แสงจันทร์จางลงเมื่อเข้าสู่่รุ่งสาง ภายในเรือนพักไม้โบราณที่เงียบสงัดหลังสถาบันเทียนหลง บรรยากาศยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกมะลิและความร้อนแรงที่เพิ่งผ่านพ้นไป เย่เทียน ลืมตาขึ้นช้าๆ ั์ตาสีม่วงของเขาดูสงบและลุ่มลึกกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด พลังที่เคยพลุ่งพล่านจนเกือบคลั่งในกายบัดนี้ถูกสยบลงและหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกับกระแสพลังหยินบริสุทธิ์ของ ไป๋หลิงเขาััได้ถึงความหนาแน่นของลมปราณที่ไหลเวียนอยู่ในจุดชีพจร มันหนาแน่นและมั่นคงกว่าระดับปรมาจารย์ทั่วไปหลายเท่าตัว นี่คือผลลัพธ์ของ "ปรมาจารย์ ขั้นที่ 10 (สมบูรณ์)" ที่ระบบได้มอบให้ไป๋หลิงที่นอนซบอยู่ข้างกายค่อยๆ ขยับตัว ใบหน้าอันงดงามของเธอยังคงมีร่องรอยของความเหนื่อยล้า แต่แววตาที่มองเย่เทียนกลับเต็มไปด้วยความจงรักภักดีที่ลึกซึ้งเกินกว่าศิษย์อาจารย์ เธอยันตัวลุกขึ้นช้าๆ ผ้าแพรบางเบาเลื่อนหลุดเผยให้เห็นผิวพรรณที่ผุดผ่องราวกับน้ำนม
"าาของฉัน... พลังในกายของเธอคงที่แล้วสินะ" เธอพึมพำเสียงหวาน พร้อมกับก้มลงจูบที่ไหล่ของเย่เทียนเบาๆ "แต่การฝึกฝนคู่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น การที่เธอจะก้าวไปสู่ระดับ ยอดปรมาจารย์ และข้ามผ่านทัณฑ์อัสนีในอนาคต เธอจำเป็ต้องมี 'สื่อนำพลัง' ที่แท้จริง"เย่เทียนลุกขึ้นยืน ร่างกายวัย 16 ปีของเขาดูสูงโปร่งและมีมัดกล้ามเนื้อที่สมบูรณ์แบบราวกับรูปสลัก "เธอบอกว่ามีมรดกที่ตระกูลเธอเฝ้าไว้... มันอยู่ที่ไหน?"ไป๋หลิงไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เธอกลับเดินไปที่ผนังห้องหนังสือลับแล้วร่ายรำนิ้วมือกลางอากาศ ค่ายกลลึกลับปรากฏขึ้นก่อนที่กำแพงหินจะแยกออก เผยให้เห็นทางเดินใต้ดินที่ทอดยาวลงไปสู่ความมืดมิด เย่เทียนเดินตามเธอลงไปอย่างเงียบๆ ยิ่งลึกลงไป กลิ่นอายความเย็นเยียบที่คุ้นเคยก็ยิ่งรุนแรงขึ้น รอยสักปีกปีศาจที่แผ่นหลังของเขาเริ่มขยับไหวราวกับเจอนายที่โหยหามานานที่ปลายทางคือห้องโถงกว้างที่สร้างจากศิลาทมิฬ ใจกลางห้องมีแท่นหินทรงสี่เหลี่ยมที่มีโซ่ตรวนสีดำขนาดั์พันธนาการ "กระบี่" เล่มหนึ่งไว้ มันไม่มีตัวใบกระบี่ที่ชัดเจน แต่กลับดูเหมือนกลุ่มก้อนของควันดำที่อัดแน่นจนกลายเป็ของแข็ง แผ่กลิ่นอายที่เย็นเยียบและอำมหิตออกมาจนไป๋หลิงยังต้องถอยห่าง"นี่คือ 'กระบี่นิรันดร์รัตติกาล'" ไป๋หลิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มันถูกสร้างขึ้นจากเศษเสี้ยวิญญาและโลหิตของเทพมาราในอดีต ตระกูลของฉันเฝ้าปกป้องมันมาหลายชั่วอายุคน เพราะไม่มีใครในโลกนี้ที่มีคุณสมบัติพอจะแตะต้องมันได้โดยไม่ถูกกลืนกินิญญา... ยกเว้นเพียงท่านคนเดียว"เย่เทียนก้าวเข้าไปหาแท่นหินอย่างช้าๆ ทันทีที่เท้าของเขาััเขตอาคมรอบแท่นหิน กระบี่สีดำเล่มนั้นก็สั่นะเือย่างบ้าคลั่งราวกับจะหลุดออกจากพันธนาการ เสียงหวีดหวิวของมันดังก้องไปทั่วห้องโถงคล้ายกับเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจเย่เทียนยื่นมือขาวเนียนออกไปจับที่ด้ามกระบี่ที่ขรุขระคล้ายกับกระดูกปีศาจครืนนนน!พลังความมืดมหาศาละเิออกจากกระบี่ พุ่งเข้าใส่เย่เทียนจนเสื้อผ้าของเขาปลิวไสว รอยสักปีกปีศาจที่หลังกางออกเสมือนเงาขนาดใหญ่โอบอุ้มร่างเขาไว้ แสงสีม่วงทองสว่างจ้าไปทั่วห้องใต้ดิน โซ่ตรวนที่ลงอาคมไว้อย่างแ่าแตกกระจายเป็ผงในพริบตา![ติ๊ง! ตรวจพบอาวุธระดับเทวะ: กระบี่นิรันดร์รัตติกาล (ผูกมัดจิติญญา)][ยินดีด้วย! ท่านได้รับมรดกชิ้นแรกจากชาติภพที่ 1][ระดับบ่มเพาะเพิ่มขึ้น: ปรมาจารย์ ขั้นที่ 10 (สมบูรณ์) -> ก้าวเข้าสู่คอขวดของ 'ยอดปรมาจารย์']เย่เทียนสะบัดกระบี่เบาๆ ความมืดรอบตัวพลันบิดเบี้ยวตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา มันไม่ใช่เพียงแค่อาวุธ แต่เป็ส่วนหนึ่งของร่างกายเขา ไป๋หลิงที่ยืนดูอยู่ถึงกับคุกเข่าลงแทบเท้าของเขาด้วยความศรัทธาที่ท่วมท้น "ในที่สุด... ท่านก็กลับมาทวงบัลลังก์ของท่านคืนแล้ว"เย่เทียนเก็บกระบี่ที่เลือนหายเข้าไปในเงาใต้เท้าของเขา "ตระกูลหลิน... และทุกคนที่เคยดูถูกฉันในเมืองจงชานแห่งนี้ เตรียมตัวรับความพินาศได้เลย รัตติกาลที่แท้จริง... ได้เริ่มขึ้นแล้ว"เขาหันกลับไปจูบที่หน้าผากของไป๋หลิงเบาๆ เป็การขอบคุณ ก่อนจะเดินนำเธอออกจากห้องใต้ดินเพื่อมุ่งหน้าไปยังสถาบันเทียนหลง ที่ซึ่งการประลองจัดอันดับกำลังจะเริ่มขึ้นในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า และเขา... จะใช้กระบี่เล่มนี้จารึกชื่อของเขาลงบนหน้าประวัติศาสตร์ของโลกใบนี้อีกครั้ง!
[ขอเปลี่ยนจากมอนสเตอร์เป็อสูร/สัตว์อสูรนะครับ]