
“สวัสดีขอรับท่านน้า คือข้านำผักมาขายขอรับ ท่านสนใจซื้อผักของข้าหรือไม่ขอรับ” เฟิ่งเทียนเข้าไปทักทายเสี่ยวเอ้อที่กำลังดูแลหน้าร้าน
“เ้านำผักมาขายอย่างนั้นรึ หิมะเพิ่งละลาย เ้าก็มีผักมาขายแล้ว ไหนข้าขอดูหน่อยซิ หากผักเ้าดีจริงข้าจะตามผู้ดูแลออกมาให้กับเ้า”
“ขอรับท่านน้า” เฟิ่งเทียนนำตะกร้าผักวางลงกับพื้นพร้อมเปิดผ้าออกให้กับเสี่ยวเอ้อหน้าร้าน
“โอ้!..ผักเ้าช่างงามนัก เ้ามาด้านในก่อน แล้วสุนัขของเ้าไม่ดุใช่หรือไม่”
“ขอรับ เสี่ยวเฉิงเป็สัตว์เลี้ยงของข้าขอรับ มันใจดีเป็มิตรไม่ทำร้ายใครขอรับ เสี่ยวเฉิงทักทายท่านน้าหน่อยซิ”
“โฮ่ง!โฮ่ง!” พ่อหมาป่าเห่าและส่ายหางแสดงความเป็มิตรให้กับเสี่ยวเอ้อ
"สัตว์เลี้ยงเ้านับว่าแสนรู้ยิ่ง เอาหล่ะเ้ารอตรงนี้ก่อนข้าจะไปตามผู้ดูแลมาดูผักของเ้า
สักครูเสี่ยวเอ้อก็นำผู้ดูแลออกมาดูผักของเฟิ่งเทียน
“ไหนๆเด็กน้อย เ้ามีผักสดมาขายอย่างนั้นหรือ”
“คารวะขอรับท่านผู้าุโ ข้านำผักมาขาย ผักของข้าผักงามๆทั้งนั้นเลยขอรับ”
“ดียิ่ง วันนี้นายน้อยจะพาสหายจากเมืองหลวงมาเหลาอาหาร ข้ายังกลุ้มใจอยู่เลยว่าจะไปหาผักสดได้จากที่ไหน ผักเ้างามอวบอิ่มยิ่ง ข้ารับซื้อผักของเ้าทั้งหมด ข้าให้จินละ1ตำลึงเงิน เ้าพอใจหรือไม่ ”
“พอใจขอรับ”
เฟิ่งเทียนตกลงทันที นับว่าผู้าุโเหลาอาหารนี้ไม่กดขี่ราคา อีกทั้งยังให้ในราคาที่เขาได้คาดไว้ เนื่องจากตอนนี้เกษตรกรทั่วไปอาจกำลังลงเมล็ดพืชและปกติผักทั่วไปจะขายได้แค่จินละ 300 อีแปะ เท่านั้น แต่ตอนนี้เขามีผักมาขายแล้วนับว่าย่อมต้องได้ราคาสูง ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในจวนคนร่ำรวยย่อมเบื่อผักดองและ้ากินผักสดเป็ธรรมดา
“อาเหมา เ้านำผักไปชั่งแล้วมาบอกข้า”
“ขอรับผู้ดูแล”
ในขณะที่เสี่ยวเอ้อนำผักไปชั่งอยู่นั้น ผู้ดูแลจึงสังเกตเห็นพ่อหมาป่าที่นั่งนิ่งอยู่ข้างเฟิ่งเทียน จึงเกิดความแปลกใจที่เห็นหมาป่าตัวโตติดตามเด็กหนุ่มผู้นี้
“หนุ่มน้อย เ้าเลี้ยงหมาป่าด้วยอย่างนั้นหรือ”
“ขอรับผู้อาสุโส เป็หมาป่าขอรับ พอดีข้าช่วยเหลือมันตอนมันาเ็หนัก จากนั้นมันก็ติดตามข้ามันรู้ความไม่ทำร้ายใครขอรับ”
“เรียกข้าว่าผู้าุโเว่ยก็ได้ นับว่าเ้าโชคดียิ่งที่มีหมาป่าเช่นนี้คอยติดตามเ้า” ผู้าุโเว่ยคิดในใจ เ้าเด็กหนุ่มนี่คงไม่ธรรมดามีหมาป่าเป็สัตว์อสูรในพันธ ถึงแม้จะบอกว่าเป็สัตว์เลี้ยงก็ตาม แต่หากชาวยุทธ์หรือผู้มีพลังปราณย่อมดูออกว่า ตัวไหนเป็สัตว์เลี้ยง ตัวไหนเป็สัตว์อสูร เด็กหนุ่มคนนี้ย่อมไม่ธรรมดา ต้องมีเื้ัอย่างแน่นอน
“ผักของเ้าชั่งได้ 50 จิน 50 ตำลึงเงิน หากเ้ามีผักงามๆแบบนี้มาส่งให้กับเหลาอาหารของข้าอีก ข้ารับรองให้ราคางามแก่เ้าอย่างแน่นอน”
“ขอบคุณขอรับ วันพรุ่งนี้ข้าจะนำมาขายให้ผู้าุโอีกแน่นอนขอรับ” เฟิ่งเทียนรับเงินเข้ามาใส่อกเสื้อจับจูงเสี่ยวเฉิงออกจากเหลาอาหาร โดยที่ไม่คาดคิดเลยว่าผักของตนจะทำให้นายน้อยเหลาอาหารฟ้าไฉต้องออกมารอซื้อผักกับเขาั้แ่ฟ้ายังไม่สาง
“อาเหมา นำผักไปให้พ่อครัวปรุงอาหารขึ้นโต๊ะให้กับนายน้อยตอนเที่ยงนี้ วันนี้มีทั้งอาหารจานเนื้อ และจานผัก นับว่าข้าไม่ขายหน้าให้กับนายน้อยแล้ว” ผู้ดูแลเว่ยอารมณ์ดี เดินเข้าไปตรวจบัญชีร้านอาหารต่อไป
เฟิ่งเทียนเมื่อได้เงินมาก็เดินออกมาจากเหลาอาหารอย่างอารมณ์ดี ผักตะกร้าเดียวได้เงินตั้ง 50 ตำลึงเงิน หากเขานำมาขายพรุ่งนี้อีกก็จะมีเงินเก็บสะสม เมื่อมีโอกาสขายผักแพงใน่นี้เขาต้องรีบตักตวงโอกาสนี้ให้มากที่สุด
“เสี่ยวเฉิง เดี๋ยวข้าจะไปซื้อเมล็ดผัก แล้วเราแวะไปดูเกวียนลากันสักหน่อย ไม่รู้ว่าจะขายราคาเท่าไหร่ ข้าจะได้คำนวนถูก หากมีเกวียนลาเราก็สามารถนำผักออกมาขายได้มากขึ้น ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาสังเกต”
เฟิ่งเทียนซื้อเมล็ดผักบุ้ง ผักคะน้า ข้าวโพด ต้นกล้าส้ม แวะซื้อเครื่องปรุงที่พร่องไปเกือบหมดจากการทำอาหารใน่ฤดูหนาวที่ผ่านมา แวะซื้อซาลาเปาลูกโต และลูกพลับป่าไปฝากน้องๆ แวะซื้อเนื้อหมู เครื่องในหมู และกระดูกหมู ก่อนเดินออกจากตลาด จากนั้นจึงจูงเสี่ยวเฉิงไปยังตลาดค้าสัตว์เลือกดูเกวียนลาขนาดเล็ก
“เถ้าแก่ขอรับ ข้าอยากมาดูเกวียนลาขนาดเล็กขอรับ ไม่ทราบว่ามีราคาเท่าใดบ้างขอรับ” เฟิ่งเทียนจูงเสี่ยวไฉ่เข้ามาที่ร้านขายสัตว์เลี้ยง
“หนุ่มน้อย เกวียนลาของข้า มีราคาั้แ่ 20 ตำลึงเงินถึง 1 ตำลึงทอง ขึ้นอยู่กับเ้า้าลาลากจูงแบบใด”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอดูลาก่อนนะขอรับ” เฟิ่งเทียนพาเสียวเป่าเดินดูที่คอกลา มีทั้งลาชรา ลาหนุ่ม ลาแม่ลูกอ่อน แต่เฟิ่งเทียนสะดุดตาที่ลาหนุ่มตัวหนึ่งดูรูปร่างแข็งแรง แต่กลับนอนอ่อนแรงอยู่มุมหนึ่งของคอก
“เสี่ยวเฉิง เ้าดูลาตัวนี้สิ หน่วยก้านดี แต่ทำไมมันนอนอ่อนแรงแบบนั้นหล่ะ”
“ข้าคิดว่ามันคงจะถูกพิษ หรือไม่ก็เป็โรคขอรับ”
“เถ้าแก่ขอรับ ลาหนุ่มตัวนั้นมันทำไมนอนหมดแรงอย่างนั้นหล่ะขอรับ” เฟิ่งเทียนหันมาถามเถ้าแก่ด้วยความสงสัย
“ข้าก็ไม่แน่ใจ ข้ารับซื้อต่อจากพ่อค้าคนกลางเพราะเห็นรูปร่างมันแข็งแรง แต่ที่ไหนได้ซื้อมาได้ไม่กี่วันมันก็นอนหมดแรง เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ตัวอ่อนไม่มีแรง ข้านี่ขาดทุนกับเ้าตัวนี้เพราะขายไม่ออกสักที” เถ้าแก่ร้านขายเกวียนกล่าวด้วยความอ่อนใจ
“เถ้าแก่ขอรับ หากข้าขอซื้อลาตัวนี้ พร้อมกับเกวียนขนาดเล็ก ท่านลดราคาให้ข้าได้หรือไม่”
“หืม? เ้าสนใจเ้าเทา ลาตัวนี้อย่างนั้นหรือ ได้สิ ข้าขายเ้าตัวนี้ไม่คิดกำไรใดๆเลย รวมทั้งเกวียนลาข้าคิดเ้า 25 ตำลึงเงินเท่านั้น เ้าสนใจหรือไม่"
เถ้าแก่กล่าวด้วยความดีใจ เพราะไม่มีใครที่จะซื้อเ้าลาหนุ่มตัวนี้ทำให้เขาขาดทุนในการรักษา ไม่แน่หากอยู่ที่ร้านต่อไปมันอาจจะตายได้ เขาก็จะไม่ได้อะไรเลย แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับเอ่ยปากขอซื้อ ช่างไม่มีความรู้เลยเสียจริง โอกาสแบบนี้เขาต้องรีบคว้าไว้
“ขอรับ ข้าซื้อขอรับ แต่ข้าขอนำน้ำของข้าให้มันกินหน่อยนะขอรับ เผื่อว่ามันจะมีแรงเดินขอรับ” เฟิ่งเทียนจ่ายเงินให้กับพ่อค้า
“ได้สิ เดี๋ยวข้าจะไปนำเกวียนมาเทียมให้”
พ่อค้ารีบรับเงินและไปนำเกวียนมาสวมให้ ส่วนเฟิ่งเทียนเดินไปยังคอกลา สังเกตเห็นสายตาของลาหนุ่มที่มองมายังตน สายตานั้นมีความหวังอยากมีชีวิต
“สวัสดีเ้าเทา ข้ามาซื้อเ้าจะพาไปอยู่ด้วย เ้าไม่สบายข้ารู้แต่ข้าจะช่วยเ้าให้หายเอง เ้าดื่มน้ำในกระบอกนี้ แล้วเดี๋ยวเ้าจะสามารถลุกยืนได้เป็ปรกติ หากเ้าเชื่อข้าเ้าก็ดื่มสักหน่อยนะ”
เฟิ่งเทียนหยดน้ำทิพย์วารี์ลงในกระบอกน้ำ เมื่อเ้าลาหนุ่มได้กลิ่นหอมหวนจากน้ำ มันก็เกิดอาการตื่นเต้นมันอ้าปากรอเฟิ่งเทียนป้อนน้ำใส่ปากของมัน เมื่อน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ค่อยๆไหลผ่านช่องคอของมันลงไป กระแสอุ่นร้อนไหลวนไปทั่วทั้งร่างของมัน ขาทั้งสี่ข้างที่อ่อนแรงของมันเริ่มขยับ เมื่อน้ำหมดกระบอกมันก็สามารถลุกขึ้นมายืนได้ ถึงจะไม่ค่อยมั่นคงก็ตาม ดวงตาที่หมดหวังกลับลุกโชนตื่นเต้นยินดี
“เ้าเทา ข้ารู้ว่าเ้าเริ่มกลับมามีแรงแล้ว แต่เดี๋ยวเมื่อเถ้าแก่ลูงเกวียนมา เ้าทำท่าเดินเซไปมาก่อนนะเดี๋ยวเขาจะไม่ยอมขายเ้าให้กับข้า แล้วหลังจากออกจากตลาดเ้าคงเดินได้ปกติแล้วหล่ะ ข้าจะพาเ้ากลับบ้านไปอยู่ด้วยกัน อ้อ! ข้าขอแนะนำนี่คือเสี่ยวเฉิง รู้จักกันไว้ซะหล่ะ”
“เ้าหนุ่ม เกวียนขนาดเล็กมาแล้ว อ้าว!เ้าลุกยืนได้แล้วเหร๊อะเ้าเทา” เถ้าแก่ถามด้วยความแปลกใจ
“สงสัยมันอยากไปอยู่กับข้าขอรับ มันจึงฝืนแรงลุกขึ้นมา”
“ดีจริงๆ เอาหละ ข้าเทียมเกวียนให้เ้าแล้ว โอกาสหน้าหากเ้าสนใจก็มาซื้อจากร้านข้าได้ ครั้งหน้าข้าจะลดราคาให้”
เถ้าแก่รีบส่งเฟิ่งเทียนจูงเวียนลาออกจากร้าน ส่วนเฟิ่งเทียนมือขวาก็รีบจูงเ้าเทาออกมาเช่นกัน ส่วนมือซ้ายก็จูงเสี่ยวเฉิงออกมา
เมื่ออกมาจากตัวอำเภอเฟิ่งเทียนนำตะกร้าที่สะพายหลังวางไว้บนเกวียน แวะดื่มน้ำที่ผสมน้ำทิพย์วารี ทั้งเฟิ่งเทียน เสี่ยวเฉิง และเ้าเทา เพื่อเพิ่มกำลัง จากนั้นเฟิ่งเทียนปลดเชือกที่คอของเสี่ยวเฉิงให้เป็อิสระ
“เอาหล่ะ เรากลับบ้านกันเถอะ วันนี้เรามีงานเลี้ยงต้อนรับสมาชิกใหม่ เด็กๆที่บ้านต้องตื่นเต้นกับเ้าแน่ๆเลยเ้าเทา”
เฟิ่งเทียนจูงเกวียนลากลับบ้านไปพร้อมกับเสี่ยวเฉิงอย่างมีความสุข
**************