"บุตรชายคนโต? มีบุตรชายคนโตอยู่ต่อจากนี้องค์ชายคงจะถนอมนางไว้ในอุ้งมือเป็แน่”
อิ่นหมัวมัวมองดูท่าทางหดหู่ของต่งเอ้อซื่อด้วยแววตาเศร้าสร้อยและหมดหนทางเพื่อที่จะปลอบโยนอีกฝ่าย นางจึงก้มหน้าลงแล้วกระซิบแ่ๆ"พระชายาตราบใด...ตราบใดที่ท่านให้กำเนิดทายาทสายตรงต่อให้หวันเหยียนซื่อจะให้กำเนิดบุตรชายคนโตแล้วจะอย่างไรไม่ว่าอย่างไรบุตรชายของท่านก็มีศักดิ์สูงกว่าอยู่แล้ว”
เมื่อเห็นสีหน้าหม่นหมองของนางที่อึมครึมมากขึ้นเรื่อยๆอิ่นหมัวมัวก็ไม่กล้าเอ่ยถึงการตัดสินใจของฮ่องเต้ที่จะเข้าร่วมงานเลี้ยงสรงสามด้วยองค์เอง
“ทายาทสายตรงอย่างนั้นหรือ” ต่งเอ้อซื่อยกมือลูบไล้หน้าท้องแบนราบของตนปรารถนาให้เด็กคนนี้มาเติมเต็มความ้าของนางให้เป็จริง
ั้แ่หวันเหยียนซื่อเข้ามาอยู่เรือนหลัง แม้ตอนที่ยังไม่มีลูก นางยังทำให้สนมชายาในเรือนหลังอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่นางคลอดบุตรชายคนโตให้กับองค์ชายแล้ว
“พระชายา เด็กคนนี้อาจไม่มีทางได้เติบโตก็ได้ยังมีความเป็ไปได้อีกมากมายนัก ท่านยังไม่ต้องกังวลไปหรอกเพคะรอจนกว่านายน้อยในท้องของท่านใกล้คลอดแล้ว พวกเราค่อยคิดวางแผนกันต่อไปก็ได้”ตงกูกูมองดูต่งเอ้อซื่อที่มีสีหน้าสิ้นหวังก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยเกลี้ยกล่อมอีกแรงนึง
เมื่ออิ่นหมัวมัวได้ยินคำพูดนี้นางก็พลันขมวดคิ้วองค์ชายรู้เท่าทันแผนการของพระชายามาโดยตลอดหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเรือนชิงอี้ขึ้นมาจริงๆแล้วไม่อาจจับมือใครดมได้ก็คงจะดี แต่หากพบ เพียงคิดถึงผลที่จะตามมาก็ทำให้อิ่นหมัวมัวตัวสั่นเทิ้ม
ต่งเอ้อซื่อลูบไล้หน้าท้องส่วนล่างของนางพลางฟังถ้อยคำปลอบใจจากอิ่นหมัวมัวและตงกูกูในใจนางยามนี้ รู้สึกราวกับว่าได้กลืนหวงเหลียน[1]เข้าไป ขมฝาดเสียจนน่าเวทนา เทียบกับโชคของหวันเหยียนซื่อแล้ว พระชายาอย่างนางมีค่าเท่าไรกัน
หลังจากแต่งงานมาหลายปี ในที่สุดนางก็ตั้งครรภ์ ไม่ต้องพูดถึงความโปรดปรานตอนนี้นางกลับยังต้องเผชิญกับความสงสัยขององค์ชายอีกจะให้นางกล้ำกลืนเื่นี้ลงไปได้อย่างไร
เหตุใด!
เหตุใด์ช่างไม่ยุติธรรมนัก!
นางเป็ชายาเอกขององค์ชาย เข้าพิธีแต่งงานตามธรรมเนียมที่ถูกต้อง แต่ตอนนี้นางถูกอนุกดข่มเสียจนไม่สามารถขยับตัวได้เพราะเป็หวันเหยียนซื่อ นางจึงอิจฉา เกลียดชัง และทำร้ายนางอย่างลับๆ น่าเสียดายที่นางลองทุกวิธีแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ผลหรือว่าหวันเหยียนซื่อจะเป็ดาวอัปมงคลของนางจริงๆ
“กูกูพูดถูก หวันเหยียนซื่อโชคดีให้กำเนิดบุตรชายคนโตแล้วเป็อย่างไรจะเลี้ยงให้เติบใหญ่ได้หรือไม่ก็ยังคงเป็ปริศนาอยู่ดีมิใช่หรือ”ดวงตาของต่งเอ้อซื่อฉายแววดุร้ายเปี่ยมล้นไปด้วยความขุ่นเคืองและไม่เต็มใจนางอยากจะทำลายพวกมันทั้งหมดทิ้งเสียเหลือเกิน เล็บที่ถูกตัดแต่งอย่างงดงามครูดไปกับพื้นโต๊ะทิ้งรอยกรีดยาวแฝงความรู้สึกเกลียดชังเอาไว้ในนั้นจนหมดสิ้น
“พระชายา” อิ่นหมัวมัวมองดูใบหน้าที่ไร้สีเืและดวงตาที่ดุร้ายของต่งเอ้อซื่อด้วยความทุกข์ใจอดไม่ได้ที่จะเกลี้ยกล่อมอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง “พระชายา ท่านต้องไตร่ตรองเื่นี้ให้รอบคอบ!ไม่ต้องพูดถึงการปกป้องอย่างเข้มงวดของเรือนชิงอี้เพียงดูจากองค์ชายแล้ว...”
ต่งเอ้อซื่อเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง นางไม่มีทางยอมให้หวันเหยียนซื่อได้รับความโปรดปรานอยู่เพียงผู้เดียวเด็ดขาดหรือหวันเหยียนซื่อ้าเป็ใหญ่เพียงผู้เดียวจะไม่ยอมให้ผู้อื่นได้บ้าง
“หมัวมัว คิดว่าข้าจะพลาดอย่างนั้นหรือ”ต่งเอ้อซื่อมองอิ่นหมัวมัวที่ยืนอยู่ด้านข้างพลางยิ้มเย้ยหยัน
“พระชายา ข้าไม่ได้กังขาในการตัดสินใจของท่าน ข้าเพียงเป็ห่วงเกี่ยวกับเ้านายน้อยในท้องของท่านเท่านั้น”อิ่นหมัวมัวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหนาวสั่นเมื่อเห็นความสงสัยและไอสังหารที่เจืออยู่ในดวงตาของต่งเอ้อซื่อฉายชัดออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
นางใช้เวลาครึ่งชีวิตอยู่เคียงข้างต่งเอ้อซื่อ ั้แ่ตอนที่ต่งเอ้อซื่อถือกำเนิดก็ถูกส่งมอบให้กับนางอิ่นหมัวมัวเฝ้าดูนางั้แ่ยังเป็ดรุณีน้อย หัดเดินจากนั้นก็แต่งงานออกเรือนใช้ชีวิตในฐานะภรรยาผู้หนึ่งเรียกได้ว่าทั้งชีวิตและหัวใจของนางได้ทุ่มเทให้กับต่งเอ้อซื่อไปแล้วทั้งหมด
แต่นางไม่เคยคิดว่าเด็กที่นางฟูมฟักมาด้วยสองมือจะมองนางด้วยสายตาเช่นนี้
ต่งเอ้อซื่อที่ยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดของตนเองจนไม่ทันได้สังเกตเห็นความเงียบอันผิดปกติของอิ่นหมัวมัวในเวลานี้นางคิดถึงแต่เื่ความอัปยศอดสูที่ได้รับ และคิดว่าลมตะวันออกจะพิชิตลมตะวันตก[2]อย่างไร แต่นางลืมไปว่าหากปราศจากความเฉลียวฉลาดซับซ้อนของอิ่นหมัวมัวลำพังนางกับตงกูกูคงยากที่จะประสบความสำเร็จมาจนถึงวันนี้
ตงกูกูมองทุกอย่างด้วยแววตาเฉยเมย ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ท้ายที่สุดแล้วต่อหน้าเ้านายพวกนางก็ต้องแบ่งลำดับชั้นกันอยู่ดีและนางก็ไม่เคยคิดว่าจะอยู่ใต้เงาคนใดคนหนึ่งตลอดกาล
ตอนนี้อนุหวันเหยียนยังเป็ที่โปรดปรานขององค์ชายแต่ไม่มีการป้องกันใดที่ไม่มีช่องว่าง ตราบใดที่นางจับตาดูเรือนชิงอี้นางก็จะได้โอกาสนั้นในสักวัน และหากนางจัดการได้ดี จะยังมีใครเอ่ยว่านางไร้ฝีมือได้อีก
ขณะที่ต่งเอ้อซื่อนายบ่าวกำลังวางแผนกันอยู่จ้าวเจียซื่อที่อาศัยอยู่ในเรือนเถาหรันก็ได้รับข่าวจากเรือนชิงอี้แล้วเช่นกันจ้าวเจียซื่อโกรธมากเสียจนฉีกผ้าเช็ดหน้าของตนเองออกเป็ชิ้นๆ
ความคับข้องใจระหว่างนางกับหว่านซีมีมาอย่างยาวนาน ั้แ่นางย่างเท้าเข้าตำหนักในหว่านซีก็กลายเป็ที่โปรดปรานไปในทันทีไม่เหมือนกับนางที่อาจจะกล่าวได้ว่าแตกต่างกับอีกฝ่ายมากเหลือเกินแม้ว่าตอนนี้หว่านซีจะเป็เพียงอนุแต่นางก็เป็ที่โปรดปรานมากและนางยังให้กำเนิดบุตรชายคนโตขององค์ชายด้วยสถานะของนางมั่นคงอย่างเห็นได้ชัดในทางกลับกัน จ้าวเจียซื่อกลับยังเป็อนุต่ำต้อยที่ไร้ความโปรดปรานอยู่กระทั่งบัดนี้
หว่านซีเข้าตำหนักในก่อนนางเพียงแค่ครึ่งเดือนเท่านั้นแต่นางกลับได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายเป็อย่างมากหลังจากที่นางตั้งครรภ์ไม่เพียงแต่องค์ชายที่ให้ความสำคัญต่อนางแม้แต่อี้เฟยก็ให้ความสำคัญกับนางเช่นเดียวกัน หลังจากคลอดแม้แต่องค์ฮ่องเต้ยังรับสั่งว่าจะเข้าร่วมงานเลี้ยงสรงสามด้วยตรงข้ามกับชีวิตของจ้าวเจียซื่อที่ต้องทนทุกข์ยิ่งนัก นางไม่ได้รับความโปรดปรานจากองค์ชายเส้นสายที่นางวางไว้ก็ถูกตัดขาดไปจนหมดแม้แต่คนรับใช้ข้างกายก็ถูกเปลี่ยนเป็คนใหม่ทั้งสิ้น
ถึงจะมีคนคอยหนุนหลังอยู่ทำให้ชีวิตของนางไม่ได้ลำบากมากนัก แต่วังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะให้บุคคลใดจะสามารถยื่นมือเข้ามาแทรกแซงได้สิ่งที่คนผู้นั้นทำได้ก็มีจำกัดเช่นกัน และการทำเื่ต่างๆ ให้สำเร็จดั่งที่คนผู้นั้นได้กล่าวไว้ก็จำเป็ต้องเตรียมการอย่างรอบคอบ
เตรียมตัวให้พร้อม นางก็รู้เช่นกันว่าต้องเตรียมตัวแต่แรกสุดเป็ต่งเอ้อซื่อตั้งครรภ์ มาตอนนี้เป็หว่านซีให้กำเนิดบุตรชายแล้วจะให้นางสงบสติอารมณ์ได้เช่นไร
แต่ไม่ว่าจ้าวเจียซื่อจะอึดอัดคับข้องใจแค่ไหนนางก็ไม่สามารถสูญเสียผู้สนับสนุนคนนั้นไปในยามนี้เช่นเดียวกับที่นางไม่อาจเสี่ยงให้อิ้นถังรังเกียจนางได้อีกต่อไปแต่ต่อให้อยากเป็ที่โปรดปรานมากเพียงใดสิ่งแรกที่นางต้องทำก็จะต้องให้องค์ชายลืมเื่ก่อนหน้าทั้งหมดนี้เสียก่อนไม่อย่างนั้นอย่าว่าแต่เื่ของตำแหน่งหรือบุตรธิดาเลยแม้แต่การได้เป็อนุของเขาอย่างแท้จริงก็เป็เพียงเมฆ[3]ล่องลอยเท่านั้น
เมื่อเทียบกับหวันเหยียนหว่านซีแล้วตัวนางจ้าวเจียซื่อก็เป็เื่ตลกที่สุดในเรือนหลังแห่งนี้แล้ว ด้วยเหตุนี้จะไม่ให้นางอิจฉา ไม่ให้นางเกลียดชัง ไม่ให้นางไม่พอใจหว่านซีได้อย่างไร
เมื่อเทียบกับความหึงหวงและความเกลียดชังของต่งเอ้อซื่อและจ้าวเจียซื่อแล้วคนอื่นๆในเรือนหลังเคลื่อนไหวได้น่าเบื่อเกินไป แม้จะมีความหึงหวงแต่ความโปรดปรานระหว่างพวกเขาและหว่านซีนั้นห่างชั้นกันเกินไปดังนั้นพวกเขาจึงไม่ค่อยรู้สึกอิจฉามากกว่าเดิมไปสักเท่าไร
ครั้นหว่านซีตื่นขึ้นอีกครั้ง ก็เป็เวลาเช้าวันรุ่งขึ้นแล้วเมื่อลืมตาขึ้นหว่านซีหันศีรษะเล็กน้อยและเห็นอิ้นถังนั่งอยู่ข้างๆนาง
"เ้าตื่นแล้วหรือ" เมื่อเห็นดวงตาที่เปิดกว้างของหว่านซีอิ้นถังก็อดไม่ได้ที่จะถามในขณะที่จับมือนางไว้
“องค์ชาย” เสียงของนางแหบเล็กน้อย เมื่อเห็นความกังวลในดวงตาของเขาหัวใจของนางก็อบอุ่นขึ้นและมุมปากของนางก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้นเป็รอยยิ้ม
เมื่อเห็นว่านาง้าจะลุกขึ้น อิ้นถังก็ช่วยประคองนางขึ้นอย่างเบามือและในขณะเดียวกันก็เรียกคนเข้ามาช่วยนางล้างตัว
“เป็ชายหรือหญิงเพคะ” หว่านซีมื่อวานนี้หลังคลอดลูกก็สลบไปจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองคลอดลูกชายหรือลูกสาวกันแน่
อิ้นถังเลิกคิ้ว มองนางอย่างภาคภูมิใจและพูดว่า "ข้าบอกว่าเขาเป็บุตรชาย เขาก็ต้องเป็บุตรชายอยู่แล้ว”
เมื่อหว่านซีได้ยินสิ่งนี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่ว่าจะเป็ชายหรือหญิงนางย่อมรักลูกของนางแต่ในโลกนี้เกิดเป็หญิงนั้นลำบากนัก โดยเฉพาะหญิงสาวในราชวงศ์พวกนางส่วนใหญ่จำเป็ต้องแต่งงานกับชาวมองโกล และมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่มีอายุยืนยาว
หว่านซีเอื้อมมือไปอุ้มทารกในผ้าห่อตัว และตรวจดูเด็กน้อยตัวอ้วนที่อยู่ในอ้อมแขนของตนเองอย่างระมัดระวัง จมูกเล็กๆ ตาเล็กๆ รูปร่างอวบอ้วนพูดตามตรงนางไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กคนนี้ดูเหมือนใครแต่อิ้นถังกลับเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่าเด็กคนนี้หน้าตาคล้ายเขา หว่านซีเองก็ไม่ปฏิเสธเพราะรู้ว่าเด็กที่มีลักษณะคล้ายบิดาผู้ให้กำเนิดจะได้รับความรักใคร่ทะนุถนอมมากกว่า
“ใบหน้าและรูปร่างของเด็กนั้นคล้ายกับองค์ชายมากจริงด้วยเพคะ"
อิ้นถังได้รับคำตอบที่น่าพอใจ และบังเอิญว่าเด็กน้อยในอ้อมแขนของนางตื่นขึ้นยามนั้นเองเขาจึงเรียกเกาหมัวมัวให้มาอุ้มไปให้แม่นมดูแล
หว่านซีมองไปที่อิ้นถังที่นั่งข้างนาง และทันใดนั้นก็จำได้ว่านี่คือห้องคลอดบุรุษไม่ควรอยู่ในห้องคลอดนานเกินไปนักแต่ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ย อิ้นถังก็แทรกขึ้นมาก่อน
“พรุ่งนี้ข้าจะถวายฎีกา ขอให้ฮ่องเต้แต่งตั้งเ้าเป็ชายารอง”
"องค์ชาย ท่าน..." หว่านซีตะลึงงันไม่คาดคิดว่าอิ้นถังจะแต่งตั้งตำแหน่งใหม่ให้นางเร็วถึงเพียงนี้
ในชีวิตที่แล้ว ในเรือนหลังขององค์ชายเก้า นอกจากต่งเอ้อซื่อพระชายาแล้วก็ไม่มีผู้ใดได้รับพระราชทานตำแหน่งอีกพวกนางต่างก็เป็เพียงสนมชายาระดับต่ำหรืออนุภรรยาไม่มีตำแหน่งเท่านั้นหรือก็คือพวกนางไม่มีใครได้รับการยอมรับอย่างแท้จริงเลยแม้แต่คนเดียวเป็เพราะอิ้นถังนั้นไม่ยินยอมที่จะให้ตำแหน่งแก่ผู้ใดง่ายๆแต่เมื่อเขาพูดว่าจะขอพระราชทานตำแหน่งให้แก่นางก็ทำให้หว่านซีทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันควัน
"ตำแหน่งอนุจะคู่ควรกับเจียวเจียวของข้าได้เช่นไรกัน"อิ้นถังลูบมือเรียวบางของหว่านซีพลางเอ่ยอย่างจริงจัง
อี้เฟยได้ยินว่าอิ้นถัง้ามอบตำแหน่งชายารองให้กับหว่านซีนางก็ไม่ได้ขัดข้อง หว่านซีให้กำเนิดบุตรชายคนโตของอิ้นถังการที่นางได้ตำแหน่งก็เป็เื่สมควรแล้ว ถึงแม้การเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วเช่นนี้จะดูไม่ค่อยเหมาะสมแต่เนื่องจากนางเป็ผู้ให้กำเนิดบุตรชายคนแรก ดังนั้นการตั้งตำแหน่งชายารองก็สมเหตุสมผลแล้ว
เมื่อฮ่องเต้คังซีได้รับฎีกาขอแต่งตั้งจากอิ้นถังเขาก็ไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเื่นี้หากไม่ได้มีเื่ราวใหญ่โตอันใดปกติแล้วเขาไม่ได้สนใจเื่ราวในตำหนักในของบุตรชายมากนัก ยิ่งไปกว่านั้นหวันเหยียนซื่อก็เป็คนมีความสามารถผู้หนึ่งถึงขนาดตั้งครรภ์ได้ไม่นานหลังจากเข้ามาในตำหนัก นับว่าเป็ผู้มีวาสนาคนหนึ่ง...ฮ่องเต้คังซีนึกแล้วก็เขียนอนุมัติลงไป
รัชสมัยของฮ่องเต้คังซี ปีที่สี่สิบแห่งการครองราชย์องค์ชายเก้า อ้ายซินเจวี๋ยหลัวอิ้นถังได้ถวายฎีกาขอพระราชทานตำแหน่งแก่อนุหวันเหยียนให้เป็ชายารองฮ่องเต้มีพระราชโองการแต่งตั้งตามคำขอ
สองวันต่อมาเป็งานเลี้ยงสรงสามของบุตรชายคนโตของอิ้นถังแม้ว่าหว่านซีจะไม่สามารถเข้าร่วมได้ แต่นางก็ช่วยจัดเตรียมสิ่งของในพิธีให้กับเ้าตัวเล็กอย่างขยันขันแข็ง
ซาลาเปาน้อยของนางอายุเพียงสามวัน แต่เขามีอารมณ์ดี เพียงเขาได้กินอิ่มมีเนื้อตัวสะอาดสะอ้าน เขาจะไม่สร้างปัญหาใดๆ เลย หว่านซีกอดซาลาเปาน้อยที่เป่าฟองเล็กๆ หลังดื่มนมเสร็จยิ่งมองยิ่งน่ารักหว่านซีจูบแก้มเล็กๆ ของเขา พลางนึกว่าหากไม่กลัวเสียเวลานางคงไม่ให้เกาหมัวมัวพาเ้าตัวน้อยไปหาอิ้นถังรวดเร็วปานนี้
ฮ่องเต้คังซีรับสั่งว่าจะเสด็จมาดังนั้นไม่ต้องพูดถึงข้าราชบริพารที่มาร่วมแสดงความยินดีแม้แต่องค์รัชทายาทและคนอื่นๆ ก็มาแสดงความยินดีแต่เช้าพร้อมกับพระชายาเป็การแสดงออกถึงความให้เกียรติอย่างมาก
บุตรชายคนโตล้างตัวสามน้ำ[4]หากเรือนหลังไม่มีพระชายาอิ้นถังสามารถจัดการให้สตรีคนอื่นในเรือนหลังเข้าร่วมได้แต่เมื่อมีพระชายาดังนั้นต่อให้กำลังตั้งครรภ์นางก็ต้องออกหน้าจัดการโดยเฉพาะเมื่อมีฮ่องเต้เสด็จมาในงานด้วย
เป็เวลานานแล้วที่อิ้นถังปิดเรือนต่งเอ้อซื่อ เนื่องจากความไม่พอใจเขาจึงไม่ได้ไปเยือนเรือนหลักเลยยามนี้จะถึงพิธีสรงสามของบุตรชายคนโต พระชายาจำต้องมาร่วมงาน แต่อิ้นถังไม่อยากไปหานางด้วยตนเองจึงให้หลินชูจิ่วไปแจ้งข่าวเพียงเท่านั้น
ต่งเอ้อซื่อบำรุงครรภ์ของตนเองอย่างสบายใจได้อยู่สองวันเดิมนางยังคิดว่านางจะไปพิธีสรงสามหรือไม่ก็ไม่สำคัญแต่เื่กลับใหญ่โตขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด เพราะไม่เพียงแต่จะจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่แม้แต่ฮ่องเต้ก็ยังจะเสด็จมาร่วมงานด้วย เกียรติยศยิ่งใหญ่ถึงเพียงนี้แม้แต่ทายาทสายตรงยังไม่แน่ว่าจะได้รับนับประสาอะไรกับบุตรของหญิงสารเลวอย่างนั้น
ไม่ว่าต่งเอ้อซื่อจะไม่เต็มใจแค่ไหน นางก็ไม่กล้าขัดขืนฮ่องเต้และหลังจากแต่งตัวใหม่แล้ว ต่งเอ้อซื่อก็จับมืออิ่นหมัวมัวแล้วออกมา
ต่งเอ้อซื่อตั้งใจแสดงออกถึงความดีงามของตน แต่น่าเสียดายที่ในหมู่พระชายาขององค์ชายนั้นพระชายาในองค์รัชทายาทขึ้นชื่อเื่ความดีงาม พระชายาขององค์ชายสี่ขึ้นชื่อเื่ความกตัญญูเมื่อถึงคราวของนางดูเหมือนว่าทำอย่างไรก็สู้สองคนนี้ไม่ได้
อิ้นถังเห็นต่งเอ้อซื่อปฏิบัติตนได้เหมาะสมจึงไม่ได้พูดอะไรแต่ซาลาเปาน้อยตัวขาวๆ นุ่มๆ ที่อยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนนั้นกลับโดดเด่นมากบรรดาองค์ชายกำลังจะเข้าไปดู แต่แล้วรถม้าขององค์ฮ่องเต้ก็มาถึง
ทุกคนเดินไปข้างหน้าทันทีเพื่อถวายคำนับ ฮ่องเต้ตอบรับอย่างอารมณ์ดีก่อนเดินไปยังห้องโถงใหญ่เพื่อนั่งลง
ฮ่องเต้คังซีมองไปที่อิ้นถังและโบกมือเล็กน้อยอิ้นถังอุ้มซาลาเปาน้อยจากอ้อมแขนของเกาหมัวมัวและก้าวเข้าไปหาผู้เป็บิดาทันที ฮ่องเต้คังซีจ้องมองซาลาเปาน้อยที่ทั้งน่ารักและขาวผ่องนุ่มนิ่มตรงหน้าเขาเห็นได้ชัดว่าซาลาเปาลูกนี้ไม่เพียงเติบโตได้ดี แต่ยังได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มชื่นชม
“ดูดีเหมือนเ้าเก้า”
[1] มาจากคำว่า 哑巴吃黄连 有苦说不出 คนใบ้กลืนหวงเหลียนแม้ขมก็พูดไม่ออก อุปมาว่ามีความทุกข์ใจแต่ยากที่จะพูด
[2] หมายถึงการหาวิธีเอาชนะอีกฝ่าย
[3] เื่เลื่อนลอยหรือไม่แน่นอน เป็การสื่อถึงความไม่แน่นอนของชีวิตหรือโชคชะตา
[4] ในประเทศจีน หลังคลอดได้3 วัน ทารกจะต้องอาบน้ำในอ่างที่แม่นำมาให้ในงานแต่งงาน ดังนั้นจึงเรียกอีกอย่างว่า"ล้างตัว 3 ครั้ง" หรือ"ล้าง 3 ศาล"