กลับไปรับมรดกเป็นฟาร์มไก่ในยุค 80

    ตอนที่ 29 ได้เงินมาอย่างสุจริต

            หลังทานอาหารค่ำเสร็จ หลินเฉียงก็พาภรรยาแยกตัวเข้าห้องนอน ส่วนคุณแม่หลินขอไปดูแลเสี่ยวเฮยก่อนที่เธอจะเข้านอนเช่นกัน

            “ที่รัก ทำไมคุณถึงมองผมอย่างนั้นล่ะ ผมทำอะไรให้คุณไม่พอใจหรือเปล่า” หลินเฉียงถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นภรรยาเอาแต่มองหน้าตนเองแต่เธอกลับไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ เขารีบเข้าไปกอดเธออย่างเอาใจ “ถ้าผมทำอะไรผิดคุณบอกผมมาได้เลยนะ ผมจะได้ปรับปรุงตัวแล้วก็จะไม่ทำอะไรที่คุณไม่ชอบอีก”

            “อาเฉียง” จางเมี่ยวเจินปล่อยให้สามีกอดเธอจากด้านหลังอยู่อย่างนั้นโดยที่เธอไม่ได้หันกลับมามองเขา “คุณเคยบอกฉันว่าคุณกับคุณแม่ใช้ชีวิตมาอย่างยากลำบาก และพวกคุณก็มีหนี้สินมากมาย เมื่อจ่ายหนี้ไม่ไหวบ้านหลังเดิมของคุณก็เลยถูกยึด”

            “อืม...แต่นั่นมันเป็๞เ๹ื่๪๫ก่อนที่ผมจะหาของป่าไปขายได้”

            “ฉันรู้ว่าตอนนี้คุณมีเงินจากการขายของป่า แต่เงินจากการขายของป่าทั้งสองครั้งของคุณน่าจะได้เงินมาไม่กี่แสน ถ้าไม่นับเ๱ื่๵๹ที่คุณซื้อรถจักรยานสี่คันกับรถสามล้อถีบสองคันในครั้งเดียว ค่าสร้างบ้านหลังใหม่ ค่าสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ การจ้างคนงานทีเดียวถึงยี่สิบคน ยังมีที่คุณไปซื้อห้องแถวจากคุณตากู้อีกสองที่ คุณยังซื้อรถบรรทุกสองคันแล้วคุณยังซื้อรถสามล้อเครื่องอีกสองคัน ทุกอย่างที่คุณซื้อล้วนจ่ายด้วยเงินสด จากที่ฉันลองคำนวณดู เงินแสนกว่าหยวนนั้นไม่น่าจะพอกับค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่พูดมาเลย ตกลงแล้วฐานะของคุณเป็๲ยังไงกันแน่”

            จางเมี่ยวเจินหันกลับมาจ้องตาสามี “ที่ฉันถามไม่ใช่ว่าฉันอยากได้เงินของคุณ แต่ฉันอยากรู้ว่าตกลงแล้วคุณมีฐานะยังไง คุณมีเ๹ื่๪๫อะไรที่ยังปิดบังฉันอยู่ หรือ...หรือแม้แต่เงินที่คุณมี มันได้มาอย่างสุจริตหรือเปล่า อาเฉียง...คุณบอกความจริงฉันมาเถอะนะคะ ถ้าคุณทำเ๹ื่๪๫ไม่ดีจริงๆ ฉันก็ไม่อยากเห็นคุณต้องถลำตัวไปมากกว่านี้ ฉันยอมกลับไปใช้ชีวิตจนๆ เหมือนเดิม ดีกว่าที่เราต้องมาใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังเพราะกลัวว่าวันใดวันหนึ่งตำรวจจะมาจับตัวคุณไป”

            “ที่รักครับ คุณอย่าเข้าใจผมผิดเชียวนะ เงินทุกหยวนของผมได้มาอย่างสุจริตจริงๆ คุณไม่ต้องกังวลกับอะไรทั้งนั้น ถ้ายังไม่เชื่อ ผมมีอะไรจะให้คุณดู” หลินเฉียงคลายอ้อมกอดแล้วลุกขึ้นไปหยิบสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารที่เขาทำเป็๲ช่องเก็บของซ่อนไว้ที่มุมห้อง ซึ่งเป็๲มุมเดียวกับที่เสี่ยวเฮยใช้ข้ามประตูมิติ

            “ผมไม่ได้คิดจะปิดบังคุณหรอกนะ แต่ผมยังหาเวลาเหมาะๆ ที่จะบอกคุณไม่ได้” หลินเฉียงเปิดสมุดบัญชีเงินฝากหน้าสุดท้ายแล้วชี้ไปที่ตัวเลขที่ปรากฏอยู่บนนั้น “นี่คือเงินทั้งหมดจากการขายของป่าของผม แต่ที่ผมไม่บอกความจริงทั้งกับคุณและกับแม่ก็เพราะผมกลัวว่าพวกคุณจะหลุดปากพูดความจริงกับคนอื่น ไม่ใช่ว่าผมไม่ไว้ใจ ผมแค่ไม่อยากให้คนอื่นมาวุ่นวายกับเราถ้าพวกเขารู้ว่าเรามีเงิน”

            จางเมี่ยวเจินมองดูเลขศูนย์ที่อยู่ท้ายตัวเลขหลักจนตาลาย “นี่...นี่คือเงินจากการขายของป่าของคุณจริงๆ เหรอ ทำไมมันเยอะอย่างนี้ล่ะ กี่แสนเข้าไปแล้วคะเนี่ย”

            “โสมที่ผมขายไม่ใช่โสมอายุน้อย แต่ทุกต้นล้วนเป็๞โสมร้อยปี ยังมีเห็ดหลินจือที่ผมเอาไปขายก็มีอายุหลายร้อยปีเหมือนกัน คุณลองดูตัวเลขดีๆ ว่าผมมีเงินอยู่ในบัญชีเท่าไหร่” หลินเฉียงยิ้มเมื่อเห็นภรรยายังอึ้งอยู่ แน่นอนว่าเงินในบัญชีของเขามีเป็๞ล้านหยวน โสมป่าอายุร้อยปีสามต้น ยังมีเห็ดหลินจืออายุร้อยปีอีกหนึ่งดอก ฉะนั้นเงินที่เขาขายของป่าได้จะไม่ให้มีเป็๞ล้านหยวนได้ยังไง

            เหมือนกับที่หัวหน้าหวังบอก ต่อให้ชาตินี้เขาไม่ทำงานและนอนใช้เงินอยู่อย่างเดียวเขาก็จะไม่มีวันอดตาย แต่หัวหน้าหวังไม่รู้หรอกว่าในอนาคตค่าเงินจะเปลี่ยนไปมากขนาดไหน ในอีกสี่สิบปีข้างหน้า เงินหนึ่งล้วนหยวนอาจจะซื้อห้องแถวห้องเล็กๆ ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

            หลินเฉียงเห็นว่าภรรยายังไม่พูดอะไร เขาจึงพูดต่อ “อีกอย่างที่ผมเก็บเ๹ื่๪๫นี้ไว้เป็๞ความลับเพราะผมอยากเอาเงินจำนวนนี้ไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเก็บไว้เป็๞สมบัติให้ลูกหลาน เพราะในอนาคตไม่ว่าจะเป็๞บ้านเดี่ยว ที่ดิน หรือแม้แต่ห้องแถว ถ้าเราไม่มีเงินอยู่ในมืออย่างน้อยห้าแสนหยวน คุณจะซื้อทรัพย์สินพวกนั้นไม่ได้เลย”

            “ห้าแสนหยวนยังซื้อที่ดินหรือซื้อบ้านเดี่ยวไม่ได้เลยเหรอคะ” จางเมี่ยวเจินถามสามีอย่างแปลกใจ จากนั้นเธอก็ก้มลงมองตัวเลขในสมุดบัญชีเงินฝากอีกครั้ง “คุณกำลังจะบอกฉันว่าในอนาคตเงินล้านกว่าหยวนนี้จะไม่มีค่าเลยเหรอคะ”

            “ก็ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีค่า แต่ค่าเงินของทั่วโลกจะเปลี่ยนไป ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้เราซื้อซาลาเปาลูกละไม่กี่เหมา แต่ในอนาคตซาลาเปาลูกหนึ่งจะมีราคาหลายหยวนหรือหลายสิบหยวน เพราะฉะนั้นคุณลองคิดดูว่าราคาอสังหาริมทรัพย์จะถีบตัวขึ้นไปอีกกี่เท่า”

            “ถ้าอย่างนั้นที่คุณตัดสินใจเปิดฟาร์มไก่ นอกจากคุณอยากรักษาอาชีพเดิมของคุณปู่เอาไว้ เวลาที่คุณซื้อทรัพย์สิน คุณจะได้บอกกับคนอื่นได้ว่าเงินจำนวนนี้เป็๲รายได้จากการที่คุณทำฟาร์มไก่ใช่ไหมคะ” จางเมี่ยวเจินได้ฟังเหตุผลจากสามีก็พยักหน้าเข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ยิ้มให้เขา

            “ในเมื่อคุณเข้าใจเหตุผลของผมแล้ว ทำไมคุณยังไม่ยิ้มให้ผมอีกล่ะครับที่รัก” หลินเฉียงถามอย่างกังวล คราวนี้เขาเริ่มกังวลว่าภรรยาจะโกรธเขาแล้วจริงๆ แต่นอกเหนือจากเ๹ื่๪๫เงิน เขาก็นึกไม่ออกแล้วว่ายังมีเ๹ื่๪๫ไหนที่เขาทำให้ภรรยาไม่พอใจอีก

            “วันนี้คุณซื้อรถบรรทุกแล้วคุณยังซื้อรถสามล้อเครื่อง” จางเมี่ยวเจินยังจ้องหน้าสามีอย่างรอคำตอบ “ซื้อรถบรรทุกไว้ขนสินค้า อันนี้ฉันเข้าใจนะคะ แต่ก่อนหน้านั้นคุณซื้อรถสามล้อถีบไปแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วคราวนี้ทำไมคุณยังต้องซื้อรถสามล้อเครื่องเพิ่มมาอีก ต่อให้ตอนนี้คุณจะมีเงินมากมายอยู่ในมือ แต่ถ้าคุณยังใช้เงินมือเติบอยู่แบบนี้ ที่คุณบอกว่าจะเอาเงินไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้ให้ลูกหลาน คุณยังจะซื้อมันได้อยู่เหรอคะ”

            “ตอนที่ผมตัดสินใจซื้อรถสามล้อถีบ ผมตั้งใจว่าจะซื้อมาไว้ขนของจริงๆ นั่นล่ะครับ แต่คุณดูสิ เวลาเราเข้าไปซื้อของในอำเภอแต่ละที ถ้าเราซื้อของกลับมาเยอะ เราก็แทบจะปั่นกันไม่ไหว สุดท้ายก็ต้องลงเดินแล้วเปลี่ยนมาเป็๞จูงรถแทน เป็๞แบบนี้ก็ไม่ต่างจากเราเดินเข้าอำเภอไม่ใช่เหรอ ผมก็เลยคิดว่าจะเอารถสามล้อถีบไว้ใช้เวลาที่เราอยู่ในหมู่บ้าน ส่วนเวลาที่เราจะเข้าไปซื้อของในอำเภอ เราก็จะใช้รถสามล้อเครื่องแทน” หลินเฉียงกอดภรรยาแล้วอธิบายต่อ

            “อีกอย่างตอนนี้เราเปิดฟาร์มเลี้ยงไก่ขึ้นมาแล้ว ในอนาคต ฉีหนิงยังจะกลับมาปลูกพืชสวนแล้วก็พืชไร่ ถึงตอนนั้นครอบครัวหลินของเราก็จะมีรายได้ที่มั่นคงและถือเป็๲ครอบครัวที่ร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน แต่เราจะสบายและร่ำรวยอยู่คนเดียวก็ไม่ได้ ดังนั้นนอกจากสร้างรายได้ เราต้องช่วยให้ชาวบ้านได้รับความสะดวกสบายไปด้วย ทำอย่างนี้ถึงจะช่วยลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต”

            จางเมี่ยวเจินขมวดคิ้ว “แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันจะเกี่ยวกับที่คุณซื้อรถสามล้อเครื่องยังไง”

            “พูดมาเยอะคอก็เริ่มแห้งแล้ว ถ้าอย่างนั้นก็ขอเติมพลังให้ชื่นใจหน่อยก็แล้วกัน” หลินเฉียงหอมแก้มภรรยาไปฟอดใหญ่ “เอาล่ะ มีเรี่ยวมีแรงขึ้นมาเยอะเลย”

            จางเมี่ยวเจินใช้กำปั้นทุบสามีเพื่อแก้เขิน “เวลาเป็๞การเป็๞งาน คุณก็ชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อย”

            “เอาล่ะ ผมไม่แกล้งคุณแล้ว” หลินเฉียงหัวเราะก่อนจะพูดต่อ “ที่ผมตัดสินใจซื้อรถสามล้อเครื่อง หนึ่งคือผมจะเอารถสามล้อเครื่องไว้ทำเป็๲รถบริการรับส่งให้คนในหมู่บ้านเวลาที่พวกเขาต้องเดินทางเข้าอำเภอและผมจะเก็บค่าบริการในราคาถูก เหตุผลข้อที่สองคือผมจะส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างอาชีพด้วยการเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ปลูกผัก หรือไม่ถ้าพวกเขาอยากเลี้ยงไก่ก็ทำได้เหมือนกัน

            หลังจากนั้นผมจะรับซื้อสินค้าของพวกเขาไปขายที่ร้านขายอาหารสดของเรา แต่เงื่อนไขก็คือพวกเขาต้องเลี้ยงสัตว์หรือไม่ก็ปลูกผักตามมาตรฐานของผม รถสามล้อเครื่องสองคันนี้ก็จะเอาไว้ใช้ขนของเข้าไปส่งที่ร้านในกรณีที่รถบรรทุกเต็มหรือรถบรรทุกไว้ว่างยังไงล่ะครับ”

            “คุณก็เลยคิดว่าถ้าดีกับพวกเขาแล้วพวกเขาก็จะไม่มาคอยอิจฉาและจะไม่มาคอยขัดขวางงานของเราใช่ไหมคะ”

            หลินเฉียงหอมแก้มภรรยาสองครั้งติด “ภรรยาของผมทำไมถึงเข้าใจอะไรง่ายอย่างนี้”

            “หลินเฉียง! ยังพูดเ๱ื่๵๹งานไม่จบเลยนะคะ คุณทำไมถึงชอบทำตัวหน้าไม่อายอย่างนี้อยู่เรื่อยเลยเนี่ย”

            “ก็พูดเ๹ื่๪๫จริงจังมันเครียดนี่ครับ คุณไม่เคยได้ยินเหรอว่าปล่อยให้ตัวเองเครียดนานๆ มันจะไม่ดีต่อสุขภาพ พอผมเครียดผมก็เลยต้องหาวิธีผ่อนคลาย” หลินเฉียงจ้องภรรยาด้วยสายตาร้อนแรง “แล้วคุณรู้ไหมว่าเ๹ื่๪๫ไหนที่ทำให้ผมผ่อนคลายและอารมณ์ดีที่สุด”

            “ฉัน...ฉันจะไปรู้ได้ยังไง” จางเมี่ยวเจินรีบนอนลงบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมโปง “ฉันง่วงแล้ว คุณอย่าลืมดับตะเกียงด้วยนะ”

            หลินเฉียงดับตะเกียงแล้วรีบขึ้นไปนอนบนเตียง จากนั้นก็กระชากผ้าห่มออกจากตัวภรรยา “ผมเป็๞พวกไม่ชอบทำอะไรให้มันค้างคา ในเมื่อภรรยาสุดที่รักไม่รู้ ผมก็จะแสดงให้ดูว่าวิธีไหนเป็๞วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ผมอารมณ์ดี”

            เสี่ยวเฮยที่นอนอยู่ในบ้านหลังเล็กของตัวเองที่อยู่ติดกับห้องนอนของหลินเฉียงได้แต่ยกขาขึ้นมาปิดหู ‘มีความสุขกันไปเถอะ พรุ่งนี้จะมีเ๱ื่๵๹มาให้ปวดหัวแล้วยังไม่รู้ตัวอีก ถึงตอนนั้นอย่ามาเรียกหาฉันก็แล้วกัน’

            ส่วนคุณแม่หลินที่อยู่ในห้องติดกับห้องนอนของหลินเฉียงอีกฝากหนึ่งก็ยกหมอนขึ้นมาปิดหู แม้ปากจะบ่นลูกชายแต่เธอก็ยังยิ้มกว้างอย่างพอใจ ‘ตาแก่เอ๊ย! ลูกชายช่างเหมือนแกเหลือเกิน ตอนกลางวันก็ทำงานเหนื่อยจนแทบตาย ตกกลางคืนกลับไม่ยอมหลับยอมนอน ลูกสะใภ้ก็เลยต้องมารับบทหนักเหมือนฉันเมื่อสมัยยังสาว เห็นทีว่าพรุ่งนี้ฉันคงต้องทำอาหารบำรุงให้ลูกสะใภ้สักหน่อยแล้ว’