3. บทที่ 3
คุณย่าจางยื่นมือไปรับหลานสาวตัวน้อยในห่อผ้าจากป้าฉาง เมื่อได้ยินว่าลูกสะใภ้ปลอดภัยดีแล้วก็หมดห่วง ไม่สนใจอะไรอีกนอกจากหลานสาวตัวน้อยของเธอ
ส่วนลูกชายหลายชายนั้นแม้จะอยากเข้าไปดูสะใภ้ของเธอก็ยังเข้าไม่ได้ เพราะในห้องยังจัดการไม่เรียบร้อยดีนัก ทุกคนจึงได้เข้ามาห้อมล้อมคุณย่าจางขอดูสมาชิกใหม่ของบ้านอย่างตื่นเต้น
"ดีๆ ดีจริงๆ ทั้งสองปลอดภัยก็ดีแล้วหย่าเออร์ของย่าไหนให้ย่าดูหน้าหน่อยสิลูก"
คุณย่าจางพูดออกมาด้วยความสุขที่จนแทบล้นออกมาผ่านน้ำเสียงของเธอ หลานสาวตัวน้อยของเธอมีผิวขาวอมชมพูหน้าตาหลังจากทำความสะอาดหลังคลอดแล้วดูน่ารักน่าเอ็นดูมาก
สมกับที่มีพ่อแม่หน้าตาดีเป็ที่หมายปองของวงสังคมในเมืองหลวงจริงๆ ดวงตากลมโตราวลูกองุ่นพราวระยับของหลานสาวจ้องมองเธออย่างสนใจ
ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูน้อยๆ นั้นยิ้มกว้างโชว์เหงือกสีแดงให้เธอ รอยยิ้มนี้ใบหน้านี้เหมือนกับในความฝันเมื่อคืนของเธอเลย
“ท่านจอมพล คุณดูหน้ายัยหนูสิว่าเหมือนในความฝันที่คุณเห็นเมื่อคืนรึเปล่า”
คุณย่าจางถามสามีด้วยตื่นเต้น พลางขยับตัวไปใกล้ๆ เพื่อจะเห็นกันได้ชัดขึ้น เด็กทารกห่อด้วยผ้าแพรสีน้ำนมที่ถูกอุ้มอยู่ตอนนี้ใครเลยจะรู้ว่าเนื้อในจริงๆ แล้ว
หาใช่จิติญญาของทารกพึ่งคลอดไม่รู้เื่รู้ราวอะไรเลยจริงๆกัน เธอเป็หญิงสาวกำลังจะเข้ามหาลัยใช้ชีวิตใน่นั้นอย่างสุดสนุกสนาน ให้สมกับได้มีอิสระออกมาอยู่คนเดียวในเพนเฮ้าส์หรู
ที่เป็ธุรกิจของที่บ้านเพื่อลองเติบโตเองบ้าง ไม่ต้องคอยอยู่ในสายตาของพ่อแม่หรือเหล่าญาติๆ สนิททั้งหลายอีก ที่คอยดูแลราวไข่มุกล้ำค่า
เธอเป็หลานสาวลูกสาวคนเล็กสุดของตระกูลหรือจะเรียกว่าลูกหลงก็ได้ เพราะแม่มีเธอตอนอายุมากแล้วทุกคนจึงรักเธอมาก เธอจึงไม่เคยออกมาใช้ชีวิตเองเลย
แต่สุดท้ายเป็ยังไงล่ะ เพราะความเอาแต่ใจนี่แหละเธอจึงตามเพื่อนใหม่ที่พึ่งรู้จัก ตอนไปรายงานตัวเข้ามหาลัย พากันเข้าคลับแห่งหนึ่งกลางกรุง เพราะความอยากรู้อยากเห็นทั้งที่อายุยังไม่ถึงแท้ๆ
เลยโดนลูกหลงจากการมีเื่กันของผู้ชายโต๊ะข้างๆ ลูกะุปืนที่ไม่รู้ว่าพวกมันแอบเอาเข้ามากันได้ยังไง โดนเข้ากลางหน้าผากเธอแม่นราวจับวาง
สุดท้ายเธอจึงได้มาเกิดใหม่ในโลกเสมือนโลกใบเดิมของเธอ เพียงแต่ต่างยุคกันเท่านั้น ดีที่ชีวิตเก่าไม่เคยทำบาปทำกรรมหรือเคยทำร้ายใคร เพียงแค่มีนิสัยเอาแต่ใจบ้างนิดหน่อยตามประสาลูกรักหลานรักของคนทั้งตระกูล
ตลอดชีวิตจึงมีแต่ผลบุญที่ทำมา เพราะการไปงานการกุศลหรือการบริจาคสิ่งของ บริจาคเงินที่เธอติดตามญาติๆ ผู้หญิง และไปกับคุณแม่ของเธอทุกครั้งที่มีงานบุญแบบนี้เธอจะไม่พลาดต้องเข้าร่วมทุกครั้ง
อีกทั้งคุณแม่เธอชอบทำบุญมาก มีครั้งหนึ่งที่เคยร่วมทำบุญใหญ่ด้วยกัน ตอนที่เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของประเทศ เธอกับคุณแม่จึงร่วมกันช่วยเหลือคนประสบภัยครั้งใหญ่ตอนนั้นด้วย นั่นจึงน่าจะเป็บุญใหญ่ที่สุดที่เธอทำเลยก็ว่าได้
พอตายขึ้นมาจริงๆ เธอจึงได้เจอกับท่านเซียนหรือท่านเทพเธอก็ไม่แน่ใจนัก ที่คอยดูแลเหล่าทารกน้อยทั้งหลายที่มีไม่ถึงสิบคนในห้องโถงใหญ่ ที่พอมองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่นั่นก็เห็นแต่ปุยเมฆมากมายลอยไปมาเต็มไปหมด
ในโถงใหญ่ที่เธอเห็นตกแต่งอย่างหรูหรามีแจกันสวยๆ และเครื่องปั้นที่เธอเรียกชื่อไม่ถูก ตกแต่งจัดวางไว้อย่างน่ามองพร้อมดอกไม้ที่เธอไม่รู้จักถูกจัดช่ออย่างสวยงาม
เธอไม่รู้ว่าอยู่ที่นั่นนานแค่ไหน ที่ผ่านมาก็เห็นท่านผู้เฒ่าเคราขาวชุดขาวทั้งร่างผู้นั้น คอยดูแผ่นหยกบางเรืองแสงสว่าง ที่มักจะแวบมาอยู่ในมือเมื่อเขา้าดูอะไรบางอย่างตลอด พอดูเสร็จก็จะอุ้มทารกน้อยเหินกายหายออกไปจากห้องโถงใหญ่นี่ตลอด
จนมาถึงคิวเธอถูกอุ้มออกไปบ้าง ถึงได้รู้ว่าผู้เฒ่าท่านนี้ทำหน้าที่ส่งทารกน้อยเข้าสู่อ้อมอกเหล่าแม่ๆ ก่อนถึงเวลาคลอดเหมือนกับที่เธอเจอคุณแม่คนใหม่ของเธอในความฝันของคุณแม่นั่นเอง
ท่านผู้เฒ่ายังบอกก่อนจะพาเธอไปส่งให้คุณแม่อีกว่าเพราะมีผลบุญที่เคยทำมา จึงจะส่งให้ไปเกิดกับครอบครัวที่ดีเหมือนชาติที่แล้วของเธอที่ทุกคนต่างรักเอ็นดูเธอ การเกิดใหม่ครั้งนี้จงทำดีสะสมผลบุญต่อไป เพื่อเป็ผลดีต่อเธอเอง
จนตอนนี้ได้มาอยู่ในอ้อมกอดคุณย่าแม้ดวงตาของเด็กทารกจะยังมองอะไรไม่ชัดนัก เธอก็ยังอยากสร้างความประทับใจ ในครั้งแรกที่พบหน้ากันให้กับทุกคนในครอบครัวเพราะเชื่อว่ามันสำคัญ
เธอจึงยิ้มกว้างโชว์เหงือกแดงๆ และดวงตากลมโตให้หยีลงส่งให้คุณปู่ที่ก้มลงมามองเธอใกล้ๆ จนคนแก่ที่ปกติจะทำหน้าเคร่งตลอดเวลา เพราะหน้าที่การงาน ตอนนี้ผ่อนคลายสีหน้าลง ส่งยิ้มตอบหลานสาวก่อนจะพูดด้วยเสียงอ่อนออกมาเบาๆเพราะกลัวหลานน้อยใอย่างที่ไม่เคยทำ
“แอ๊ แอ๊..…” ทารกน้อยกำหมัดเล็กๆโบกแขนให้คุณปู่เมื่อเห็นคุณปู่มองมา
“โอ้! หน้าเหมือนกับในความฝันผมเลยเลี่ยงเหลียง หลานสาวตัวน้อยของปู่ช่างน่ารักนัก ยิ้มหวานให้ปู่ด้วย”
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า นางฟ้าตัวน้อยของย่าเป็เด็กอารมณ์ดีจริงเลย" คุณย่าจางหัวเราะเอ็นดูหลานสาวอย่างชอบใจ
“คุณย่า ให้ผมดูน้องด้วยสิครับน้องต้องสวยมากแน่ๆ เพราะคุณแม่ของพวกผมสวยมาก”
หลี่เฟยเจินแฝดคนน้องพูดขึ้น เมื่อเห็นคุณปู่กับคุณย่าไม่นั่งลงให้พวกเขาพี่น้องได้เจอหน้ากันสักที
“คุณย่านั่งก่อนเถอะครับยืนนานๆ ไม่ดีนักหรอกครับ”
หลี่เฟยฮุ้ยแฝดคนพี่พูดขึ้นอย่างมีชั้นเชิงเพื่อจะได้ดูหน้าน้องสาวโดยไม่ขัดจังหวะคนแก่เห่อหลานสาว
....................................