้าลานประลองเื สำนักเมฆาศูนย์
ผู้คนจากทั่วแคว้นแดนไกล ต่างแทบก้มกราบกราน เมื่อเห็นการปลุกพลังของธงา เ้าสำนักเถียนซู่ และเหล่าคณาจารย์ผู้าุโรวมพลังเป็หนึ่ง
ควบคุมธงาใหญ่ ให้โบกสะบัด อย่างสง่างาม องอาจเหนือท้องฟ้าสำนัก ปัดเป่าฝนเมฆครึ้ม พลังอันน่าหวาดกลัว แหวกพุ่งทะลุไปถึงชั้นฟ้า วูม!
สร้างความหวัง ให้แก่ผู้คนว่าแคว้นต้าเหยียน จะรอดพ้นจากภัยพิบัติหายนะครั้งนี้
ก่อนจะมีศิษย์บางคนเห็นกลุ่มศิษย์ที่รอดพ้นความตาย ได้รับโชค โอกาส กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหลินอวิ๋น ที่เอื้อมมือขึ้นมาบนหน้าผา เป็คนสุดท้าย ให้ผู้คนต้องหดหรี่ดวงตามอง เป็สายตาเดียวกัน
“หืม!”
หญิงสาวผู้ติดตามหงเยว่ นางพลางกล่าวดังขึ้น ที่ลอบอุดปากน้อยๆ “หลินอวิ๋น คุณชายคู่หมั้นของท่าน เขายังไม่ตายตก!” ที่นางชี้มือออกไป
หงเยว่ มองตามไปที่เด็กหนุ่มอายุ16ปี ย่างเข้า17ปี สภาพของเขาไม่ค่อยสู้ดีนัก แค่พยักหน้าให้อีกฝ่าย เล็กๆ เท่านั้น
ทว่านางใบหน้าเปื้อนเืจากการสังหาร ไม่ได้แสดงท่าทีใดออกมาให้หลินอวิ๋น พยักหน้ากลับมา
แต่ลึกๆ ก็แอบโล่งใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ที่หลินอวิ๋น ยังไม่ตายตก
ซึ่งการแต่งงานของนางกับหลินอวิ๋น เกิดจากผู้ใหญ่ในตระกูลพวกเขาหมั้นหมายกันั้แ่วัยเยาว์ แม้นางจะไม่ได้ปฏิเสธ การมีอยู่ของเขา
แต่การแต่งงานของพวกเขา แทบเป็ไปไม่ได้ หลังจากนางกลายเป็ศิษย์อันดับหนึ่งของสำนักเมฆาศูนย์ นางก็รู้ดีที่หลินอวิ๋น ยังคงยึดมั่นในคำสัญญา การหมั้นหมายของพวกเขาไว้ตลอด
ข้อนี้นางเองก็แอบดีใจด้วยซ้ำ
ส่วนศิษย์พี่ลู่หยวน แทงดาบทะลุหัวใจหลินอวิ๋นไปแล้ว เขายังมั่นใจว่าอีกฝ่าย ตายตกแล้วอย่างแน่นอน
แต่ลู่หยวนไม่คิดว่า ศิษย์น้องหลินอวิ๋น จะรอดพ้นความตายกลับมาได้ จริงๆ
จึงเกิดความลำบากใจ ในแววตาท่าทีของเขาขึ้นมาอยู่บ้าง เมื่อมองหลินอวิ๋น ตรงๆ บัดนี้…
ก่อนเสียง ครืนนน! เปรี้ยง! พลันดึงดูดสายตาผู้คนขึ้นไปมอง เ้าสำนักเถียนซู่ ควบคุมพลังของธงา
ชายชราก็รับรู้ ต้องใช้พลังมหาศาลในการควบคุมธงา
แม้แต่เหล่าคณาจารย์ บางคนช่วยกันขับเคลื่อน ยังต้องสูญเสียปราณพลังในร่าง จวนแทบเหือดแห้งตายตกวายชนม์ลงไป
ก่อนเสียงแหบพร่า เ้าสำนักชราเถียนซู่ จะแผ่กระจายออกไปทั่วขุนเขาสำนัก พร้อมเสียงระฆังเตือน ดังกึกก้องกังวาน
ตึงงง! ตึงงง! สะท้านใจหมู่ชน
“ทุกคนเตรียมรับมือสำหรับศึกใหญ่ ของผู้มาเยือน ในอีก5วันที่จะมาถึง!”
เสียงนั้นประกาศกร้าวดังก้อง แผ่พลังกดดันสาดกระจาย ออกไปทั่วแดนอาณา
เมื่อร่างเหล่าคณาจารย์ ผู้าุโกลายเป็แสงพุ่งขึ้นยอดเขา ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เหล่าศิษย์ขานรับอย่างพร้อมเพรียง จึงค่อยลดการประสานฝ่ามือลง
ขณะกล่าวพ่นเสียง “ไป!” เด็ดขาดดังขึ้น
หลังจากแยกย้ายกลับถ้ำฝึกฝนของตนไม่ขาดสายที่อาภรณ์ เปียกชุ่มน้ำหยดเืโบกสะบัด พึบ! พับ! อย่างยุ่งวุ่นวาย
ร่างเ่าั้ก็ทยอยจางหายไปทันที…
เมื่อศิษย์ทุกคนรับรู้หายนะ ใกล้คืบคลานแคว้นต้าเหยียน เข้ามาทุกเสี้ยวขณะ จึงไม่มีใครอยากเสียเวลาของพวกเขา แม้แต่วินาทีเดียวในการฝึกฝน
หงเยว่ นางอดไม่ได้หันปรายตามอง หลินอวิ๋นในตอนท้ายแวบหนึ่ง เมื่อเห็นความสับสน ในแววตาของอีกฝ่าย
นางอดไม่ได้ส่งคำพูดปราณจิต ออกไปพูดคุยเป็การส่วนตัว “คงไม่ใช่ว่า เ้าหวาดกลัวการต่อสู้ คิดอยากกลับตระกูลหรอกนะ หลินอวิ๋น”
“ตอนนี้ต่อให้เ้ากลับตระกูลหลินของเ้า แคว้นต้าเหยียน ก็ไม่มีที่ปลอดภัยให้เ้าหลบหนีหรอกนะ”
ด้านของหลินอวิ๋น มองขึ้นไปบนฟ้า คล้ายสติของเขากลับมาอีกครั้ง “ขอบคุณแม่นางที่กล่าวเตือน” พร้อมพลิ้วกายจากไปยังยอดเขาของตนทันที
ฟิ้ว!
“หืม?” หงเยว่ััได้ถึงความผิดปกติบางอย่างจากตัวของหลินอวิ๋นในเสี้ยววินาทีนั้น นางขมวดคิ้วมุ่นก่อนส่ายหน้าไปมา เบาๆ “เ้าเด็กนี่... เปลี่ยนไปหรือเปล่านะ? แต่ก็ช่างเถอะ...”
เมื่อนางหันมองไปยังเขตชายแดน ก็จะรีบพลิ้วกาย จากไปอย่างรวดเร็ว ไม่ต่างจากศิษย์คนอื่นๆ ที่้าปิดด่าน่เวลาที่เหลืออยู่
…ขณะเวลาที่ค่อยๆ นับถอยหลัง ทั่วแคว้นต้าเหยียนต่างก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว ราวกับความกลัวนั้น กำลังแช่แข็งสถานที่แห่งนี้ไว้ได้เชียว
การรุกรานของมหาอำนาจสำนักสยบหล้า ขุมกำลังใหญ่หลายขั้วอำนาจถูกกลืนกินล่มสลาย แคว้นต่างๆ ผนวกรวมเข้าเป็หนึ่ง จวนแทบเป็จักรวรรดิใหญ่
มีให้เห็นเป็ประจักษ์พยานความโหดร้าย…ในที่สุดก็มาถึงคราวแคว้นต้าเหยียนของพวกเขาต้องเผชิญ
ซึ่งทรัพยากรมหาศาล กับขุมกำลังมหาอำนาจใหญ่ ผนึกกำลังจอมยุทธ์หลายสำนักไว้ แทบเป็ไปไม่ได้เลย ที่แคว้นต้าเหยียนจะยืนหยัด รับไว้ได้เพียงลำพัง
เมื่อส่งคำเชิญร่วมสู้ออกไป…
ข้อมูลนี้เองยังมีอยู่ในหัว หลินอวิ๋น เขาที่กำลังขบคิดกับตนเอง
ที่นั่งเอนกายบนก้อนหินใหญ่ ไม่ได้ปิดขั้นพลัง เสริมแกร่งเหมือนศิษย์คนอื่นๆ แต่อย่างใด
ขณะกล่าวพึมพำกับตนเอง “เมื่อเทียบกับพลังเทพที่ข้ามีอยู่ก่อนหน้านี้ พลังร่างกายนี้ในขั้นพลัง ขัดเกลากระดูกขั้นต้น ไม่นับเป็อะไรได้ จริงๆ ซินะ”
ก่อนเสียงใบไผ่แห้งด้านหลังพัดไหวขึ้น ให้หลินอวิ๋น ต้องปรายตามองผู้มาเยือน
ชายหนุ่มอายุแก่กว่าเขา ใบหน้าเ็าเผยท่าทีระแวดระวัง จะรีบเอ่ยขึ้น “ข้าเองศิษย์ผู้น้อง หลินอวิ๋น”
ครั้นกล่าวเสร็จศิษย์พี่ลู่หยวน ก็แอบลอบมองท่าทีของหลินอวิ๋น มีจิตสังหาร ไหลเล็ดลอดออกมาหรือไม่
แต่มันกลับผิดคาด คนที่เขาฆ่าสังหาร ไม่ได้มีท่าทีใดออกมาแม้แต่น้อย “เ้าไม่ขุ่นเคือง ข้า ที่สังหารเ้าลงไปหรืออย่างไร?”
ศิษย์พี่ลู่หยวน อดไม่ได้ไต่ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
หลินอวิ๋นแค่ส่ายหัวไปมา ซึ่งหากอีกฝ่ายคิดมากลบฝังเขาละก็ คงถูกเขาสังหารไปั้แ่ตอนมาเยือนแล้ว
เมื่อกล่าวเบี่ยงประเด็น อย่างไรหลินอวิ๋นคนเดิม ก็ไม่ได้มีความคิดแก้แค้นศิษย์พี่ “ผิดคาดข้าไม่น้อยเหมือนกัน ที่ศิษย์พี่ลู่หยวน ออกจากการปิดด่านใน่เวลาเช่นนี้”
ลู่หยวน พลางหัวเราะ ฮ่าๆ “อืม! เ้าก็เหมือนกันไม่ใช่หรือศิษย์น้อง ที่นี่อาจจะมีแค่พวกเราเท่านั้น ที่ไม่ได้ปิดขั้นพลังตอนนี้แล้ว”
เสี้ยวขณะในฝ่ามือเขาหมุนแหวนมิติขึ้น ปึง! จะเผยน้ำเต้าสุราลูกหนึ่งสีเขียว ลอยให้เขาจับคว้า หมับ! แล้วกระดกเข้าปาก หลาย อึก! อึก!
อ่าาา! ครั้นพ่นคำพูดมั่นใจออกมา
“เมื่อผู้รุกรานมาเยือน ถึงตอนนั้นพวกเราจะช่วยกันสังหารศัตรู แข่งกันอีกครั้งศิษย์น้อง” ก่อนจะโยนน้ำเต้าสุราของวิเศษ ออกไปให้อีกฝ่าย
หลินอวิ๋น รับไว้ ตอบเสียงเรียบไม่ยินดียินร้าย “ได้! ย่อมต้องเป็แบบนั้น แน่นอน” ที่เขาลองกระดกสุราเข้าปาก ให้ความร้อนแผ่ซ่านเข้าไปภายในร่างกาย
หลินอวิ๋น ก็เผยดวงตาประหลาดใจ สุราตรงหน้าขึ้นมา
ลู่หยวน คลี่ยิ้มหัวเราะร่วนในตอนท้าย “ฮ่าๆ แล้วเจอกัน” ก็จากลาไปทันที…ที่อีกฝ่ายทิ้งสุราน้ำเต้าให้หลินอวิ๋น นอนเอนกายบนโขดหิน ไม่มีท่าทีเขาจะลุกไปไหน