ตอนที่ 4 : เงามืดคืบคลาน
“เอ๋!!!!!!!!!!!!”
โอฟีเลียร้องลั่นไปทั่วทั้งบาร์ เธอตกตะลึงหลังได้รู้ว่าเด็กหนุ่มที่ตัวเองนั่งคุยมาตลอดดันอยู่ในกิลด์นักผจญภัยที่ตัวเองอยากจะเข้าไปเสียอย่างงั้น
เดลล์เห็นโอฟีเลียทำหน้าเหวอรับประทานแล้วยิ่งยิ้มร่าเข้าไปใหญ่
วางแผนไว้แล้วแน่ ๆ เลย
ไอชาเห็นเดลล์ยิ้มอย่างกวนประสาทเลยรู้ได้ทันที เส้นเืเธอเลยปูดโปนบนหน้าผากไปหมดเพราะเป็คนนึงที่โดนหลอกแกล้ง
คงมีแต่โอฟีเลียที่ไม่ได้หงุดหงิด เธอกลับรู้สึกประทับใจเสียมากกว่า
“แหม ๆ ใขนาดนั้นเชียวเหรอ” เดลล์ถามย้ำเหมือนยังเสพชัยชนะไม่เบื่อ
“ก็มันไม่ใช่เื่ธรรมดาเลยนะคะ! ที่จะได้เห็นคนจากคริสตัลคลาวด์ตัวเป็ ๆ น่ะ!”
“แล้วก็ไม่ใช่เื่ธรรมดาด้วยค่ะที่จะได้เห็นคนระดับนั้นถูกนักเลงข้างถนนกระทืบเอา”
“นี่เธอจงเกลียดจงชังอะไรฉันเป็พิเศษรึเปล่าเนี่ย?”
เดลล์ยิ้มเจื่อนใส่ไอชาที่อยากเอาคืนเขา แต่แน่นอนว่าเธอทำอะไรหน้าหนา ๆ นี้ไม่ได้
เรกะอาศัยจังหวะนั้นขอร่วมโต๊ะด้วย เธอนั่งลงข้างเดลล์หลังจากพาดดาบั์ประจำตัวไว้หลังเก้าอี้
และเื่ที่พูดคุยกันก็ทำให้เธอสนใจด้วย
“ว่าแต่ ที่ว่าคุณเดลล์ถูกกระทืบนี่หมายความว่ายังไงเหรอคะ?” เรกะเอียงคอสงสัย ท่าทางที่พูดพร้อมกับใบหูสั่นดุกดิกแลดูน่ารักไม่เบา
...แต่นั่นมันหมายความว่าเรกะหูผึ่ง สนใจสิ่งที่โอฟีเลียกับไอชาพูด
“ก่อนหน้านี้คน ๆ นี้ถูกนักเลงกระทืบเพราะอวดดีน่ะค่ะ โชคดีที่พวกดิฉันไปช่วยไว้ทัน” ไอชาตอบคำถามหน้าตาเฉย
ถึงนั่นจะไม่ใช่เื่จริงที่เกิดขึ้นก็เถอะ
“อะไรกัน อีกแล้วเหรอคะ?” เรกะขมวดคิ้วมองเดลล์
“อีกแล้วเหรอคะบ้านเธอน่ะสิ! เชื่อคนที่เพิ่งเจอกันในทันทีแบบนี้หมายความว่ายังไง? ไม่สงสัยซักนิดเลยจริงดิ? ใช้คำว่า ‘อีกแล้ว’ อีกต่างหาก! แล้วทำไมเธอเล่าแต่ตรงที่ฉันโดนกระทืบกันล่ะเนี่ย!”
“แหม ตายจริง”
ไอชาหลุดยิ้มหัวเราะพอใจ เห็นเดลล์เริ่มน้ำตาตกในบ้างเป็อะไรที่เธอดีใจจริง ๆ นี่แหละรสชาติของชัยชนะ
ส่วนโอฟีเลียได้แต่ยิ้มเจื่อนเพราะแอบเห็นด้วย แต่ก็คิดอยู่ว่าปล่อยให้เล่าเื่จริงแค่ครึ่งเดียวไม่ได้
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะ เดลล์เข้าไปจับพวกโจรที่ขโมยกระเป๋าตังค์ของชาวบ้านก็เลยโดนกระทืบต่างหากล่ะคะ”
“แหม!” เรกะได้ยินความจริงจากโอฟีเลียถึงกับยกมือขึ้นป้องปากด้วยความตกตะลึง
“...ถึงเนื้อความจะเปลี่ยนไป แต่ช่วยยกเว้นคำว่า ‘โดนกระทืบ’ ไว้ให้หน่อยไม่ได้รึไง พวกเธอเนี่ย”
“แหม ก็มันเื่จริงนี่คะ” ไอชาก็ยังไม่ยอมเลิกตามราวีเดลล์จริง ๆ
แถมเรกะยังหัวเราะคิกคักล้อเลียนอย่างสนุกสนานอีกต่างหาก
เจ็บใจเื่ก่อนหน้านี้ขนาดนั้นเลยเหรอ?
เดลล์แอบคิด เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรงด้วยสีหน้าที่ยังนิ่งเฉย
“ขอทีเถอะน่า”
เดลล์หันไปดื่มน้ำในแก้วปรับอารมณ์
...แต่ถึงเื่ราวที่เล่าจะดูน่าสมเพช เรกะก็ยังมองเขาด้วยรอยยิ้มและสายตาชื่นชมทั้งยังภูมิใจอีกด้วย
นั่นเป็จังหวะที่ความสงสัยของโอฟีเลียปะทุขึ้นอีกครั้ง
“ว่าแต่ว่านะคะ ที่มากันแถวนี้แสดงว่ามาทำเควสสินะคะเนี่ย” โอฟีเลียถามเรกะด้วยแววตาเป็ประกาย ยื่นหน้าเกยเข้ามาในโต๊ะ
เรกะเลยรีบหันกลับมา ปิดบังสายตาที่แอบจ้องเดลล์ตอนดื่มน้ำอย่างแเี
“จริง ๆ เราทำธุระกันเสร็จแล้วค่ะ นี่แค่อยู่ระหว่างทางกลับเท่านั้นเอง” เรกะยิ้มตอบ
“งั้นเหรอคะเนี่ย? ดีจังน้า ฉันเองก็ต้องพยายามบ้างแล้วสิ”
โอฟีเลียกำหมัดสองข้างแน่น ท่าทางแสดงถึงความพยายามนั่นเป็ที่สนใจของทุกคน
...แถมเดลล์ก็เผลอมองหน้าอกของโอฟีเลียกระเพื่อมอีกเช่นเคย
และไม่ต้องถึงมือไอชา หนนี้เขาถูกเรกะที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หยิกมืออย่างแรงจนน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว พอเขาจะหันไปด่าก็ดันเจอเรกะทำแก้มป่องใส่ เดลล์เลยได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย
พอคิดว่าช่วยไม่ได้ เขาเลยค่อย ๆ ใช้มือยันโต๊ะลุกขึ้น ส่งเสียง ฮึบ! ยังกับคนแก่
“เอาเถอะ... เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วก็รู้สึกอยากจะเชียร์อยู่หรอก เอาเป็ว่าถ้าได้เจอกันที่เมืองหลวงอีกก็อย่าลืมทักทายก็แล้วกัน”
“เื่นั้นแน่นอนค่ะ!”
โอฟีเลียยิ้มตอบเดลล์ด้วยสายตาใสซื่ออีกครั้ง เห็นทีไรก็ทำเดลล์อดอมยิ้มตามไม่ได้
แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา... เดลล์วางเงินเท่าจำนวนที่ต้องจ่ายส่วนของตัวเองบนโต๊ะ โบกมือลาสองสาวเดินออกจากบาร์ไป โดยมีเรกะโค้งศีรษะให้เล็ก ๆ อย่างมีมารยาทก่อนจาก
“ไปซะแล้ว...” พอเดลล์หายวับไปจากร้าน โอฟีเลียก็คอตกทันที
ไอชามองโอฟีเลียที่เป็แบบนั้นขณะจิบน้ำ
“จะดีเหรอคะ?”
“หมายถึงอะไรเหรอ?” โอฟีเลียค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นถามอย่างหงอย ๆ
“...ถึงจะเป็คนแบบนั้น แต่อย่างน้อยก็เป็กิลด์ที่ท่านอยากจะเข้าไม่ใช่เหรอคะ? อย่างน้อยก็น่าจะทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้———”
“ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก”
โอฟีเลียไม่ปล่อยให้ไอชาพูดจนจบ
น้ำเสียงเธอแข็งกร้าวขึ้นกว่าครั้งไหน ปฏิเสธอย่างจริงจังกับเื่ที่หวังจะใช้เส้นสายเข้ากิลด์ในฐานะคนรู้จัก
ไอชาได้ยินแล้วถึงกับกลืนน้ำลาย ยิ่งเจอสายตาจริงจังเข้าไปอีกไอชาก็ได้แต่นิ่งเงียบ
“ความฝันของฉัน ฉันจะทำให้มันเป็จริงด้วยพลังของฉันเองค่ะ” โอฟีเลียย้ำชัดอีกหน
ทัศนคติที่้าทำทุกอย่างด้วยความซื่อตรงเรียกได้ว่าโลกสวยในมุมของไอชา กระนั้นความจริงจังที่ส่งมาก็ทำให้ไอชาพูดอะไรไม่ออกอยู่ดี
“...นั่นสินะคะ ต้องขอประทานอภัยด้วยค่ะ”
ไอชายิ้มตอบกลับโอฟีเลีย ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากยอมรับมัน ทางโอฟีเลียก็ยิ้มแฉ่งกลับมาเหมือนกัน
เด็กคนนี้เองก็รู้อยู่แก่ใจ... ว่าหนทางที่ตัวเองเลือกเดินเป็เส้นทางที่ยากลำบาก
แต่ถึงจะเป็แบบนั้นก็ยังพูดแบบนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน... สมกับที่เป็เธอจริง ๆ
ไอชามองโอฟีเลียที่ตัวสั่นไปด้วยความตื่นเต้นมากกว่าจะไปคิดเื่เล่นลูกไม้ตุกติก
ในหัวเธอคงคิดแต่เื่ที่ว่าจะเจออะไรในบททดสอบเข้ากิลด์ หรือไม่งั้นก็เป็การผจญภัยในอนาคตที่ตัวเองปรารถนา
เธอกังวลและสนุกสนานอย่างซื่อตรงเท่านั้น ...เป็โอฟีเลียอย่างที่ไอชารักและชื่นชมอย่างที่เป็มาตลอด
พอได้คิดแบบนั้น ไอชาก็เริ่มอมยิ้มออกมาอีกครั้ง
❖❖❖❖❖
————ในขณะเดียวกัน, ทางฝั่งของเดลล์
หลังออกมาจากบาร์ร้านอาหาร เดลล์กับเรกะก็กำลังเดินตามท้องถนนเพื่อหาซื้อของจำเป็ (ของกินและของฝาก)
เรกะมองเดลล์หัวจรดเท้าตามปกตินิสัย แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นบางอย่าง
“จะว่าไป ไม่เห็นเหลือแผลเลยนะคะ” เรกะกะพริบตาปริบ ๆ สงสัย
แม้เดลล์จะมีรอยเปื้อนฝุ่นติดชุดอยู่บ้าง แต่ดูเหมือนรอยฟกช้ำจากการถูกทำร้ายจะไม่มีอยู่
...หรือถ้าจะพูดให้ถูก คือแผลทั้งหมดมันหายไปแล้วต่างหาก
“คิดว่าโจรกระจอกพรรค์นั้นจะสร้างาแให้กับท่านเดลล์คนนี้ได้อย่างงั้นเหรอ? ไม่มีวันซะหรอก” เดลล์ทำสีหน้าเบื่อ ๆ ทั้งที่เปิดปากโอ้อวดราวกับเป็เื่ธรรมดา
ไม่สิ... สำหรับเดลล์แล้ว มันก็เป็เื่ธรรมดาจริง ๆ นั่นแหละ
“แหม... แต่ถ้าพูดแบบนั้นล่ะก็ คงใช่แหละค่ะ”
เรกะเลยได้แต่ยิ้มเจื่อนยอมรับไปตามนั้น
ทั้งสองคนเดินไปตามถนนได้สักพักก็เริ่มสังเกตเห็นชาวเมืองตกแต่งถนนด้วยป้ายไฟบ้าง ริบบิ้นบ้าง ผ้าแขวนบ้าง
บรรยากาศของถนนเริ่มคึกคักเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อยิ่งเดินลึกเข้าไป ยิ่งสร้างความสงสัยให้ทั้งเดลล์และเรกะ
เดลล์ตัดสินใจเดินเข้าไปหาคุณลุงที่กำลังทาสีป้ายอยู่ใกล้ ๆ
“นี่คุณลุงครับ เขาจะจัดงานอะไรกันเหรอ?”
“โอ้ พวกเธอคงจะเป็นักเดินทางสินะ... คืนนี้มีเทศกาลฉลองครบรอบการก่อตั้งเมืองน่ะสิ ถ้าว่างก็มาเที่ยวกันให้ได้ล่ะ!”
คุณลุงยิ้มแฉ่งให้พร้อมกับชูนิ้วโป้งแล้วไปทำงานต่อ
ลุงแกใจดีขนาดนี้ ถ้ามีงานเทศกาลจริง ๆ เขาเองก็รู้สึกว่าคงปฏิเสธยากแล้ว
“เห...”
เดลล์ส่งเสียงสนใจแต่กลับขมวดคิ้วอย่างมีนัยยะ
ขณะที่เรกะนั้นตรงข้าม
“เทศกาลเหรอ!? น่าสนุกจังเลยค่ะ!” ดวงตาเรกะเปล่งประกายราวกับเด็ก ๆ หูกับหางเธอส่ายไปส่ายมาอย่างตื่นเต้น
เดลล์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ
แต่ก็ด้วยรอยยิ้มเอ็นดู และรู้สึกว่าคงไม่มีทางเลือก
“เอาเถอะ ไหน ๆ เควสก็ทำเสร็จแล้วนี่นา ตามสบายเถอะ”
“ไชโย! รักคุณเดลล์ที่สุดเลยค่า!”
“คร้าบ ๆ”
เดลล์พูดอย่างไม่ใส่ใจแม้เรกะจะพุ่งเข้ามากอดเขา เดลล์รู้สึกเหมือนถูกสุนัขมาคลอเคลียมากกว่าถูกสาวงามควงแขนแนบชิด
ตัวเรกะที่เป็ฝ่ายเข้าหาเองนั่นแหละกลับเพิ่งจะรู้ตัวว่าทำเื่น่าอายลงไป เธอรีบผละตัวเองออกมาอย่างเอียงอายดูน่ารักน่าชังไปอีก
...ในขณะที่เดลล์ยังจมอยู่กับห้วงความคิดของตัวเอง
ว่าแต่... เทศกาลเหรอ
เดลล์แหงนหน้ามองหมู่เมฆที่กำลังเคลื่อนตัวอย่างสับสนเหนือศีรษะ คิดเื่บางอย่างอยู่คนเดียว
❖❖❖❖❖
พอพระอาทิตย์ฉายแสงสีส้มอบอุ่นเริ่มลับขอบฟ้า ดวงจันทร์ก็ฉายแสงทองอ่อนนุ่มละมุนแทน
ทว่าแม้ดวงอาทิตย์จะดับไปแล้ว ทั่วทั้งเมืองกลับยังสว่างสดใสไปทั่วทุกท้องที่ สาเหตุนั้นมาจากงานเทศกาลที่จัดขึ้นในทุก ๆ ปีเพื่อระลึกถึงการก่อตั้งเมืองเรเวล
ชาวบ้านมากมายต่างพากันตั้งร้านแผงลอย ร้านเกมยิงปืนปาเป้า แม้แต่ร้านอาหารที่เปิดบริการเฉพาะตอนกลางวันยังเปิดอย่างต่อเนื่องมาจนถึงตอนกลางคืน
แสงไฟหลากสีประดับประดาบนตึกตลอดเส้นทางถนน มีเวทมนตร์ฉายแสงงดงามลอยไปลอยมาเป็รูปสัตว์ชนิดต่าง ๆ ดูน่าตื่นตาตื่นใจจนทำเหล่าแขกบ้านแขกเมืองนั่งไม่ติดเก้าอี้ รู้สึกตื่นเต้นจนเหมือนกลับไปเป็เด็กอีกครั้ง
“ว้าว!!!”
และคนที่มองภาพเ่าั้ด้วยแววตาเป็ประกายราวกับเด็ก ๆ อย่างที่ได้กล่าวไปก็คือโอฟีเลีย
โดยมีไอชาเดินตามด้วยแววตาอิดโรย เพราะเธอนั่งฟังคุณหนูคนนี้เล่าเื่นักผจญภัยมาตลอดั้แ่เดลล์ไปจากบาร์จนถึงเมื่อไม่นานมานี้
“ทะ... ท่านโอฟีเลีย...”
“อ๊ะ! ขอโทษนะไอชา ฉันนี่มันใช้ไม่ได้จริงๆ”
โอฟีเลียผ่อนจังหวะการเดินตัวเองลงมาอยู่ข้างไอชาที่เดินเป็ซอมบี้
แต่มาช้าดีกว่าไม่มา พอโอฟีเลียสำนึกผิดความเหนื่อยล้าของไอชาก็หายไปในบัดดล
แบบนี้จะโกรธลงได้ยังไงกันคะเนี่ย
ไอชาจำต้องยิ้มแห้งกับความใสซื่อไร้เดียงสาของโอฟีเลียอีกครั้ง
แต่ดูเหมือนการสำนึกผิดของโอฟีเลียจะยังแค่เริ่ม... เ้านายของเธอหันไปมองร้านแผงลอยรอบ ๆ
“ไอชาชอบกินของเผ็ด ๆ สินะ!”
“มะ ไม่ต้องก็ได้ค่ะ เื่แค่นี้เดี๋ยวดิฉัน———”
“ฉันจะไปซื้อเนื้อย่างหมาล่าเสียบไม้ตรงโน้นมาให้นะ รอแถวนี้นะ!”
ไม่แม้แต่จะทันให้ไอชาเอื้อมมือเรียก โอฟีเลียก็กลับวิ่งหายเข้าไปในฝูงคนเสียแล้ว
...เราคิดง่ายไปเหรอเนี่ย ทั้งที่เราเป็แค่เมดแท้ ๆ
ไอชาเผยยิ้ม ครุ่นคิดถึงเ้านายที่ทั้งเข้มแข็งและอ่อนโยนของตัวเอง เธอทั้งดีใจและภูมิใจที่ได้รับใช้โอฟีเลีย
เธอเลยถือโอกาสทิ้งตัวลงม้านั่งใกล้ๆ แล้วปล่อยใจให้ซึมซับบรรยากาศของเทศกาลอันครื้นเครง
คงต้องขอบคุณท่านโอฟีเลียด้วยสินะ
ไม่อย่างงั้นเราคง... ไม่ได้มาเห็นโลกใบนี้ด้วยตาของตัวเองเหมือนกัน
ไอชาเงยหน้ามองแสงสีเสียงอันสดใสรอบตัว ความแปลกใหม่ของสิ่งต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาทำให้ใจเธอเต้นได้เหมือนกัน
สุดท้ายเราก็เป็เด็กสาวเหมือนกับท่านโอฟีเลีย... คงต่อว่าท่านไม่ได้แล้วล่ะนะ
โดยไม่ทันรู้ตัว... แววตาของไอชาก็ถูกย้อมด้วยประกายแบบเดียวกับโอฟีเลีย
ตัวเธอเองยังรู้สึกแปลกใจ ที่สามารถเผยยิ้มบาง ๆ ออกมาได้ด้วยความสนุกสนานเหมือนอย่างเ้านายของตัวเอง
“ยิ้มแบบนั้นก็เป็ด้วยนี่นาเธอน่ะ”
เสียงเด็กหนุ่มดังขึ้นมาจากด้านข้างขัดจังหวะการเสพบรรยากาศ ฟังจากน้ำเสียงไอชาก็รู้ตัวการในทันที
และแน่นอนว่าไม่ใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็เดลล์เ้าเดิม เพิ่มเติมคือเรกะนี่เอง
“หวะ...” ทันทีที่รู้ว่าเ้าของเสียงเป็ใครไอชาก็ถึงกับเสียรอยยิ้ม เธอทำสีหน้าเหมือนเห็นขยะสดเลยทีเดียว
ถึงเดลล์จะหน้าด้านหน้าทน แต่โดนเข้าแบบนี้ก็เผลอยิ้มแห้งออกมาเหมือนกัน
...แม้สุดท้ายจะทำเป็ไม่สนใจอยู่ดีก็เถอะ
“ช่างเต๊อะ... ว่าแต่เพื่อนเธอ โอฟีเลียไปไหนซะล่ะ?” เดลล์ตะเบ๊ะสอดส่องรอบ ๆ แต่แน่นอนว่าไม่เห็นตัวโอฟีเลีย
“ตายจริง นี่เล่นมุกจีบหญิงแบบใหม่กับดิฉันเหรอคะ? แต่ขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันไม่สนใจขยะสดอย่างคุณหรอกค่ะ”
“นี่เธอ ปากคอเราะร้ายในวันดี ๆ แบบนี้ เดี๋ยวคุณภูติก็ลงโทษเอาหรอก”
“เก็บไว้ขู่เด็กแถวบ้านเถอะค่ะ”
สองฝ่ายปะทะฝีปากไม่มีใครยอมใคร มองไกล ๆ แล้วยังกับเด็กตีกันจนเรกะยังกุมขมับเหนื่อยใจ
และไม่รู้ว่าเพราะเป็ผู้ใหญ่กว่าหรือเบื่อไปก่อน... เดลล์เลยยักไหล่ให้แล้วถอนหายใจเหมือนกับยอม
“เอาเถอะ... แต่ฉันว่าพวกเธออยู่ด้วยกันไว้หน่อยจะดีกว่านะ”
เดลล์พูดด้วยรอยยิ้ม
...แต่ดวงตาของเขากลับแฝงความจริงจังไว้มากกว่าที่เคย เป็ที่สังเกตของทั้งไอชาและเรกะ
“...ถึงไม่ต้องบอกก็จะทำแบบนั้นอยู่แล้วค่ะ” ไอชาไม่ได้สนใจท่าทางนั้นของเดลล์
แต่ถึงแบบนั้น ก็เผลอมองซ้ายมองขวาหาโอฟีเลียเร็วขึ้นไปเอง
...แล้วจังหวะจะโคนก็ช่างเหมาะเจาะเสียเหลือเกิน
ตู้ม!!!
“!!!!?”
เสียงะเิดังขึ้นมาจากทิศตะวันออกอย่างไม่ทราบสาเหตุ เสียงะเิดังพอจะกลบความครึกครื้นของชาวเมืองแล้วสอดแทรกความสงสัย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็ความหวาดกลัว
แล้วพริบตาที่ทุกคนหันเหสายตาไปยังจุดต้นกำเนิดเสียงะเิ หัวใจของทุกคนก็หลุดไปอยู่ตาตุ่ม
“มะ มอนสเตอร์!!!”
“กรี๊ดดดดด!!!!!!”
ชาวบ้านะโลั่นด้วยความหวาดผวา
เมื่อเห็นมอนสเตอร์ลักษณะคล้ายัแต่มีขนาดเล็กกว่าและมีมือสองข้างแยกจากปีก ใบหน้าของมันน่าเกลียดน่ากลัวและมีผิวสีเงิน เป็สิ่งที่คนทั่วไปเรียกว่า ‘กากอยเหล็ก’
พวกมันบินว่อนไปทั่วท้องฟ้าอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แม้แต่ทหารรักษาการณ์ที่คอยเฝ้าแถวกำแพงเมืองยังสับสนว่ามันเข้าไปในเมืองได้ยังไง
ซ้ำร้าย... พวกมันจำนวนสิบกว่าตัวเริ่มพ่นไฟใส่บ้านเรือนจนเกิดะเิขึ้นหลายต่อหลายครั้ง
ไฟไหม้ลามไปทั่วบริเวณ งานเทศกาลพังเละไม่เป็ท่า ความสนุกสนานเมื่อครู่ถูกกลบด้วยเสียงกรีดร้องหวาดผวาจนหมดสิ้น
ราวกับตื่นจากฝันหวานขึ้นมาพบกับความจริงอันน่าพรั่นพรึง
และผู้ที่จะเอาตัวรอดได้ก่อนใครคือผู้ที่อยู่กับความเป็จริง ...อย่างเดลล์
ปกติมอนสเตอร์ไม่โจมตีเข้ามาในเมืองเองหรอก
แถมพวกมันยังปรากฏตัวเข้ามาอยู่ในเมืองได้ทันทีอีก
งั้นก็แสดงว่า...
ดวงตาของเดลล์คมกริบขึ้นประหนึ่งเหยี่ยว ดูเหมือนสถานการณ์จะกลายเป็แบบที่เขากลัวไปเสียแล้ว ท่าทางขมวดคิ้วจริงจังต่างจากปกติคือเครื่องยืนยันถึงสิ่งนั้น
แต่สำหรับไอชา... พอได้เห็นสถานการณ์อันตรายแบบนี้ สิ่งแรกที่เธอนึกถึงคือเ้านายของตัวเอง
“แย่แล้ว! ต้องไปหาท่านโอฟีเลีย!!!”
ไม่... ถ้าเกิดท่านโอฟีเลียเป็อะไรไปเพราะทำเพื่อเราล่ะก็!
ไอชากวาดสายตาไปทั่วแม้ชาวบ้านจะวิ่งหนีแตกตื่นไปกันละทิศละทาง
กระนั้นไอชาก็ยังพยายามเบียดฝูงคนฝ่าเข้าไป เพราะช่างโชคร้ายที่ทิศนั้นคือทิศที่โอฟีเลียจากไปเพื่อซื้อของให้เธอ
และเพราะเดินสวนทางกับชาวบ้าน ชายฉกรรจ์เลยวิ่งชนไอชาจนเธอเซ
แต่ก็โชคดีที่เธอไม่ล้มคะมำลงไปเพราะถูกเรกะพยุงไว้ได้ทัน
“ฉันจะช่วยหานะคะ”
“คะ ขอบคุณมากเลยค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นไอชาก็ใจชื้นขึ้นเยอะ
สำหรับเธอในตอนนี้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไรก็ต้องหาโอฟีเลียให้พบให้ได้ แม้จะต้องขอร้องให้เดลล์ช่วยก็ตาม
เรกะเองก็คิดเหมือนกัน
“นี่ คุณเดลล์เองก็มาช่วย———”
แต่พอเรกะหันไปมองข้าง ๆ... ตัวเดลล์ที่ควรจะอยู่ด้วยกันจนถึงเมื่อกี้กลับหายจ้อยไปเฉย ๆ เสียอย่างงั้น
“เอ๋!!!!!”
❖❖❖❖❖

