ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 169 เดินทางไกลอีกครั้ง

ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 169  เดินทางไกลอีกครั้ง



        ในตอนแรกจินภาวนาให้รายการสินค้าลดราคาในครั้งนี้มีอุปกรณ์ที่ช่วยปกป้องคุ้มครองสมาชิกตระกูลซึ่งอาจถูกเกณฑ์ออกไปโดยศูนย์อำนาจส่วนกลางของเขต


        ทว่าน่าผิดหวัง ที่ไม่มีของสักชิ้นที่เป็นไปตามความต้องการของจิน แน่นอนว่าในหมู่รายการทั้งเจ็ดอย่าง มันมีของที่มีประโยชน์อยู่มากทีเดียว แต่สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนในสถานการณ์ปัจจุบันกลับไม่มีออกมาเลยสักชิ้น


        มันทำให้จินผิดหวังมากในคราแรก แต่สิ่งต่างๆ ก็ดีขึ้นทันทีที่ข้อความจากระบบอีกอันประกาศขึ้นมา สร้างความหวังใหม่ให้กับวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์


        มันคือสิทธิ์ในการเลือกซื้อของจากร้านค้าระบบในราคาที่ถูกลง นับเป็นเรื่องดีที่มีฟังก์ชันใหม่เช่นนี้ ช่วยป้องกันผู้ใช้จากการสุ่มได้ของที่ไม่ต้องการ ด้วยฟังก์ชันใหม่นี้จินจะสามารถเลือกซื้อสิ่งของที่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เผชิญอยู่ได้ตราบเท่าที่เขามีแต้มระบบเพียงพอ


        ก็เหมือนเช่นตอนนี้ รายการสิ่งของตรงหน้าทั้งเจ็ดชิ้นแม้จะมีของดีอยู่มากมาย แต่ไม่มีสิ่งใดที่ตรงกับความคาดหวังของจินเลย เป็นจังหวะที่ฟังก์ชันใหม่โผล่ออกมาได้อย่างเหมาะเหม็ง


        ความคิดแรกของจินคือการหาซื้อชุดเกราะที่มีความสามารถในการป้องกันที่สูงกว่าเกราะอ่อนเทพอัสนี หรืออย่างน้อยก็พอๆ กัน แต่เมื่อนึกถึงจำนวนสิทธิ์ที่ใช้ได้ การได้เกราะมาเพียงหนึ่งตัวก็ไม่สามารถช่วยเหลือสมาชิกตระกูลทั้งหมดได้อยู่ดี


        เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ผู้มีอำนาจภายในเขต B ต้องการคือการดึงคนไปใช้ในจำนวนเล็กน้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหญ่ อย่างน้อยๆ ตระกูลพีไรซ์ก็ต้องส่งสมาชิกออกไปไม่ต่ำกว่าสี่คน


        สำหรับการเกณฑ์ไพร่พลไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ จริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องดีนัก หากดึงคนเข้าร่วมมากเกินไปอาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมของดินแดน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแกร่งที่ลดลงในแต่ละเมือง และเศรษฐกิจที่จะตกต่ำลง


        ซึ่งในขณะเดียวกันหากดึงคนออกมาน้อยเกินไป สำหรับการเผชิญหน้าที่ค่อนข้างน่าหนักใจเช่นนี้ กำลังพลที่น้อยเกินไปจะไม่สามารถต้านรับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นหลังจากนี้ได้ 


        เช่นนั้นสหพันธรัฐส่วนกลางไม่น่าจะดึงคนออกจากเมืองต่างๆ มากหรือน้อยจนเกินไป 


        วิญญาณบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์คิดว่าตระกูลของเขาคงต้องส่งสมาชิกออกไปพอสมควร แต่ก็ไม่ได้มากจนถึงขนาดที่ดำเนินธุรกิจของตระกูลต่อไปไม่ได้


        ถึงแม้คนที่ต้องออกจากตระกูลไปจะมีไม่มาก แต่ก็ไม่ใช่คนสองคนเสียเมื่อไหร่ มีเกราะที่ทรงพลังเพียงตัวเดียวไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น สมาชิกภายในตระกูลก็ยังคงตกอยู่ในความเสี่ยงเหมือนเดิม


        ความคิดในตอนแรกที่ต้องการสิ่งของมาปกป้องลูกหลานของตนพลันปลิวหายไปกับสายลม 


        เมื่อคิดไปถึงโปรโมชั่นลดราคาทั้งเจ็ดรายการ มีหลายอย่างที่ดึงดูดความสนใจของจินมาก ไม่ว่าจะเป็นของที่เคยเห็นมาก่อนแล้ว หรือของใหม่ๆ 


        หนึ่งในนั้นก็คือยันต์ปลุกศพที่จินเคยได้รับมาก่อนและเลือกใช้ไปกับซากศพแห้งกรังของผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวงหลง


        เนื่องจากในตอนนั้น มันเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยๆ ผู้อาวุโสสูงสุดของตระกูลหวงหลงก็เคยเป็นถึงอีโวลระดับที่หนึ่ง แม้ก่อนตายจะแทบไม่สามารถรักษาพลังของอีโวลเอาไว้ได้ด้วยซ้ำ แต่ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นคือของจริง และจินคิดว่าคงไม่สามารถหาศพใดที่แข็งแกร่งเทียบเท่าร่างนี้ได้แล้วในระยะเวลาสั้นๆ จึงกำหนดเป้าหมายของยันต์ไปที่อีกฝ่ายก่อนที่ร่างกายจะเสื่อมสลายไปมากกว่านี้


        ความสามารถของยันต์ปลุกศพนั้นน่าประทับใจมาก กับศพสภาพแห้งกรังแทบจะแตกสลายอยู่รอมร่อ

มันก็สามารถดึงกลับมาสู่สภาพที่ดีได้อีกครั้ง


        แม้ระดับพลังของซากศพจะแย่กว่าระดับที่ควรจะเป็นมากเพราะก่อนที่อีกฝ่ายจะตาย แก่นแท้ เลือดเนื้อ และพลังงานชีวิตได้อยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด การประคองร่างมาสู้กับจินได้ก็เต็มกลืนแล้ว สภาพร่างกายก่อนตายเองก็ไม่สมบูรณ์ 


        เรียกได้ว่ายันต์ปลุกศพได้ทำหน้าที่ของมันได้ดีที่สุด ในบรรดาลูกสมุนของจินก็มีซากศพชุดทองนี่แหละที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว เมื่อนำไปเทียบกับอเวกระดับเก้าขั้นสูงสุด มันก็ยังแข็งแกร่งกว่าอยู่เล็กน้อย


        ด้วยผลลัพธ์ดังกล่าว จินจึงให้ค่ายันต์ชนิดนี้มากพอดู หากเขาสามารถหาศพสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งและมีสภาพสมบูรณ์ได้มากกว่านี้ ไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งที่ปลุกขึ้นมาได้จะมากขนาดไหน


        เมื่อเห็นยันต์ปลุกศพในรายการสิ่งของ ความคิดของจินก็วิ่งวุ่นอยู่ในหัวหลายต่อหลายตลบ เขารู้สึกได้ว่ายันต์แผ่นนี้สามารถช่วยให้เขาพาตระกูลผ่านพ้นเหตุการณ์อันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่...จะต้องทำเช่นไรเล่า?


        บนโลกมนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเทียบเท่าอีโวลนั้นไม่ได้มีมากนัก และขุมพลังส่วนใหญ่ก็ถูกจำกัดอยู่เพียงอีโวลระดับที่หนึ่งและระดับที่สอง ส่วนระดับที่สามและระดับที่สี่นั้นแทบนับด้วยนิ้วมือได้


        ด้วยพลังของอีโวลระดับที่หนึ่ง จินแทบคิดไม่ออกเลยว่าจะไปตามหาตัวตนทรงพลังในสภาพศพที่สมบูรณ์ได้จากไหนบนพื้นพิภพแห่งนี้


        ร่างวิญญาณชายหนุ่มเดินไปเดินมา ใบหน้าดูเคร่งเครียดครุ่นคิด ตอนนี้มีความคิดหนึ่งที่แวบขึ้นมาในหัว เพียงแต่มันทำให้เขาคิดหนัก


        สิ่งที่จินกำลังคิดคือ ในเมื่อตัวตนระดับอีโวลบนโลกนี้มันหายากนัก...ทำไมไม่ไปตามหาที่มิติอื่นเสียเล่า? ล่าสุดที่จินเดินทางไปยังอาณาจักรฮาฟแลนดิส เขาก็เพิ่งได้รับพิกัดมิติมาจากชายวัยกลางคนชุดม่วง


        ไม่ว่าจะมองจากมุมของซากโบราณสถานที่ตกลงมา และความจริงที่มีผู้ครอบครองมิติประดิษฐ์คนอื่นอยู่ที่นั่น ทุกอย่างล้วนชี้ให้เห็นว่ามิติสไปรอนนั้นเต็มไปด้วยทรัพยากรมากมายและตัวตนที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ 


        ซึ่งตัวตนที่แข็งแกร่งเหล่านั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินไปนัก ไม่เช่นนั้นผู้ครองมิติประดิษฐ์ทั้งสองคนคงหนีกลับมาที่โลกมนุษย์เสียตั้งนานแล้ว ไม่ยึดติดอยู่กับสถานที่แห่งนั้นกันขนาดนี้


        จินขบคิดอยู่นาน แต่ในที่สุดก็จำเป็นจะต้องตัดสินใจ ด้วยสถานการณ์ที่มาจ่ออยู่ตรงหน้า ผลลัพธ์จากความคิดนี้เป็นสิ่งที่ช่วยตระกูลของจินได้ดีที่สุดหากสามารถทำออกมาสำเร็จ


        การมีผู้ช่วยที่สามารถออกไปปกป้องสมาชิกของตระกูลในโลกภายนอกได้โดยที่ตัวของจินเองก็สามารถปกป้องสมาชิกคนอื่นที่อยู่ภายในคฤหาสน์ไปด้วย นี่จึงเป็นแผนการที่สมบูรณ์ที่สุด


        แต่การจะทำให้สำเร็จจริงๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเหมือนกัน เพราะจินแทบไม่รู้อะไรเลยในโลกฝั่งนั้น มีเพียงข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่หลุดออกมาจากผู้ครองมิติประดิษฐ์คนอื่นๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้ช่วยรับประกันว่าจินอยู่รอดปลอดภัยภายในต่างมิติได้เลยแม้แต่น้อย


        บรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ตัดสินใจเด็ดขาดแม้ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ เขาจำเป็นต้องรีบไปค้นหาสิ่งที่ต้องการในโลกต่างมิติก่อนที่สถานการณ์ระหว่างเขตแดนจะแย่ลงไปมากกว่านี้ เมื่อถึงตอนนั้นความเสี่ยงของสมาชิกภายในตระกูลจะยิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ


        ตอนนี้จินมีทุกอย่างพร้อมแล้ว หากต้องการเดินทางก็แทบจะทำได้ในทันที แต่สิ่งที่เขากังวลใจคงจะเป็นปริมาณของเชื้อเพลิงที่ต้องใช้ แม้จะมีพลังงานสะสมเหลืออยู่มากพอสมควร แต่ใครจะรู้ว่าต้องเจออะไรระหว่างทางบ้าง หากมีเหตุจำเป็นต้องใช้พลังงานจนไม่เหลือพลังงานพอจะเปิดประตูมิติกลับมายังโลกมนุษย์ นี่คงจะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างมาก


        สิทธิ์หนึ่งเดียวที่ระบบมอบให้จินจึงใช้ไปกับแร่พลังงาน นั่นก็คือแร่คริมโซไนท์เจ้าเดิม เพราะในบรรดาแร่พลังงานที่มิติประดิษฐ์ต้องการ มันเป็นแร่ที่เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุดเมื่อนำไปใช้กับเครื่องยนต์ของมิติประดิษฐ์


        ร่างวิญญาณโปร่งแสงเปิดร้านค้าของระบบจากนั้นจึงใช้สิทธิ์ลดราคาไปกับแร่คริมโซไนท์ขนาดหนึ่งกิโลกรัมทันที


        [ผู้ใช้ซื้อแร่คริมโซไนท์ขนาด 1 กิโลกรัม ระบบกำลังหักแต้มจำนวน 130,000 13,000 แต้มระบบ]


        [ระบบได้หักแต้มระบบเรียบร้อย ขอบคุณที่ใช้บริการ]


        จินกะพริบตาปริบๆ มองสินค้ารายการใหม่ที่ลอยเข้าไปในช่องเก็บของ ก่อนจะกลับมาดูที่รายการลดราคาทั้งเจ็ดชิ้นอีกครั้ง


        สิ่งที่จินเลือกซื้อก็คือ [ยันต์ปลุกศพ] [ยันต์เร่งการฝึกฝนทั้งตระกูล 50 เท่า] และ [กายเทียม (ระดับกลาง)] ตามลำดับ ส่วน [วิชาบ่มเพาะระดับสูง 'อาภรณ์ทิวา'] ที่สุ่มได้เป็นครั้งที่สองแล้วก็จำเป็นต้องปล่อยไปก่อนเนื่องจากแต้มระบบที่สะสมเอาไว้ยังไม่เพียงพอ


        สำหรับยันต์ปลุกศพ และยันต์เร่งการฝึกฝนทั้งตระกูลห้าสิบเท่า เป็นสิ่งที่ผ่านตาและผ่านการใช้งานของจินมาก่อนแล้ว ไม่จำเป็นต้องคิดมากอะไร จินทำการจ่ายแต้มและแลกมันมาเก็บไว้อย่างรวดเร็ว


        แต่กับ [กายเทียม (ระดับกลาง)] แม้จะดูคุ้นเคย แต่จริงๆ มันค่อนข้างแตกต่างไปจากกายเทียมที่จินรู้จัก


        สำหรับกายเทียมที่จินเคยใช้งาน คำกำกับด้านหลังของมันจะเป็นคำว่า (ระดับต่ำ) ซึ่งถึงแม้มันจะเป็นของระดับต่ำ แต่จินก็สามารถใช้งานมันได้ดีเยี่ยมมาโดยตลอด มีหลายครั้งที่จินก็ได้กายเทียมนี่แหละที่ช่วยจัดการเหตุการณ์หลายๆ อย่างจนเป็นไปได้ด้วยดี


        แน่นอนเมื่อจินก้าวข้ามมาสู่ระดับใหม่ คุณค่าของกายเทียม (ระดับต่ำ) ก็เริ่มลดลงในสายตาของเขาทันที 


        กายเทียมระดับต่ำไม่สามารถรองรับพลังงานของอีโวลได้ นั่นคือประเด็นสำคัญ หากจินยังคงเลือกที่จะใช้กายเทียมระดับต่ำ ความแข็งแกร่งในตอนที่สวมใส่กายเทียมจะถูกลดลงจนเหลือเพียงอเวกระดับเก้าขั้นสูงสุดเท่านั้น แทบไม่สามารถปลดปล่อยพลังของอีโวลออกมาได้เต็มที่ และยิ่งจินพัฒนาระดับเพิ่มขึ้นไปมากกว่านี้เรื่อยๆ เขาจะยิ่งเห็นความสามารถที่ถูกจำกัดไว้มากขึ้นไปอีก แม้จะมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถชดเชยได้


        แต่กับ [กายเทียม (ระดับกลาง)] การจำกัดพลังดังกล่าวจะหมดไป เพราะขีดจำกัดของร่างกายนี้สามารถรองรับได้จนถึงอีโวลที่ทรงพลังที่สุด และยังขยายการใช้งานออกไปได้ถึงสามวัน ยาวนานกว่ากายเทียมระดับต่ำถึงเจ็ดสิบสองเท่า


        เมื่อสวมใส่ร่างกายนี้ จินจะกลายเป็นอีโวลอย่างสมบูรณ์แบบ และร่างกายก็จะพัฒนาตามระดับพลังจนทัดเทียมกับอีโวลคนอื่นๆ ที่ฝึกฝนด้านร่างกายมา


        ในฐานะที่เป็นผู้ฝึกฝนด้านจิตวิญญาณ เรียกได้ว่ามันจะยกมาตรฐานของจินให้สูงขึ้นไปอีก พลังกายก็ตรงตามมาตรฐานของอีโวลระดับหนึ่ง ไหนจะยังมีจิตวิญญาณที่ทรงพลังอีก


        จินสนใจข้อมูลเบื้องหลังของ [กายเทียม (ระดับกลาง)] เป็นอย่างมาก เมื่อศึกษาดูจนเข้าใจ เขาก็ไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะซื้อมันมาเก็บไว้ แม้จะมีราคาที่แพงไปสักนิดสำหรับของที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว แต่ความสามารถของมันก็คุ้มค่ากับแต้มที่ต้องเสียไป


        จินพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนจะกดยืนยันการซื้อขาย จำนวนแต้มระบบที่สะสมเอาไว้ลดลงไปในคราวเดียวกว่าสี่หมื่นแต้มทันที เมื่อรวมกับก้อนแร่คริมโซไนท์ก่อนหน้า ก็เท่ากับว่าครั้งนี้จินได้ใช้จ่ายไปมากกว่าห้าหมื่นแต้มทีเดียว


        เมื่อสิ่งของทั้งหมดถูกโอนไปยังคลังของระบบ หน้าต่างโปรโมชั่นก็หายไป สิ่งของในมือของจินยามนี้ครบถ้วน เขาสามารถเดินทางไปต่างมิติเมื่อไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ แต่ร่างวิญญาณตัดสินใจจะเคลื่อนตัวไปยังห้องทำงานของหัวหน้าตระกูลเสียก่อน

คล้ายกับเรื่องระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ ที่คุณอ่าน