ตอนเช้าของวันต่อมา ผมเดินตาม อากาเนะเข้าป่าไป ด้วยสภาพมอมแมมเละเทะ ที่ถูกวิ่งไล่แทงเกือบตลอดทั้งคืน จากฝีมือของ อวินดีเน่
" อากาเนะ เราจะไปที่ไหนกันเหรอ "
" ไปที่อยู่ของอิฟริตกันไง มันเป็นดันเจี้ยน " อากาเนะกล่าวตอบ พร้อมกับ ขยิบตาให้มิโอะที่ใส่ชุดนักรบ ถือโล่ใหญ่ ซึ่งมิโอะก็ขยิบตากลับ เหมือนสองคนนี้จะส่งซิกกัน โดยผมไม่ทันสังเกต
........................นี่ ซาโต้ เจ้าไม่รู้สึกสงสัยเลยหรือไง ที่อิฟริตอยู่ไกลจากหมู่บ้านแห่งผู้กำเนิดมาก....................... เทพธิดาอินฟีเรียกล่าว
" โธ่ ท่านเทพ ท่านไม่รู้รึไงว่า วีรบุรุษช่วยสาวงามนะ มันไม่ต้องถามถึงขั้นนั้นหรอก ถ้ามัวแต่สงสัยละก็ ไม่ได้กินแล้ว " *-* มัวแต่ถามเดี๋ยวเขาหาว่าโง่ กลัวเสียหน้า
3 ชั่วโมงผ่านไป........
อากาเนะได้นำทางผมมาถึงถ้ำถ้ำหนึ่ง ซึ่งทางเข้ามีกับดักมากมาย ถ้าไม่มี อากาเนะนำทางละก็ ผมคงถูกกับดักไปแล้วละ
" ท่านจอมปราชญ์ เดินระวัง ระวังนะค่ะ ตามฉันมาเดี๋ยวก็ถึงแล้วค่ะ " อากาเนะบอกให้ผมตามมา ซึ่งเธอก็นำทางได้เก่งมาก เหมือนจะเรียกว่า ช่ำชองก็ว่าได้
ในที่สุด อากาเนะก็นำพวกเราผ่านกับดักมาได้ อย่างไม่ยากเย็น จนไปถึงห้องๆหนึ่ง ประตูเป็นอัญมณีสีแดง ซึ่งหมายถึงมีสัตว์อสูรธาตุไฟ เฝ้าอยู่
" เอาล่ะ ถึงแล้วค่ะท่านจอมปราชญ์ " อากาเนะกล่าว ในขณะที่มิโอะ หยิบโล่ใหญ่ขึ้นมาเตรียมพร้อม
โฮก กรรรรรรรร
เสียงอิฟริต ดังออกมาจากข้างในนั้น มันคงเฝ้าสมบัติสำคัญอยู่
อากาเนะก็เริ่มเล่าตำนาน
นานมาแล้ว ยังมีจอมปราชญ์สาวคนหนึ่ง นามว่า ริโอเน่ เธอได้พิทักษ์สมบัติของอาณาจักรคลาวด์แลนด์ไว้ โดยสมบัติที่เธอ หวงแหนมากที่สุดก็ คือ ดาบวิเศษ ราเวีย ดาบที่ประกอบด้วยอัญมณีสีแดงทั้งเล่ม ตัวดาบก็แดงดั่งโลหิต ว่ากันว่า เมื่อชักออกมาแล้วมันต้องดื่มโลหิตถึงจะยอมกลับเข้าฝัก
ช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ อาณาจักรคลาวแลนด์ อันยาวนาน จอมปราชญ์ ริโอเน่ ได้กวัดแกว่งดาบสู้กับ เหล่าสัตว์อสูร และได้สังหาร เจ้าแห่งสัตว์อสูรนาม พิน็อค เพื่อสันติสุขของมวลมนุษย์ และควักลูกตาของมันออกมา ลูกตาสีแดงก่ำ เหมือนพวงองุ่นสีแดง ว่ากันว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะยืดอายุไปอีกร้อยปี จอมปราชญ์ ริโอเน่ได้ นำดาบราเวีย และนัยต์ตาของจอมอสูร พิน็อคมาเก็บไว้ยังที่แห่งนี้ โดยได้อัญเชิญสัตว์อสูร นามอิฟริต ซึ่งมีค่าความสนิทสนมกับเธอมากที่สุด มาเฝ้าไว้ยังถ้ำนี้ และสร้างเป็นดันเจี้ยนขึ้นมา
" คนที่ล้มอิฟริตได้ ก็จะได้สมบัติของอาณาจักรคลาวด์แลนด์ บวกกับสิ่งวิเศษ ของจอมปราชญ์ ริโอเน่ ไปครอบครอง เรื่องก็มีแค่นี้ค่ะ" อากาเนะเล่าจบแล้ว ก็เปิดประตูเข้าไปสู้กับอิฟริต
แฮ่ กรรรรรรรรรรร
อิฟริตพุ่งเข้ามาโจมตี อากาเนะ ซึ่งมิโอะที่อยู่ใกล้ๆ ก็ได้ ยกโล่ใหญ่รับการโจมตีของอิฟริตทันที ทำให้อากาเนะรอดจากคมเขี้ยวของอิฟริตได้
ส่วนผมก็ได้ร่ายเวทย์ อัญเชิญ สาวน้อยนาม อวินดีเน่ออกมา
" โอ้ว สายน้ำอันเรืองรอง จงเป็นลำธารใส เพื่อปกป้องตัวข้า อวินดีเน่ จงออกมา "
เกิดแสงสีฟ้าเรืองรอง เป็นสายน้ำใสออกมา เกิดเป็นรูปเป็นร่าง เด็กสาวนามอวินดีเน่ ยืนถือหอกสามง่ามเอาไว้ในมือ
" ฮิ ฮิ พี่ชายเจอกันอีกแล้วนะ " อวินดีเน่ทักทายผม ในขณะที่พวกอากาเนะกำลังสู้กับอิฟริต อย่างออมแรง พวกเธอไม่ได้สู้กับอิฟริตอย่างจริงจัง ผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน
สวิซต์
พวกอากาเนะ ถอยหลบฉากออกมา ให้อวินดีเน่ของผมเข้าไปสู้ อย่างเอาเป็นเอาตาย ลมแรงสองสายปะทะกันกลางอากาศ จนผมสะดุดล้มลง MP ของผมลดลงอย่างมหาศาลในเวลาอันรวดเร็ว
อากาศในห้องดันเจี้ยนแห่งนี้ เริ่มร้อนอบอ้าวขึ้นทุกขณะจิต อวินดีเน่ ยกสามง่ามเข้าทิ่มแทงอิฟริต อย่างบ้าคลั่ง พวกอากาเนะ ปลิวถอยหลังไปที่ประตูห้องบอส ดูเหมือนพวกเธอจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรร้ายแรง
อิฟริต ต่อยเข้าใส่ อวินดีเน่ หลายหมัด รวมถึงพ่นไฟใส่หน้าเธอด้วย ทำให้ อวินดีเน่ตัวเล็กลง เรื่อยๆ เนื่องจากขาดน้ำ แต่เธอก็ตอบโต้ด้วย คลื่นงูน้ำที่ทำให้ อิฟริตตัวเล็กลงเช่นกัน
ทว่า........
" ฮิ ฮิ หมดเวลาสนุกแล้วสิ คุณลุงอิฟริต วันหลังค่อยมาเล่นกันอีกนะ " อวินดีเน่พูดออกมาในขณะที่ MP ของผมใกล้หมด ก่อนจะถูกอิฟริต ที่ตัวเล็กลงแล้วต่อย จนร่างกายสลายไปในอากาศ
ผมหมดMP สีหน้าผมซีดเผือดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พวกอากาเนะ รีบอุ้มผม วิ่งหนีออกมาจากดันเจี้ยน พวกเราวิ่งหนีออกมา และยิ่งห่างไกลจากอิฟริตเท่าไหร่ เหงื่อยิ่งไหลนองเท่านั้น เพราะความเหนื่อย
" ท่านจอมปราชญ์ ตอนนี้ ท่านใช้เวทย์มนต์ ได้อีกหรือเปล่า " เมื่อมาถึงหน้าถ้ำ อากาเนะก็ ส่งซิกให้มิโอะ เตรียมพร้อม
" ไม่.....ไหว........ผม........ไม่........มี.......แรง.........เลย "
ผมพูดติดๆขัดๆ เพราะความเหนื่อย
" ถ้างั้น......" อากาเนะ ก็เอามือมาจับมือผมไว้ อย่างแนบแน่น
" แบบนี้ ท่านจอมปราชญ์ ก็หนีไม่ได้แล้วสิ " อากาเนะพูดอย่างมีเลศนัย ทำให้ผม งุนงง
ผัวะ
มิโอะ เอากระบองมาตีหัวผม ก่อนที่สติของผมกำลังเลือนลาง ผมเห็น พวกเธอทั้งสองยิ้มออกมา
" เหยื่อคราวนี้เป็นถึงจอมปราชญ์ เลยเชียวนะ มิโอะ " อากาเนะพูดอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
" อยากรู้จริงว่าเนื้อจะอร่อยขนาดไหน " มิโอะ แลบลิ้นออกมาเลียปาก
ในที่สุดผมก็สลบไป
ค่ำค่ำ วันนั้น......
ฮึบ
ผมฟื้นขึ้นมาเห็นร่างกายอันเปล่าเปลือยของผม โดยมีสายโซ๋ คล้องคอ และข้อมือข้อเท้าผม
" ตื่นแล้วเหรอที่รัก " อากาเนะ กำลังพับเสื้อผ้าผมอยู่ และวางสายสร้อยสีฟ้าวางไว้บนเสื้อผ้าผม ถ้าจำไม่ผิดนั่นคือ ซิลวาเทียร์ ที่อยู่ในมือเธอ โชคดีที่เธอไม่รู้ และวางมันลงไปบนกองเสื้อ
" ที่รัก ไม่ต้องห่วงนะ คืนนี้ เราจะมีอะไรกัน รับรองว่าต้องสนุกแน่ แต่ตอนนี้ ขอเนื้อขาของที่รักสักข้างก่อนนะ " อากาเนะ หยิบมีดปังตอออกมาจาก เสื้อของเธอ ตอนนี้ เธอใส่ชุดกันเปื้อนเพียงตัวเดียวเท่านั้น
" นี่ อากาเนะคิดจะทำอะไรผมนะ "
" ก็เอาไว้เป็นพ่อพันธ์ นะสิ ถามได้แล้วก็เอาไว้กินด้วย " อากาเนะ แลบลิ้นเลียปากออกมา อย่างโรคจิต ช่างเป็นรอยยิ้มที่โรคจิตเสียจริง
แฮ้ง ตับ
อากาเนะ เอามีดปังตอฟันขาซ้ายผม โดยใช้เวทย์ ทำให้ขาผมชา และห้ามเลือดด้วยความเชี่ยวชาญ
อาคคคคคคคคคคคคคค
ขาซ้ายผมขาดออกไปจากตัว ผมกลายเป็นคนพิการ ขาซ้ายขาดไปเสียแล้ว อากาเนะ หยิบขาซ้ายผมไปเลียด้วยความเอร็ดอร่อย
" เอาล่ะ ชั้นจะปลดโซ่ให้นะที่รัก แต่อย่าคิดหนีละ เพราะถึงหนีไป ก็หนีไม่พ้นอยู่ดี "
แกร้งๆ
อากาเนะ ถอดสายโซ่ให้ผม ก่อนจะนำขาซ้ายผมออกไป เพื่อทำอาหาร
ตอนนี้ ผมรู้สึก วิงเวียน หน้าแดงด้วยความหื่นกระหาย ดูเหมือน เธอจะวางยาปลุกอารมณ์ผมด้วย ขนาดขาขาดนะเนี่ย แสดงว่ายาแรงมาก ผมพยายามควบคุมสติตัวเอง ขยับไปหยิบ ซิลวาเทียมาจากกองเสื้อผ้า
.............ไม่ลองก็ ไม่รู้ ไม่รู้ว่า ซิลวาเทียร์ที่เสด็จพ่อให้มาจะมีฤทธิ์ เป็นอย่างไร หากมันสามารถรักษาได้ทุกโรค......................