จากนั้นเทียนก็ให้ทุกคนเดินตามเข้ามาได้ เทียนเดินเข้าไปที่ห้องที่สอง
เป็นลานหินกลม ๆ มีสัญลักษณ์ของจอมเวทย์เขียนไว้ตรงกลางพื้น เป็นตำแหน่งคล้ายยันต์แปดทิศ เขียนเป็น ตัวหนังสือไว้ทั้งแปดทิศ มีเก้าประตู มีสัญลักษ์หยินหยางอยู่ตรงกลาง เทียนสงสัยว่าพวกมันมีไว้ทำอะไร พอเทียนรู้สึกว่ามันเริ่มหมุนทำให้เทียนต้องรีบเดินออกมา เพราะว่าไม่รู้ว่ามันคืออะไร
เทียนพาทุกคนเดินออกไปอีกทาง โดยไปที่ห้องที่สาม พอเข้าไปก็เจอกับค้างคาวเป็นจำนวนมากบุกเข้าโจมตี คนทั้งหมด เทียนใช้พลังเหมันต์แช่แข็งค้างคาวที่ออกมา นับร้อยๆ ตัว จากนั้นก็มีทั้งแมงมุม แมงกินซากศพ และแมงป่องยักษ์ ออกมากันเต็มไปหมด เทียน รีบบอกให้ทุกคน ใช้ยันต์เคลื่อนย้ายหนีไป ทุกคนรีบใช้ยันต์แปะที่หน้าผาก ถูกส่งไปออกจากสุสานไปกันหมด
เทียนปล่อยพลังมังกรออกมา สัตว์ทุกตัว ก็ไม่กล้าเข้าใกล้เทียนเลย พอเทียนเข้าไปที่ห้องที่สี่ ก็พบโลงศพอยู่ 1 โลงตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง แต่ว่ามีแสงส่องมาครอบเอาไว้ เทียนลองเอาเศษผ้าส่งไป เกิดไฟลุกไหม้ทันที คงสร้างค่ายกลอัคคีเอาไว้ไม่ใครรบกวนพระศพ บรรยากาศรอบ มีแต่หิน และเครื่องใช้ที่วางเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม โดยไม่บุบสลาย หรือทรุดโทรม เทียนเดินเข้าไปดูรอบๆ ก็พบกับจิ้งจอกมรกต ที่ยืนอยู่ตรงหน้าโดยไม่หนีไป
“ ในที่สุด ข้าก็ได้พบกับท่านอีก ที่แท้ท่านก็เป็นทายาทของราชินีนี่เอง” จิ้งจอกมรกตเอ่ยออกมา
“ เราเคยเจอกันมาก่อนหรือ แล้วทายาท ข้าไปเป็นทายาทของใครตั้งแต่เมื่อไรกัน” เทียนถามด้วยความสงสัย
“ เราเคยเจอกันมาก่อน อีกไม่นานท่านจะรู้เอง สวนองค์ราชีนีต๋าจีท่านได้ไปเกิดใหม่ นานแล้ว และท่านได้ให้กำเนิดบุตรชายคือท่าน กลิ่นอายของราชินีอยู่ในตัวท่านครึ่งหนึ่ง” จิ้งจอกมรกตเอ่ยขึ้นมา
“ เดี๋ยวนะท่านกำลังจะบอกว่า แม่เจนของข้า ชาติก่อนคือ ราชินีต๋าจีหรือ”
โอ้ บ้ากันไปใหญ่แล้ว เป็นไปได้อย่างไร
“ ท่านไม่เชื่อ ก็ลองไปเปิด โลงดูซิ” จิ้งจอกมรกตบอกให้เทียนเปิดโลง
เทียนมองดูโลงที่ตั้งอยู่ตรงกลาง
“ นี่ไม่ใช่โลงศพของ จักรพรรดิจีฟาหรอกหรือ” เทียนสงสัย เห็นจิ้งจอกมรกตใช้ปากพ่นควันไปที่แสงที่ส่องลงมาที่โลงศพ
“ ท่านลองเปิดดูก่อนเถอะแล้วจะเข้าใจ” จิ้งจอกมรกตรีบเอ่ย
เทียนเปิดโลงศพดู ก็พบว่า ด้านในโลงศพกลับเป็นผู้หญิง แต่เอ๊ะ นี่มันแม่เจนนี่
“ นี่แม่เจนของข้า ทำไมมานอนอยู่ที่นี่ได้อย่างไร” เทียนเริ่มจะเข้าใจบางอย่างแต่ยังไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นความจริง
“ นางคือ ราชินีต๋าจี หลังจากพระนางสิ้นใจ ข้าเป็นคนนำร่างขององค์ราชีนีมาไว้ที่นี่เอง” จิ้งจอกมรกตเอ่ยขึ้น
“ แล้วร่างของจักรพรรดิจีฟา ล่ะ”
“ ข้าเผามันไปแล้ว”
เทียนขยี้หน้าผากตัวเอง เพื่อรวบรามสติกลับมาอีกครั้ง คราแรกที่เข้ามาก็แค่จะจับตัวจิ้งจอกมรกต เพื่อหวังแค่จะทำลายพิษออกจากร่างจิ้งจอก จะได้ไม่ไปแพร่เชื้ออีก กลัวว่าหากระบาดขึ้นมา จะไปกันใหญ่ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้
“ แล้วท่านจะทำอะไรต่อไป” เทียนถามไปเพราะว่าเทียนยังไม่รู้จะทำอะไรกับจิ้งจอกมรกตตัวนี้
“ ราชินีต๋าจีก่อนสิ้นใจ นางได้บำเพ็ญตนเกือบจะได้เป็นเซียนอยู่แล้ว แต่เพราะเจ้าแม่หนี่วา มีคำสั่งให้ท่านมาล้มล้างราชวงศ์ซาง ทำให้นางต้องลงมาทำภารกิจ แล้วในที่สุดทำภารกิจเสร็จสิ้น ก็ถูกลงโทษ เพราะฝืนข้อห้ามไม่ให้เข่นฆ่าสิ่งมีชีวิต ราชินีรู้ว่า พระแม่หนี่วา ไม่ยกโทษให้ ราชินีเลยรวบพลังจิ้งจอกเก้าหางทั้งหมด กลายเป็นผลึกเซียนจิ้งจอกฟ้า ไว้ให้ทายาทของท่านเพื่อฝึกพลังเซียน” จิ้งจอกมรกตเอ่ยขึ้น
“ ไม่อยากเชื่อเลย ว่าแมเจนชาติก่อน เป็นราชินีต๋าจี” เทียนเอ่ยออกมาเบาๆ
“ นายน้อย ท่านไปเอา แท่นหยินหยางสำหรับฝึกพลัง บนแท่นนั้นจะมีค่ายกล8ทิศเก้าประตู เป็นของท่านนักพรตเจียงจื่อหยา ท่านเอาไปด้วย แล้วค่อยมาหาข้าที่นี่”
จิ้งจอกมรกต บอกไป เทียนเข้าไปเอาแท่นหยินหยาง กับค่ายกล 8 ทิศเก้าประตูมาเก็บเอาไว้ จากนั้นก็เข้ามาพบกับ จิ้งจอกมรกต กลายร่างเป็นหินสีเขียวมรกตลอยมา อยู่ในมือของเทียน นายน้อยนี่คือผลึกเซียนจิ้งจอกฟ้า ท่านเอาไปดูดซับพลังเซียน ข้าต้องไปแล้ว” เทียนรับผลึกเซียนจิ้งจอกฟ้า มาแล้วก็มีควันสีเขียวลอยหายไป ผลึกเซียนเปลี่ยนเป็นสีฟ้าทันที เทียนคุกเข่าคำนับต่อหน้าโลงศพ ราชินีต๋าจี แล้วสุสานแห่งนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไป เทียนหายวับออกไปอยู่หน้า สุสานทันที ทุกคนดีใจที่เห็นเทียนออกมา แล้วสุสานที่อยู่ด้านหน้าก็ค่อย ๆ จางหายไป สร้างความตกใจให้กับทุกคนยิ่งนัก
“ อาจารย์เกิดอะไรขึ้น” องค์หญิงหนิงซวนเอ่ยถาม
“ ข้าคงไปถูกกลไกอะไรเข้า เลยทำให้ไปโดนค่ายกลเคลื่อนย้าย ทำให้มันถูกย้ายไปหมด” เทียนไม่อยากบอกความจริง
“ รอดชีวิตมาได้ก็ดีแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” ต้าหูเค่อ รู้สึกเสียดายไม่คิดว่าจะมีบทสรุปแบบนี้
ทั้งหมดแยกย้ายกันกลับไป ส่วนเทียนนั่งรถม้าไปส่งองค์หญิงหนิงซวน พอไปถึง วังหลวง มีทหารล้อมวังหลวงเต็มไปหมด เทียนสงสัยเพราะปกติไม่มีมากขนาดนี้
แล้วเทียนก็สังเกตเห็น บนฟ้ามีวงแหวนเวทย์ ครอบวังหลวงเอาไว้ทั้งหมด มันเป็นเวทย์วงแหวนที่ควบคุม สามารถควบคุมพลังผู้ที่มีระดับ อัครพรหมเทพได้ทุกคน แสดงว่าด้านในวังหลวงตอนนี้มีคนร่ายเวทย์นี้ออกมา เทียนลงจากรถม้า ขอเข้าไปในวังหลวงด้วยทันที
“ ท่านอาจารย์ นี่ท่านจะเข้าวังหลวงไปพร้อมกับข้าจริง ๆ หรือ?” องค์หญิงหนิงซวงดีใจ คิดว่าเทียนจะเข้าไปขออนุญาต ให้ติดตามเทียนไปรักษาคนได้
“ ทำไมวันนี้มีทหารเฝ้าประตูมากกว่าทุกครั้ง” เทียนสงสัย ให้องค์หญิงสอบถาม องครักษ์เฝ้าประตูทันที
“ ตกลงพวกเจ้านี้เป็นทหาร ชายแดนใช่ไหม ทำไมส่งคนมาที่นี่กันมากมายเช่นนี้”
“ พวกเราติดตามท่านแม่ทัพใหญ่ ไท่เหยียนมาพะยะค่ะ” ทหารเฝ้าประตูรายงาน
“ เสด็จอาไท่เหยียน เป็นน้องชายของเสด็จพ่อ คงมาคุยเรื่องงานราชการ”
องค์หญิงหนิงซวนเอ่ยบอกเทียนอย่างแผ่วเบา แต่ก็รู้สึกสังหรณ์ใจชอบกล เพราะปกติท่านอาไท่เหยียน ถูกเสด็จพ่อสั่งให้เฝ้าอยู่แต่ชายแดนมาตลอด ห้ามกลับเมืองหลวง ครั้งนี้ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ถึงได้กลับมา องค์หญิงกับเทียนกำลังจะเข้าไป
ในวังหลวง เทียนกับเสี่ยวลู่ เสี่ยวชิง ก็ถูกทหารเฝ้าประตู ใช้ทวนกั้นเอาไว้ ไม่ให้เข้า สร้างความสงสัยให้กับองค์หญิงยิ่งนัก
“ พวกเขาเป็นคนของข้า ปล่อยให้พวกเขาเข้ามาเถอะ” องค์หญิงเอ่ยทันที
“ ไม่ได้ นี่คือคำสั่งของท่านแม่ทัพใหญ่ ห้ามคนนอกเข้ามาในวังเด็ดขาด”
ทหารเฝ้ายามพูดเสียงดัง ชัดเจน แต่องค์หญิงหนิงซวนไม่พอใจอย่างยิ่ง
เทียนรู้แล้วว่าข้างในต้องเกิดเรื่องอย่างแน่นอน เทียนจึงใช้พลังเหมันต์ปล่อยออกมา ถูกพวกทหารที่เฝ้าประตูนับร้อยคน กลายเป็นหุ่นน้ำแข็งจนหมด
“ พวกเรารีบเข้าไปข้างในกันเถอะ” เทียนบอกทุกคนที่กำลังตื่นเต้นกับสิ่งที่เทียนทำ พอไปถึงท้องพระโรง เห็น คนยืนอยู่กันสองฝั่งเผชิญหน้ากัน โดยฝั่งแรกคือจักรพรรดิไท่หยวน องค์ชายไท่เหอ กับ องครักษ์ระดับ อัครพรหมเทพขั้นกลางเกือบสิบคน ซึ่งเวลานี้คุกเข่าอยู่ทั้งหมด เทียนมองก็รู้ว่าถูกวงแหวนเวทย์ควบคุมอยู่ อีกฝ่ายคือ แม่ทัพใหญ่แต่งชุดนักรบ และมีชายวัยกลางคนแต่งชุดสีขาวมีผ้าคลุม ที่คอสวมสัญลักษณ์ของจอมเวทย์ เหมือนของอาจารย์บรรพบุรุษ และมี ทหารอีก สี่คนมีพลังอัครพรหมเทพระดับกลางยืนอยู่ พอเทียนกับองค์หญิงมาถึง ทั้งสองฝ่ายหันมามอง องค์หญิงเป็นจุดเดียว
“ หนิงซวนหนีไป” จักรพรรดิไท่หยวนตะโกนบอกให้องค์หญิงหนีไป แต่ยังไม่ทันจะขยับตัว ชายชุดขาวก็ปล่อยระฆังแก้วเล็ก ๆ ออกมาแล้วก็ขยายเป็นระฆังแก้วใบใหญ่ พุ่งเข้ามาจะครอบตัวองค์หญิงเอาไว้ เทียนปล่อยวงแหวนเวทย์ปกป้ององค์หญิงทันที ทำให้ ระฆังแก้วกระแทก กับวงแหวนเวทย์ กระเด็นออกไปทำอะไรองค์หญิงไม่ได้ องค์หญิงเดินไปหา จักรพรรดิไท่หยวนแล้วรีบถามทันที
“ เกิดอะไรขึ้น เสด็จพ่อ” แต่ว่ายังไม่ทันได้ฟังคำตอบ จอมเวทย์ชุดขาวกับเอ่ยขึ้นมาว่า
“ นึกไม่ถึง ดินแดนชั้นต่ำเช่นนี้ จะมีจอมเวทย์ซุกซ่อนอยู่ด้วย เจ้าเป็นคนของสำนักอะไร” จอมเวทย์ไม่สนใจคนทั้งหมด หันมาสนใจเทียนเป็นอันดับแรก
“ เรื่องอะไรข้าต้องบอก ข้าให้โอกาสเจ้ากลับตัวกลับใจ เลิกทำชั่วซะ ไม่เช่นนั้นวันนี้ เจ้าจะไม่มีโอกาสรอดออกไปจากที่นี่” เทียนขู่กลับ
“ นี่เจ้ากล้าขู่ข้าเชียวหรือ”
“ ท่านราชครูใจเย็นๆก่อน นี่เจ้าหนุ่มเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจ้า นี่คือเรื่องของพวกเราภายในราชวงศ์ เจ้ากลับไปเถอะ” แม่ทัพใหญ่ไล่เทียนออกไป
“ ท่านหมอเทวะ ได้โปรดช่วยพวกเราด้วย” องค์ชายไท่เหอขยับตัวไม่ได้แต่ว่าพูดออกมาได้ รีบตะโกนร้องขอให้เทียนช่วย ทุกคนเลยรู้ว่าเทียนคือหมอเทวะ
“ เกรงว่าเรื่องนี้ข้าคงต้องยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว” เทียนเดินเข้าไปอย่างช้าๆ แล้วใช้มือชี้ไปบนฟ้า สายฟ้าผ่าเปรี้ยง วงแหวนเวทย์ที่ควบคุมที่นี่เอาไว้พังทลายลงมา
แล้วในร่างเทียนรอบ ๆ มีวงแหวนขึ้นมี ทีละวง จนครบ 5 วงแหวน
“ ที่แท้เจ้าก็เป็น พวกจอมเวทย์ฝ่ายขบฏนี่เอง แค่ระดับที่ 5 กลับกล้าท้าสู้ข้าเชียวหรือ” พอราชครูเอ่ยจบ วงแหวน ของตัวเองก็ปรากฎเช่นกัน กลับมีถึง 9 วงแหวนเวทย์ อยู่ระดับที่ 9 แล้ว
“ ตายเสียเถอะ” ราชครูปล่อยพลังออกมาเป็นลูกเพลิงพุ่งเข้าใส่เทียน ที่มีพลังต่างกันถึงสี่ระดับ เทียนปล่อยพลังเหมันต์ต้านเอาไว้ แล้วใช้พลังสายฟ้าปล่อยกระแทก ราชครูกลับไป แต่ราชครูใช้ผ้าคลุมป้องกันร่างเอาไว้ได้ แล้วปล่อยวงแหวนยันต์เข้ามาล้อมเทียนเก้าวง แต่ละวงเป็นวิญญานสัตว์สีทองทั้งหมด เทียนปล่อยให้ กระรอกเทพออกมา ตอนนี้มันเป็นกระรอก 5 สีไปแล้ว มันเข้าไปจัดการ
กับสัตว์วิญญาณโดยการดูดกลืนสัตว์วิญญาณทั้งหมด ไม่นานมันก็ดูดวิญญาณเก้าตนนี้จนหมด สร้างความตกใจให้แก่ราชครูยิ่งนัก เพราะเขาไม่เคยเห็นว่าจะมีวิญญาณสัตว์ที่ไหน สามารถกลืนกิน สัตว์วิญญาณด้วยกันเองได้เลย
พอมันดูดกลืนเสร็จร่างของกระรอกเทพก็ใหญ่ขึ้น พอมันย่อยสลายแล้วมันก็กลับมาเป็นเช่นเดิม เทียนโยนน้ำทิพย์ให้มันเหมือนเดิม ฝ่ายแม่ทัพใหญ่เวลานี้ตกใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าจะมีคนต่อต้านท่านราชครูจอมเวทย์ได้ ราชครูจอมเวทย์เห็นท่าไม่ดี จึงรีบแปลงร่างเป็นนกอินทรี บินหนีออกไป แต่ว่าช้าไปแล้วเทียนใช้ธนูยิงอาฑิตย์ ยิงใส่ร่างราชครู ที่คิดว่าไปรอดปลอดภัยแล้ว ถูกเข้ากลางลำตัว
บินตกลงมาที่พื้นดังตุบ ร่างแหลกเหลวตายสนิท แต่เหมือนก่อนตายมีพลุเวทย์ส่งออกไป เหมือนกับว่ามันแจ้งข่าวสารไปหาใครบางคน เทียน เดินเข้าหาแม่ทัพใหญ่ กับ องครักษ์ทั้งสี่ ที่ยืนตกใจอยู่ไม่กล้าขยับ
“ เรื่องนี้เป็นเรื่องของพวกภายในราชวงศ์ ท่านคงเป็นพระบิดาของ หนิงซวน
เรื่องนี้ให้ท่านจัดการต่อก็แล้วกัน” เทียนพูดจบก็ใช้ยันต์เวทยปล่อยออกมาควบคุมแม่ทัพใหญ่กับลูกน้องทั้งสี่ขยับตัวไม่ได้ เหมือนกับที่ทำไว้กับ จักรพรรดิไท่หยวน และองครักษ์ทั้งหมด ส่วนเทียนก็เดินออกมาจากท้องพระโรง เพราะคิดว่าไม่น่ามีอะไรแล้ว แต่ว่าองค์หญิงวิ่งเข้ามาหาเทียน
“ ท่านอาจารย์ รอก่อน “
“ มีอะไรหรือ”
“ เสด็จพ่อ อยากคุยกับท่านอาจารย์ เชิญท่านไปรอห้องหนังสือสักครู่” องค์หญิงหนิงซวนเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เทียนนั่งรอได้สักพัก จักรพรรดิไท่หยวนก็มา
“ ต้องขอบคุณท่านหมอเทวะ ที่ได้ช่วยข้าจัดการพวกขบฎ ในครั้งนี้ ข้าไม่คิดว่าน้องชายแท้ ยังคงเจ็บแค้นข้าที่ให้เขาอยู่ที่ชายแดน ไม่ให้เขากลับมา แต่เขาไม่รู้เลยว่าครั้งนั้น ข้าทำเพื่อช่วยเขา หากเขาไม่ไป เสด็จพ่อของข้าต้องประหารเขาอย่างแน่นอน” จักรพรรดิพูดเรื่องส่วนตัว เทียนก็ไม่ค่อยอยากรับฟังเท่าไรนัก
“ ที่ข้าเรียกท่านหมอเทวะมา ก็อยากคุยเรืองหนิงซวน ท่านว่าหนิงซวนเป็นคนยังไง” จักรพรรดิเปลี่ยนเรื่องทันที
“ หนิงซวนเป็นเด็กดี มีความตั้งใจและมุ่งมัน อนาคตต้องเป็นหมอที่ดีได้” เทียนเอ่ยตามจริง
“ ไม่ใช่เช่นนั้น ข้าขอพูดตามตรง ข้าอยากยกหนิงซวนให้เป็นคู่ครองของท่าน เวลาหนิงซวนเดินทางไปกับท่าน จะได้ไม่เป็นที่ครหา” จักรพรรดิพูดออกมาตามตรง ทำให้เทียนตกใจ ไม่คิดว่า จักรรพรรดิจะเอ่ยออกมาแบบนี้
“ นับตั้งแต่ข้ารับหนิงซวนเป็นศิษย์ ชีวิตของหนิงซวนก็เปลี่ยนไปแล้ว เธอจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป การใช้ชีวิตคู่ของเธอนั้น เธอมีสิทธิ์ที่จะเลือกเอง ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์แทนเธอได้ ส่วนข้าผู้เป็นอาจารย์ก็ไม่มีสิทธิ์ในเรื่องนี้เช่นกัน” เทียนเอ่ยตามความรู้สึกของตนจริง ๆ
“ ท่านหมายความว่าอย่างไร ที่บอกว่าหนิงซวนจะไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาต่อไปอีก” จักรพรรดิเริ่มสงสัยคำพูดของเทียน
“ ข้าฝึกตนตามวิถีเซียน ลูกศิษย์ของข้าก็ต้องฝึกวิถีเซียนตามข้าไปด้วยเช่นกัน ท่านลองคิดดูอายุขัยมนุษย์ทั่วไปแค่ 100 ปี แต่หนิงซวนอย่างน้อยต้องมี 500 ปี แล้วเธอจะเป็นมนุษย์ธรรมดาไปได้อย่างไร” เทียนอธิบาย
“ อายุขัย 500 ปีเชียวหรือ” จักรพรรดิรำพึงออกมาเบา ๆ
“ ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องที่จะทำให้พวกท่านเสื่อมเสียชื่อเสียง ข้าตกลงใจแล้ว จะยังไม่พา หนิงซวนไปในช่วงนี้ เอาไว้ให้ข้าพร้อมกว่านี้ จะมารับเธอไปเองเวลาที่จะฝึกฝนยังมีอีกมาก” เทียนพูดจบก็ขอตัวกลับทันที ทิ้งให้จักรพรรดิยืนนิ่งคิดเรื่องนี้อยู่คนเดียว...