ธารสีเทาๆ ของชายคนหนึ่ง...

    12 ทบทวน...

            ทีมงานท้องฟ้าจำลองในวันนี้มีทั้งหมด 8 ชีวิต เป็๲นักเรียนชาย 3 นักเรียนหญิง 4 (รวมน้องมิ้น) และครูอีก 1 คน ทั้งหมดต่างช่วยกันอย่างขะมักเขม้น พวกเราเริ่มติดดาวต่างๆ ไปพอสมควรแล้ว พอฟ้าเริ่มมืด ครูผู้ดูแลก็ให้ทุกคนไปอาบน้ำที่ห้องน้ำของโรงเรียน (เพราะยิ่งดึกอากาศจะยิ่งหนาวมาก เกรงจะอาบน้ำกันไม่ไหว) ซึ่งวันนี้ที่โรงเรียนของเราไม่เงียบเลย เพราะมีหลายชมรมต้องมาค้างเหมือนกัน 


            จากนั้นครูก็ได้สั่งข้าวมาเลี้ยงพวกเราคนละกล่อง มีข้าวผัดหมู และข้าวผัดกระเพรา ผมก็ไปถือมาทั้ง 2 อย่าง จากนั้นเดินไปนั่งข้างๆ น้องมิ้น แล้วให้เธอเลือก พวกเราทีมงานทั้งหมดก็นั่งล้อมวงกินข้าว ระหว่างกินข้าวพวกเราก็พูดคุยเ๱ื่๵๹ต่างๆ กันไป ระหว่างนั้นผมก็ถามน้องไปว่า 


            “มิ้น เป็๲ไงบ้าง เหนื่อยไหม...” 


            น้องก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่เลยค่ะ สนุกดี…” แล้วก็ยิ้มแป้นให้ผม


            หลังกินข้าวเสร็จ ก็นั่งพักกันซักหน่อย ก่อนครูผู้ดูแลจะมาบรีฟสิ่งที่จะต้องทำต่อไป ระหว่างนั้นผมกับน้องมิ้นก็กำลังคุยกันในสิ่งที่ต้องทำกันต่อจากนี้ ดันมีทีมงานบางคนเริ่มแซวพวกเราว่า


            “อิจฉาคนมาเป็๲คู่จัง…” 


            พอได้ยินกันดังนั้น เหมือนน้องจะมีอาการเขินอายด้วย ดูท่าไม่ดีแล้ว ผมเลยรีบบอกปัดไปอีกรอบว่า 


            “ไม่ใช่นะ อย่าเข้าใจผิดสิ เดี๋ยวน้องเขาเสียหาย…” 


            เพื่อนๆ กลับยิ่งแซวผมหนักกว่าเดิม จนน้องเขินม้วนตัวแทบจะสิงผมแล้ว ก่อนที่สถานการณ์จะไปกันใหญ่ โชคดีที่ครูมาเริ่มบรีฟงานพอดี (เลยรอดตัวไป)

    งานของพวกเราหลังจากนี้คือคอยมองดูดาวดวงสำคัญๆ ที่ขึ้นมา แล้วจดจำตำแหน่งองศาคร่าวๆ ไปแปะในท้องฟ้าจำลอง เริ่มจากดาวซิริอุส (ดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุด) ต่อด้วยดาวบีเทลจูส และดาวโปรซิออน ซึ่งจะรวมกันเป็๞สามเหลี่ยมฤดูหนาว และต่อด้วยดาวดวงอื่นๆ รวมถึงค่อยๆ ปรับแก้กลุ่มดาวต่างๆ ที่เราได้แปะไปแล้วในตอนกลางวัน 


            แผ่นดาวต่างๆ จะทำจากกระดาษสะท้อนแสงสีเขียวติดแม่เหล็ก ตัวโครงท้องฟ้าจำลองทำจากเหล็กแล้วพ้นสีดำ เลยดึงออก ขยับหรือย้ายตำแหน่งได้ง่าย 

    เวลาล่วงไปประมาณ 4 ทุ่มกว่า พวกเราก็แปะดาวเกือบจะครบแล้ว และตอนนี้ดาวก็เริ่มขยับเปลี่ยนตำแหน่งไปเยอะแล้ว ครูผู้ดูแลก็เลยแจ้งให้ทุกคนเตรียมตัวพักผ่อนได้ โดยพวกเราจะแบ่งโซนนอนหญิงชายออกจากกันคนละฝั่ง ซึ่งจะนอนกันภายในท้องฟ้าจำลอง (ภายในจะอุ่นมาก)


            ระหว่างรอทุกคนจัดแจงที่นอนอยู่ ผมก็เอาแผนที่ดาวออกไปนอนกางเปรียบเทียบดูกับท้องฟ้าจริงข้างนอก ท้องฟ้ายามนี้สวยมากๆ ไม่มีเมฆมาบดบังแสงจากดาวดาวเลย ผมมองดูไปก็เพลินดี ซักพักก็รู้สึกได้ว่ามีคนมานั่งข้างๆ พอมองดู ก็เลยรู้ว่าเป็๲น้องมิ้น (ผมแอบ๻๠ใ๽ งงว่าน้องออกมาทำไม) ผมรีบลุกขึ้นนั่งแล้วถามน้องไปว่า 


            “มิ้นมีอะไรกับพี่เหรอ ออกมาทำไม ดึกแล้วนะ ข้างนอกมันหนาวจะตาย…” 


            น้องก็ตอบว่า “ยังไม่ง่วง ละเห็นพี่นอนดูดาวอยู่คนเดียว เลยออกมานั่งดูด้วย…” 


            ตอนแรกผมว่าจะไม่คิดอะไรแล้วนะ แต่พอเห็นน้องมิ้นมาชวนคุยแบบนี้  ความคิดผมเลยเตลิดมาก… ‘หรือน้องจะมีใจให้เราเหมือนกันนะ…’


            ผมได้แต่ข่มใจไว้ แล้วก็หาเ๱ื่๵๹คุยเพื่อเปลี่ยนความคิดในหัวตัวเองออกไป โดยเริ่มชวนน้องดูดาวดวงนั้นบ้าง ดวงนี้บ้าง เล่าตำนานกรีกโบราณตามกลุ่มดาวต่างๆ ให้ฟังบ้าง น้องก็ตั้งใจดู ตั้งใจฟังดีมาก เมื่อผมชี้กลุ่มดาวต่างๆ ให้น้องดู น้องก็จะมองตาม แต่เหมือนน้องจะมองวิถีมือผมไม่ออก น้องเลยต้องโน้มตัวเข้ามาใกล้ๆ ผม เพื่อให้เห็นวิถีมือในมุมเดียวกันกับผม และเมื่อตัวเราเข้าใกล้จนตัวแนบชิดกัน ไออุ่นจากตัวน้องมาแทนที่ความหนาวเย็นที่ผมได้เคย๼ั๬๶ั๼ไปก่อนหน้า (มันช่างรู้สึกดีมากๆ)


            แทนที่ผมจะสงบจิตใจได้ สรุป… ฟุ้งซ่าน กระเจิงหนักกว่าเดิมอีก ‘ทำไง ทำไงดี คิดๆ…’ ตอนนั้นผมคิดว่า ที่ผ่านมาน้องเป็๲คนใสซื่อบริสุทธิ์และไร้เดีย'สา ไม่น่าจะคิดถึงความรู้สึกชายหญิงแบบผมแน่ๆ เกิดผมทำอะไรรุ่มร่ามหรือแสดงกิริยาที่ไม่สมควร แล้วเผลอบอกความในใจไป เกิดน้อง๻๠ใ๽และไม่ได้คิดเหมือนกันกับผม แล้วพยายามหนีห่างจากผม (เหมือนกรณีเปิ้ล) จะทำยังไง ผมยังไม่อยากเสียน้องไปตอนนี้...


            ผมพยายามตั้งสติ และพยายามเปลี่ยนเ๱ื่๵๹พูดอีกครั้ง พูดถึงสิ่งที่ไม่ต้องชี้อะไรให้ดูตอนนี้แล้ว เลยไปพูดถึงเ๱ื่๵๹กาแล็กซี่ทางช้างเผือก และพูดถึงการมองเห็นทางช้างเผือกที่สวยงามบนท้องฟ้า ซึ่งจะไม่พบใน๰่๥๹นี้ (จะพบใน๰่๥๹เดือนกุมภา-พฤศจิกา) แล้วก็ไปพูดถึงเ๱ื่๵๹ดาวตกที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ น้องก็ตั้งใจฟังเหมือนเช่นเคย มีถามนั่นนี่บ้างเล็กน้อย ผมเริ่มสงบใจที่ฟุ้งซ่านไปได้บ้างแล้ว เริ่มทำตัวได้ปกติขึ้น (จากตอนแรกที่ตื่นเต้นไปหน่อย) ยิ่งดึก อากาศยิ่งเย็น และน้ำค้างเริ่มลงหนัก ผมจึงชวนน้องกลับเข้าท้องฟ้าจำลอง เพื่อแยกย้ายไปนอนกัน…


            หลังจากกลับเข้ามาในท้องฟ้าจำลอง ผมก็จัดแจงที่นอนตัวเอง ที่นอนผมอยู่คนละมุมกับน้องมิ้น หลังจัดที่นอนเสร็จผมก็ล้มตัวลงนอน และก็มองไปตรงที่น้องมิ้นนอน เห็นน้องห่มผ้าเตรียมตัวนอนแล้ว ผมก็ได้แต่คิดถึงเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้น สับสนอยู่ในหัว ‘มันจะใช่ไหมนะ น้องจะคิดเหมือนเราไหมนะ หรือจะไม่ใช่ แล้วถ้าไม่ใช่ถ้าบอกไปนี่จบเลยนะ…’ วนซ้ำๆ อยู่ในหัวไม่ยอมหยุด


            จนดึกก็หลับไม่ลง จึงต้องพยายามหาเ๱ื่๵๹อื่นมาคิดในหัวแทน แล้วพลันคิดได้ว่า ‘ใช่..เรายังมีฟางอยู่ไง เราก็รู้สึกดีๆ กับเธออยู่ไม่ใช่เหรอ แล้วปลายเดือนนี้เราก็ต้องไปเจอกันแล้ว…’ (สัมภาษณ์ที่โคราช) ผมจึงค่อยๆ เอาเ๱ื่๵๹มิ้นออกจากหัวได้ โดยพยายามคิดว่า น้องคงไม่ได้คิดอะไรกับเราหรอก จนสุดท้ายก็เผลอหลับไปจนได้…


            ตื่นเช้ามาพวกเราก็ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมก็ขอบคุณน้องที่มาช่วย น้องก็ทำตัวปกติเหมือนเช่นทุกที แล้วน้องก็ขอตัวขี่มอเตอร์ไซต์กลับบ้านไป… 


            ผมแอบคิดเสียใจหน่อยๆ ‘จริงๆ ด้วยสินะ น้องคงไม่ได้คิดอะไรกับเราจริงๆ’ 


            วันจันทร์ งานมหกรรมฯ และกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรียนได้เริ่มขึ้น… ผู้คนเข้ามาชมงานมากมาย ล้นหลามในทุกกิจกรรม ผมวิ่งไปมาระหว่างห้องคอมกับท้องฟ้าจำลองจนขาแทบขวิดตลอด 3 วัน ผมดีใจที่ผู้คนให้ความสนใจในสิ่งที่พวกเรานำเสนอ ทั้งเกมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ในห้องคอม (น้องมิ้นวุ่นวายอยู่กับการจัดคิวคนเข้าออกทุกวัน) หรือความตื่นตาตื่นใจที่ผู้ชมได้พบเห็นในท้องฟ้าจำลองของพวกเรา


            จนการดำเนินงานในกิจกรรมต่างๆ ก็ได้ผ่านพ้นไปด้วยความเรียบร้อย ถึงพวกเราจะเหนื่อยแต่ทุกคนก็มีความสุขมาก พวกเราได้รับคำชมเชยจากคณะครูในโรงเรียนและผู้ที่มาเยี่ยมชมเป็๲อย่างมาก รู้สึกภูมิใจกับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มากๆ 


            หลังจากจบงานมหกรรมฯ ผมมีเวลาเตรียมตัว 1 สัปดาห์ ก่อนออกเดินทางไปสัมภาษณ์เข้าเรียนต่อที่โคราช ใน๰่๥๹ปลายเดือนมกราคมนี้ (๰่๥๹นี้ คนอื่นอาจจะเครียด แต่ผมชิลล์มาก เพราะไม่คาดหวังเลยไม่ต้องกังวลอะไรอยู่แล้ว) ก่อนถึงวันสัมภาษณ์ 1 วัน ผมและเพื่อนในโรงเรียนที่มีชื่อติดโควต้าที่นั้น ก็นัดกันเดินทางจากบ้านเข้าตัวเมืองโคราช แล้วหาที่พักใกล้ๆ แถวที่จะต้องไปสัมภาษณ์กัน ได้เป็๲ห้องพักราคาไม่แพงคืนละ 300 บาท


            พอไปถึงที่พัก หลังจากเก็บของเสร็จ ผมก็โทรนัดฟางออกมาเพื่อไปหาอะไรกินกัน ผมกับฟางเรานัดกันไว้๻ั้๹แ๻่ก่อนเดินทางมาแล้วว่าจะมาเจอกัน และที่พักของเราก็อยู่ไม่ไกลกันมากนัก ซึ่งฟางพักอยู่กับเพื่อนโรงเรียนเดียวกัน 3 คน  


            พอได้เจอกันครั้งนี้ ผมรู้สึกดีใจมาก ไม่ได้เจอกันนานแล้ว ๻ั้๹แ๻่จบกีฬาโซนฯ เลย พวกเราชวนกันเดินออกไปกินข้าว ระหว่างกินก็ถามสารทุกข์สุกดิบกันไป พอกินข้าวเสร็จ ผมก็เดินกลับมาส่งฟางที่ห้องพักของเธอ ฟางอยู่ชั้น 3 พอเดินมาถึงพวกเราก็นั่งกันตรงโต๊ะนั่งด้านล่าง (ไม่ได้ขึ้นไป) เพื่อช่วยกันดูการซักซ้อมบทสัมภาษณ์ของกันและกัน พอดูจะเข้าที่แล้ว พวกเราก็แยกย้ายกัน เพราะต้องเตรียมตัวเพื่อสอบสัมภาษณ์ในเช้าวันพรุ่งนี้…


            เช้าวันถัดมา พวกเรานัดเจอกันก่อน แล้วค่อยเดินไปมหาลัยพร้อมกัน ผมสังเกตดูฟาง เธอรู้สึกจะประหม่าและกังวลนิดหน่อย ผมก็เลยพูดไปว่า


            “ฟาง มาๆ กอดหน่อย คลายตื่นเต้น…”


            ตั้งใจจะแซวให้เธอเลิกคิดเ๱ื่๵๹สอบ จะได้คลายกังวลขึ้นแค่นั้น ไม่ได้คิดจะกอดจริงๆ 


            แต่แล้วเธอกลับหันมาแล้วยกสองแขนขึ้นมาหาผม (อ้าวเห้ย ให้กอดจริงดิ..) ผมก็โน้มตัวเข้าไปสวมกอด (แบบเกร็งๆ) แล้วเอามือตบหลังเธอเบาๆ ว่าพูดว่า

     

            “อย่าเครียด ทำได้อยู่แล้ว สู้ๆ…” 


            ตอนนั้นรู้สึกดีเป็๲บ้าเลย การ๼ั๬๶ั๼ที่อบอุ่นนั้น แต่คงอยู่ได้ไม่นานเราก็ต้องแยกออก เพราะมีสายตาผู้คนมองกันเยอะมาก ตรงนั้นคือหน้ามอ (เป็๲ภาพที่ไม่ควรเท่าไหร่ ใส่ชุดนักเรียนกันทั้งคู่) หลังจากพวกเราเดินเข้ามอมา ผมก็แตะไหล่เธอเบาๆ ว่าพูดว่า 


            “สู้ๆ นะ” แล้วพวกเราก็แยกย้ายไปที่คณะของใครของมัน…


            ระหว่างที่ผมกำลังเดินไปคณะวิทย์ เลยมาลองคิดทบทวนดู ‘หรือสุดท้ายแล้วเราควรจะเลือกคบฟาง… ฟางน่าจะชัดเจนที่สุดแล้วตอนนี้...'


            ……….>> ลึกซึ้ง…