"คุณหนูเ้าขา อยากออกไปสูดอากาศไหมเ้าค่ะ คุณหนูนั่งั้แ่เช้า ยันบ่าย"
"ข้า อยากจะนั่งนิ่งๆ จะได้ไม่หิว แล้วจะได้กินน้อยลงอย่างไรเล่า"
อี้เหลียวถอนหายใจ
"แล้วท้องไม่ร้องหรือเ้าค่ะ ปกติท้องจะร้อง เสียงดัง"
"ข้า สะกดกลั้นความหิวพยายามบอกตัวเองว่าไม่หิว ไม่หิว อีเหลียวเชื่อไหมตอนนี้ข้าหิวนิดเดียว"
"หาก นายท่านกับนายหญิงมาเห็นตอนนี้จะต้องภูมิใจในตัวคุณหนูแน่เลย ร้อยวันพันปี ให้อดอาหารเพื่อจะได้ผอมลง ก็ไม่เคยจะสำเร็จมาครั้งนี้กลับตั้งใจยิ่ง นายท่านฮูหยินจะต้องดีใจแน่"
"อี้เหลียวแล้วเ้าว่าท่านพี่อ๋องฟู่จะดีใจไหมที่ข้ายอมทำเพื่อเขาโดยการอดอาหาร”
อี้เหลียว นิ่งงันด้วยไม่อาจเดาใจได้ว่าฟู่อ๋องจะรู้สึกเช่นไรเมื่อเห็นว่าหญิงอ้วนที่เป็ชายาเอก ยอมลำบากเพื่อเขาหรืออาจจะแค่นึกขำที่อีกคนพยายามในสิ่งที่แทบจะเป็ไปไม่ได้
“ก็ ก็คงดีใจเ้าคะหรือไม่ก็อาจแค่ รู้ว่าคุณหนูตั้งใจทำเพื่อท่านอ๋องแต่ไม่รู้ว่าคุณหนูจริงจังแค่ไหน”
“จริงจังสิข้าจริงจังแน่นอน”
เช่นนั้นคุณหนูจะต้องออกไปเดินเสียหน่อย กินน้อยขยับตัวบ้างจึงจะได้ผอมลง”จิงเชียวพยักหน้าขึ้นลง
“จริงด้วยข้ากำลังจะตายแล้วปวดหลังและตะคลิวกำลังจะกินแขนขาข้า”
อี้เหลียวมาพยุงจิงเชียวให้เดินออกไปจากห้องที่ภายนอกเป็สวนสวย ที่ตกแต่งอย่างดงาม เข้ากับตัวเรือนพักของจิงเชียวที่อยู่ตรงกลาง ทางเดินถูกปูด้วยหินกวาดสีขาวตัดกับตัวเรือนสีหน้าตาลปนแดงดอกไม้หลากหลายสีสัน เบ่งบานแข่งกัน
“ท่านพี่อ๋องฟู่กลับจากวังหลวงหรือยัง”
“คุณหนูอยากจะพบท่านอ๋องหรือเ้าค่ะ”
"ข้า…ข้าแค่รู้สึกว่าเหมือนอยู่บ้านเดียวกันกับท่านพี่อ๋องฟู่แต่ก็เหมือนไม่อยู่บ้านเดียวกัน"อี้เหลียวถอนหายใจ
"ไปรับท่านอ๋องกันเถิดค่ะป่านนี้คงใกล้จะถึงจวนอ๋องแล้ว"พยุงร่างอ้วนไปที่หน้าจวน
จริงดังคาด ฟู่อ๋องลงจากเกี้ยวแล้วยื่นมือรอรับ จิงชินที่ค่อยๆ ลงจากเกี้ยวชายกระโปรงที่ยาวเกี่ยวเข้ากับม้าตัวยาวที่ทำจากไม้ที่เสี่ยวฝานวางไว้แทนบันได ฟู่อ๋องรับร่างอ้อนแอ้นไว้ในอ้อมแขนตาคมจ้องมองดวงตาหวานของจิงชิน
"น้องรองเ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่”
จิงเชียวเอ่ยปากทักด้วยรู้สึกเป็ห่วงจริงๆ
"ปล่อยเถอะค่ะ"จิงชินส่งเสียงหวานหยด
"เ้ายืนเองได้ไหม หรือจะให้ข้าอุ้มหวางเฟยไปส่งที่ห้อง"จิงชินหลุบตามองอกกว้างฟู่อ๋องวางจิงชินลงกับพื้น
จิงเชียวก้มหน้า เดินหันหลัง
"พี่สาว ข้าเข้าเฝ้าฝ่าากับฮองเฮาทั้งสองพระองค์ทรงมอบของขวัญมากมาย พี่สาวข้าแบ่งให้ท่าน อย่าเพิ่งไป"จิงเชียวยิ้มแก้มยุ้ย
"หือ เ้าแบ่งข้าด้วยหรือเ้าช่างใจดีเสียจริงน้องรอง แต่ข้าไม่รับดีกว่าขะขะ ข้าตอนนี้ขะขะขอตัวจะดีกว่านะเพราะทั้งสองคน. เอ่อ ทั้งสองคน…"ฟู่อ๋องกำมืออ้วนของจิงเชียวไว้แน่น
"วันนี้ต้องเสวยร่วมกัน เพราะฝ่าากำชับให้ข้าดูแลเ้า กลัวว่าเ้าจะน้อยใจข้าก็เลยต้องทำตามบัญชาฝ่าา"
จิงเชียว นิ่งงันไม่ฉลาดแต่ก็ไม่โง่ ต้องให้ฝ่าาเป็คนบัญชาอ๋องฟู่เพียงทำตามบัญชา
"มะมะไม่เป็ไรข้ากินจุ แล้วก็กินเยอะแล้วข้าก็อยากนั่งกินตามสบายไม่อยากให้พวกท่านเห็นข้าเวลาที่กิน”
“ท่านอ๋องปล่อยพี่สาวไปเถิดนางปกติใช้เวลาในการกินอาหารนานนับชั่วยาม”อ๋องฟู่ถอนหายใจ
ยอมปล่อยจิงเชียวไปเสียแต่โดยดี แต่ทว่าพอก้าวขา จิงเชียวกับเซถลาด้วยน้ำหนักตัวที่มากมายทำเอาซวนเซจะล้มไม่ล้ม ท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคน อี้เหลียวไวกว่าใครรรีบเข้ามาดันแผ่นหลังใหญ่ไม่ให้ล้มลงมา
“ขะขะขอบใจอี้เหลียว”
“พี่สาวท่านเล่นอะไรของท่านตั้งใจทำแบบนี้อยากจะให้ท่านอ๋องรับท่านเหมือนที่รับข้าหรือไร ที่นี่ไม่ใช่บ้านฉิน ที่จะมีคนคอยตามไม่ให้ท่านได้รับอันตรายยามเดินต้องประคองยามกินต้องมีคนคอยยืนเฝ้า”
จิงชินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มขบขัน
“ขะขะข้าเปล่านะข้าจะล้มจริงๆ ข้าหมุนตัวเร็วไปหน่อยแล้วอีกอย่างท่านพี่อ๋องฟู่ก็ปล่อยมือจากข้าเร็วไปหน่อยข้าเลยเสียหลัก”
“ระวังหน่อย ชายา…เ้ารู้ว่าตัวเองเวลาจะเดินจะนั่งก็ยากเ้าต้องระวังให้มาก เ้าไม่ได้รูปร่างผอมบางเหมือนจิงชินแม้ข้าอยากช่วยก็ไม่อาจช่วย”
“พี่สาว ข้าอยากจะช่วยท่านไม่ให้ล้มเหมือนกัน แต่ก็ไม่ไหว ตัวท่านหากข้าช่วยไม่แน่อาจจะโดนล้มทับ อย่าว่าแต่ข้าเลยท่านอ๋องก็อาจจะช่วยท่านไม่ไหว ”
“ข้ามะมะไม่ได้ว่าอะไรพวกเ้าเสียหน่อย….ข้าไปดีกว่า”
อี้เหลียวส่ายหน้าไปคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นอี้เหลียวทำไมถึงเต็มใจช่วยในขณะที่พวกเขาไม่ยอมเข้าใกล้
หันหลังเดินตามจิงเชียวแปลกจริงวันนี้ทำไมคุณหนูถึงมีท่าทีเปลี่ยนไป ปกติไม่เป็แบบนี้
“คุณหนูเ้าขาน้อยใจท่านอ๋องหรือเ้าค่ะ”
ในที่สุดก็ไม่หยุดไว้แค่ความสงสัย
“ข้า ข้ามองตัวเองที่อ้วนตุ๊ต๊ะ กับจิงชิน ข้าที่ล้มลงท่านพี่อ๋องฟู่ยืนนิ่ง นอกจากไม่รับข้าแล้วยังไม่สนใจว่าข้าจะลงไปกองกับพื้น ข้าเลยคิดว่าข้าควรจะตั้งใจอดอาหารทำให้ตัวเองผอมลงจริงจังเสียที ถึงเวลานั้นหากว่าข้าล้มลงไปแล้วท่านพี่อ๋องฟู่ไม่รับจึงจะถือว่าแปลก”
อี้เหลียวพยักหน้าขึ้นลงแบบนี้นี่เองคุณหนูมีอะไรในใจแล้วหรือไอ้อะไรที่ว่านี่คงเป็ความรู้สึกน้อยใจ หรือเพราะคุณหนูของอี้เหลียวเริ่มมีใจให้ท่านพี่อ๋องฟู่ของคุณหนูแล้วอย่างนั้นหรือ
“อาจเพราะท่านอ๋องกลัวว่าจะแบกคุณหนูไม่ไหวจึงไม่กล้าช่วยคุณหนูกลัวว่าจะยิ่งทำให้ล้มลงไปเสียทั้งคู่”
กลัวว่าจิงเชียวจะคิดมากจึงหาทางโน้มน้าวจิตใจ
“จริงของเ้านะอี้เหลียว แสดงว่าอี้เหลียวเป็เทพเซียนบน์ใช่ไหมจึงยอมช่วยข้าอย่างไม่ลังเล ไม่กลัวว่าข้าจะล้มทับเหมือนที่น้องรองพูด”
อี้เหลียวถอนหายใจคุณหนูจิงเชียวไม่ใช่คนโง่
ค่ำคืนมืดมิดอี้เหลียวดับไฟห้องทั้งๆที่จิงเชียวยังนอนลืมตาโพลง
“อี้เหลียว ข้านอนไม่หลับ ข้าอยากจะไปถามท่านพี่อ๋องฟู่เสียตอนนี้เลยว่าหากข้าผอมกว่านี้แล้วข้าจะล้มเขาจะรับข้าไหม”
อี้เหลียวถอนหายใจในเมื่อเื่นี้คงฝังใจจิงเชียวไม่น้อยครั้งแรกในงานแซยิดท่านฉินนั้นพอจะอภัยได้ แต่ครั้งที่สองนี้ สองครั้งแล้วนะนางยังจะอภัยก็นับว่าโง่งม
“นอนเถิดเ้าค่ะเมื่อเย็นกินเข้าไปน้อยเกรงว่าจะ ทำให้หิวตอนดึกรีบนอนเสียจะได้ไม่หิว”จิงเชียวเม้มปากอ้วน
“ข้าจะไปที่ห้องท่านพี่อ๋องฟู่”ลุกขึ้นนั่งห้อยข้ากับแท่นนอน
“คุณหนูจะไปทำไมเ้าค่ะไปถามก็น่าจะรู้คำตอบ ท่านอ๋องก็คงบอกว่าจะรับหากคุณหนูตัวผอมกว่านี้ เมื่อบ่ายท่านอ๋องก็พูดไว้ชัดเจนแล้วว่าอยากช่วยก็ไม่อาจช่วย”จิงเชียวหยิบเสื้อคลุมกันหนาวยื่นส่งอี้เหลียวมาสวมให้
“คุณหนูแน่ใจหรือเ้าค่ะ”
“ข้า อยากฟังจากปากท่านพี่อ๋องฟู่ในตอนที่อยู่กันเพียงลำพังสองคนหากคำตอบที่ได้มันทำให้ข้าเ็ปใจมากกว่าที่เป็อยู่ในตอนนี้ ข้าพร้อมจะหย่ากับท่านพี่อ๋องฟู่ทันที”อี้เหลียวอ้าปากค้าง
“เพราะอะไรเ้าคะ”
“เพราะข้าไม่เหมาะที่จะฝืนใจคนอื่นให้มาชอบหญิงอ้วนเช่นข้า น้องรองล้มลงไปข้าห่วงนางจริงจังทว่ายามที่ข้าล้ม ข้าข้าผิดอะไรข้าก็แค่อ้วน….จึงไม่มีใครอยากจะช่วยหรือห่วงใยข้า”
ค่ำคืนมืดมิด อากาศหนาวเหน็บ
จิงเชียวกอดอกด้วยแขนอ้วนๆ เพื่อให้รู้สึกอบอุ่นขึ้น
เสียงคนคุยกันราวกับกระซิบ จิงเชียวชะงักฝีเท้าแฝงกายกับต้นไม้ราวกับว่าตัวเองตัวเล็กบาง ร่างอ้อนที่เห็นก็จำได้ทันทีว่าคือจิงชินกับใครอีกคนที่ยืนอยู่ในเงามืด
“น้องรองนี่ ออกมาข้างนอกทำไมกับอากาศหนาวเพียงนี้นางยิ่งไม่ค่อยแข็งแรง”
อี้เหลียวยิ้ม โกรธง่ายหายเร็วเสียจริง
จิงเชียวพยายามชะเง้อมองว่าจิงชินคุยกับใครแต่ก็ไม่สามารถมองออกและได้ยินสิ่งที่คนสองคนคุยกันได้
“ไปเถอะ เราไม่ควรจะเสียมารยาท”ก้าวเดินไปยังห้องของฟู่ฉวีช่าย
“พระชายาท่านมาทำไมยามค่ำมืดแบบนี้”เสี่ยวฝานร้องทัก
“ข้าเป็ชายาทำไมจะมาหาสามีไม่ได้หรือ” เสี่ยวฝานก้มหน้า
“เสี่ยวฝานเสียมารยาท ให้ชายาเอกเข้ามา”
เสียงทุ้มของฟู่อ๋องดังอยู่ในห้อง เสี่ยวฝานยอมเปิดประตูให้เสียแต่โดยดี
“อี้เหลียวรอด้านนอกข้าเข้าไปไม่นาน”อี้เหลียวยิ้ม
จิงเชียวก้าวขาอ้วนใหญ่ราวกับท่อนไม้เข้าไปในห้อง
“ท่านพี่อ๋องฟู่ข้ามีเื่อยากจะถาม”
อ๋องฟูที่สวมเพียงกางเกงสีขาวบางเบาเพิ่งจะอาบน้ำมาหมาดๆ หยดน้ำเกาะพร่างพราวที่แผลงอกอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม กลิ่นหอมอ่อนๆทั่วร่างกำยำ
จิงเชียวก้มหน้ามองพื้น แต่อดที่จะเหลือบตามอง ฟู่อ๋องเสียไม่ได้ใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกจากอก
“มีอะไรจะพูดกับพี่อ๋องฟู่”
น้ำเสียงอ่อนโยนจนจิงเชียวเผลอขมวดคิ้วหรือเพราะเพิ่งจะได้อาบน้ำจิตใจเลยผ่อนคลายแล้วทำให้อารมณ์ดี
“ข้า ข้ามีเื่หนึ่งที่กำลังรบกวนจิตใจขะขะข้าๆ”
ฟู่อ๋องขยับเข้าใกล้ ทำให้จิงเชียวไม่กล้าจะขยับปากรีบหลับตาเสีย
“มีอะไรพูดกับข้า ทำไมเงียบไปเสียเล่า”เสียงกระซิบแ่เบาที่ริมหู
“ท่านอ๋อง จิงชินมาแล้ว”
จิงเชียวอ้าปากกว้าง ใรีบขยับถอยหลังทั้งที่อยู่ห่างจากอ๋องฟู่ไม่ถึงกระเบียดนิ้ว
“ เ้ามาแล้ว ตรงเวลาเสียจริง คืนนี้ข้ากำลังหาคนเดินหมากเป็เพื่อนทีแรกตั้งใจว่าหากเ้าไม่มา จะรั้งให้พี่สาวของเ้าอยู่เดินหมากกับข้า”จิงชินยิ้มหวานหยด
“จิงชินรับปากไว้แล้วอย่างไรก็ต้องมา ตั้งใจว่าจากห้องของจิงชินมาถึงนี่ใช้เวลาไม่มากจึงกะเวลาไว้แล้ว”
“หืออออออ เ้าเพิ่งมาหรือ แล้ว แล้วเมื่อครู่ที่ข้าเห็นเ้าที่ในสวนกำลังคุยกับใครนั่นเล่า เ้าเดินไวเพียงนั้นเชียวหรือ”
จิงชินหุบยิ้ม เมื่อได้ยินสิ่งที่จิงเชียวพูดชัดเจน
“พี่สาวท่านตาฝาดไปแล้วข้าเพิ่งจะเดินออกจากห้องมาถึงนี่ ท่านโกหกเพื่ออะไรกัน หรือเพื่อให้ร้ายข้า”พูดรัวเร็วท่าทีเกี้ยวกราดอย่างเห็นได้ชัด
“ไม่นะข้าเห็นจริงๆ ข้าเห็นว่าเป็เ้า ข้าไม่ได้โกหก เพื่อให้ร้ายเ้า”
“หุบปากแล้วออกไปได้แล้ว ข้าไม่ได้เรียกเ้าจะมาทำไมกัน ข้าไม่ไปหาเ้าถึงกับต้องมาด้วยตัวเอง ข้าเรียกหาจิงชินเพื่อมาเดินหมากและอาจให้นางค้างกับข้า เ้ามาขวางข้ากับนาง”
น้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อครู่เป็เพียงความฝันอย่างนั้นหรือ จิงเชียวผงะถอยห่าง
“ขะขะข้าก็กำลังจะไป อย่ามาไล่ข้านะ ข้าแค่อยากจะถาม ข้าแค่มีเื่อยากจะถามท่านพี่อ๋องฟู่ ….ถามท่านอ๋อง”
จิงชินยิ้มก้มหน้ามองพื้นเสียนางรู้ดีว่าไม่ควรจะพูดอะไรตอนนี้
“ให้เ้าถามเ้าก็ไม่ถามเช่นนั้นหมดเวลาของเ้าไปแล้ว ไปเสียข้าเรียกหรือข้าไปหาเ้าเมื่อไหร่จึงจะได้โอกาสนั้น ตอนนี้เ้ากลับไปเสียอย่ามาทำให้ข้าโกรธมากไปกว่านี้”
จิงเชียวรู้สึกว่าเจ็บจี๊ดที่ใจ น้ำตาปริ่มขอบตา
“ดีข้าจะถามแบบไม่เกรงใจแล้วนะ บอกไว้ก่อนข้าไม่ใช่คนโกหกข้าเห็นนางจริงๆ แล้วก็ข้าแค่มานี่เพราะอยากถามคำถามหนึ่งจริงๆ ไม่ได้อยากจะ มาเพราะว่าท่านไม่ไปหาข้า หรือเพราะว่าข้า….คิดถึงหรือว่าอะไรทั้งนั้น แต่ข้าแค่อยากจะถามว่า ถามว่า…..ถ้าข้าไม่อ้วนท่านอ๋องท่านจะทำแบบนี้……กับข้าไหม”
จิงเชียวสะอื้นไปพูดไปน้ำเสียงขาดห้วง ฟู่อ๋องชะงักงันสีหน้าเปลี่ยนไปทันที
“พี่สาวเื่นี้เอาไว้พูดกันอีกที ท่านอย่าคิดมากไปหน่อยเลยเสียสุขภาพเปล่าๆ ข้าพาท่านส่งห้องดีไหม”
จิงชินรีบเข้ามาพยุงจิงเชียว ที่สะบัดตัวอ้วนๆ จนพุงกระเพื่อม
“ถอดหน้ากากของเ้าออกมาซะจิงชิน ข้าทำอะไรให้เ้าไม่พอใจ ข้าไม่ดีกับเ้าหรือไร คิดอย่างไรกับข้าก็บอกมาเลยทั้งสองคน ข้าพร้อมแล้วที่จะฟัง เลิกเสแสร้งได้แล้ว”
“พี่สาวท่านจงใจกดดันท่านอ๋องกับข้า ท่านใช้นิสัยเดิมเมื่ออยู่ที่บ้านฉินไม่ได้ท่านลืมไปแล้วหรือว่าที่นี่คือจวนอ๋อง ท่านควรจะพูดให้ดีกว่านี้ มิใช่ทำท่าทีขึงขังโกรธเคือง สามีก็คือสามีเปรียบดังฮ่องเต้ แล้วท่านอ๋องเองเลือกอะไรได้จะบอกว่าแต่งหรือไม่แต่งกับท่านได้ด้วยหรือในเมื่อเป็บัญชาฝ่าา และเป็ท่านพ่อที่…ยัดเยียดท่านให้กับท่านอ๋อง ข้า อยากให้ท่านไตร่ตรอง”
“กลับไปเสีย จิงเชียวข้าขอร้องเ้ากลับไปเสีย”ฟู่อ๋องตวาดดังๆ
“ข้า้าคำตอบหากข้าไม่อ้วนท่านจะทำแบบนี้กับข้าไหม”
ฟู่อ๋องกัดฟันส่งเสียงลอดไรฟัน
“เ้ารู้คำตอบแล้วนี่ เพราะจ้าอ้วน เ้าเป็หญิงอ้วนแต่มิใช่แค่อ้วนเท่านั้นเ้ายังเป็หญิงอ้วนที่ไร้มารยาทหญิงอ้วนที่เอาแต่ใจและหญิงอ้วนที่โง่งม ใครกันอยากแต่งกับเ้าใครกันอยากจะดีกับเ้า หญิงอ้วนที่น่ารังเกียจ พอใจหรือยัง”
น้ำตาไหลรินเป็สายหยุดสะอื้นและแทบจะหยุดหายใจเมื่อได้ยินคำพูดของฟู๋อ๋อง
จิงชินยิ้ม รอยยิ้มที่จิงเชียวเคยเห็นว่างดงามอ่อนหวานของจิงชินบัดนี้กลับน่าสะอิดสะเอียนยิ่งนัก
ร่างอ้วนหันหลังวิ่งชนประตูจนหลุดกระเด็น น้ำตาทำให้ดวงตาพร่ามัว เศษไม้ทิ่มแทงท่อนแขนอวบอ้วนจนเป็แผลเืไหลซึมแต่ไม่รู้สึกเ็ปเพราะในใจเ็ปกว่าแผลภายนอก ไม่สนใจว่าอี้เหลียวจะะโตามหลัง ไม่สนใจว่าเป็ค่ำคืนที่มืดมิดเหน็บหนาว วิ่งไปอย่างไร้ทิศทาง ไม่รู้สึกเหนื่อย เสียงฟู๋อ๋อง ที่พูดคำว่าหญิงอ้วนหญิงอ้วน และหญิงอ้วนก้องอยู่ในหู วิ่งไล่ตามไปทุกที่จิงเชียวเพียงแค่อยากจะหนีจากคำพูดทิ่มแทงใจนั้น
“อ้วนก็คืออ้วนความจริงก็คือข้าอ้วน แต่ข้ายอมตายเพื่อที่จะไม่ต้องถูกท่านเรียกว่า...หญิงอ้วน”
“ท่านอ๋องที่เป็รักแรก ข้ารักท่านศรัทธาในท่าน ใครจะบอกข้าอ้วนข้าหาใส่ใจยกเว้นท่าน….ข้าคือหญิงอ้วนที่โง่งม หลงรักท่านอย่างหญิงอ้วนที่โง่งม”