เมื่อมีกุนซือผู้ปราดเปรื่องอย่างซือหม่าคุน (ยุทธศาสตร์), ถานจง (บริหารจัดการ), แม่ทัพเหลียงกัง (กองหน้า) และแม่ทัพิเหยา (เกาทัณฑ์) มาเป็กำลังสำคัญ กองทัพเจียงหนานก็เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็ระบบ หลงเฟยไม่ได้เป็เพียงผู้นำอีกต่อไป แต่เขาคือศูนย์รวมจิตใจของทุกคน เป็ดั่งแกนหลักที่เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายให้มารวมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน
หลงเฟยจัดตั้งโครงสร้างกองทัพอย่างเป็ระเบียบ แบ่งออกเป็หน่วยย่อยต่าง ๆ พร้อมกำหนดหน้าที่และอำนาจบัญชาการอย่างชัดเจน เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพสูงสุด:
ซือหม่าคุน: เป็กุนซือใหญ่ รับผิดชอบการวางแผนยุทธศาสตร์ภาพรวม การวิเคราะห์ข้อมูลจากหน่วยสอดแนม และการตัดสินใจเชิงนโยบายที่สำคัญที่สุด เขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องแผนที่ เพื่อคิดค้นกลยุทธ์ที่สามารถพลิกสถานการณ์ได้
ถานจง: เป็เสนาบดีคลัง ดูแลเื่เสบียง, อาวุธ, การเงิน และการจัดสรรทรัพยากรทั้งหมด เขาวางระบบบัญชีที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อป้องกันการทุจริต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้สนับสนุน
เหลียงกัง: เป็แม่ทัพใหญ่ฝ่ายบุกลุย นำกองหน้าและรับผิดชอบการฝึกฝนภาคสนามที่โหดหิน เขาปลูกฝังจิติญญานักรบและความกล้าหาญให้กับทหาร และเป็ผู้ที่นำทัพเข้าสู่สมรภูมิแนวหน้า
ิเหยา: เป็แม่ทัพธนู รับผิดชอบหน่วยพลธนู, หน่วยสอดแนมระยะไกล และการจู่โจมจากระยะไกล เขาฝึกฝนพลธนูให้มีความแม่นยำดุจเดียวกับตนเอง และใช้ทักษะการลอบเร้นเพื่อรวบรวมข้อมูลจากแดนไกล
นอกเหนือจากแม่ทัพหลักทั้งสี่ หลงเฟยยังได้แต่งตั้งนายกองผู้มีความสามารถอีกหลายคนจากกลุ่มผู้รอดชีวิตในเจียงหนานและผู้ที่เข้าร่วมอุดมการณ์ เช่น หลิวหยง (刘勇) อดีตหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมืองเจียงหนานผู้ซื่อสัตย์และแข็งแกร่ง ซึ่งบัดนี้เป็ผู้บังคับบัญชาหน่วยทหารราบหลัก และ ซูเหวิน (苏雯) สตรีผู้ชาญฉลาดด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล ซึ่งได้รับการฝึกฝนจากถานจงในการจัดการคลังยาและดูแลความเป็อยู่ของทหารและชาวเมือง ซูเหวินยังได้ริเริ่มโครงการสุขอนามัยเพื่อป้องกันโรคระบาดในพื้นที่ที่กำลังฟื้นฟู
ภายใต้การนำของหลงเฟย กองทัพเจียงหนานไม่เพียงแต่แข็งแกร่งทางกาย แต่ยังแข็งแกร่งทางใจ ทุกคนล้วนมีเป้าหมายเดียวกันคือการกอบกู้เจียงหนาน และล้างแค้นให้กับผู้ที่เสียชีวิต การฝึกซ้อมเป็ไปอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็การฝึกยิงธนูหมู่ที่ประสานงานกันอย่างยอดเยี่ยม การตั้งค่ายที่รวดเร็ว การเคลื่อนทัพยามค่ำคืนที่เงียบเชียบ หรือการจำลองการรบที่ซับซ้อนโดยใช้ภูมิประเทศจริง ทหารทุกคนถูกหล่อหลอมให้มีความพร้อมรบในทุกสถานการณ์ และมีความเชื่อมั่นในผู้นำของพวกเขา
เจียงหนานที่เคยเป็เพียงเถ้าถ่าน บัดนี้กำลังฟื้นคืนชีพ กำแพงเมืองสูงใหญ่ตระหง่านฟ้า บ้านเรือนถูกสร้างขึ้นใหม่ ผู้คนมีชีวิตชีวาอีกครั้ง และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ก็กลับมาดังขึ้นในเมือง ชื่อเสียงของหลงเฟยในฐานะ "ัหนุ่มผู้กอบกู้" เริ่มแพร่สะพัดไปทั่วแคว้นใกล้เคียง ทำให้บางแคว้นเริ่มหวาดระแวง และบางแคว้นเริ่มให้ความสนใจในตัวเขาและ้าที่จะเข้ามาทำความรู้จัก
เว่ยอู๋จี๋ในเป่ยหลิงได้รับรายงานข่าวเกี่ยวกับความรุ่งเรืองของเจียงหนานและชื่อเสียงของ "ัหนุ่มผู้กอบกู้" เขารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมากที่กลุ่มผู้ก่อตั้งกองทัพที่เจียงหนานสามารถทำได้ถึงเพียงนี้ เขาอดคิดไม่ได้ว่าบุรุษผู้นี้มีฝีมือและมันสมองไม่ธรรมดา เว่ยอู๋จี๋ยังไม่รู้ว่า "ัหนุ่มผู้กอบกู้" ผู้นั้นคือหลงเฟย แต่ความสงสัยก็เริ่มก่อตัวขึ้นในใจของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เขานึกถึงกระบวนดาบและกลยุทธ์ที่ถูกใช้เขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหลงเฟย แต่ก็ยังคงปฏิเสธความคิดนั้นในใจ
หลงเฟยเฝ้ารอวันที่จะได้เผชิญหน้ากับเว่ยอู๋จี๋ เขารู้ว่าการประกาศากับเป่ยหลิงจะต้องตามมาด้วยการนองเืครั้งใหญ่ แต่เขาพร้อมแล้วที่จะชำระทุกสิ่งทุกอย่างให้สิ้นสุด และนำความยุติธรรมกลับคืนสู่เจียงหนานอย่างแท้จริง ัหนุ่มผู้ตื่นจากเถ้าถ่านกำลังจะประกาศก้อง ให้สะท้านไปทั่วแผ่นดินในไม่ช้า