" เื่ราวของคนในตำหนักข้าหยางจ้าวผู้นี้จะสะสางและลงทัณฑ์มันผู้นั้นเอง ส่วนเ้าเด็กสวะหยางเทียนหากมันได้ล่วงเกินบุตรชายของท่านและล่วงเกินตัวท่านก็จงนำมันไปลงโทษตามแต่ท่านเห็นสมควรได้ข้าจะไม่เข้าไปยุ่ง "
“ แต่กลับตัวหยางซูแล้ว. . . . ข้าคงต้องรบกวนให้ท่านพี่หลงปล่อยตัวนางข้าจะเป็ผู้จัดการคนในตำหนักข้าด้วยตนเอง “ เสียงของหยางจ้าวพลันโอนอ่อนลงสายตาจับจ้องไปยังตัวหญิงสาวที่คราบน้ำตานองหน้าอัดแน่นไปด้วยความเวทนาในยามนี้ ส่งผลให้หยางจ้าวลอบถอนใจอย่างอดไม่ได้
“น้องจ้าวข้าได้ยินว่าเ้าออกไปทำภารกิจของท่านหัวหน้าตระกูลเมื่อสองวันก่อนไม่ทราบว่าเ้ากลับมาแล้วหากข้าทราบมาก่อนข้าจะต้องนำเื่นี้คุยกับตัวเ้าก่อนเป็แน่ หากข้าข้ามหน้าข้ามตาเ้าไปต้องขออภัยด้วยความละอายต่อน้องจ้าวแล้ว” น้ำเสียงของหยางหลงเต็มไปด้วยความอ่อนลงแต่ภายในใจกับสบถด่าหยางจ้าวที่เข้ามาขัดจังหวะขณะที่แผนของมันกำลังถึงปลายทางแห่งความเร็จ
“เมื่อน้องจ้าวมาแล้วก็เอาตามเ้าว่าบ่าวหญิงรับใช้ผู้นี้เลี้ยงบุตรให้เติบโตมามีกริยาเยี่ยงเดรัจฉานเ้าควรอบรมและลงโทษนางไม่ให้เป็เยี่ยงอย่างต่อคนในตำหนัก แต่กลับเ้าเด็กชั้นสวะผู้นี้กลับขวัญกล้าจู่โจมบุตรชายข้าและยังยืนะโใส่ข้าผู้เป็ถึงาุโลำดับสามแห่งตระกูลหยางเื่นี้ข้าคงปล่อยไปไม่ได้ ข้าจะนำตัวมันไปลงทัณฑ์ที่คุกกักอสูรของตระกูลหยางให้มันอยู่ในนั้นสำนึกความผิดของมันเป็เวลา 10 วัน เ้าเห็นเป็อย่างไรน้องจ้าว “
ในยามนี้ภายในใจของหยางหลงาุโลำดับที่สามแห่งตระกูลครุกรุ่นไปด้วยเพลิงโทสะจากการที่มันไม่ได้ตัวหยางซูมันพลันบังเกิดความคิดโทสะของมันยามนี้ต้องนำไปลงกับบุตรชายของหญิงรับใช้นางนี้อย่างสาสม “ก่อนที่เ้าเด็กสวะนี่จะได้ไปคุกกักกันแดนอสูรข้าจะโบยมันด้วยแส้วารีสมุทรเพื่อให้ข้าได้ระบายความแค้นจากการไม่ได้มารดาของมันมาบำเรอความสุขของข้าเสียก่อน หึ หึ “ เสียงภายในใจหยางหลงเริ่มต้นวางแผนอย่างบ้าคลั่งถึงวิธีระบายโทสะของมันต่อหยางเทียนให้สาสมใจ
“ข้าขอบคุณพี่หลงที่ไว้หน้าข้า เช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านว่าเถิดบ่าวหญิงรับใช้ของข้า ข้าจะลงโทษนางตามสมควรเอง ส่วนเ้าเด็กนั่นท่านจะทำลงโทษอย่างไรแล้วแต่ท่านเห็นสมควรได้เลย” คำกล่าวของหยางจ้าวเงียบสงบราบเรียบราวสายน้ำฟังดูสงบเป็ที่สุดราวกับว่าตัวตนของหยางเทียนไม่ได้มีสิ่งใดเกี่ยวข้องต่อมันแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเสียงดรุณีนางหนึ่งพลันดังขึ้นทันทีเพื่อขอความเมตตาไปยังผู้เป็นายของตน หลังจากได้ยินว่าบุตรชายตนจะต้องไปยังคุกกักแดนอสูร
“ นายท่านหยางจ้าวโปรดเห็นแก่ความดีและมุมานะที่ข้ามีต่อตำหนักของนายท่านโปรดช่วยเหลือหยางเทียนบุตรชายข้าด้วย ให้ข้าทำงานหนักขึ้นมากกว่านี้อีกเท่าใดข้าจะไม่ปริปากบ่นสักคำแม้ต้องบุกเหนือล่องใต้หรือแม้แต่แลกด้วยชีวิตของบ่าวผู้ต่ำต้อย หากนายท่าน้าข้าก็ยินยอมขอเพียงอย่าให้บุตรชายข้าถูกนำไปที่คุกกักอสูรด้วยเถิดเ้าค่ะ “ คำกล่าวของนางนั้นเป็ไปด้วยความสั่นเทา น้ำตายังคงนองไปทั่วดวงหน้าของหญิงสาวขณะกล่าวอ้อนวอนต่อผู้เป็นาย
หยางจ้าวทำได้แต่เพียงถอดถอนใจ สีหน้าและแววตาที่มองไปยังหยางซูบ่าวรับใช้ของตนนั้นแสดงออกถึงความเวทนาสงสารอย่างถึงที่สุด
“หยางซู บุตรของเ้านั้นทำความผิดร้ายแรงยิ่งนักถึงกับเข้าจู่โจมบุตรชายของท่านหยางหลงผู้าุโลำดับสามนี่ยังไม่นับว่ามันเป็เพียงตัวตนชั้นบ่าวไพร่เท่านั้นกับขวัญกล้าสูงดั่ง์ กลับตรงกันข้ามกับพลังของมันยามนี้ที่ต่ำเตี้ยยิ่งกว่าโคลนตมอีกประการมันกับไม่มีสัมมาคารวะต่อผู้าุโใช้วาจาดังกังวาลชัดเจนว่ายังไม่รับรู้และสำนึกในความผิดที่ตนได้ก่อขึ้นเื่เลยเถิดมาถึงขั้นนี้แล้วคงได้แต่ว่าตามวาจาของผู้าุโลำดับสามเพียงเท่านั้น”
ชัดเจนว่ายามนี้แม้แต่หยางจ้าวย่อมช่วยเหลือในเื่ราวอันเลยเถิดนี้ไม่ได้แล้ว หรือต้องกล่าวว่าแท้ที่จริงแล้วไม่คิดจะช่วยเหลือเสียมากกว่าเนื่องจากการเข้าห่ำหั่นกับหยางหลงผู้าุโลำดับที่สามด้วยเื่ราวของเด็กน้อยชั้นสวะผู้หนึ่งเพียงเท่านั้นนับว่าไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ประกอบกับตัวตนของหยางเทียนเป็เพียงบุตรบุญธรรมเท่านั้นในสายเืของมันไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับตระกูลหยางหรือตัวของหยางซูบ่าวรับใช้ของมันด้วยซ้ำยิ่งไม่มีความจำเป็ต้องลงแรงของตนถึงเพียงนั้นในการเข้าช่วยเหลือเด็กน้อยผู้นี้
ยามนี้ใบหน้าของหยางซูเอ่อทะลักไปด้วยลำธารให้หยาดน้ำตาเจ่อนองเต็มใบหน้าของหญิงสาวอย่างปิดบังมิได้สายตาของหญิงสาวจดจ้องไปยังผู้เป็บุตรชายของตนด้วยความสงสารอย่างสุดแสนก่อนเปิดปากเพื่อร้องขอต่อผู้เป็นายอีกครั้งด้วยหวังว่าจะเปลี่ยนชะตากรรมของบุตรชายตนเองได้
“ นายท่านหยางจ้าวบุตรชายของข้าเพียงแค่ 12 ปีเท่านั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงพลังลมปราณเพียงขั้นที่1ของขั้นแรกกำเนิดปราณหากต้องเข้าไปที่คุกกักกันแดนอสูรจริงอาจเพียงสิบลมหายใจ. . .ไม่ซิอาจเพียงแค่ห้าลมหายใจเท่านั้นบุตรชายของข้าต้องตกตายอย่างแน่นอนขอนายท่านโปรดช่วยบุตรชายข้าด้วยเถอะเ้าค่ะ หากไม่เช่นนั้นก็ลงทัณฑ์ข้าโดยการนำข้าไปอยู่แทนที่บุตรชายของข้าด้วยเถิด “
ขณะที่หยางซูกำลังกล่าวออกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขอความเมตตานั้นในสายตาของเด็กน้อยหยางเทียนเองก็เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาเช่นกันมันเห็นทุกการกระทำของมารดาตนเองว่ารักตัวมันเท่าใดแม้ทุกคนจะมองมันเป็เพียงตัวตนชั้นต่ำเสียยิ่งกว่าขยะแต่กับมารดาของมันแล้วกลับรักมันมากกว่าสิ่งอื่นใด หากเพื่อให้ตัวมันในยามนี้รอดปลอดภัยแล้วละก็แม้ชีวิตของนางก็ยังสามารถยินยอมมอบให้ได้ดวงใจของเด็กน้อยยามนี้พลันบีบรัดขึ้นจนหัวใจแทบแตกสลายไปเนืองๆ
ความคิดนึงผ่านวาบเข้ามาในหัวเด็กน้อยและอดไม่ได้ที่ก่นด่าต่อสรรพสิ่ง “เหตุใดตัวข้าต้องเป็ตัวตนเช่นขยะพลังปราณอ่อนแอเพียงทะลวงเข้าระดับสองแห่งลมปราณแรกกำเนิดยังไม่มีปัญญาทำได้ซ้ำยังนำพาเื่ราวดั่งลมพายุคลั่งไม่ว่าพัดผ่านที่ใดที่นั้นย่อสูญหายถูกทำลายมาสู่มารดาที่เลี้ยงดูข้ามาั้แ่แรกเกิดด้วยความยากลำบาก ตัวตนอย่างข้าอยู่ไปจะมีประโยชน์อันใดอีกกัน“
ทันใดนั้นเสียงของเด็กน้อยหยางเทียนพลันดังขึ้น “ ท่านแม่หยุดเถอะข้ายังคงไม่ทราบคุกกักกันแดนอสูรเป็สถานที่อย่างใด แต่แค่กับชื่อข้าก็พอเดาได้ว่าไม่ใช่สถานที่ที่พลังของตัวข้าในยามนี้จะรั้งอยู่ได้นาน อาจตกตายไปอย่างรวดเร็วด้วยซ้ำไป “คำกล่าวของหยางเทียนดั่งผู้ยอมจำนวนต่อโชคชะตาไม่มีความคิดต่อต้านแม้เพียงน้อยใบหน้าเด็กหนุ่มในยามนี้กับประดับไปด้วยรอยยิ้มทั้งยังเป็รอยยิ้มอันสดใสพร้อมน้ำตาที่หลั่งไหลออกมาราวกับบ่งบอกแก่มารดาของมันว่าตัวข้าจะจากลาท่านไปแล้วขอท่านจงรักษาตัวก็ไม่ปาน
หยางซูจดจ้องสายตานิ่งงันไปยังผู้เป็บุตรชายที่ตนเลี้ยงมาแต่ทารกหัวใจของหญิงสาวพลันล่วงลงสู่ขุมนรกทันทีที่เห็นใบหน้าของบุตรชายตนเองและก่อนที่ตัวหญิงสาวจะได้พูดสิ่งใด ผู้เป็บุตรชายกับพูดขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ ท่านแม่ ตลอดทั้งชีวิตั้แ่ที่ข้าจำความได้ท่านคือผู้เดียวในตระกูลที่ดีต่อข้าที่สุดไม่ว่าในยามใดท่านแม่จะเป็ผู้ที่คอยเข้าช่วยเหลือข้าทุกครั้งไป ทั้งทรัพยากรที่ข้าได้มันมาเพื่อฝึกฝนก็แลกมากับหยาดเหงื่อแรงกายของท่านที่ทนตรากตรำลำบากทำงานเพิ่มขึ้นจากปกติถึงสามเท่า บุญคุณที่ท่านแม่มีต่อข้าชาตินี้ข้าคงมิอาจได้ชดใช้ท่านมิอาจได้ทำให้ท่านสุขสบายในอนาคตได้อีกแล้วหากชาติภพกาลหน้านั้นมีจริงและท่านยินยอมละก็ ข้าจะขอเกิดเป็บุตรชายของท่านอีกครั้งข้าสัญญาว่าในครั้งหน้าท่านแม่จะไม่ต้องลำบากเพราะตัวข้าเช่นนี้อีกแน่นอน “ เด็กน้อยกล่าวคำหนักแน่นชัดถ้อยชัดคำพร้อมรอยยิ้มและหยาดน้ำตา
สิ้นเสียงเด็กหนุ่มเดินจากไปพร้อมกับกลุ่มคนรับใช้ตำหนักาุโลำดับสามที่คุมตัวมันอยู่ทันทีเนื่องด้วยไม่อยากให้มารดาต้องเสียน้ำตาเพื่อตัวมันไปมากกว่านี้ การจากลาแบบกระทันหันนี้ย่อมดีกับตัวมารดาของมันที่สุด
แม้ว่าเด็กน้อยจะรู้อยู่แก่ใจว่าหนทางข้างหน้ามันคงไม่มีทางรอดชีวิตจากคุกกักกันแดนอสูรไปได้แน่แต่ใบหน้าของมันยามนี้ราวกับกำลังมีความสุขที่ได้ปลดเปลื้องภาระอันหนักหนาสาหัสต่อผู้เป็มารดาของมันเอง “ต่อแต่นี้ไปมารดาข้าคงสบายขึ้นอย่างแน่นอนเมื่อไม่ต้องมีข้าคอยให้เป็กังวลแล้ว“ เสียงอันแ่เบาดังขึ้นกล่าวต่อตนเองขณะถูกคุมตัวไป
หยางซูยามนี้ได้มองแผ่นหลังของผู้เป็บุตรชายถูกคุมตัวจากไปจนลับตาโดยที่นางไม่สามารถทำอันใดได้เลยแม้แต่น้อย หลังจากผ่านไปไม่ถึงสิบลมหายใจหยางซูก็ได้หมดสติล้มลงไปด้วยความเหนื่อยล้าประจวบกับการที่นางเสียน้ำตาตลอดเหตุการณ์และหัวใจที่แตกสลายของหญิงสาวทำให้ไม่สามารถครองสติไว้ได้อีกต่อไป
“ หยางสือ เ้านำตัวนางไปตำหนักข้าก่อน ข้าจะไปเชิญท่านหยางจิ่นมาเพื่อดูอาการของนาง “ เสียงดังขึ้นจากปากของหยางจ้าวสั่งผู้เป็บ่าวรับใช้ของตนก่อนจะเดินทางไปยังตำหนักยาแห่งตระกูลหยางการกระทำนี้ชัดเจนว่าเป็การแสดงออกถึงความเป็ห่วงอันเกินจำเป็ที่ตัวผู้เป็นายจะมีต่อบ่าวรับใช้ไปไกลนัก หากจะกล่าวกันแล้วคงไม่มีเ้าตำหนักคนใดในตระกูลหยางถึงขนาดลงแรงไปเชิญหมอมาดูอาการของชนชั้นเยี่ยงบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเป็แน่
ณ ตำหนักผู้าุโลำดับสามหยางหลง เสียงกระทบกันของแส้และเนืุ้์ดังขึ้นไม่ได้ขาดทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบยามค่ำคืนโดยสิ้นเชิง
“ ท่านพ่อ ท่านโบยมันมานานกว่าสองชั่วยามแล้วควรพลัดเปลี่ยนให้ข้าเป็ผู้ลงมือบ้างเื่เมื่อกาลก่อนครั้งยังอยู่ที่ป่าเขตตระกูลเรา ข้ายังรู้สึกอยากทุบตีสวะที่ทนมือทนเท้านี้ต่อยังไม่หาย“ คำกล่าวของหยางกุ้ยดังขึ้นอ้อนวอนขอร้องให้ตนได้เป็ผู้ลงมือบ้าง ต่อผู้เป็บิดาที่กำลังวาดฝีไม้ลายมือบรรจงลงแส้ต่อแผ่นหลังของเด็กน้อยผู้หนึ่งโดยไม่มีการยั้งแรงแม้แต่น้อย
“ หึ !เ้าเด็กสวะนี่พลังปราณดังเศษขยะแต่กับทนแรงของข้าได้จนถึงสองชั่วยามโดยไม่สลบทั้งยังไม่ส่งเสียร้องแม้เพียงครึ่งคำออกมาชัดเจนว่าความอึดและพลังใจของเ้าตัวสวะนี้สูงส่งยิ่ง “สีหน้าของหยางหลงเต็มไปด้วยความแปลกใจถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้อัดใส่พลังปราณลงไปในแส้ขณะลงแส้ต่อหยางเทียนแต่พละกำลังของผู้เข้าสู่ดินแดนหลอมรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งนั้นมหาศาลเกินกว่าชนชั้นลมปราณแรกกำเนิดจะจินตนาการและเทียบได้ แต่ถึงกระนั้นนอกจากหลังของเด็กน้อยที่เป็แผลเหวอะหวะทั่วแผ่นหลังลึกจนเห็นกระดูกสันหลังสีขาวโผล่ออกมาเห็นชัดถนัดตาพร้อมเืที่ทะลักออกมาไม่ได้หยุดหย่อนแล้วนั้นกระดูกสันหลังของมันกลับไม่มีรอยแตกหรือกระทั้งร้าวเกิดขึ้นมาแม้แต่น้อยหากเป็ตัวตนเช่นปราณแรกกำเนิดผู้อื่นแล้วละก็น่ากลัวว่าจะสลบหรืออาจถึงขั้นตกตายไปจากการลงแส้เพียงยี่สิบครั้งแรกเสียกระมัง
“ เอาอย่างเ้าว่าก็ได้บุตรข้าเอ๋ย เ้าอยากลงแส้มันเท่าใดก็ได้ข้าให้เวลาแก่เ้า 3 ชั่วยามแต่พ่อมีข้อแม้ 1 อย่างต่อเ้าจงอย่าให้มันได้ตกตายไปก่อนล่ะกุ้ยเอ๋อ “ คำกล่าวของหยางหลงเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างยิ่งขณะกล่าวต่อผู้เป็บุตรชายเพียงหนึ่งเดียวของมัน
“หลังจากนั้นเราจะพามันไปโยนทิ้งไว้ในคุกกักกันแดนอสูรปล่อยให้มันได้เป็อาหารของเหล่าอสูรไปเสียก่อนตายมันจะได้ลิ้มรสความหวาดกลัวถึงขีดสุดขณะที่กระดูกของมันถูกบดให้แหลกเหลวด้วยคมเขี้ยวของสัตว์อสูรภายในคุกกักกันแดนอสูรฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า “
เสียงหัวเราะของหยางหลงก้องกังวานอย่างที่สุดชัดเจนว่ามันยามนี้ได้ระบายโทสะจนตัวมันอิ่มเอมสำราญใจไปแล้วไม่น้อยประกอบกับความคิดถึงสีหน้าอันหวาดกลัวและสิ้นหวังขณะที่หยางเทียนถูกบดละเอียดด้วยคมเขี้ยวอสูรนั้นยังทำให้ตัวมันสุขใจขึ้นไปอีกหลายระดับ
ตัวหยางเทียนนั้นถูกระบายโทสะจากหยางกุ้ยต่อโดยการลงแส้ไม่พักหายใจจนกระทั่งรุ่งเช้า ตลอดเวลาทั้งคืนหยางเทียนมิได้หมดสติไปแต่อย่างใดมันรับรู้ความเ็ปได้ตลอดทั้งคืนทั้งมันยังตั้งใจรับความเ็ปนี้ด้วยตนเองเพื่อฝังลึกความแค้นและความไร้ศักดิ์ศรีไว้ ตัวมันในยามนี้พื้นที่ดวงตาสีขาวถูกแทนที่ไปด้วยสีแดงของโลหิตดวงตาสีดำกลับกลายเป็สีดำผสมแดงเข้มดูคล้ายดั่งสัตว์อสูรจนตรอกก็ไม่ปาน รัศมีความคลั่งแค้นต่อทุกสิ่งอย่างถูกปลดปล่อยออกมาไม่มีหยุด
ชั่วครู่ต่อมาร่างของหยางเทียนถูกเด็กรับใช้ของผู้าุโลำดับสามหยางหลงพาตัวออกไปและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ซึ่งถูกเรียกว่าคุกกักกันแดนอสูร กลุ่มาุโลำดับสามหยุดอยู่เบื้องหน้าป่าแห่งหนึ่งในส่วนลึกของตระกูลเขตแดนนี้ดูผิวเผินจะเห็นม่านแสงสีขาวบางเบาปิดกั้นล้อมรอบพื้นที่เอาไว้พลันส่งกลิ่นอายลึกล้ำออกมาจากเส้นแสงนี้ชัดเจนว่าเป็เส้นกักกันอะไรบางอย่างไม่ให้สิ่งที่อยู่ภายในหลุดรอดออกมาได้
การเปิดม่านแห่งเสียงเพื่อเปิดเขตแดนชัดเจนว่าตัวตนของผู้ที่อยู่ดินแดนปราณแรกกำเนิดไม่สามารถเปิดมันได้และแม้กระทั้งพลังปราณในดินแดนหลอมรวมลมปราณขั้นที่1 ของหยางหลงเองก็ไม่สามารถเปิดมันออกได้เช่นกัน
ทันใดนั้นหยางหลงนำเอาแผ่นไม้แผ่นหนึ่งขนาดใหญ่เทียบเท่ากับฝ่ามือของมันออกมา จากนั้นชูประทับไปที่ม่านแสงแห่งเขตแดนชั่ววินาทีเดียวกันม่านแห่งแสงที่ดูลึกล้ำและแข็งแกร่งพลันปรากฎช่องวางขนาดสองตัวคนขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์
“ รีบโยนมันเข้าไป ก่อนทางเข้าจะปิด “ เสียงอันเกรี้ยวกราดดังขึ้นเพื่อสั่งให้ผู้รับใช้โยนร่างของหยางเทียนเข้าไปในเขตแดนนี้ ขณะร่างของหยางเทียนผ่านเขตแดนเข้าไปแล้ว ทางเข้าที่เคยปรากฏช่องว่างกลับคืนสู่ดังเดิมทันที
“ เ้าเด็กสวะ จงดีใจเสียเถิดในวาระสุดท้ายของเ้ายังได้ทำประโยชน์เป็อาหารให้อสูรในคุกกักกันแดนอสูรแห่งนี้ฮ่า ฮ่า ฮ่า. . . “หลังสิ้นเสียงกล่าวเสียดแทงไปยังหยางเทียนแล้ว หยางหลงพลันเดินทางกลับทันทีไม่แม้แต่จะสนใจต่อตัวตนของหยางเทียนที่พวกมันโยนทิ้งไว้แม้แต่น้อย