เวลาล่วงเลยเข้าสู่่ดึกสงัด หลินเฟิงขยี้ก้นบุหรี่ในมือทิ้ง จากนั้นก็หยิบยาปลุกพลังออกมาจากช่องเก็บของของระบบ
เมื่อกำหลอดแก้วทดลองที่เย็นเฉียบหลอดนี้เอาไว้ ร่างกายของหลินเฟิงก็เริ่มสั่นเทาเล็กน้อย ความรู้สึกตึงเครียดเจ็ดส่วน หวาดกลัวสองส่วน และอีกหนึ่งส่วนคือความตื่นเต้น สรุปก็คืออารมณ์ของหลินเฟิงในตอนนี้มันช่างซับซ้อนสุด ๆ
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ปราศจากความลังเลใด ๆ หลินเฟิงดึงจุกก๊อกบนหลอดแก้วทดลองออกโดยตรง
"ป๊อก!"
สิ้นเสียงเบา ๆ แก๊สสีทองสายหนึ่งก็พวยพุ่งออกมาจากหลอดทดลอง จมูกของหลินเฟิงขยับดมกลิ่นฟุดฟิดเล็กน้อย จากนั้นใบหน้าของเขาก็เผยให้เห็นถึงความเคลิบเคลิ้ม
'กลิ่นหอมอะไรขนาดนี้! เหมือนกับกลิ่นหอมสดชื่นของดอกมะลิที่กำลังเบ่งบาน ช่างหอมหวนชื่นใจจริง ๆ '
หลังจากสงบสติอารมณ์ของตัวเองลงได้เล็กน้อย แววตาของหลินเฟิงก็ทอประกายแน่วแน่ เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงใด ๆ ยกหลอดแก้วทดลองขึ้นจ่อที่ปากของตัวเอง แล้วกระดกของเหลวในขวดดื่มอึกใหญ่ทันที
อึก อึก อึก...
ดื่มของเหลวในหลอดแก้วทดลองจนหมดเกลี้ยงในรวดเดียว หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะเรอออกมาเต็มเสียง จากนั้นเขาก็เลียริมฝีปากพลางเอ่ยว่า "เอ๊ะ? รสชาติไม่เลวเลยนี่นา เปรี้ยว ๆ หวาน ๆ แบบนี้ฉันชอบ!"
ทว่า เพียงแค่สามวินาทีหลังจากนั้น สีหน้าของหลินเฟิงก็พลันดูไม่ได้ขึ้นมาทันที!
'ร้อน! ร้อนเหลือเกิน! เหมือนมีลูกไฟกำลังแผดเผาอยู่ข้างในร่างกาย!'
'ไม่สิ! ไม่ใช่แค่แผดเผา แต่มันเหมือนกำลังจะะเิออกมาต่างหาก!'
กระดูกทุกชิ้นทั่วร่างของหลินเฟิงเริ่มส่งเสียงดัง 'กรอบแกรบ' ลั่นไปหมด และในวินาทีต่อมา กล้ามเนื้อทุกมัดบนร่างกายก็เริ่มบิดเกร็งอย่างบ้าคลั่ง!
'อ๊าก! เ็ป! เจ็บจนแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว!'
หลินเฟิงอ้าปากกว้าง มือทั้งสองข้างกุมศีรษะของตัวเองเอาไว้แน่น จากนั้นก็กลิ้งทุรนทุรายไปมาบนเตียงไม่หยุด
ความเ็ปทางร่างกายก็ทำให้เขาทรมานจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว ทว่าในจังหวะนั้นเอง ภายในสมองของหลินเฟิงกลับมีความรู้สึกเ็ปที่รุนแรงยิ่งกว่าแล่นริ้วขึ้นมา!
ความรู้สึกนี้ มันเหมือนกับมีใครกำลังเอาเลื่อยมาเลื่อยหัวของเขา เลื่อยลงไปแต่ละทีก็เจ็บลึกทะลวงไปถึงก้นบึ้งของจิติญญา!
หลินเฟิงในตอนนี้ ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเส้นเืฝอยสีแดงก่ำ หูตาจมูกปากบิดเบี้ยวไปหมด ความเ็ปอย่างรุนแรงกำลังทรมานเส้นประสาทรับความรู้สึกของเขาอย่างโเี้!
เวลาผ่านไปนาทีแล้วนาทีเล่า การถูกทรมานทั้งทางร่างกายและจิติญญาแบบคูณสอง ทำให้หลินเฟิงลืมวิธีหายใจไปอย่างสิ้นเชิง ถึงแม้ว่าเขาจะอ้าปากค้างไว้กว้างแค่ไหน แต่กลับไม่มีเสียงใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากลำคอเลยแม้แต่น้อย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน เปลือกตาของหลินเฟิงก็เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อย ๆ จังหวะการเต้นของหัวใจก็อ่อนแรงลงทุกที แม้กระทั่งภาพในลานสายตาก็ค่อย ๆ กลายเป็สีขาวโพลนไปหมด
'นี่ฉันกำลังจะตายแล้วเหรอ? เหนื่อยเหลือเกิน! อยากจะหลับตาลงนอนให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!'
'แต่ว่า ฉันเพิ่งจะได้นิ้วทองคำมา ยังไม่ทันจะได้ใช้ชีวิตแบบคนโกงเปิดโปรเลยด้วยซ้ำ จะให้มาตายลงตรงนี้มันน่าเจ็บใจเกินไปแล้ว!'
'ฉันจะตายไม่ได้! ฉันต้องรอดไปให้ได้!'
'แต่ว่าฉัน... ทนรับมันไม่ไหวแล้วจริง ๆ '
ภาพที่เห็นคือหลินเฟิงที่นอนอยู่บนเตียงตาเหลือกขึ้นบน คอพับคออ่อน จากนั้นก็สลบเหมือดไปในทันที...
กาลเวลาล่วงเลย พระจันทร์ตกดินดวงอาทิตย์ทอแสง วันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง
แสงแดดในยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างกระทบลงบนใบหน้าของหลินเฟิง คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
เขานอนเหม่อมองเพดานอยู่หลายวินาที จู่ ๆ หลินเฟิงก็สะดุ้งเฮือกแล้วเด้งตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียง
'ฉันยังไม่ตาย? ฉันรอดชีวิตมาได้งั้นเหรอ? วิวัฒนาการสำเร็จแล้วใช่ไหม?'
หลินเฟิงพลิกตัวลงจากเตียง จากนั้นก็วิ่งหน้าตั้งพุ่งพรวดเข้าไปในห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว การเคลื่อนไหวต่อเนื่องทั้งหมดนี้ ใช้เวลาเพียงแค่สามวินาทีเท่านั้น ทว่าหลินเฟิงกลับไม่ทันสังเกตเลยว่าความเร็วของตัวเองมันเพิ่มขึ้นจากเดิมตั้งหลายเท่าตัว!
ทว่า เพียงไม่นานก็มีเสียงร้องอุทานด้วยความใของหลินเฟิงดังลั่นออกมาจากในห้องน้ำ
"เฮ้ย! นี่มันตัวฉันจริง ๆ เหรอเนี่ย?!"
หลินเฟิงในกระจกเปลี่ยนไปเป็คนละคน ถึงแม้ว่าหน้าตาจะยังคงเป็ใบหน้าเดิม แต่บุคลิกและบรรยากาศรอบตัวกลับเปลี่ยนแปลงไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำดิน!
จะพูดยังไงดีล่ะ? ก็เหมือนกับตอนที่ซินเดอเรลล่าสวมรองเท้าแก้ว แล้วก็กลายร่างเป็นางฟ้าคนสวยในพริบตา สภาพของหลินเฟิงในตอนนี้ก็แทบจะไม่ต่างอะไรกับสถานการณ์นั้นเลย
ไม่ใช่แค่บุคลิกภาพที่เปลี่ยนไปเท่านั้น ร่างกายของหลินเฟิงที่แต่เดิมค่อนข้างจะผอมบางก็กลายเป็บึกบึนแข็งแรงขึ้น ตอนนี้ทั่วทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อที่สมส่วน ลวดลายกล้ามเนื้อพวกนั้นมองดูแล้วช่างมีเสน่ห์เย้ายวนใจยิ่งนัก!
หลินเฟิงถึงกับรู้สึกว่าตัวเองสูงขึ้นมานิดหน่อยด้วยซ้ำ จากเดิมที่สูง 177 เิเ ตอนนี้น่าจะสูงอย่างน้อย 180 เิเแล้วมั้ง?
ใช่แล้ว! สายตาก็ดีขึ้นด้วย ไม่งั้นจะมองแวบเดียวแล้วรู้ได้ยังไงล่ะว่าตัวเองสูงขึ้น?
ไม่เพียงแค่นั้น หลินเฟิงยังััได้ว่าพละกำลังของเขาก็เพิ่มมากขึ้นด้วย ในขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกราวกับว่าภายในร่างกายมีเรี่ยวแรงมหาศาลที่ใช้ยังไงก็ไม่มีวันหมด!
'นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่ยาปลุกพลังมอบให้ฉันงั้นเหรอ? ฉันวิวัฒนาการกลายเป็ยอดมนุษย์ไปแล้วจริง ๆ ใช่ไหม?'
เพื่อเป็การพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตัวเอง หลินเฟิงรีบเดินออกมาจากห้องน้ำ จากนั้นก็เริ่มยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายอยู่ภายในห้อง
ลองะโเบา ๆ หลินเฟิงก็ตัวลอยเกือบจะชนเพดานห้อง!
ลองวิ่งเล่นดูสองสามก้าว ก็เกือบจะเบรกไม่อยู่จนพุ่งชนกำแพง!
ยกน้ำหนัก ขนาดตู้เสื้อผ้ายังสามารถใช้มือเดียวยกขึ้นมาได้สบาย ๆ
วิดพื้น ทำรวดเดียวสองร้อยครั้งโดยไม่ต้องหยุดพัก แถมยังไม่มีเหงื่อออกเลยสักหยด!
...
หลังจากออกแรงวิ่งวุ่นอยู่ภายในห้องเป็เวลานาน ในที่สุดหลินเฟิงก็ค่อย ๆ ปรับตัวให้เข้ากับร่างกายใหม่นี้ได้ สรุปรวมความรู้สึกออกมาได้แค่คำเดียวสั้น ๆ
แกร่ง!
หลินเฟิงในตอนนี้มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าเขาสามารถไปท้าประลองแบบตัวต่อตัวกับฉู่อิ๋งอิ๋งได้ ถึงแม้จะไม่รู้ว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงของฉู่อิ๋งอิ๋งนั้นอยู่ในระดับไหน แต่หลินเฟิงก็มีความมั่นใจแบบนั้นไปแล้ว!
ยาปลุกพลังมันช่างสุดยอดมากจริง ๆ แทบจะไม่ต่างอะไรกับยาผลัดเปลี่ยนกระดูกในนิยายแฟนตาซีเลย ชำระล้างไขกระดูกทะลวงเส้นชีพจร ผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่!
นี่แหละคือความรู้สึกของหลินเฟิงในตอนนี้!
หลังจากดีใจจนเนื้อเต้น หลินเฟิงก็รีบเปิดระบบค้นหาสมบัติขึ้นมาทันที และเขาก็ได้เห็นว่าบนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ข้อมูลส่วนตัวของเขาก็มีการเปลี่ยนแปลงไปบางส่วนเช่นกัน
[โฮสต์ : หลินเฟิง]
[ระดับ : ผู้วิวัฒนาการระดับ 1]
[ระดับการวิวัฒนาการ : 10%]
[เงิน : 1,010,000 หยวน]
[ช่องเก็บของ : 0/10]
[จำนวนหีบสมบัติที่เปิดได้ต่อวัน : 3/3]
ในข้อมูลมีระดับและระดับการวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นมา นอกเหนือจากนี้ ข้อมูลอื่น ๆ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย แน่นอนว่าจำนวนหีบสมบัติที่สามารถเปิดได้ต่อวันก็ถูกรีเฟรชกลับมาเต็มอีกครั้งแล้ว
'ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 คืออะไร? แล้วไอ้ระดับการวิวัฒนาการนี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย?'
ทันทีที่ความคิดนี้แล่นผ่านเข้ามาในหัว ระบบค้นหาสมบัติก็ให้คำตอบแก่หลินเฟิงในทันที!
ความทรงจำ่หนึ่งที่ไม่ใช่ของหลินเฟิง จู่ ๆ ก็ถูกยัดเยียดเข้ามาในสมองของเขาอย่างรุนแรง ความรู้สึกปวดบวมแบบนี้ ทำเอาหลินเฟิงแทบจะอาเจียนออกมาตรงนั้นเลยทีเดียว
[ผู้วิวัฒนาการคืุ์สายพันธุ์ใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นจากการกระตุ้นศักยภาพแฝงของตนเอง จนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของร่างกายมนุษย์ได้ หากแบ่งตามความแข็งแกร่งแล้ว ผู้วิวัฒนาการจะมีทั้งหมด 9 ระดับ ทุก ๆ ครั้งที่ผ่านการผลัดเปลี่ยนกระดูก ความแข็งแกร่งของผู้วิวัฒนาการจะเพิ่มขึ้นเป็ทวีคูณ ในขณะเดียวกัน อายุขัยของผู้วิวัฒนาการก็จะได้รับการยืดออกไปอีกด้วย...]
หลังจากอ่านข้อมูลท่อนนี้ที่ปรากฏขึ้นมาในหัวจบ หลินเฟิงก็ไม่สามารถรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้อีกต่อไป!
ตามที่ระบบกล่าวเอาไว้ ขอเพียงแค่สามารถทะลวงเข้าสู่ระดับผู้วิวัฒนาการระดับ 9 ได้ ไม่เพียงแต่จะมีพละกำลังมหาศาลถึงขั้นพลิกฟ้าคว่ำสมุทรได้เท่านั้น แต่ยังสามารถมีอายุยืนยาวเทียบเท่าฟ้าดิน แทบจะเรียกได้ว่ามีชีวิตเป็ะเลยทีเดียว!
'เป็ะไม่แก่ไม่เฒ่างั้นเหรอ! พลิกฟ้าคว่ำสมุทรเนี่ยนะ!'
หลินเฟิงชักจะรู้สึกว่าไอ้ระบบค้นหาสมบัตินี่มันออกจะดูเหมือนพวกต้มตุ๋นหลอกลวงยังไงก็ไม่รู้แฮะ?
แต่ทว่า เมื่อดูจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับร่างกายของตัวเองแล้ว ดูเหมือนว่าระบบค้นหาสมบัตินี้จะไม่ได้โกหกเลยนี่นา!
'คราวนี้รวยเละแน่เรา...'
หลังจากตื่นเต้นอยู่พักใหญ่ หลินเฟิงก็ค่อย ๆ ดึงสติกลับมาใจเย็นลง การที่จะก้าวเข้าไปอยู่ในระดับผู้วิวัฒนาการระดับ 9 ได้นั้น ความยากของมันไม่ใช่ย่อย ๆ เลยนะ!
ตามที่ระบบอธิบายเอาไว้ หากผู้วิวัฒนาการ้าจะเลื่อนระดับของตัวเอง จะไม่มีทางลัดใด ๆ ให้เดินทั้งสิ้น ไม่พึ่งพาการฝึกฝนอย่างหนักหน่วงเพื่อค่อย ๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับร่างกายของตัวเอง ก็ต้องไปกระตุ้นศักยภาพแฝงของตัวเองที่เส้นตายระหว่างความเป็กับความตายเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุก ๆ ครั้งที่ผู้วิวัฒนาการเลื่อนระดับ จะต้องเผชิญหน้ากับการผลัดเปลี่ยนที่เสี่ยงเป็เสี่ยงตายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ ความยากในการผลัดเปลี่ยนก็จะยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
พูดง่าย ๆ ก็คือ ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 จะต้องผลัดเปลี่ยนให้สำเร็จอีก 8 ครั้ง ถึงจะสามารถกลายเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 9 ได้ แถมการผลัดเปลี่ยนทั้ง 8 ครั้งนี้ แต่ละครั้งก็จะยากและอันตรายมากกว่าครั้งก่อนหน้าขึ้นไปเรื่อย ๆ
หลินเฟิงดื่มยาปลุกพลังเพื่อทำการผลัดเปลี่ยนครั้งแรก ร่างกายและจิติญญาของเขาต้องเผชิญกับความทรมานอย่างแสนสาหัส ในระหว่างกระบวนการนี้ หากเกิดความผิดพลาดเพียงเล็กน้อย เขาอาจจะสิ้นใจตายลงตรงนั้นได้เลย!
โชคดีที่ดวงของเขายังดีอยู่ บวกกับความยากในการผลัดเปลี่ยนครั้งแรกของผู้วิวัฒนาการไม่ได้ยากเย็นแสนเข็ญจนเกินไปนัก เขาถึงได้รอดชีวิตมาเห็นดวงอาทิตย์ของวันใหม่ได้
พอคิดมาถึงตรงนี้ หลินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนเหงื่อเย็นเฉียบแตกพลั่ก ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าการกลายเป็ผู้วิวัฒนาการจะต้องเสี่ยงอันตรายมากมายขนาดนี้ เขาคงจะไม่ผลีผลามกระดกยาปลุกพลังขวดนั้นลงคอไปแน่ ๆ
ความรู้สึกของการมีชีวิตอยู่นี่มัน... ดีจริง ๆ
ส่วนเื่การกลายเป็ผู้วิวัฒนาการระดับ 9 น่ะเหรอ ความคิดนี้เอาพับเก็บโยนทิ้งไปไว้ข้าง ๆ ก่อนก็แล้วกัน!
ชีวิตมีเพียงแค่ชีวิตเดียว เราต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค่าและมีความสุขกับมันสิ!
...