ตอนที่ 26 มาเลย เ้าลองดูสิ
หลี่ซิ่วเจวียนมองหลิวอู่นีที่ยังคงหมดสติขณะถูกหลิวเอ้อร์หลางแบกไว้บนหลังด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เมื่อนึกถึงคำพูดของท่านหมอหวง นางก็อดไม่ได้ที่จะกัดฟันแน่น
กลายเป็คนปัญญาอ่อนเมื่อฟื้นขึ้นมาหมายความว่าอย่างไร?
ไม่ใช่แค่หัวแตกและมีเืออกนิดหน่อยหรอกหรือ เหตุใดถึงฟื้นขึ้นมาแล้วกลายเป็คนปัญญาอ่อน?
นางสงสัยมากว่าหมอหวงจะเป็หมอเถื่อนที่จงใจหลอกนาง และ้าให้นางให้อาหารหลิวอู่นี หลังจากที่นางฟื้นขึ้นมา นี่เป็กลอุบายหลอกนางไม่ใช่หรือ เพียงแค่พันผ้าพันแผลและทายา นางต้องจ่ายเงินมากถึงสามสิบแปดตำลึง
สามสิบแปดตำลึงนั้นเพียงพอที่จะซื้อหมูได้สองสามตัว ยิ่งคิดเื่นี้ก็ยิ่งทำให้นางรู้สึกไม่พอใจ
นางอดไม่ได้ที่จะจ้องมองหลิวอู่นีอีกครั้ง เมื่อเห็นผ้าพันแผลสีขาวที่พันรอบหัวของนาง ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็รู้สึกขัดใจมาก เหตุใดนางไม่หัวฟาดตายไปเลยเล่า จะได้ไม่ต้องเสียเงินเปล่า
หลิวซานนีเป็คนช่วยหลิวอู่นี แน่นอนว่านางย่อมไม่พลาดสายตาที่หลี่ซิ่วเจวียนจ้องมองนาง สิ่งสำคัญที่สุดคือนี่ไม่ใช่ครั้งแรก นางจึงบันดาลโทสะ
“หลี่ซิ่วเจวียน เ้ามองเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร?”
“ข้าบอกเลยว่าอู่นีจะไม่เป็อันใด หากเกิดอันใดขึ้น ข้าจะไม่มีวันปล่อยเ้าไป นังคนปากร้าย”
หลี่ซิ่วเจวียนที่พยายามระงับความโกรธมานาน ตอนนี้ะเิอารมณ์ทันทีด้วยใบหน้าดุร้าย “หลิวซานนี นังเด็กขี้ขโมย เ้ากินดื่มอาหารของข้า แต่เ้ายังกล้าพูดกับข้าเช่นนี้ เชื่อหรือไม่ว่าข้าสามารถตบเ้าให้น่วมอีกครั้งตอนนี้ยังได้?”
“มาเลย เ้าลองดูสิ” ตอนนี้หลิวซานนีเต็มใจเสี่ยงชีวิต ยิ่งยอมมากเท่าใด นังคนปากร้ายหลี่ซิ่วเจวียนก็จะยิ่งกลั่นแกล้งนางมากขึ้นเท่านั้น “หลี่ซิ่วเจวียน ข้าบอกเลยว่าหากเ้ากล้ารังแกข้าอีกครั้ง ข้าจะต่อสู้กับเ้าจนตายแน่นอน”
“กินดื่มอาหารของเ้างั้นหรือ เ้ากำลังพูดจาเหลวไหล” หลิวซานนียิ้มเยาะด้วยสีหน้าดุร้าย “ทุกอย่างที่เรากินคืออาหารที่นำมาจากบ้านของข้าทั้งหมด ใครกินอาหารของเ้าไม่ทราบ? ทั้งครอบครัวเ้าต่างหาก ที่กินดื่มอาหารของครอบครัวข้า”
“ส่วนเื่บ้าน เราก็อยู่ในบ้านเก่า บ้านหลังนั้นครึ่งหนึ่งก็เป็ของครอบครัวข้าแล้ว แล้วใครอาศัยอยู่ในบ้านเ้าไม่ทราบ”
หลี่ซิ่วเจวียนเผยสีหน้าเคียดแค้น “นังเด็กสารเลว...”
“พอแล้ว!”
หลิวเอ้อร์หลางสูดหายใจแรง และอดไม่ได้ที่จะด่าทอ “าเ็คนเดียวยังไม่พอ อยากให้เจ็บเพิ่มอีกสองสามคนหรือไม่? หากเป็เช่นนั้นพวกเ้าก็ตบกันให้หนำใจเลย ข้าจะไม่ห้ามพวกเ้า!”
“หากพวกเ้าสองคนไม่ตบตีกัน อู่นีจะได้รับาเ็หรือไม่?”
เมื่อนึกถึงเื่นี้ หลิวเอ้อร์หลางก็โกรธจัด ใช้ชีวิตดี ๆ และไม่ก่อเื่จะไม่ดีกว่าหรือ?
ทั้งสองคนทำผิด และตอนนี้หลิวเอ้อร์หลางก็ดูน่ากลัวเป็พิเศษ พวกนางจึงไม่กล้าเถียงกันอีกต่อไป และได้แต่รีบกลับบ้านเท่านั้น
หลิวเอ้อร์หลางแบกหลิวอู่นีไว้บนหลัง แล้วเดินไปที่ห้องของย่า แต่กลับถูกแม่เฒ่าหลิวขวางไว้
“ท่านย่า เหตุใดท่านถึงมาขวางข้า?”
เขาเหนื่อยมากที่ต้องแบกอู่นีมาตลอดทาง เขาแค่อยากวางอู่นีลง แล้วพักผ่อนให้เต็มที่
“ข้าสิต้องถามเ้าว่าเ้ากำลังทำอันใดอยู่” แม่เฒ่าหลิวจ้องมองหลิวเอ้อร์หลางด้วยสีหน้าบึ้งตึง และกัดฟันแน่น “เ้าไม่อาจแบกนางไปที่ห้องของข้าได้ มันเป็อัปมงคล”
“ท่านย่า ท่านพูดอันใด?” หลิวเอ้อร์หลางประหลาดใจ “ท่านย่า อู่นีเคยนอนกับท่านมาก่อน หากท่านไม่ให้นางพักฟื้นในห้องของท่าน แล้วจะให้ข้าแบกนางไปไว้ที่ไหน?”
“ข้าไม่สน!”
แม่เฒ่าหลิวเผยท่าทางเย่อหยิ่ง “หัวนางาเ็ เ้าลืมสิ่งที่หมอหวงพูดไปแล้วหรือ นางอาจตายได้ แม้จะฟื้นขึ้นมาก็อาจกลายเป็คนปัญญาอ่อน”
“ที่เ้าเอานางมาไว้ในห้องของข้าไม่ได้เป็การสาปแช่งข้าหรือ? หากนางนำโชคร้ายมาให้ข้า จนทำให้ข้าเจ็บป่วยขึ้นมาจะทำอย่างไร?”
“เอาล่ะ เ้าพานางออกไป อย่าเข้ามาในห้องของข้า!”
แม่เฒ่าหลิวกลัวความตาย จึงไม่ยอมให้คนที่กำลังจะตายอยู่ในบ้านของนาง นางจะทำอย่างไรหากมีคนตายในบ้านของนาง?
“ท่านย่า ท่านกำลังพูดถึงเื่อันใด?” หลิวซานนีโกรธ “อู่นีได้รับาเ็สาหัส แต่ท่านไม่ปล่อยให้นางเข้ามาพักฟื้นในบ้าน ท่าน ท่านจะฆ่าอู่นีหรือ?”
“หลิวซานนี ใครอนุญาตให้เ้าพูดกับข้าเช่นนี้? ไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่” สีหน้าของแม่เฒ่าหลิวเหี้ยมเกรียมขึ้น “ใครอยากจะฆ่านาง?”
“ถ้านางตายเพราะเื่นี้ก็เป็เพราะนางทำตัวเอง ไม่อาจโทษใครได้ บ้านหลังนี้ใหญ่มาก แต่ไม่มีห้องแล้ว เช่นนั้นก็วางไม้กระดานสองแผ่นไว้หน้าประตู เพื่อให้นางพักฟื้นที่นั่นก็ได้” แม่เฒ่าหลิวพูดพลางทำหน้ารังเกียจ
หลิวซานนีอ้าปากค้าง มีใครอาศัยอยู่หน้าประตูบ้านบ้าง?
แต่นางก็ไม่อาจโต้แย้งได้ แม่เฒ่าหลิวบอกให้หลี่ซิ่วเจวียนและลูกสะใภ้ สร้างเตียงไม้เรียบง่ายตรงทางเดินหน้าประตูอย่างรวดเร็ว
เตียงที่ว่านี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าม้านั่งสองตัวที่รองรับไม้กระดานสองแผ่น
หลิวอู่นีถูกวางไว้้า ส่วนหลิวเอ้อร์หลางนั่งหอบอยู่ด้านข้าง
หลิวซานนีมองหน้าอู่นีที่ซีดเซียว และอดไม่ได้ที่จะหลั่งน้ำตา นางรู้สึกว่าตนกำลังทุกข์ร้อนกับชะตากรรมของพวกเดียวกัน
อดไม่ได้ที่จะร้องไห้คร่ำครวญ “อู่นี...”
“ร้องไห้เพื่ออะไร การร้องไห้คร่ำครวญถือเป็อัปมงคล” แม่เฒ่าหลิวพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ “ตอนนี้แค่ให้อยู่เพียงชั่วคราวเท่านั้น หากนางไม่ตาย ข้าย่อมปล่อยให้นางกลับไปนอนที่ห้อง”
หลิวซานนีมองพวกนางด้วยสายตาเกลียดชัง ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมา นางได้ลิ้มรสความดิบเถื่อนของมนุษย์มามากพอแล้ว พวกนางไม่ได้ปฏิบัติต่อนางเหมือนสมาชิกในครอบครัวเลย อู่นีได้รับาเ็หนัก แต่พวกนางก็ยังคงปฏิบัติต่ออู่นีเช่นนี้ พวกนางไม่สนใจความเป็ความตายของอู่นีเลย
ทันใดนั้นความโกรธแค้นก็ปะทุขึ้นในหัวใจนาง ขณะที่นางกำลังจะอาละวาดใส่พวกนาง เสียงของหลิวซื่อหลางก็ดังขึ้นขัดจังหวะนาง
“อู่นี!”
ทันทีที่หลิวซื่อหลางมาถึงหน้าประตู ก็เห็นหลิวอู่นีนอนอยู่หน้าประตูด้วยใบหน้าซีดเซียว เขาตื่นตระหนกจนไม้ในมือร่วงลงกับพื้นเสียงดัง แล้วรีบวิ่งไปหา “อู่นี ตื่นเถิด ลุกขึ้นมา ข้าคือพี่สี่เอง อู่นี!”
เมื่อแม่เฒ่าหลิวและคนอื่น ๆ เห็นว่าเป็หลิวซื่อหลางก็หน้าตึงทันที ทุกคนมองหลิวซื่อหลางด้วยความรังเกียจ และแม่เฒ่าหลิวก็เริ่มไล่หลิวซื่อหลางออกไป
“ออกไป หลิวซื่อหลาง เ้าหมาป่าตาขาว ออกไปจากบ้านของข้า ได้ยินหรือไม่”
“ใช่แล้ว หลิวซื่อหลาง รีบออกไปเดี๋ยวนี้ บ้านข้าไม่ยินดีต้อนรับเ้า” หลี่ซิ่วเจวียนทำหน้ารังเกียจขณะไล่เขาออกไป
หลิวซื่อหลางหน้าแดงก่ำ แล้วจับมืออู่นีไว้แน่น “ข้า ข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมอู่นี”
“มาเยี่ยมงั้นหรือ?” แม่เฒ่าหลิวเยาะเย้ย “มีใครบ้างที่มาเยี่ยมคนป่วยมือเปล่าเหมือนเ้า? ออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ ชิงเหอ ไล่เขาออกไป อย่าปล่อยให้เขาทำให้บ้านสกปรก”
หลิวชิงเหอขมวดคิ้ว ความไม่พอใจฉายแววบนใบหน้าของเขา แต่เมื่อแม่ของเขาพูด เขาก็ไม่อาจโต้แย้งอะไรได้ เขาจึงได้แต่ก้าวไปข้างหน้า แล้วพูดว่า “ซื่อหลาง เ้ารีบออกไปเถิด อย่าทำให้ย่าของเ้าโกรธ”
“เ้าเห็นอู่นีแล้วก็รีบออกไปเสีย”
สีหน้าของหลิวซื่อหลางเปลี่ยนไปครั้งแล้วครั้งเล่า “แต่อู่นียังไม่ฟื้น ข้ายังไม่รู้เลยว่านางปลอดภัยหรือเปล่า ข้า...”
“ไม่ว่านางจะเป็เช่นไร มันก็ไม่ใช่เื่ของเ้า” แม่เฒ่าหลิวพูดด้วยสีหน้ารังเกียจ “นางจะปลอดภัย นางจะไม่ตาย ออกไปจากที่นี่ ถ้าเ้ายังเสนอหน้ามาที่นี่อีกครั้ง ข้าจะทุบตีเ้าให้ตาย เ้าหมาป่าตาขาว”
“ซื่อหลาง อย่าไปฟังพวกเขาพูดจาเหลวไหล อาการของอู่นีย่ำแย่มาก พวกเขากลัวว่าอู่นีจะตายในบ้าน จึงจับอู่นีมาไว้นอกประตู” หลิวซานนีพูดด้วยความโกรธ “เห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่ได้อยากดูแลอู่นี แต่อยากให้อู่นีตาย!”
คำพูดของหลิวซานนี ทำให้แม่เฒ่าหลิวและหลี่ซิ่วเจวียนถึงกับะโผาง
“หลิวซานนี เ้ากำลังพูดเหลวไหลอันใด” นางพูดจบก็บีบคอหลิวซานนีทันที “ข้าจะบีบคอเ้าให้ตาย ไม่ปล่อยให้เ้าพล่ามเื่ไร้สาระ”
“ใครอยากให้นางตาย หลิวซานนี เ้าพูดอันใดจงคิดเสียก่อน ข้าใช้เงินทั้งหมดจ่ายค่ายาให้นาง” หลี่ซิ่วเจวียนประสมโรงกับแม่เฒ่าหลิวด้วยความโกรธ แล้วลงมือทำร้ายหลิวซานนี
……
ทั้งสองด่าทอและหยิกนาง ทำให้หลิวซานนีกรีดร้อง และร้องไห้เสียงดังด้วยความเ็ป
อยากจะวิ่งหนี แต่ถูกพวกนางขัดขวางจึงหนีไม่ได้
หากนางสู้กลับ ก็มีแต่จะทำให้พวกนางทำร้ายนางอย่างบ้าคลั่งมากขึ้นเท่านั้น
เมื่อเห็นพี่สาวคนที่สามถูกรังแกเช่นนี้ หลิวซื่อหลางก็โกรธมากจนะโให้พวกเขาหยุดอย่างกระวนกระวายใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีใครสนใจเขาเลย
เสียงกรีดร้องของหลิวซานนีแทงทะลุหัวใจของเขาราวกับเข็ม มันเ็ปยิ่งนัก
พี่สามของเขาถูกรังแก แต่เขาทำได้เพียงเฝ้าดู
ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจสิ่งที่ท่านแม่พูดก่อนหน้านี้ เขาปกป้องพี่สาวของตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ เขาจะเป็อะไรไปได้อีกนอกจากคนขี้ขลาด?
เขาไม่อยากเป็คนไม่เอาไหน เขาอยากปกป้องพี่หญิงสามของเขา!
ั์ตาของหลิวซื่อหลางเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ สายตาพลันเบนไปมองท่อนไม้ที่อยู่ตรงเท้า เขาตัวสั่นขณะก้มลงหยิบมันขึ้นมา!
“หยุด... หยุดเดี๋ยวนี้ อย่าทำร้ายพี่หญิงสามของข้า ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่เกรงใจพวกเ้า!”
...............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
ซื่อหลางสู้ๆ ทุบผู้ใหญ่ไร้เหตุผลสักป๊าบก็ไม่นับว่าเกินไป
ไหหม่า(海馬)