…22 ปีต่อมา
ภายในดินแดนราชอาณาจักรซานเตียเรส ท่ามกลางผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ยามเที่ยงวันในตลาดใจกลางเมือง หญิงสาวผู้หนึ่งในชุดแต่งกายภูมิฐานสวมแว่นตาดำกำลังยืนดูเครื่องประดับสำหรับผู้หญิงอย่างตื่นตาตื่นใจ
“กำไลชิ้นนี้สวยจังเลย ราคาเท่าไหร่จ๊ะ?”
“หากองค์หญิงทรงถูกพระทัย หม่อมฉันก็ไม่คิดเงินเพคะ”
แม่ค้าวัยราวสามสิบเศษตอบเธอด้วยกิริยาอ่อนน้อม
“หา…เธอจำเราได้ด้วยหรือ?”
หญิงสาวประหลาดใจที่มีคนรู้ฐานะของเธอ
“เพคะ ทุกคนในเมืองต่างชื่นชมองค์หญิง ไม่มีใครที่ไม่รู้จักองค์หญิงหรอกเพคะ เป็วาสนาของหม่อมฉันที่องค์หญิงตรัสกับหม่อมฉันนะเพคะ”
แม่ค้าสาวตอบองค์หญิงด้วยความปลาบปลื้มใจ
หญิงสาวมองไปรอบๆ ตลาด จึงเห็นว่าผู้คนต่างจ้องมองเธอเป็ตาเดียวกัน ด้วยสีหน้าชื่นชมในตัวเธอและปลาบปลื้มใจที่ได้เห็น
“เห็นจะจริงอย่างที่เธอว่า มาคราวหน้าเราคงต้องปลอมตัวให้แเีกว่านี้แล้วล่ะ”
เธอคือเ้าหญิงเทย่า พระราชธิดาของกษัตริย์วิเซรัส พระาาผู้ปกครองอาณาจักรซานเตียเรส เธอยังเป็พระรัชทายาทเพียงพระองค์เดียวที่มีสิทธิในการสืบราชบัลลังก์ต่อจากพระบิดา เธอมักออกไปเยี่ยมเยียนและช่วยเหลือราษฎรตามที่ต่างๆ อยู่เสมอั้แ่ยังเยาว์วัย จนเป็ที่รักใคร่ของประชาชนในราชอาณาจักรซานเตียเรส อีกทั้งความงามและความเฉลียวฉลาดของเธอยังเป็ที่กล่าวขวัญถึงของสื่อในต่างประเทศจนแทบไม่มีใครที่ไม่รู้จักเธอ
องค์หญิงหันกลับมายิ้มให้แม่ค้าขายเครื่องประดับ
“ตกลงเราซื้อกำไลอันนี้นะ เราไม่เอาฟรีๆ หรอก เดี๋ยวเธอก็ขาดทุนกันพอดี”
องค์หญิงสวมกำไลที่ข้อมือเธอพร้อมทั้งหันไปบอกชายหนุ่มที่คอยเดินติดตามเธออยู่ข้างหลัง
“เธอจ่ายเงินให้นางไปสองพันนะ”
“พะยะค่ะ องค์หญิง”
ชายผู้ติดตามตอบอย่างนอบน้อม เขาควักเงินในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้แม่ค้า
“ราคาไม่ได้แพงมากขนาดนั้นหรอกเพคะองค์หญิง”
แม่ค้าพูดด้วยความใ แต่เ้าหญิงเทย่าเดินไปดูของที่ร้านอื่นแล้ว
“คุณก็รับไว้เถอะ องค์หญิงมีน้ำพระทัยเปี่ยมล้น ทรงโปรดการช่วยอุดหนุนพ่อค้าแม่ค้าในราคาพิเศษแบบนี้เสมอแหล่ะ”
ชายผู้ติดตามองค์หญิงอธิบาย เขาเป็ทหารหลวงนอกเครื่องแบบที่คอยถวายการรับใช้และคุ้มกันองค์หญิง แม่ค้าจึงรับเงินและยิ้มจนแก้มแทบปริ
“อยู่ห่างๆ จากของในร้านฉันนะ! เดี๋ยวก็ทำตกแตกเหมือนคราวที่แล้วอีกหรอก”
เสียงดังมาจากร้านขายเครื่องแก้วและเครื่องกระเบื้อง
“เค้ามีเื่อะไรกันหรือ?”
เ้าหญิงเทย่าซึ่งกำลังยืนดูกระเป๋าอยู่หน้าร้านขายเครื่องหนังถามคนขาย
“คงเป็ชายดวงซวยมาซื้อจานชามที่ร้านเครื่องแก้วเพคะ”
แม่ค้าร้านเครื่องหนังอายุประมาณ 25 ปีตอบ
“นี่เธอก็จำเราได้อีกคนหรือเนี่ย?”
องค์หญิงถามด้วยสีหน้าผิดหวังที่การปลอมตัวของเธอในคราวนี้ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง
“เพคะ ถึงพระองค์จะทรงฉลองพระเนตร แต่ก็ไม่อาจปิดบังพระสิริโฉมที่งดงามของพระองค์ได้เลยเพคะ”
แม่ค้าสาวยิ้มด้วยความชื่นชม คำตอบของเธอทำให้องค์หญิงยิ้มชอบใจ
เพล้ง!!!
เสียงดังมาจากร้านเครื่องแก้วอีกครั้ง
“เห็นมั๊ย ก็บอกแล้วไงว่าให้อยู่ห่างๆ ของขายในร้านชั้น ดูสิทำแตกอีกจนได้”
“เราต้องไปช่วยนายคนนั้นแล้วล่ะ แล้ววันหลังจะมาอุดหนุนนะ”
เ้าหญิงเทย่าบอกแม่ค้าร้านเครื่องหนัง แล้วเธอจึงเดินไปทางร้านเครื่องแก้วโดยมีนายทหารนอกเครื่องแบบเดินตามเธอไปด้วย
“นายจะซื้อชิ้นไหนแค่บอกเฉยๆ ก็พอ ไม่ต้องเข้าไปดูใกล้ๆ ก็ได้ เดี๋ยวชั้นหยิบให้เอง จะได้คิดราคารวมค่าเสียหายทีเดียวเลย”
แม่ค้าขายเครื่องแก้ววัยกลางคนพูดกับชายหนุ่มท่าทางป้ำๆ เป๋อๆ วัย 24 ปี
“ข้าก็เห็นไม่ชัดน่ะสิว่าจานใบไหนลวดลายสวยถูกใจข้า”
ชายหนุ่มบอกแม่ค้า เค้ามีชื่อว่าการุณ เป็ที่รู้จักของคนในเมืองในฐานะชายดวงซวยด้วยเหตุที่เขามักจะก่อปัญหาให้คนที่อยู่ในรัศมีใกล้ตัวอยู่เสมอ และนี่ก็เป็อีกครั้งหนึ่ง
“นายจะเลือกซื้อจานลายสวยๆ ไปทำไมกัน? ซื้อไปเดี๋ยวก็เอาไปทำแตก แล้วก็ต้องกลับมาซื้อใหม่อีกอยู่ดี”
“พวกเธอมีปัญหาอะไรกันหรือ?”
เ้าหญิงเทย่าถามทั้งสองเมื่อเข้ามาในร้านเครื่องแก้ว
“องค์หญิงเทย่า??? หม่อมฉันขอถวายบังคมองค์หญิงเพคะ”
แม่ค้าประหลาดใจที่เห็นองค์หญิงเข้ามาในร้านของนาง และรีบถวายความเคารพเธอ
“ถวายบังคมองค์หญิงพะยะค่ะ”
นายการุณถวายความเคารพองค์หญิงทันทีที่จำเธอได้
“นายออกมาห่างๆ องค์หญิงนะ เดี๋ยวจะพลอยทำให้พระองค์ได้รับความซวยจากนายไปด้วย”
แม่ค้ากันชายดวงซวยให้ห่างจากองค์หญิง
“ไม่เป็ไรหรอก เราเคยเจอการุณมาสองสามครั้งแล้ว เค้าก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้เราเลยนี่”
องค์หญิงกล่าวกับแม่ค้าแล้วหันไปถามนายการุณ
“เธอทำจานแตกเป็ประจำเลยหรือ?”
“พะยะค่ะ แต่ว่ากระหม่อมไม่ได้ตั้งใจนะพะยะค่ะ กระหม่อมเพียงเผลอไปโดน แล้วจานก็ตกลงมาแตกเองพะยะค่ะ”
นายการุณทูลองค์หญิงตามความเป็จริง
“รู้สึกจะเผลอบ่อยเหลือเกินนะ”
แม่ค้าเอ็ดเขาเบาๆ
“แล้วทำไมเธอไม่ลองเปลี่ยนไปใช้จานสแตนเลส หรือจานพลาสติกแทนล่ะ? เวลาตกจะได้ไม่แตก”
องค์หญิงแนะนำนายการุณ
“จริงสินะ…กระหม่อมไม่เคยนึกถึงข้อนี้เลย ขอบพระทัยองค์หญิงพะยะค่ะ กระหม่อมจะทำตามที่องค์หญิงทรงแนะนำพะยะค่ะ”
นายการุณตอบองค์หญิงด้วยท่าทางดีใจ
เ้าหญิงเทย่าจึงหันไปกล่าวกับแม่ค้า
“เราจะจ่ายค่าเสียหายที่การุณทำในวันนี้ให้นะ รวมทั้งค่าชดเชยที่เราทำให้คุณป้าต้องเสียลูกค้าขาประจำไปคนนึงนะคะ”
“ค่าชดเชยไม่ต้องหรอกเพคะองค์หญิง”
แม่ค้ารีบตอบองค์หญิงอย่างเกรงใจ
ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือขององค์หญิงก็ดังขึ้น เ้าหญิงเทย่าหยิบโทรศัพท์จากในกระเป๋าสะพายของเธอออกมารับสาย แล้วออกไปยืนคุยโทรศัพท์หน้าร้าน สีหน้าที่ยิ้มแย้มขององค์หญิงพลันเปลี่ยนเป็ใปนเคร่งเครียด เมื่อเธอวางสายแล้วจึงรีบกลับเข้ามาในร้านขายเครื่องแก้ว
“เธอช่วยจัดการเื่นี้ตามที่เราบอกกับคุณป้าท่านนี้ทีนะ เราต้องรีบกลับวังด่วน แล้วจะบอกคนขับรถให้กลับมารับเธอ”
เ้าหญิงเทย่าบอกกับนายทหารผู้ติดตาม
“พะยะค่ะ”
นายทหารตอบรับอย่างหนักแน่น
ก่อนจะกลับ องค์หญิงไม่ลืมที่จะหันไปถามการุณ
“การุณ เธอมีงานทำรึยัง?”
“ยังไม่มีพะยะค่ะ กระหม่อมไปทำงานที่ไหนก็ต้องมีข้าวของเสียหายเป็ประจำ จนไม่มีใครยอมรับเข้าทำงานด้วยพะยะค่ะ”
นายการุณทูลตอบอย่างเศร้าสร้อย
“ถ้าเช่นนั้น พรุ่งนี้บ่าย เธอเข้าไปพบเราที่วังนะ เราจะหางานให้เธอเอง”
“ขอบพระทัยองค์หญิงพะยะค่ะ”
การุณกล่าวด้วยความตื่นเต้นดีใจ
องค์หญิงพูดกับนายการุณเสร็จก็หันไปบอกเ้าของร้าน
“เดี๋ยวคุณป้าคิดค่าเสียหายแล้วแจ้งกับคนของเรานะคะ เราต้องรีบกลับก่อน”
จากนั้น เ้าหญิงเทย่ารีบไปขึ้นรถพระที่นั่งและเดินทางกลับพระราชวังทันที