เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นภายในห้องของหลี่ลั่ว เขากำลังนวดหนังตาที่หนักอึ้งมองดูกล่องไม้จันทน์ที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเสียดายเล็กน้อย
ภายในนั้นยังคงมีน้ำยาแสงวิเศษที่ใช้ไม่หมดเหลืออยู่เกือบครึ่ง
หลี่ลั่วพบว่าเขาพลาดอะไรบางอย่างไปถึงแม้ว่าตัวเขาจะไร้อัตลักษณ์ไม่ต้องกังวลว่าเื่การกัดกร่อนจากสิ่งเจือปนในน้ำยาแสงวิเศษ ทว่า...การดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษหนึ่งขวด มันกลับจำเป็ต้องใช้เวลาและเขาก็ไม่สามารถนำน้ำยาแสงวิเศษหลายสิบขวด มารวมกันแล้วใช้พร้อมกันรวดเดียวได้ด้วยเพราะมันจะรบกวนซึ่งกันและกันกลับจะทำให้น้ำยาเสื่อมประสิทธิภาพไปโดยเปล่าประโยชน์
ดังนั้นเมื่อคืนนี้เขาจึงสามารถดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษไปได้เพียงยี่สิบเจ็ดขวดเท่านั้น
แน่นอนว่าหากเื่นี้ถูกคนอื่นล่วงรู้เข้าละก็พวกเขาคงคิดว่าหลี่ลั่วเสียสติไปแล้วเป็แน่...เพราะพวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าจะมีใครกล้าทำแบบนี้...
การดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษถึงยี่สิบเจ็ดขวดในคืนเดียวสิ่งเจือปนที่สะสมอยู่ภายในร่างกายเกรงว่าไม่นานก็คงทำให้วิหารอัตลักษณ์ถูกปิดผนึกลงได้แล้ว
โดยทั่วไปแล้วมีเพียงแค่คนที่จนตรอกจริงๆ เท่านั้นถึงจะเลือกใช้วิธีที่บ้าคลั่งและสุดโต่งแบบนี้
มันเป็วิธีที่หากไม่สำเร็จก็ตายไปเลยจริงๆ
“แต่ผลลัพธ์มันก็ไม่เลว...”
ความรู้สึกเสียดายในดวงตาของหลี่ลั่วพลันสลายหายไปอย่างรวดเร็วแววตาของเขากลับเปล่งประกายขึ้นมาแทน เพราะจากการรับรู้ของเขาวิหารอัตลักษณ์อันแรกของเขาได้เปล่งประกายที่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าเมื่อวานออกมาแล้วแม้แต่พลังอัตลักษณ์ที่ไหลเวียนอยู่ภายในนั้นก็ดูบริสุทธิ์และแข็งแกร่งขึ้นเล็กน้อยด้วย
ด้วยความเร็วเช่นนี้หลังจากหลี่ลั่วประเมินคร่าวๆ แล้ว หากเขา้ายกระดับ ‘อัตลักษณ์น้ำแสง’ ของเขาขึ้นไปเป็ระดับห้าอาจจะต้องใช้น้ำยาแสงวิเศษระดับสี่อีกราวๆ ร้อยกว่าขวด
หากคำนวณเช่นนี้ละก็การยกระดับจากระดับสี่ไปจนถึงระดับห้าหลี่ลั่วน่าจะต้องใช้ทองคำ์จำนวนมากถึงเกือบสองแสนเหรียญ
ตัวเลขนี้อันที่จริงตัวหลี่ลั่วเองนั้นยอมรับได้ ทว่า...เมื่อเขาคำนวณถึงการยกระดับต่อไปในอนาคต เขาก็เริ่มรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแล้ว
เพราะหลังจากที่อัตลักษณ์ระดับห้าแล้วราคาน้ำยาแสงวิเศษระดับห้าก็จะเพิ่มสูงขึ้นไปอีกเป็เท่าตัวอีกทั้งการยกระดับขั้นของอัตลักษณ์ก็จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นไปด้วย
เช่นนั้นก็หมายความว่าจากระดับห้าไประดับหกเขาต้องใช้ทองคำ์เป็จำนวนมากถึงเกือบล้านเหรียญเลยน่ะสิ?
แล้วจากระดับหกไประดับเจ็ด...ก็ต้องใช้อีกหลายล้าน?
แล้วหลังจากนั้นเล่า?
ทันใดนั้นหลี่ลั่วก็รู้สึกหายใจไม่ออกถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยได้สนใจเื่ราวของคฤหาสน์มากเท่าใดนักแต่เขาก็รู้ดีว่ารายได้ต่อปีของคฤหาสน์ลั่วหลานนั้นมีเพียงแค่ประมาณหลายล้านเหรียญทองคำ์เท่านั้น
ต่อให้เขาขุดทั้งคฤหาสน์ลั่วหลานออกมาเกรงว่าก็คงมีทองคำ์ไม่พอให้เขายกระดับอัตลักษณ์ไปจนถึงระดับแปดได้หรอกกระมัง?
อัตลักษณ์หลังกำเนิดนี่...มันคือหลุมลึกไร้ก้นชัดๆ!
หลี่ลั่วนวดหว่างคิ้วคฤหาสน์ลั่วหลานที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้เขาในอนาคตมันอาจจะเลี้ยงดูคุณชายมือเติบอย่างเขาไม่ไหวจริงๆ ก็ได้…
“แต่หากในอนาคตข้าสามารถหลอมสร้างน้ำยาแสงวิเศษได้ด้วยตัวเองละก็คงจะประหยัดเงินได้ไม่น้อย”
หลี่ลั่วนึกถึงอัตลักษณ์น้ำแสงของเขาในบางมุมนั้น มันก็ถือเป็ข้อได้เปรียบเฉพาะตัวของเขาเลยเหมือนกันหากเขาใช้ประโยชน์จากจุดนี้ดีๆ ละก็ น้ำยาแสงวิเศษที่เขาหลอมสร้างขึ้นมาในอนาคตเกรงว่าอาจจะเป็สินค้าหายากในท้องตลาดได้เลย เมื่อคิดแบบนี้แล้ว เขาก็ต้องเริ่มไตร่ตรองเื่การเรียนรู้วิชาเกลาอัตลักษณ์บ้างแล้ว
“ดูท่าพ่อกับแม่คงจะคิดถึงเื่นี้ไว้ก่อนแล้วเหมือนกัน...ดังนั้นจึงให้ข้าเป็นักเกลาอัตลักษณ์คฤหาสน์ลั่วหลานจะได้ไม่ต้องมาแบกรับภาระเลี้ยงดูข้าจนล่มจม”หลี่ลั่วถอนหายใจออกมาอีกครั้งยิ่งรู้สึกชื่นชมในวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของพ่อแม่ตัวเองมากขึ้นไปอีก
สุดท้ายหลี่ลั่วก็ไม่กล้าคิดเื่นี้ต่ออย่างน้อยก่อนที่จะถึงระดับหก เขาก็น่าจะยังพอรับมือไหว ส่วนเื่หลังจากนั้นไว้ถึงเวลาแล้วค่อยว่ากันอีกที
ดังนั้นเขาจึงส่ายหน้ากลับไปที่ห้องนอนแล้วล้มตัวลงนอนทันที
ใน่สองวันต่อจากนี้หลี่ลั่วก็ได้เริ่มการบำเพ็ญอย่างบ้าคลั่ง ตอนกลางวันเขาจะบำเพ็ญ ‘จินตภาพทะเลคราม’ จนกระทั่งถึงขีดจำกัดแล้วเขาจึงค่อยฝึกฝนวิชาอัตลักษณ์เป็เวลาสองชั่วโมงแล้วจึงค่อยเริ่มต้นดูดกลืนน้ำยาแสงวิเศษเพื่อยกระดับขั้นของอัตลักษณ์
ด้วยการฝึกฝนบำเพ็ญอย่างเต็มกำลังเช่นนี้ผลลัพธ์ที่ได้ก็ไม่เลวระดับพลังอัตลักษณ์ของเขาได้เพิ่มขึ้นจนถึงระดับสี่ตราอย่างรวดเร็ว ส่วนอัตลักษณ์น้ำแสงระดับสี่ของเขาก็บริสุทธิ์มากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน
ตอนนี้หลี่ลั่วรู้สึกราวกับว่าไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งความก้าวหน้าของเขาได้แล้ว
จนกระทั่งน้ำยาแสงวิเศษหมดลง
...
ณห้องบัญชีของบ้านเก่า
ไช่เวยที่สวมชุดกระโปรงยาวกำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานทรวดทรงองเอวอันงดงาม บริเวณหน้าอกเผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันน่าตื่นตาตื่นใจทว่าบนใบหน้ารูปไข่อันงดงามของนางตอนนี้กลับคิ้วขมวดเล็กน้อยจ้องมองบัญชีหลายเล่มที่อยู่ตรงหน้า
“ผู้จัดการกู่รายได้ของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ปีนี้ดูเหมือนจะลดลงจนน่าใเลยนะ”ไช่เวยเงยหน้าขึ้นจากบัญชี มองไปยังผู้จัดการหลายคนที่อยู่ตรงหน้า
ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าผู้จัดการกู่ก็ได้พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเจื่อนแล้วกล่าว“ผู้จัดการใหญ่กล่าวถูกแล้ว คฤหาสน์ลั่วหลานมีห้างร้านอยู่ทั้งหมดเก้าแห่งแหล่งผลิตแร่และยาสิบแปดแห่งอยู่ในมณฑลเทียนสู่...เพียงแต่เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในคฤหาสน์ ทำให้ใน่หนึ่งปีมานี้พวกเราถูกสามตระกูลใหญ่ในมณฑลเทียนสู่เล่นงานอย่างหนักโดยเฉพาะตระกูลซ่งที่ร้ายกาจที่สุด ในบรรดาห้างร้านทั้งเก้าแห่งมีสองแห่งที่ถูกตระกูลซ่งใช้กลอุบายต่างๆ นานาเล่นงานจนต้องปิดตัวลงในปีนี้สุดท้ายยังถูกพวกมันกลืนกินไปด้วย”
แววตาของไช่เวยดูเ็าลงเล็กน้อยคฤหาสน์ลั่วหลานสร้างฐานะขึ้นมาจากนครหนานเฟิงแห่งมณฑลเทียนสู่หลังจากนั้นก็ได้ผงาดขึ้นเป็หนึ่งในห้ามหาคฤหาสน์ของอาณาจักรต้าเซี่ยด้วยความเร็วสูงจนน่าใ
ทว่าในมณฑลเทียนสู่นั้นนอกจากคฤหาสน์ลั่วหลานแล้วก็ยังมีสามตระกูลใหญ่อยู่ถึงแม้ว่าในภาพรวมแล้วสามตระกูลใหญ่จะไม่สามารถเทียบชั้นกับคฤหาสน์ลั่วหลานที่สมบูรณ์แบบได้แต่ในมณฑลเทียนสู่นั้น พวกเขาก็ถือเป็ผู้มีอิทธิพลเก่าแก่ที่หยั่งรากลึกมานานมีภูมิหลังที่มั่นคง มีขุมพลังลึกล้ำ
ในตอนที่ผู้นำตระกูลทั้งสองยังอยู่คฤหาสน์ลั่วหลานรุ่งเรืองถึงขีดสุด สามตระกูลใหญ่นี้ก็ทำตัวว่าง่ายต่างก็เชื่อฟังคำสั่งเป็อย่างดีแต่ใครจะไปคิดว่าหลังจากที่ผู้นำตระกูลทั้งสองหายตัวไปพวกเขากลับฉวยโอกาสที่คฤหาสน์ลั่วหลานกำลังวุ่นวายทั้งภายในและภายนอก เริ่มแสดงท่าทีแข็งข้อขึ้นมา
ก่อนหน้านี้ไช่เวยเคยได้ยินเจียงชิงเอ๋อร์เล่าให้ฟังว่าเื้ัของสามตระกูลใหญ่นี้ อาจจะมีมหาอำนาจอื่นๆ คอยหนุนหลังอยู่ด้วยก็เป็ได้เป้าหมายของพวกมันก็คงเป็การหยั่งเชิงความแข็งแกร่งที่แท้จริงของคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้
สามตระกูลใหญ่แห่งมณฑลเทียนสู่ตระกูลซ่ง ตระกูลเป้ย และตระกูลตี้ฝ่า ในบรรดาสามตระกูลนี้ตระกูลซ่งนับว่าแข็งแกร่งที่สุดขณะเดียวกันก็เป็ตระกูลที่ลงมือมากที่สุดใน่สองปีที่ผ่านมาด้วยพวกมันใช้วิธีการต่างๆ นานาในการแทรกแซง กดดัน และยึดครองห้างร้านและกิจการของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่อย่างต่อเนื่อง
ก่อนหน้านี้ประมุขของตระกูลซ่งนั้นจะคอยนำของขวัญมาเยี่ยมเยียนทักทายคฤหาสน์ลั่วหลานทุกปี
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเช่นนี้มันเหมือนกับบทละครเลยจริงๆ
ทว่าไช่เวยเองก็มีประสบการณ์มาไม่น้อยแล้วเหมือนกันนางย่อมไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาไม่รู้ความการดำรงอยู่ของคฤหาสน์ลั่วหลานเดิมทีก็เป็การกดผลประโยชน์ของสามตระกูลใหญ่ให้ลดต่ำลงอยู่แล้วบัดนี้เมื่อพวกมันเห็นว่าคฤหาสน์ลั่วหลานกำลังวุ่นวาย การที่พวกมันจะหาทางฉกฉวยผลประโยชน์มันก็ไม่ใช่เื่ที่ไร้เหตุผลแต่อย่างใดทว่าเพราะจุดยืนที่แตกต่างกัน นางย่อมต้องมองอีกฝ่ายเป็ศัตรูอยู่แล้ว
ทว่าคฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้ไม่เหลือพลังมากพอที่จะแบ่งมาช่วยเหลือสาขามณฑลเทียนสู่ได้แล้วจริงๆเพราะสถานที่อื่นๆ ต่างก็้ากำลังเสริมทั้งสิ้นอีกทั้งยังมีเ้าเผยฮ่าวนั่นอยู่ด้วย...ยิ่งทำให้สถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานย่ำแย่ลงไปอีก
ไช่เวยนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งสุดท้ายก็ตัดสินใจกล่าวอย่างเด็ดขาดว่า “ห้างร้านที่ไม่สามารถทำกำไรได้ก็ปิดตัวลงไปก่อนเถอะ ไม่จำเป็ต้องไปเสียเวลากับอีกฝ่าย”
การยอมอดทนในตอนนี้เป็สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ขอเพียงรอให้คฤหาสน์ลั่วหลานกลับมาสงบมั่นคงได้อีกครั้งถึงตอนนั้นไม่ว่าสามตระกูลใหญ่จะกลืนกินอะไรเข้าไปบ้างสุดท้ายพวกมันก็ต้องคายกลับออกมาทั้งหมด
เมื่อได้ยินนางตัดสินใจเช่นนั้นเหล่าผู้จัดการทั้งหลายต่างก็ตอบรับทันทีเพราะพวกเขาย่อมต้องเข้าใจสถานการณ์ของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ตอนนี้เหมือนกันซึ่งมันก็ค่อนข้างย่ำแย่จริงๆ
ก๊อกก๊อก
ทันใดนั้นเองได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น เมื่อไช่เวยเอ่ยอนุญาตให้เข้ามาแล้วประตูห้องถูกผลักเปิดออก จากนั้นก็เป็หลี่ลั่วที่เดินเข้ามา
เมื่อเหล่าผู้จัดการเห็นดังนั้นก็รีบคำนับทันที
หลี่ลั่วโบกมือให้พวกเขาส่วนไช่เวยก็ให้พวกเขาออกไปก่อน ดวงตาคู่งามของนางจ้องมองมายังหลี่ลั่ว“คุณชายน้อยมีเื่อะไรหรือ?”
หลี่ลั่วกระแอมไอเบาๆแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “มีเื่อยากจะรบกวนพี่ไช่เวยสักหน่อย”
ดวงตาอันงดงามที่เปี่ยมเสน่ห์ของไช่เวยกะพริบปริบๆนางรู้สึกได้ถึงลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีเท่าใดนัก แต่ก็ยังคงถามกลับว่า“เื่อะไรหรือ?”
หลี่ลั่วเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าว“ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่น้ำยาแสงวิเศษระดับสี่ทั้งห้าสิบขวดก่อนหน้านี้มันหมดแล้วข้าเลยอยากจะรบกวนให้พี่ไช่เวยช่วยสั่งมาเพิ่มอีกสักร้อยขวด”
สีหน้าบนใบหน้าของไช่เวยที่ดูขาวนวลเรียบเนียนราวกับไข่ห่านนั้นพลันแข็งเกร็งไปทันทีดวงตาเบิกโต ถลึงตามองไปที่หลี่ลั่วบริเวณหน้าอกอันอวบอิ่มถึงกับกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อย
“ซื้อเพิ่มอีกร้อยขวด? น้ำยาแสงวิเศษระดับสี่?”
ไช่เวยอดไม่ได้ที่จะกำมือแน่นนางเพิ่งจะมารับผิดชอบดูแลเื่การเงินของคฤหาสน์ลั่วหลานในมณฑลเทียนสู่ได้แค่ไม่กี่วันหรือว่ากำลังจะต้องล้มละลายแล้ว?
ดังนั้นนางจึงพยายามอดกลั้นอย่างถึงที่สุดแต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะอย่างแรง คิ้วขมวดแน่นเป็ปม
“หลี่ลั่วเ้าไม่อยากให้ข้าทำงานแล้วรึไง!”