5
อากาศ่สายของวันส่งผลให้ผู้โดยสารผล็อยหลับกันเป็แถวๆจนกระทั่งรถม้าเคลื่อนช้าลงและหยุดวิ่ง
เร็นกระตุกหัวขึ้นจากไหล่เคทก่อนปลุกอีกสองสาวให้ตื่น
‘เมืองบูมเมอร์’
พวกเขามาถึงเมืองขนาดกลางซึ่งตั้งอยู่ในเขตทะเลทราย ทวีปโนเรสใช้เวลานั่งหลังขดหลังแข็งเกือบห้าชั่วโมงจากเขตชายแดนจาลนิคเพื่อมาที่นี่
ผู้คนต้องต่อแถวยาวเหยียดเพื่อรอผ่านเข้าไปในประตูเมืองโดยมีหน่วยทหารยามตรวจตรา
“บัตรประจำตัวล่ะ?”
เมื่อผู้คุมถามขึ้นพวกเร็นจึงสังเกตว่าทุกคนล้วนถือการ์ดใบหนึ่งคล้ายบัตรประชาชน
“พวกเราทำบัตรหายระหว่างหนีมอนสเตอร์น่ะค่ะขอพวกเราผ่านไปได้ไหมคะ?”
ชาช่าสวมบทเด็กสาวไร้เดียงสาเธอปั้นหน้าเศร้าและมองผู้คุมอย่างอ้อนวอน
“เอ่อ...”
ทหารยามผงะใบหน้าขึ้นสีระเรื่อก่อนกระแอมเบาๆ
“พะ พวกเธอผ่านได้แล้วก็รีบไปทำบัตรประจำตัวที่สมาคมซะ!”
เมื่อพ้นจากประตูเมืองทั้งสามก็ถอนหายใจโล่งอกนึกว่าจะถูกจับโยนออกมาซะแล้ว
อันดับแรกคือการหาที่พักเมืองบูมเมอร์มีโรงแรมหลายระดับให้เลือกั้แ่สองดาวจนถึงห้า
แน่นอนว่าพวกเร็นเลือกราคาถูกที่สุดเพื่อประหยัดเงินจากนั้นก็พากันมุ่งหน้าไปยังร้านอาหาร
ทว่าบนถนนกลับพลุ่งพล่านด้วยฝูงชนอาจเพราะเป็เมืองแห่งเดียวในแถบนี้ที่ค่อนข้างเจริญจึงมีพ่อค้าและนักเดินทางเข้าออกเป็ว่าเล่น มองทางไหนแต่ละร้านก็อัดแน่นด้วยผู้คน
“ดูนั่น!”
ชาช่าชี้ร้านอาหารเก่าๆที่หลบมุมอยู่ท้ายซอยบนถนนเส้นหนึ่ง หากไม่สังเกตคงคิดว่าเป็ร้านขายของเก่า
“สายตาดีใช้ได้”เร็นลูบศีรษะน้องสาวที่ยิ้มภูมิใจ
“เดี๋ยว!พี่หาว่าฉันเป็หมาใช่ไหม?”เธอแยกเขี้ยวใส่ก่อนจะหุบยิ้มเพราะเถียงไม่ออก
ก็ตัวเองดันกลายเป็เผ่าฮาร์ฟบีสต์หมาป่าจริงๆ
“โอ๋นะ”เคทเองก็ลูบศีรษะคนน้องบ้าง
เด็กสาวบึนปากก่อนเร่งฝีเท้านำหน้าไม่วายยังได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักของพี่ๆ ดังแว่วมาแต่ไกล
ไม่ใช่ว่าคนน้อยแต่ไม่มีคนในร้านเลยต่างหาก….
เ้าของร้านเป็คุณป้าท่านหนึ่งเธอรีบเดินมาต้อนรับด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ต้องขอโทษด้วยนะคะแต่ร้านเรามีแค่สเต็กกระต่ายทะเลทราย จะรับไหมคะ?”
เมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแถมร้านต่างๆ ก็คนเยอะเสียจนน่ารำคาญ พวกเร็นจึงเดินเข้าไปนั่ง
“ไม่เป็ไรครับพวกเราทานได้”
คุณป้ายิ้มดีใจก่อนรีบเดินเข้าครัวไม่ถึงสิบห้านาทีอาหารก็ถูกนำมาวางบนโต๊ะ
สเต็กกระต่ายทะเลทราย ฟังชื่ออาจไม่น่าทานเท่าไหร่แต่กลิ่นเนื้อหอมๆ กับความฉ่ำที่แผ่ออกมาชวนให้ต้องลิ้มลอง
“อร่อย!”ชาช่าชมพลางเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ
เนื้อนุ่ม รสชาติเยี่ยมเป็คำชมเชยที่ทั้งสามรู้สึกเวลานี้
ระหว่างจ่ายเงินเคทก็อดถามไม่ได้ว่าทำไมร้านนี้ถึงคนน้อยกว่าที่อื่น
“ปกติร้านเราคนเข้าออกไม่เยอะหรอกค่ะเพราะขายเฉพาะสเต็กเนื้อสัตว์แถม่สามวันมานี้ฉันต้องเปิดร้านคนเดียวเพราะสามียังไม่กลับจากล่าสัตว์น่ะค่ะ”คุณป้าบอกหน้าสลด
“ไปนานขนาดนั้นเลยเหรอคะ?”เคทแปลกใจ
“ปกติแค่สองวันเขาก็ต้องกลับมาแล้วฉันเองเป็ห่วงมากเลยแจ้งเื่ให้ทางสมาคมทั้งสามแห่งทราบเผื่อว่าจะมีนักผจญภัยรับงานนี้แต่ว่าเรามีเงินค่าตอบแทนไม่มากนักคงไม่มีใครอยากรับงานที่ไม่คุ้มค่าเหนื่อยแบบนี้”
ทั้งสามมองหน้ากันเหมือนรู้ใจก่อนเคทจะเสนอตัว
“งั้นพวกเราจะช่วยคุณป้าเองค่ะ”
“จริงเหรอคะ!?”
เธอยิ้มมีความหวังเมื่อสามสหายยืนยันคุณป้าก็ขอบคุณยกใหญ่ ก่อนจะบอกข้อมูลว่าปกติสามีของเธอมักไปล่าสัตว์บริเวณไหนเผื่อว่าอาจช่วยได้บ้าง
พวกเร็นจึงตกลงกันว่าควรไปสมัครสมาคมเพื่อรับงานและทำบัตรประจำตัวซะก่อน
เร็นมุ่งหน้าไปยังสมาคมนักสำรวจตามป้ายแผนผังของเมืองบูมเมอร์ที่ติดบนถนน
เคท ไปที่สมาคมนักเวทเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองมีทักษะฮีลเลอร์และเวทธาตุแสง
ชาช่า สนใจสมัครสมาคมนักล่าเพราะชอบความท้าทาย
“เจอกันที่จัตุรัสกลางเมือง”
สมาคมนักสำรวจตั้งอยู่โดดเดี่ยวห่างจากอาคารอื่นๆ สอง่ตึก สภาพดูดีแต่คนเข้าออกน้อยจนนับได้
“สวัสดีค่ะมาติดต่อเื่อะไรคะ?”
พนักงานสาวประจำเคาน์เตอร์ถาม เธอเป็คนสวยและมีผมกับดวงตาสีบลอนด์ซีดแต่ใบหน้านิ่งไร้อารมณ์
“ผมมาสมัครเป็นักสำรวจไม่ทราบว่าต้องใช้บัตรประชาชนด้วยรึไหม?”
เมื่อเธอพยักหน้าตอบเร็นจึงอ้างว่าทำบัตรหายระหว่างเดินทางดังนั้นพนักงานจึงให้เด็กหนุ่มกรอกข้อมูลและนำมือมาวางไว้บนแท่นไม้
ตรงกลางของแท่นเป็กระจกใสดูแล้วคล้ายเครื่องสแกนของโลกเทราอุส
โอเรียนน่าคือชื่อที่สลักติดแผ่นป้ายเล็กๆ บนอกเสื้อของพนักงานเธอมองพิจารณาเร็นขณะที่เด็กหนุ่มแอบกังวลเล็กน้อย
กระจกใสเริ่มทำงานของมันแสงสีรุ้งในกระจกหมุนติ้วเหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลตามที่เร็นกรอกในใบสมัครว่าเป็ข้อมูลเท็จหรือไม่
นานเกือบห้านาทีกระจกสแกนจึงเปลี่ยนเป็สีเขียวสว่าง พร้อมกับการ์ดสีฟ้าใบหนึ่งปรากฏขึ้นบนแท่นไม้
“ปกติไม่ใช้เวลานานขนาดนี้คุณรีบหรือเปล่าคะ?”
โอเรียนน่าถามเพราะยังต้องทำบัตรสมาคมนักสำรวจอีกใบ
“ไม่ครับ”
“ขอเสียมารยาทถามได้ไหมคะ?”เธอพูดขณะมองเครื่องสแกน
“ครับ?”
“ทำไมเด็กอย่างคุณถึงสนใจเป็นักสำรวจเหรอคะฉันจะไม่โกหกเื่ค่าตอบแทนของทางสมาคมที่น้อยกว่าสมาคนอื่นๆการสอบเลื่อนระดับยิ่งสูงขึ้น ความยากก็มากกว่าเป็เท่าตัวมีนักผจญภัยหลายคนท้อและล้มเลิกกลางคัน ฉันเห็นว่าคุณอายุยังน้อยมีโอกาสให้เลือกมากกว่าถ้ารู้สึกไม่ชอบมัน”
ใบหน้าของเธอยังไร้อารมณ์เช่นเดิมแต่น้ำเสียงอ่อนโยนกว่าตอนแรก
เร็นเองก็คิดเื่นี้มาบ้างจึงตอบอย่างไม่ลังเล
“ถ้าเราไม่ลองก็ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร แบบนั้นผมคงเสียดายมากกว่า”
เร็นหวนนึกถึงเื่ราวของเรเวน “อีกอย่าง...ผมอยากทำตามคำขอของคนๆหนึ่งให้เป็จริง บางทีนักสำรวจอาจจะสนุกกว่าที่คิดก็ได้”
โอเรียนน่าดูทึ่งกับคำตอบเธอยิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นการ์ดสีเทาให้เร็น
“คุณจะเลือกรับภารกิจเลยไหมคะ?”
เด็กหนุ่มพยักหน้าก่อนเดินไปที่กระดานบอร์ดไล่สายตาดูภารกิจจนกระทั่งเจอป้ายประกาศด้านล่างสุด
‘ประกาศตามหาคนหายหากพบจะมอบเงินรางวัล 50 เหรียญทอง, ลงชื่อผู้แจ้ง: เทซ’
พร้อมกับภาพเหมือนสีขาวดำของชายวัยกลางคนหนึ่งนามว่า'โจ'
ดูเหมือนเยอะแต่เมื่อเทียบกับค่าจ้างงานอื่นๆ ถือว่าน้อยมาก
เร็นมั่นใจว่าต้องเป็เ้าของร้านสเต็กที่ตามหาสามีดังนั้นจึงยื่นภารกิจให้โอเรียนน่า
“ขอให้โชคดีค่ะส่วนนี่คือหนังสือคู่มือสำหรับนักสำรวจมือใหม่ข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับสมาคมและมอนสเตอร์จะอยู่ในนี้เกือบทั้งหมด”
ทางด้านเคท....
ั้แ่เหยียบเข้ามาในสมาคมนักเวทเธอก็ตกเป็เป้าสายตาเคทพยายามไม่สนใจและเดินผ่านไปที่เคาน์เตอร์สมัครเพื่อซ่อนความประหม่า
พนักงานหญิงที่รับเื่ดูตกตะลึงกับความสวยจนเคทต้องเรียกซ้ำเธอเล่าความเท็จว่าบัตรหายและ้าสมัครเข้าสมาคมเพื่อเป็ฮีลเลอร์ฝึกหัด
ซึ่งพนักงานก็ต้อนรับอย่างดี ทั้งคอยถามโน่นนี่ว่า้าความช่วยเหลืออะไรหรือเปล่า
ขณะรับบัตรประจำตัวทั้งสองใบจากพนักงานจู่ๆ พ่อค้าเร่หลายคนก็เข้ามาขายขนมจีบให้เคทไม่ซ้ำหน้า
พอเธอบอกปัดอย่างสุภาพเหล่าชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงเซ้าซี้ไม่เลิกราบ้างก็อ้างว่ากำลังหาสมาชิกเข้าทีมเป็ฮีลเลอร์พอดี
“ไสหัวไปสักทีไอ้ตูดหมึก!!”
นั่นแค่ความคิดดำมืดในใจเท่านั้น...
“ขอบคุณมากนะคะแต่ฉันมีเพื่อนร่วมทีมแล้วค่ะ”
ทว่าถ้อยคำปฏิเสธกลับไม่สะทกสะท้านต่อเหล่าชายหนุ่มที่ผิวหน้าทนทานยิ่งกว่าเหล็กกล้า
“ไม่เป็ไรหรอกครับ เรา้าคนเพิ่มยิ่งเยอะ ยิ่งทำงานง่ายขึ้น”
“พวกเราจะปกป้องคุณเองครับไม่ต้องห่วง”
“เงินค่าตอบแทนแบ่งเป็เจ็ดสิบ สามสิบก็ได้ครับ สนใจมาเข้าทีมผมหรือเปล่า”
ข้อเสนอน่าสนใจมากแต่ไม่ใช่สำหรับเคท
“คือว่า….”
ดูเหมือนจะพอมีโชคอยู่บ้างเมื่อเหลือบเห็นเงาคุ้นตาของใครคนหนึ่งผ่านช่องว่างประตูที่มีคนเปิดสวนเข้ามา
“เร็น!!”
คนถูกเรียกหันขวับก่อนร่างสาวงามจะพุ่งพรวดออกทางประตูสมาคมนักเวทพร้อมคว้าแขนอีกฝ่ายมากอดแนบชิดอกนุ่มนิ่ม
“ขอโทษด้วยนะคะแต่ฉันต้องไปทำภารกิจกับคู่หมั้นแล้วค่ะ”
ว่าแล้วเคทก็ยิ้มพร้อมโบกมือบ๊ายบายเหล่าหนุ่มใจสลายที่มองตาละห้อย
ส่วนคนโดนลากก็รู้สึกถึงสายตาที่ทิ่มแทงตามหลังจนแทบกระอัก
“เสน่ห์แรงจังนะว่าที่คู่หมั้น”
“คนมันสวยอ่ะค่ะทำไงได้”
ว่าแล้วก็สะบัดปลายผมหนึ่งทีตามด้วยเสียงหัวเราะขบขันของคู่ซี้
ข้ออ้างนี้ใช้ได้ผลเพราะเร็นกับเคทตกลงกันแล้วว่าจะใช้มันเพื่อหลีกเลี่ยงการคุกคามจากพวกผู้ชายหน้าหม้อ
แต่เร็นก็แอบสงสัยลึกๆ ว่าสักวันจะซวยเพราะคำโกหกนี้หรือเปล่า....
พวกเขามาถึงจัตุรัสกลางเมืองซึ่งเป็ลานน้ำพุตั้งโดดเด่นรอบๆ มีม้านั่งเพื่อใช้พักผ่อนหย่อนใจ คนที่คาดว่าจะมาถึงช้าสุดดันมาถึงก่อนในสภาพเหนื่อยหอบเหมือนเพิ่งวิ่งมาราธอน
“ทำอะไรมา?”
สาวน้อยฮาร์ฟบีทปาดเหงื่อฉายความหงุดหงิดบนใบหน้า
“พวกพี่รู้ไหมสมาคมนักล่าแม่งโคตรเถื่อนเลยอ่ะ!”
เคทกับเร็นพร้อมใจกันส่ายหน้า
“พอเห็นฉันเป็มือใหม่ก็มารุมชวนเข้าทีมแถมส่วนใหญ่มีแต่ผู้ชายหน้าโหด! ส่วนพวกผู้หญิงก็มองจิกฉันเหมือนไปแย่งแฟนเขามางั้นแหละ!”
ชาช่าเลียนแบบท่าทางสาวๆ เ่าั้พอรีบชิ่งออกมา ดันเจอผู้ชายอีกกลุ่มวิ่งตามตื้อ สุดท้ายสภาพเลยอย่างที่เห็น
“ตอนนี้ฉันรู้สึกดีมากที่ไม่เป็ผู้หญิง”
เร็นถอนหายใจโล่งอกพลางยิ้มขำจนน้องสาวแยกเขี้ยวใส่
“ไม่ตลก!!”
ทั้งสามออกมานอกเขตชานเมืองตามข้อมูลที่เ้าของร้านให้ไว้พวกเขาพบฝูงไฮยีน่ากำลังรุมแทะซากมอนสเตอร์ระหว่างทาง
“พวกมันคงไม่ปล่อยเราแน่”
เร็นกระชับดาบเมื่อเห็นไฮยีน่าเกือบๆสิบตัว
“พี่ลุยเลยเดี๋ยวฉันคอยระวังหลังให้เอง!”
ชาช่าถือทวนอย่างมั่นใจแต่เร็นรู้จุดประสงค์คนน้องดี
“แค่พูดว่าอยากใช้ฉันเป็โล่เนื้อก็จบ”เร็นบอก ก่อนสบตาคนสวยที่ยิ้มแห้ง
ว่าไปแล้วเด็กหนุ่มก็คิดอะไรดีๆ ออก….
“คนที่ฆ่ากระต่ายยังไม่ได้ก็อย่าหวังจะเป็นักล่าเลย”
“พี่ทำอะ...ว้ากก!!!”
พูดจบปุ๊บ ก็คว้าสาวฮาร์ฟบีสต์กระโจนออกไปเปิดฉากกับพวกไฮยีน่าโดยไม่ทันตั้งตัว
ร่างบางเซถลาเข้าไปกลางวงจนฝูงไฮยีน่าแตกกระเจิงพวกมันขู่คำรามก่อนเข้าล้อมสาวน้อยที่ตัวสั่นพับๆ ทั้งใทั้งกลัวอีกใจก็แค้นคนกวนประสาทเหลือแสน
ชาช่ามองตาขวางก่อนชี้หน้าคนก่อเื่แต่เ้าตัวทำเมินซ้ำยังยืนนิ่งไม่คิดช่วย
“จะดีเหรอ?”เคทย่นคิ้วถาม ตั้งไม้เท้าเตรียมร่ายเวท
“เชื่อสิ”
เร็นแตะไม้เท้าเป็เชิงห้ามเคทรู้ว่าชาช่าไม่ใช่คนอ่อนแอ เธอเข้มแข็งมากกว่าที่ใครๆ คิด
เพียงแต่ในสถานการณ์ที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเสียหมด จึงยากจะตั้งรับทัน
ไฮยีน่าตัวหนึ่งะโใส่ชาช่าหวังกัดเข้าที่ไหล่บางแต่สัญชาตญาณสั่งให้เอี้ยวตัวหลบ
ก่อนสาวน้อยฮาร์ฟบีสต์จะสะบัดทวนเฉือนคอไฮยีน่าตัวนั้นจนขาดใจตาย
ชาช่าตะลึงกับสิ่งเกิดขึ้นเหลือเชื่อว่าเธอจัดการมัน!
ไฮยีน่าเริ่มเข้ามารุมพร้อมกันจนชาช่าถอยร่นตัวหนึ่งถูกแทงสวนเพราะเข้าประชิดเธอเกินไป เหลืออีกเจ็ดตัวที่ตั้งท่าเพื่อหาโอกาสเล่นงานฮาร์ฟบีสต์
ชาช่ารู้สึกเหนื่อยหอบทั้งที่เริ่มสู้ได้ไม่นานทั้งสายตา ประสาทััการได้ยิน การรับกลิ่น
ทุกอย่างชัดเจนขึ้นฉับพลันจนสมองปวดตุบๆพวกมันใช้จังหวะที่เธอเผลอกระโจนใส่หวังปิดบัญชีแค้น
เร็นขยับเมื่อเห็นท่าไม่ดี แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วซะจนคนมองอึ้ง
พริบตาที่ฝูงไฮยีน่ารุกโจมตีชาช่าก็แทงสวนเสียบทะลุร่างสัตว์ร้ายพร้อมหลบเขี้ยวเล็บของมันได้อย่างง่ายดาย
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคมกริบเหมือนหมาล่าเนื้อจ้องเหยื่อ
พวกไฮยีน่าชะงักและก้าวถอยตามสัญชาตญาณพวกมันเจอศัตรูที่เหนือกว่าเข้าแล้ว
“บางทีเธออาจพูดถูก”
เคทยิ้มเครียดขณะมองการต่อสู้อย่างใจเย็น
ร่างของชาช่าเคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับเงาทวนฟันฉับเข้าที่กลางลำตัวจนตายไปสองครู่เดียวก็พุ่งมาอยู่ด้านหน้าพวกที่เหลือและง้างทวนฟาดสุดแรง
เกิดคลื่นพลังซัดะเิจนร่างพวกไฮยีน่าแหลกเป็ชิ้นเนื้อ
การต่อสู้จบลง ร่างบางยืนอยู่เหนือกองซากศพในสภาพเหนื่อยล้า
ตัวของชาช่าย้อมไปด้วยเืและเธอยืนนิ่งไม่ขยับ
เร็นกับเคทรีบวิ่งมาหาสาวฮาร์ฟบีสต์ด้วยความเป็ห่วง
“เฮ้”
ทันใดนั้นปลายทวนคมกริบก็เฉี่ยวผ่านหน้าเร็นในเสี้ยววิพร้อมทิ้งรอยแผลจางๆ บนแก้มขาว
เด็กหนุ่มเบิกตากว้างมองชาช่าด้วยความงุนงงพอๆ กับเคทที่ผงะถอย
นั่นไม่ใช่สายตาอันคุ้นเคยมันเป็แววตาของสัตว์ป่า…..
“เธอโดนสัญชาตญาณของเผ่าครอบงำ!?”
เคทไม่แน่ใจ รู้แค่ทักษะของฮาร์ฟบีสต์คือการดึงเอาสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวออกมาถึงขีดสุดเมื่อถึงคราวต้องสู้
ชาช่ามองทั้งสองด้วยความเกรี้ยวกราด เธอก้าวเข้าหาเด็กหนุ่มช้าๆเร็นจึงขยับดาบในมือโดยหวังว่าจะไม่ต้องใช้มัน
เด็กสาวฮาร์ฟบีสต์ถลาเข้าใส่เร็นแรงปะทะของทวนยาวกับดาบซิลเวอร์ไลท์หนักหน่วงจนเร็นต้องก้าวถอยเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายตอนสติหลุดแรงเยอะกว่าก็วันนี้
แต่เพราะไม่มีสติชาช่าจึงจู่โจมเร็นทื่อๆไร้เล่ห์เหลี่ยมซึ่งง่ายต่อการปัดป้องเร็นเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้างก่อนใช้สันดาบฟาดหลังท้ายทอยเด็กสาวจนล้มวูบ
“เฮ้อนึกว่าต้องใช้เวทซะแล้วสิ”เคทโล่งอกก่อนเข้ามาช่วยพยุงคนหมดสติให้ลุกขึ้น
ทั้งคู่พาชาช่ามานั่งพักบริเวณซากเสาหินเก่าๆซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกล คาดว่าคงเคยเป็ที่ที่พวกไฮยีน่าใช้อาศัยชั่วคราว
เร็นมองสาวน้อยที่หลับตาพริ้มอย่างรู้สึกผิดในสถานการณ์แบบนั้นเร็นแค่อยากทดสอบความสามารถของชาช่าแต่ไม่คิดว่าจะเลยเถิดถึงขั้นนี้
"พวกเราอาจมีความสามารถจากในเกมติดตัวแต่ถ้าไม่ฝึกฝนจนชำนาญ ร่างกายจะอ่อนแอเหมือนคนธรรมดาทักษะก็อาจอยู่ในระดับต่ำและยากจะพัฒนา เป็แบบนั้นสินะ?"
เร็นพยักหน้ากับคำถามของเคทเธอเองก็รับรู้ได้เมื่อใช้เวทมนตร์บทต่างๆ รวมถึงความสามารถของเผ่าพันธุ์ที่ได้รับมา
เช่นถ้าฮาร์ฟบีสต์คือเผ่าครึ่งสัตว์ ชาช่าก็มีความสามารถของหมาป่า
ส่วนเคทคือเผ่าภูต ซึ่งมีใบหูพิเศษกว่าเผ่าอื่นๆสามารถฟังเสียงจากระยะไกล โดยเฉพาะเสียงจิตใจของผู้คน ยิ่งรุนแรงก็ยิ่งััง่ายขึ้น ยังไม่รวมความสามารถอื่นที่อาจแฝงอยู่ในตัวทั้งสอง
ส่วนเร็นเป็เผ่ามนุษย์ทักษะคือการควบคุมสายลมและสร้างดาบลมขึ้นมาฟาดฟันศัตรู
พลังของเร็นนั้นรุนแรงแลกมากับความอ่อนแอทางกายเมื่อใช้พลังหักโหมมากเกินไป
ชาช่าขยับเล็กน้อยพลางร้องโอดโอยเบาๆเพราะปวดแปลบทั่วทั้งตัว
“เป็ไงบ้างช่า”เคทถามรุ่นน้องที่เพิ่งได้สติ
“ปวดตัวน่ะพี่ฉันไปทำอะไรมา...แล้วพวกไฮยีน่าล่ะ!?”
ชาช่าหันซ้ายขวาอย่างวิตก แต่ไม่พบแม้แต่สัตว์ร้ายสักตัว
“เธอจำไม่ได้เหรอ?”
เด็กสาวเงยสบตากับแฝดคนละฝา ก่อนทำหน้าฉุนแล้วลุกพรวดเขย่าไหล่คนพี่อย่างบ้าคลั่ง
“ไอ้พี่บ้าอยากส่งฉันไปตายนักเหรอหา! พี่ทำกับสาวน้อยน่ารักบอบบางอย่างฉันได้ยังไง!!”
คำว่า ‘สาวน้อยน่ารักบอบบาง’ ทำให้เร็นเกือบหลุดหัวเราะ แต่ความรู้สึกผิดมีมากกว่า
“ขอโทษนะ”
“อะไรของพี่....”
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วอึดใจขณะชาช่ามองรอยเฉือนจางๆ บนแก้มอีกฝ่าย
ม้วนความจำหวนย้อนคืนจำได้ว่าตอนที่เผชิญกับฝูงไฮยีน่า จู่ๆ ความรู้สึกบ้าคลั่งก็ถาโถมเข้ามาจนสติเลือนราง
เหมือนภาพตัดเป็ฉากๆ ั้แ่ต้นจนจบ สุดท้ายคือเธอเกือบทำร้ายเร็นและเคท
“ฉันแค่อยากให้เธอเลิกกลัวและยอมรับความจริงแต่ลืมนึกถึงผลกระทบที่ตามมา คิดว่ายังไงก็คงช่วยเธอทัน”
เร็นหลุบั์ตาลงก่อนมองสบตาคนน้องอีกครั้ง
“ขอโทษในความอวดดีของฉันด้วยจริงๆ”
ชาช่ายืนอึ้งปกตินอกจากทำหน้านิ่งกับกวนประสาทไม่เคยเจอท่าทีรู้สึกผิดเต็มประดาจากคนๆนี้เลยสักครั้ง เคทอมยิ้มเมื่อเห็นปฏิกิริยาของทั้งคู่
“ปั๊ดโธ่เอ้ยพี่ทำฉันลำบากใจอีกแล้วนะ”เด็กสาวฮาร์ฟบีสต์เกาหัวแกรกๆแก้เก้อ
“ฉันไม่โกรธพี่หรอกแค่ใมากกว่า อีกอย่างฉันเองก็ทำพี่เจ็บเหมือนกัน”
เร็นยิ้มบางก่อนแตะศีรษะคนน้องเบาๆ
“วันนี้เธอเก่งมากนะ”
“ใช่ ช่าน่ะเจ๋งสุดๆไปเลย!”
เคทเข้ามาโอบไหล่จากด้านหลังทั้งเอ็นดูและชื่นชมเด็กสาว
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งใบขอเพียงมีคนที่พร้อมอยู่เคียงข้าง สำหรับชาช่าก็ไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว
ทั้งสามเร่งตามหาเบาะแสของภารกิจพยายามเลี่ยงสัตว์ร้ายหรือมอนสเตอร์เพื่อประหยัดพลังงาน
พักใหญ่ก็พบรอยคราบเืจางๆ บนพื้นดินแห้งแล้ง คราบเก่าแห้งกรังหยดเป็ทาง
“กลิ่นยังใหม่มีคนาเ็”
ชาช่าวิเคราะห์ รอยคราบเืแม้จะนานเกินหนึ่งวันแต่เธอได้กลิ่นชัดเจน
“หวังว่าเขาจะไม่เป็ไรมากนะ”เคทกังวลว่าอาจเป็สามีคุณป้าเ้าของร้าน
พวกเร็นเดินตามรอยเืด้วยความระวังจนกระทั่งพบซากปรักหักพัง
เป็ไปดังคาดเพราะบนซากเสาหินขนาดใหญ่มีชายวัยกลางนอนขดตัวในสภาพเหนื่อยล้า ขาเป็แผลฉกรรจ์ใกล้ตัวเขามีกระสอบทรายถุงหนึ่งวางอยู่
โจคือชื่อของพ่อค้าที่มักออกมาล่าสัตว์ให้ภรรยาเป็ประจำ เขาคือคนที่อยู่ในใบภารกิจ!
“คุณลุงคะ!”เคทวิ่งจ้ำอ้าว ค่อยๆ ปีนขึ้นไปหาคนเจ็บ
โจปรือตามอง เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้น “ภูต? แม่หนูเป็ใคร”
“พวกเราเป็นักผจญภัยค่ะเรามาตามหาคุณ”
เคทใช้เวทฮีลรักษาาแครู่เดียวก็เริ่มสมานและบรรเทาความเ็ปลงช้าๆ
“ขอบใจนะแม่หนูแต่เธอติดกับพวกมันแล้วล่ะ”
เคทมองไปด้านล่างตามสายตาของโจ ชายวัยกลางหน้าเครียดเขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าเด็กสามคนนี้จะฝ่าวงล้อมศัตรูร้ายกาจพวกนี้ออกไปได้หรือเปล่า
บางอย่างขยับตัวใต้ก้อนหินและเคลื่อนกายเข้าหาเร็นกับชาช่าแต่ประสาทััที่ไวกว่ามนุษย์ทำให้ทั้งสองรู้ตัว
บางสิ่งลำตัวเป็ปล้องๆสีดำโผล่พ้นผืนทราย
“อยู่กันเป็ฝูงเลยสินะ”เร็นกระชับดาบในมือ
มอนสเตอร์จำพวกแมงป่องทะเลทรายมีขนาดตัวใหญ่กว่าแมงป่องปกติที่พบเจอในโลกเดิมมากนัก
ลำตัวยาวเป็ปล้องของพวกมันแต่ละตัวเทียบได้กับรถยนต์คันหนึ่ง ตอนนี้พวกมันมีถึงแปดตัวเข้ามาล้อมวงผู้บุกรุก
ก้ามคล้ายปูเตรียมจู่โจม หางแหลมมีพิษร้ายชูงอเพื่อขู่ให้เหยื่อกลัว
‘แมงป่องโนเรส’
คือชื่อของมันที่ถูกระบุในคู่มือของสมาคมเพราะแมงป่องั์เหล่านี้ พบเห็นได้เฉพาะแถบทวีปโนเรสเท่านั้น