“วิธีอะไรหรือ”
“เ้าไปถามคุณหนูเสิ่นว่าขนมนั้นทำอย่างไร แล้วกลับมาบอกพ่อครัวก็ได้ หรือไม่ก็รบกวนให้นางช่วยทำให้อีกสักชุดโดยตรงเสียเลย”
แววตาของไป๋จี๋พลันเป็ประกาย
ใช่แล้ว! ทำไมข้าไม่คิดถึงวิธีนี้นะ เป็ความคิดที่ดีจริงๆ!
แต่หากทำเช่นนั้นก็จะมีปัญหาตามมา เขาเป็เพียงองครักษ์ของจวนตระกูลไป๋ จะไปพบกับคุณหนูเสิ่นผู้เป็ถึงบุตรสาวของแม่ทัพที่อยู่ในเรือนลึกได้อย่างไร
ทว่าเพียงนึกถึงนายท่านของตน ไป๋จี๋ก็อดสั่นสะท้านไม่ได้
ตอนนี้ฟ้ากำลังจะมืดแล้ว!
วันนี้นายท่านอาจยังไม่พูดว่าจะกินขนมนี้ แต่พรุ่งนี้ต้องเอ่ยปากแน่นอน!
ทันทีที่คิดได้ดังนั้น ไป๋จี๋จึงตัดสินใจว่าเื่นี้ชักช้าไม่ได้ รีบไปหาคุณหนูเสิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือจะดีกว่า!
ไป๋จื่อมองอีกฝ่ายที่พลิกตัวข้ามกำแพงออกไปในพริบตาก็ได้แต่ส่ายหน้า ก่อนจะหันกลับไปตรวจบัญชีต่อ
ทางด้านไป๋จี๋ เมื่ออ้อมตามทางลัดมาถึงกำแพงนอกจวนแม่ทัพ ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ดวงจันทร์กระจ่าง ดาวพร่างพราว
เมื่อไป๋จี๋ะโเข้าไปในลานเรือนของเสิ่นม่านซู ก็บังเอิญเหยียบอะไรบางอย่างจนเกิดเสียงดัง
กร๊อบแกร๊บ
เสิ่นม่านซูที่เดิมใช้มือเท้าศีรษะอย่างง่วงงุน พลันลืมตาขึ้นทันที เจ๋อหลันก็หันไปมองเช่นกัน
เมื่อเห็นว่าเสิ่นม่านซูมองไปทางหน้าต่าง เจ๋อหลันก็พยักหน้าแล้วรีบพับแขนเสื้อ เดินออกไปอย่างเงียบเชียบ
ไม่นานนัก ด้านนอกก็มีเสียงปึงปังดังขึ้นเป็ระยะ
ป้านเซี่ยใไม่น้อย นางซึ่งถือไม้ปัดขนไก่ไว้ในมือเอ่ยถามอย่างร้อนรน “คุณหนู จะ…ให้บ่าวไปเรียกคนมาหรือไม่เ้าคะ”
“อย่าเพิ่งเรียก รอดูก่อนว่าเป็ใคร”
เสิ่นม่านซูจัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อย เมื่อเห็นว่าไม่มีสิ่งใดไม่เหมาะสมแล้วจึงเดินไปยังห้องโถงด้านนอก ก็เห็นเจ๋อหลันทำหน้าเคร่งขรึม ข้างกายนางมีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนยิ้มเ้าเล่ห์อยู่
นั่นมันคนของต้นขาทองคำไป๋ไม่ใช่หรือ!
เจ๋อหลันกำหมัดแน่นพลางเอ่ยว่า “คุณหนูเ้าคะ ให้บ่าวถีบเ้าคนลามกผู้นี้ออกไปเถิดเ้าค่ะ!”
“เดี๋ยวก่อน เขาเป็คนของจวนตระกูลไป๋”
เมื่อไป๋จี๋ได้ยินว่าคุณหนูเสิ่นรู้จักตนก็รีบกล่าวทันที “คุณหนูเสิ่น บ่าวนามว่าไป๋จี๋ เป็คนของจวนตระกูลไป๋ ครั้งนี้ล่วงเกินบุกเข้ามาเพราะมีเื่ด่วนสาหัสจะขอความช่วยเหลือจากท่านขอรับ!”
การลอบเข้ามาในเรือนคุณหนูยามค่ำคืนย่อมไม่เหมาะสม ดังนั้นไป๋จี๋จึงรีบพูดให้สั้นกระชับได้ใจความ เล่าจุดประสงค์ทั้งหมดในรวดเดียว
พอพูดจบเขาก็มองนางตาละห้อย
“คุณหนูสามเสิ่น ขอเพียงท่านช่วยทำขนมนั้นให้อีกหนึ่งชุด บ่าวจะถือว่าติดหนี้บุญคุณท่านหนึ่งครั้ง วันหน้าหากท่านมีเื่ใดให้บ่าวช่วย ขอเพียงบ่าวทำได้ ต่อให้จะบุกน้ำลุยไฟก็ไม่ลังเลขอรับ!”
แท้จริงแล้วั้แ่ไป๋จี๋ปรากฏตัว เสิ่นม่านซูก็โล่งใจแล้ว
ดูท่าชูครีมที่นางทำจะได้ผลดีทีเดียว
หลังฟังคำพูดของเขาจบ นางทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้า
“ได้ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้า เ้ามารอที่ประตูเล็กด้านข้างจวนแม่ทัพ ข้าจะให้สาวใช้เอาขนมไปให้”
“ขอบคุณคุณหนูสามเสิ่นขอรับ!”
เมื่อเื่สำเร็จ ไป๋จี๋พลันนึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือห้องหอของคุณหนู ใบหน้าก็ร้อนผ่าว รีบหมุนตัวะโหายไปในความมืดยามค่ำคืน
ทางด้านเสิ่นม่านซูสั่งให้ป้านเซี่ยกับเจ๋อหลันปิดประตูหน้าต่างให้เรียบร้อย แล้วกำชับป้านเซี่ยว่าให้ไปเอานมวัวจากครัวมาในวันพรุ่งนี้ จากนั้นนางหันไปกล่าวกับเจ๋อหลันว่า “พรุ่งนี้เช้าเ้าให้จินหลิงไปซื้อพิราบสื่อสารมาหลายตัวหน่อย”
ครั้งนี้ไป๋จี๋บุกเข้ามาในลานเรือนของนาง โชคดีที่นางเป็คนยุคใหม่จึงไม่ถือสา อีกทั้งสาวใช้ทั้งสองก็เชื่อฟังนาง แต่หากครั้งหน้ามีผู้ใดรู้เข้าคงอธิบายได้ยาก โดยเฉพาะหากบิดาของนางรู้เข้า เกรงว่าขาของไป๋จี๋คงไม่รอด…
อีกทั้งเสิ่นม่านซูก็ไม่คิดจะปล่อยโอกาสที่ได้มาอย่างยากลำบากนี้ไปง่ายๆ ภายหน้าคงมีหลายเื่ที่ต้องใช้ไป๋จี๋วิ่งเต้นจัดการ ดังนั้นนางต้องดูแลขาคู่นั้นไว้ให้ดี
ไป๋จี๋ที่สมความปรารถนาแล้ว ก็อารมณ์ดีเป็อย่างยิ่ง ระหว่างกลับจวนตระกูลไป๋ยังครวญทำนองเพลงเบาๆ ไปตลอดทาง ทว่ากลับเห็นนายท่านของตนยืนอยู่ข้างสระบัว ใบบัวด้านหลังเขาก็ต้องแสงจันทร์สาดส่อง
ไป๋จี๋ชะงัก รีบก้าวเข้าไปกล่าว “นายท่าน ดึกแล้ว ลมก็แรง เหตุใดท่านยังยืนอยู่ด้านนอกเล่าขอรับ”
“ไป๋จี๋ เ้าอยากแต่งภรรยาหรือ” ไป๋ซิวจิ่นเอ่ยเสียงเรียบไร้อารมณ์
ไป๋จี๋ตกตะลึงก่อนจะดีใจจนแทบบ้า
หรือว่านายท่านเห็นว่าเขาจงรักภักดี จึงคิดจะหาภรรยาให้เขา?!
ไป๋จี๋ตื่นเต้นจนถูมือไปมา แล้วตั้งใจจะถ่อมตัวสักหน่อย “ฮ่าๆ นายท่านยังไม่แต่งงาน บ่าวก็มิกล้าเร่งร้อนขอรับ”
ไป๋ซิวจิ่นสะบัดแขนเสื้อเบาๆ หมุนตัวเดินจากไปพร้อมเอ่ยทิ้งท้ายอย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นก็อย่าเข้าไปในเรือนของสตรีตามอำเภอใจ อย่าสร้างปัญหาให้ข้า”
ไป๋จี๋ “!!!”
หรือนายท่านรู้แล้วว่าเขาไปที่เรือนของคุณหนูสามเสิ่น?
ขณะที่ไป๋จี๋ใจเต้นระทึก ไป๋ซิวจิ่นก็เดินห่างออกไปแล้ว
แท้จริงแล้วไป๋ซิวจิ่นเพียงได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสตรีจากตัวไป๋จี๋ แต่กลิ่นนั้นจางมาก และไม่คุ้นเคย เขาจึงมิได้ใส่ใจนัก
ไป๋จี๋ที่รอดพ้นภัยถอนหายใจยาว
โชคดี โชคดีจริงๆ ที่นายท่านยังไม่รู้!
วันรุ่งขึ้น เสิ่นม่านซูตื่นไปที่เรือนของหลินซื่อเพื่อขอยืมครัวเล็กอีกครั้งั้แ่เช้า
คราวนี้นอกจากทำชูครีมแล้ว นางยังทำแผ่นแป้งทั้งหวานและเค็มเพิ่มอีกหลายชิ้น เพื่อให้มารดากับบิดากินเป็อาหารเช้าด้วย
เสิ่นเจิ้นกวงที่ได้กินแผ่นแป้งไส้เนื้อแทบจะร้องไห้เพราะมีความสุข เขาเอ่ยอย่างซาบซึ้ง “ลูกสาวช่างเอาใจใส่จริงๆ”
เสิ่นม่านซูยิ้มกล่าว “เหล่าพี่ชายต่างฝึกฝนอยู่ในกองทัพ ทำเื่สำคัญยิ่งกว่า ลูกมิอาจออกรบฆ่าศัตรูได้ จึงทำได้เพียงทำของกินเล็กๆ น้อยๆ มาปรนนิบัติพวกท่านเ้าค่ะ”
หลินซื่อมองบุตรสาวอย่างปลื้มใจ “ม่านซู อย่าลืมท่านย่าด้วยละ”
“เ้าค่ะ ประเดี๋ยวลูกจะทำขนมที่เหมาะสมส่งให้ท่านย่าเ้าค่ะ”
เสิ่นเจิ้นกวงกินแผ่นแป้งไส้เนื้อในจานจนเกลี้ยง แล้วมองบุตรสาวตาละห้อย “ม่านซู ไม่มีแล้วหรือ”
“ไม่มีแล้วเ้าค่ะ” เสิ่นม่านซูตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เสิ่นเจิ้นกวงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง แต่ไม่อยากให้บุตรสาวเหนื่อยเกินไปจึงไม่ได้พูดอะไร เพียงก้มหน้าซดโจ๊กอีกหลายถ้วย
เสิ่นม่านซูออดอ้อนหลินซื่อ “ท่านแม่ ่นี้ลูกชอบลองทำขนมต่างๆ สร้างครัวเล็กในเรือนของลูกได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้สิ แม่จะให้ผู้ดูแลจวนจัดการวันนี้เลย”
“ขอบคุณท่านแม่เ้าค่ะ”
หลังออกจากเรือนของบิดามารดา เสิ่นม่านซูก็พาป้านเซี่ยตรงไปยังประตูเล็กด้านข้างจวนแม่ทัพ
ขณะเดียวกัน เจ๋อหลันที่หิ้วกรงนกพิราบสองกรงก็กำลังยืนจ้องตากับไป๋จี๋อย่างไม่ลดละ
เจ๋อหลันเอ่ยเสียงเย็น “หากมีครั้งหน้า ข้าจะซัดเ้าให้ฟันร่วงหมดปาก!”
ไป๋จี๋ฮึดฮัด “เมื่อวานข้าออมมือให้เ้าต่างหาก!”
“เ้า!”
เมื่อเห็นเสิ่นม่านซู เจ๋อหลันจึงถอยหลังสองก้าว ไม่ต่อปากต่อคำอีก ส่วนไป๋จี๋ก็เลิกทะเลาะทันที เพราะตอนนี้เขาจับจ้องไปที่กล่องขนมสดใหม่!
เสิ่นม่านซูให้ป้านเซี่ยยื่นกล่องอาหารให้เขา จากนั้นก็ให้เจ๋อหลันยื่นกรงนกพิราบหนึ่งกรงแก่ไป๋จี๋
ไป๋จี๋ชะงัก “คุณหนูเสิ่น ท่านให้บ่าวนำกลับไปย่างกินหรือขอรับ”
เสิ่นม่านซู “…”
นางมองซ้ายแลขวาแล้วกล่าวเสียงเบา “ครั้งหน้าหากมีเื่ใด ก็ใช้นกพิราบส่งข่าวมา”
ไป๋จี๋ไม่ใช่คนโง่ จึงเข้าใจทันที พลางหัวเราะแห้งให้กับความคิดไม่เข้าท่าของตน แล้วเกาศีรษะอย่างเขินอาย ในใจก็มองภาพลักษณ์ของเสิ่นม่านซูดีขึ้นมาก
ก่อนหน้านี้คุณหนูสามเสิ่นเอะอะจะเป็จะตาย ถึงขั้นกลืนทองคำ…ดีที่ก้อนใหญ่พอจะติดคอ แล้วนายท่านของเขาช่วยไว้ทัน มิฉะนั้นคงเอาชีวิตไม่รอดแล้ว
ไป๋จี๋ยิ้มกว้างจนเผยให้เห็นฟันขาวเรียงสวย พลางประสานมือคำนับ “เช่นนั้นบ่าวขอตัวก่อนนะขอรับคุณหนูสามเสิ่น”
“อืม”
เสิ่นม่านซูมองส่งไป๋จี๋ไปจนลับสายตา แล้วพาป้านเซี่ยกับเจ๋อหลันเดินกลับ ทว่าพวกนางเพิ่งเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ประจันหน้ากับซูฉินและเสิ่นอี๋เหวินพอดี