ตอนที่8 เสนอตัวเอง
มหาวิทยาลัยกุหลาบขาว เป็นมหาลัยเกรดซี ไม่ได้มีคุณภาพอะไรมาก ไม่ต้องแย่งกันสมัครสอบ ค่าเทอมเองก็ถูกมาก โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกหัวขี้เลื่อยมาเรียน อีกส่วนคงเพราะเห็นว่าที่นี่ไม่เคร่งเรื่องกฏระเบียบ น่าจะจบง่ายกว่ามหาวิทยาลัยดังๆส่วนเจมส์เหตุผลที่ต้องเลือกเรียนมหาลัยกุหลาบขาว ต้องบอกว่าเป็นเพราะเงิน ใช่แล้วบ้านเขาจนมาก แถมพ่อแม่ยังมีลูกสามคน โดยเขาเป็นลูกคนกลางเจมส์ต้องทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียน เก็บเงินตั้งแต่ม.ปลาย ช่วยที่บ้านทำงานตั้งแต่จำความได้ แต่ก็นั่นแหละมันเป็นเพียงเงินไม่กี่ตังค์ประเทศเราโดยส่วนใหญ่จะทำงานสักที่หนึ่งต้องดูว่าจบจากที่ไหน แถมบางแห่งเรียนจบไปไม่รับก็มี บอกว่าเป็นมหาวิทยาลัยไม่ดังแต่ถึงรู้ว่าจะเป็นแบบนั้นเจมส์ยังคงเลือกเรียนมหาวิทยาลัยกุหลาบขาว ถึงมันจะมีคุณภาพเทียบเท่าโรงเรียนเกรดซี แต่ยังเลือกเพราะอยากเรียนปริญญาตรี.............มาถึงวิทยาลัยตอนสองโมงเช้า ซึ่งโดยปกติเวลานี้ส่วนใหญ่นักศึกษายังไม่มาหรอก แต่เจมส์ต้องทำเวลาหน่อยนึงเพราะต้องมาส่งน้องชาย บางวันอาจเลทเพราะรถติดเข้ามาในมหาวิทยาลัยเจมส์มุ่งหน้าไปที่โรงอาหาร เลือกมานั้งที่ว่างอยู่ วางกระเป๋าลงแล้วนำหนังสือการ์ตูนเกาหลีหลายเรื่องออกมาอ่านโดยเจมส์คิดไว้แล้วว่า อนาคตของเขาไม่จำเป็นต้องเรียนดีเสมอไป ด้วยความที่มี'ถุงมือฟ้าประทาน'เจมส์มีตัวเลือกมากกว่าที่เป็นอยู่เมื่อก่อน ชนิดที่ว่าจะเหนือกว่าทุกคนยังได้ แต่ทุกอย่างต้องใช้เวลาและความพยายาม ถ้าหากไร้ความพยายามมันคงไม่มีวันสำเร็จ“เจมส์ ไงเพื่อน กินข้าวมายังวะ” กันต์วางกระเป๋าลงบนโต๊ะ นั่งบนม้านั่งข้างๆ อย่างสนิทสนม“ดูมึงอารมณ์ดีแบบนี้ แสดงว่ากินข้าวอร่อยๆ มาแล้วแน่เลย” คริสเสริม นั่งลงบนโต๊ะในท่าไขว่ห้างทั้งสองมองไปที่เจมส์ ซึ่งเวลานี้กำลังอ่านหนังสือการ์ตูนด้วยรอยยิ้มตั้งแต่รู้จักเจมส์ตั้งแต่ปี 1 หมอนี่มักจะอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่เสมอ ยิ่งอ่านยิ่งอารมณ์ดีและครั้งนี้เองก็เช่นกันเจมส์ปิดหนังสือ มองทั้งสองคนก่อนจะพูดว่า “เออกูกินข้าวมาแล้ว แล้วก็กำลังอารมณ์ดีสุดๆ เลยด้วย”คริสและกันต์หันมองหน้ากัน ทั้งคู่ต่างสงสัยว่าเจมส์อารมณ์ดีจริงๆ หรือแกล้งไปอย่างนั้น เพราะเมื่อวันก่อนยังร้องไห้เสียใจ เดินออกไปจากวิทยาลัยทั้งอย่างนั้นแต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม คริสและกันต์ไม่ถามเซ้าซี้ เห็นเพื่อนกลับมาเป็นปกติดีใจแล้วทั้งสามคนเรียนคณะนิเทศ สาขาสื่อดิจิทัล/นิเทศศาสตร์ดิจิทัลโดยที่เจมส์เลือกคณะนี้เป็นเพราะการ์ตูนที่อ่านมาตั้งแต่ยังเด็ก เขาหวังว่าตัวเองจะอยู่ในทีมสร้างอนิเมชั่น ทำงานกับฮอลลีวู้ด มีผลงานกับบริษัทระดับโลกอย่างพิก้านั่นดูเหมือนเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เเละไกลเกินตัว แต่อย่างน้อยมันก็เป็นฝัน ดังนั้นเจมส์จึงเลือกที่จะเดินตามฝันส่วนกันต์และคริสชื่นชอบในเกมและบทภาพยนตร์ จึงเลือกเรียนนิเทศทั้งสามรู้จักกันเพราะเรียนคณะเดียวกัน สนิทสนมกันเพราะฐานะไม่ต่างกันมากเจมส์เป็นคนเมืองพัทยา ส่วนกันต์และคริสอยู่ต่างจังหวัด ทั้งคู่ชื่นชอบเมืองพัทยาจึงเลือกมาเรียนวิทยาลัยกุหลาบขาว นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาเคยบอกเจมส์ แต่อีกส่วนหนึ่งคงเพราะค่าเทอมเหมือนเขานั่นแหละ“ดูสิที่รัก เช้านี้พวกเราเจอของดีด้วย พวกขี้แพ้สามตัว”ระหว่างนั่งคุยกับเพื่อน รวมถึงคิดเกี่ยวกับจะทำอะไรต่อจากนี้ดี เสียงที่คุ้นเคยและเหยียดหยามดังเข้าโสตประสาททั้งสามคนหันไปมองต้นเสียง พบว่าเป็นรุ่นพี่ในวิทยาลัย พี่เสือนั่นเอง เขามาพร้อมกับไอซ์ดาวคณะ หล่อนสวมชุดมหาวิทยาลัยรัดติ้ว เสื้อตัวเล็กดันหน้าอกแทบทะลัก กระโปรงสั้นจุ๊ดจู๋ นั่งไม่ระวังอาจเห็นกางเกงในเย้ายวนแน่นอนข้างกายของพี่เสือยังคงรายล้อมด้วยลูกสมุนสองคน ในสภาพพับแขนเสื้อ ชายเสื้อออกนอกกางเกง ถุงเท้าไม่ใส่ ท่าทางนักเลงไม่กลัวใครเมื่อไม่กี่วันก่อนเจมส์อาจจะกลัวหรือรู้สึกด้อยค่ากว่าอีกฝ่าย ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตามรุ่นพี่ตัวโตรายนี้ได้ชื่อว่าเป็นลูกชายของผู้มีอิทธิพล หากไปมีเรื่องด้วยไม่ตายก็พิการ แต่ด้วยการมีอยู่ของ'ถุงมือฟ้าประทาน'ทำให้เจมส์ไม่ให้ค่าอีกฝ่ายอย่างแต่ก่อน“หึ แค่พวกขี้แพ้ คงจะมานั่งกินข้าวราดแกงราคาไม่กี่บาท กระจอกชะมัด” ไอซ์พูดจบก็หันไปหาพี่เสือ ใช้มือขวาขาวนวลจับเป้ากางเกงอีกฝ่าย ลูบไล้เบามือแล้วอ้อนว่า“พี่เสือ เลิกเรียนแล้วเราไปดูหนังกันไหม วันนี้มีหนังเข้าใหม่น่าดูมากเลย แล้วไอซ์ก็อยากจะกินสเต็กปลา พี่เสือพาไปหน่อยนะคะ”รุ่นพี่มหาลัยรายนี้ยิ้มกริ่ม ให้คำตอบว่า “ได้สิ กะอีแค่ดูหนังกับสเต็กเอง พี่เลี้ยงได้อยู่แล้วน่า”“งื้ออ...พี่เสือน่ารักที่สุดเลย ไม่เหมือนไอ้กระจอกแถวนี้หรอก กินได้แต่ของฟรีซในร้านสะดวกซื้อ” ไอซ์ถ่มน้ำลายลงพื้น พลางมองหน้าเจมส์อย่างสะอิดสะเอียน คิดว่าเมื่อก่อนตนอยู่กับคนจนแบบนี้ได้ยังไง กระจอกชะมัด“อาหารในร้านสะดวกซื้อก็เป็นได้แค่ขยะ เป็นอาหารชั้นต่ำที่คนไม่มีกินชอบซื้อมากิน มันไร้คุณภาพและราคาถูก แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็เพราะพวกมันจน!” พี่เสือหัวเราะหยามเหยียด จากนั้นสักพักจึงเดินกอดเอวไอซ์ไปพร้อมลูกสมุนสองคนหลังจากรุ่นพี่เดินไปกันต์เข้ามาตบไหล่เจมส์ ให้กำลังใจว่า “ไม่เป็นไรนะเว้ย แรกๆ ก็งี้แหละ ไม่นานเดี๋ยวไอ้พี่เสือก็เบื่อไปเอง”“เออ แต่มันพูดเกินไปนะเว้ยไอ้พี่เสือนั่น คิดว่าตัวเองรวยมากหรือไงวะ อีกอย่างหนึ่งอาหารในร้านสะดวกซื้อถึงมันจะไม่อร่อยเท่าข้างนอก ไม่ควรจะดูถูกถึงขนาดนี้” คริสรู้สึกหงุดหงิด เพราะหอที่เขาพักอาศัยอยู่ด้านล่างเป็นร้านสะดวกซื้อ เป็นร้านอาหารประจำตัวของเขา เรียกได้ว่าตลอดมาเข้าร้านสะดวกซื้อมากกว่าเข้าร้านอาหารก็ว่าได้กันต์เมื่อได้ยินคริสพูดเชิงหาเรื่อง จึงสะกิดทีหนึ่งเพราะกลัวเจมส์จะทนไม่ไหว เข้าไปต่อยรุ่นพี่อย่างเมื่อวันก่อนจนเลือดกลบปาก“เออ...เดี๋ยวไม่นานแม่งก็เบื่อเองแหละ ไอ้รุ่นพี่คนนี้นะเห็นว่ามันเปลี่ยนผู้หญิงเหมือนผ้าอนามัย ไม่นานเดี๋ยวพี่ไอซ์คงถูกมันเขี่ยทิ้ง” คริสเกาหัวแหะๆ รีบเปลี่ยนเรื่องเพราะกลัวเจมส์จะเกิดอารมณ์ ไปสะกิดพี่เสือเป็นครั้งที่สองทั้งคู่ต่างมองว่าจะอย่างไรเจมส์ก็ต้องโกรธบ้าง แต่อีกฝ่ายทำเพียงยิ้มตอบ“นั่นสิ อีกไม่นานมันคงเบื่อ”จากนั้นชายหนุ่มผิวดำคล้ำตัวเล็กรายนี้ หยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่าน ปล่อยให้เพื่อนในคณะสองคนงุนงงความจริงเจมส์พอโกรธอยู่หรอก แต่ด้วยความที่ตอนนี้มีจุดมุ่งหมายใหม่ให้ต้องทำ นั่นคือการหาสิ่งที่มีประโยชน์ในหนังสือการ์ตูน นอกจากเบ็ดตกปลาสารพัดประโยชน์ จะมีอะไรอีกบ้างที่ทำให้เขาสร้างรายได้ได้....................เลิกเรียนตอนบ่ายโมง เจมส์นั่งรถกลับมาที่หาดจอมเทียน ลงจากรถสองแถวยืนอยู่บนทางเท้า มองนักท่องเที่ยวเดินขวักไขว่ไปมา โดยส่วนใหญ่เป็นฝรั่งผมทองตาสีฟ้า อีกส่วนคือกรุ๊ปทัวร์เกาหลีพวกเขาโดยส่วนมากมาเพื่อผ่อนคลายไปกับอาหารและทะเลสีคราม ส่วนประเภทหนึ่งมาเพราะต้องการหาเมียเจมส์ไม่คิดแช่อยู่นาน ตรวจสอบดูน้ำมันในเครื่องยนต์บนเรือว่าเหลือพอหรือไม่ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องออกเรือหาปลายังมีเวลาถึง 6 โมงเย็นก่อนที่ร้านหมูกระทะจุ๊บแจงจะเปิด เจมส์จึงคิดใช้เวลาส่วนนี้ไปกับการหาปูปลาในทะเล มาขายก่อนที่จะไปร้านหมูกระทะความจริงเจมส์ไม่ต้องไปทำงานก็ได้ ลำพังออกมาหาปลาด้วยเบ็ดสารพัดประโยชน์อย่างเดียวพอแล้ว เพียงแต่ร้านหมูกระทะจุ๊บแจงมีบุญคุณ แถมช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีอีกฝ่ายยิ่งไม่มีคนงาน เขาจึงไม่อยากลาออกเพียงเพราะมีทางเดินใหม่เป็นบ่ายอีกวันที่เจมส์ได้ของดีเต็มเรือ ครั้งนี้เขาเลือกที่จะตกกุ้งทีละตัว ไม่ได้ใช้อุปกรณ์เสริมอย่างเบ็ดร้อยสาย ไม่งั้นขืนดึงดันดึงกุ้งขึ้นมาบนเรือร้อยตัว ไม่แคล้วเรือพลิกคว่ำ จมน้ำตายในทะเลกลับมาถึงหาดจอมเทียน เจมส์รีบวางขายกุ้งที่ถูกตกมาได้บนทางเท้า เขาใส่กุ้งทั้งหมดไว้ในกะละมังของบ้านที่ถูกเก็บไว้ในบล็อกเช่าพื้นที่ตรงหาดสำหรับขายอาหารทะเลโดยกุ้งที่เจมส์นำมาขายวันนี้คือกุ้งแชบ๊วย กุ้งแต่ละตัวสดๆ มีชีวิตอยู่ หากนำไปประกอบอาหารเนื้อจะเด้งฉ่ำ ไม่เหมือนกับกุ้งที่ถูกน็อคน้ำแข็งไปขายด้วยความที่เป็นตอนบ่ายไม่มีใครมาตั้งแผงข้างๆ เพราะเรือแต่ละลำออกไปเก็บอวนตั้งแต่เช้าตรู่ แผงกุ้งของเจมส์จึงตกเป็นที่สนใจของนักท่องเที่ยวและคนไทยมาเที่ยวทะเลไม่นานกุ้งแชบ๊วยที่ถูก'ล่า'มาวันนี้ถูกขายหมด ในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีเจมส์มองเงินสดจำนวนห้าพันบาทในกระเป๋าด้วยใบหน้าร่าเริง จากนั้นเก็บของ ขึ้นรถสองแถวไปร้านหมูกระทะจุ๊บแจงเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเปิดร้านเมื่อไปถึงเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้น นักร้องประจำร้านดันมาไม่ได้ เหตุเพราะถูกเมียจับได้ว่าแอบมีกิ๊ก ตอนนี้เห็นว่าถูกเมียซ้อมถึงขั้นตัดอวัยวะเพศเข้าโรงพยาบาลมองสีหน้ากุ้มใจของเจ้จุ๊บแจง โดยเฉพาะวันนี้ลูกค้าในร้านค่อนข้างเยอะ หากไม่มีเสียงเพลงก็เหมือนขาดอะไรไป ทั้งอีกฝ่ายยังเคยช่วยเขาหลายต่อหลายครั้ง เจมส์จึงไม่สามารถนิ่งเฉยได้“เจ้ครับ ถ้ายังไม่มีคนร้อง ให้ผมขึ้นไปร้องเพลงให้ไหม”