Thinking of 18
หลายวันถัดไป
เช้าวันที่ต้องไปทำงานฉันรู้สึกไม่ชอบเลยสักนิดแม้จะผ่านมาได้สักพักใหญ่ ๆ ฉันก็ไม่ชิน ฝุ่นบอกคร่าว ๆ ระหว่างที่นั่งรถไปทำงานว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง ส่วนฉันวันนี้มีประชุมตอนเช้าส่วนเสร็จตอนไหนไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนเย็นฉันมีนัดทานข้าวกับเพื่อน ๆ เพื่อนที่ว่ามีฝุ่น อรุณและฟาง ฟางหลังจากสอบเสร็จก็ไปทำงานให้กับซันเดย์เหมือนมีปัญหาอะไรสักอย่างเลยลาออกเห็นเพื่อนว่างเลยดึงเข้ามาทำงานด้วยกันซะเลย อิอิ คิดถึงเพื่อนนี่นา
“คุณฝันมีประชุมสรุปไตรมาสแรกของปีและเสนอแบบผลิตภัณฑ์นะคะ ไม่ทราบว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ”
“อเมริกาโน่ค่ะพี่แต้ม หนูน่าจะหลับในห้องประชุม” ฉันว่าติดตลก ทั้งที่ความจริงก็คงจะหลับแบบนั้นจริง ๆ
“ได้ค่ะ อีกสิบห้านาทีพี่จะเข้ามาเรียกนะคะ”
“รบกวนด้วยนะคะ” ฉันเบื่อที่สุดคือไปนั่งฟังพวกหัวหน้าแผนกพูดจาเอาดีเข้าตัว ทั้งที่ผลงานส่วนมากมีแต่ลูกน้องในแผนกทำ งานบางงานถามจี้ไปก็ตอบไม่ได้ดูก็รู้ว่าไม่ได้ทำเอง น่าเบื่อมาก ดีนะของฉันไม่ใช่เื่งบประมาณหรืออนุมัติโครงการ เื่นั้นส่วนใหญ่จะเป็ฝุ่นกับคุณยูดูแล ฉันบอกเลยว่าไม่ขอยุ่งเพราะมันยุ่งยากและน่าเบื่อหน่ายมากสำหรับฉัน แต่ถ้ามีอะไรก็ปรึกษากันนั่นแหละแต่ไม่เข้าร่วมประชุม
“คุณฝันคะ วันนี้คุณยูเข้าร่วมประชุมด้วยนะคะ”
“ค่ะพี่แต้ม” ปากตอบรับอย่างไม่คิดอะไร ทั้งที่ความจริงไม่อยากให้เข้าก็เถอะ แต่ที่นี่มันของเขานี่ ถามว่าเขาโอนบริษัทให้ฝุ่นหรือยัง เขาจะโอนแต่ฝุ่นไม่เอา ที่นี่เลยเป็ชื่อของเขาอยู่โดยที่ผู้ถือหุ้นเป็ของเขาสี่สิบเปอร์เซ็นต์ ของฉันและฝุ่นคนละสามสิบ
“อุตส่าห์เลี่ยงตั้งนาน” ฉันพึมพำอย่างไม่เข้าใจ ก็ั้แ่่ที่เขาไปญี่ปุ่นแล้วฉันงี่เง่าโทรหาเขาในเวลาส่วนตัวฉันก็แทบจะไม่ได้คุยกับเขาเลย แต่เขาก็ยังโทรมาเรื่อย ๆ ส่งข้อความมาตลอดฉันตอบบ้างไม่ตอบบ้างแล้วแต่่ แต่ไม่ยอมรับสายเขาเลยสักสาย พอเขากลับมาฉันก็ต้องไปต่างจังหวัดคุยเื่สินค้าใหม่กับโรงงาน พอกลับมาเขาก็มีบินไปฝั่งยุโรป เขากลับมาฉันบินไปจีน เราเลยคลาดกันเสียทุกครั้งและหลัง ๆ มาก็ไม่ค่อยได้คุยกันเพราะเวลาไม่ตรงกันแต่เขาก็ขยันส่งมานะข้อความน่ะ แต่พอวันนี้เลขากลับบอกว่าเขาจะเข้าประชุมด้วย ดังนั้นฉันคงเลี่ยงที่จะไม่เจอเขาไม่ได้แล้วสินะ
“คุณฝันคะ ได้เวลาแล้วค่ะ” พี่แต้มเคาะห้องเรียก ฉันหยิบโทรศัพท์มาปิดเสียงจากนั้นก็เดินเข้าห้องประชุมไปพร้อมกับพี่แต้ม เมื่อเข้าไปก็นั่งที่เก้าอี้ตัวแรกของมุมโต๊ะ เว้นที่นั่งประธานการประชุมไว้ให้เ้าของบริษัทที่วันนี้จะเข้าร่วมประชุมด้วย
พอนั่งลงคุณยูก็เดินเข้าห้องมาพร้อมกับเลขาของเขา เมื่อเขานั่งลงเราก็เริ่มประชุมกัน หัวข้อประชุมก็วนอยู่กับเื่เดิม ๆ หัวหน้าแผนกที่ฉันถามข้อมูลไปก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง บ่อยครั้งที่พาลหงุดหงิดแต่ก็ดึงสติกลับมาได้
“เบรกสิบนาทีค่ะ” เลขาฉันเอ่ยแจ้งแก่ผู้เข้าร่วมประชุม หัวหน้าแผนกเริ่มเดินออกไปนอกห้องประชุมคงจะรู้สึกอึดอัดล่ะนะ เพราะมีคนหนึ่งนั่งเถียงกับฉันเลยพาลทำให้บรรยากาศภายในห้องมันอึมครึม
“ทานมื้อเช้าหรือยัง” คุณยูหมุนเก้าอี้มาถาม เมื่อเห็นว่าพนักงานเดินออกไปเบรกหมดแล้ว
“ทานแล้วค่ะ”
“ประชุมต่อไหวไหม ทำไมหน้าซีด” เขายังคงถามต่อ
“ไหวค่ะ” ฉันตอบก่อนจะยื่นมือไปหยิบแก้วกาแฟมาดื่มไม่สนใจสีหน้าท่าทางแสนเป็ห่วงจากเขาเลย ไม่นานก็ประชุมต่อ ประชุมเสร็จก็บ่ายโมงนิด ๆ ที่เคลียกันไม่ลงตัวสักทีเพราะหัวหน้าฝ่ายถกเถียงกัน เื่งบที่จะยื่นใช้ อีกฝ่ายขอเพิ่มแต่งานเท่าเดิม บัญชีก็บอกว่าลดนั่นนี่ดูได้ไหม คือ ฉันปวดหัวมาก นี่หลังประชุมให้ทุกฝ่ายยื่นเอกสารอีกทีเพราะฉันจะตรวจสอบเอง ให้มาเสนอคงเอาแค่ด้านตัวเอง โอ๊ย อยากจะจับพวกเขากลืนลงท้องให้หมดเลยยุ่งยากขนาดนี้
“มื้อเที่ยงพี่ให้เลขาสั่งให้แล้วนะครับ” หลังจากประชุมเสร็จ คุณยูเดินตามออกมาพร้อมกับเอ่ยบอก
“ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบสั้น ๆ ก่อนจะรีบเดินเข้าห้องทำงาน เื่ระหว่างฉันกับคุณยูมันก้ำกึ่ง ขนาดเื่ที่เขาไปญี่ปุ่นครั้งล่าสุดฉันก็พยายามไม่พูดถึง ไม่อยากนึกถึงเพราะนึกถึงทีไรจิตใจมันว้าวุ่นยังไงชอบกล แค่คิดว่าเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นจิตใจมันก็ร้อนรุ่มไปหมด เลยพยายามไม่นึกถึง เพราะฉันกับคุณยูเราก็ยังไม่ได้เป็อะไรกัน ่นี้ที่บริษัทยุ่ง ๆ เื่หมั้นเลยต้องเลื่อนออกไปก่อน ซึ่งฉันเองก็คิดว่ามันดีที่สุดแล้ว
“ฝันครับ ยังโกรธพี่อยู่ใช่ไหม”
“เปล่าค่ะ” ฉันปฏิเสธ เดินไปหยิบโทรศัพท์ที่กำลังส่งเสียงลั่นห้อง
“สวัสดีค่ะ”
(คุณฝันคะ คุณเกรย์อยากคุยเื่สัญญาที่จะเซ็นค่ะ”
“นัดวันไหนคะ”
(เย็นนี้ค่ะ ที่โรงแรมxxx)
“อ่า ได้ค่ะ ช่วยแจ้งเวลาเข้ามาในไลน์ด้วยนะคะ”
(ได้ค่ะ)
“งานเยอะเหรอ?” คุณยูเดินเข้ามาใกล้พลางยกมือลูบผมฉันเบาๆ แววตาห่วงใยนั่นทำให้ฉันแทบเข่าอ่อน ฉันเหนื่อย เหนื่อยจนอยากจะร้องไห้ พอมีคนมาทำแบบนี้ด้วยฉันก็อยากที่จะเข้าไปกอดไปอ้อน
“นั่งพักก่อนนะ เดี๋ยวรอทานข้าวด้วยกัน” คุณยูประคองให้ไปนั่งที่โซฟา ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความขอโทษเพื่อนที่นัดวันนี้ต้องยกเลิก
“ไม่งอแงนะครับ เดี๋ยวพี่ไปด้วย” เรานั่งเงียบกันสักพัก เหมือนอีกฝ่ายคงมีเื่ที่อยากจะคุย เขาเลยเป็ฝ่ายเอ่ยพูดกับฉันแทน
“เื่ที่ญี่ปุ่นขอโทษนะ พี่มีนัดกับลูกค้าตอนกลางวัน พอตกเย็นเพื่อนที่เคยเรียนด้วยกันก็นัดไปทานข้าวเพื่อนสนิทพี่บอกว่ากลุ่มเพื่อนที่มาจากไทยอยากเจอ พี่ไม่ติดอะไรเลยตกลงไปเจอเพื่อน พอไปถึงพวกมันก็บอกว่าเก็บโทรศัพท์รวม ๆ กันไว้เพื่อที่จะได้คุยกันงาน ๆ โดยไม่ต้องห่วงเล่นโทรศัพท์ พี่ไม่รู้จริง ๆ ว่าก่อนหน้านี้หนูโทรมา”
“ถ้าเก็บโทรศัพท์ไว้ด้วยกันหมดแล้วใครตอบไลน์คุณ แฟน?”
“ตอบอะไร พอพี่เปิดดูก็ไม่มีข้อความหนูสักข้อความ โอ๊ย ตีพี่ทำไม” คนตัวโตร้องใเมื่อจู่ ๆ ก็ถูกฝ่ามือฉันฟาดลงที่ต้นขา
“ถ้าคุณไม่ได้ตอบแล้วใครตอบล่ะ” ด้วยความโมโหฉันคว้าโทรศัพท์ตัวเองมากดให้เขาดูว่าฉันส่งอะไรไปให้เขารวมถึงเขาส่งอะไรมา ฮึย! ว่าจะไม่สนใจพอเขาพูดมาแบบนี้ก็อดไม่ได้ที่จะหงุดหงิด
“พี่ไม่ได้จับโทรศัพท์เลยนะ เดี๋ยวพี่จะเคลียทุกอย่างเอง หนูอย่าโกรธแล้วหลบหน้าพี่เลยนะครับ”
“ไม่ได้หลบค่ะ” ฉันตอบไปตามจริง
“โอเค ๆ ไม่หลบก็ไม่หลบ ทานข้าวก่อนครับเสร็จแล้วจะได้เคลียงาน”
“คุณ...”
“ครับ?” อีกฝ่ายขานรับเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากฉัน
“ขอบคุณนะคะ” ขอบคุณทุกเื่ ทั้งที่คอยอยู่ข้างๆ คอยจับมือให้กำลังใจ หรือแม้กระทั่งคอยแคร์เวลาที่ฉันงี่เง่า แค่อยากขอบคุณเขาน่ะ
“...”
“...”
“แค่เป็เราขอพี่ยินดีทำให้ทุกอย่าง...”
=============
มาสั้นๆ เพราะเราเหนื่อยมากจริงๆ เห็นแฟนเพจคอมเม้นเยอะ เลยมาให้เดี๋ยวคนอ่านงอน ^_^ เจอกันตอนหน้านะคะ