Ep 16 : การกินอาหารอันน่าปวดใจ
แสงตะวันเริ่มที่จะตกดิน จนเห็นเป็แสงสีส้มอ่อนๆ มันทำให้ผมรับรู้ว่าเริ่มเย็นเสียแล้ว ั้แ่ที่ผมมามันก็เกือบจะผ่านไปวันหนึ่งซะแล้ว ซึ่งก็มีเื่ดูวุ่นๆ เข้ามาล่ะนะ
ผมออกเดินทางไปยังโรงเตี๊ยม หรือที่พักสำหรับพวกนักผจญภัย
พรุ่งนี้ผมค่อยจะมาเดินซื้อของทีหลัง สำหรับพวกเขาจำเป็อย่างเมล็ดพันธุ์ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์และผมหวังว่าที่นี่จะมีข้าวหอมนิล ไม่ก็ข้าวกล้องหรือข้าวไรท์เบอร์รี่ด้วยล่ะนะ
ผมเดินไปยังโรงเตี๊ยมที่ชื่อว่า [หนวดแมว] ซึ่งนับว่าเซ้นท์ในการตั้งชื่อแปลกดี เมื่อเข้ามาแล้วก็เห็นโต๊ะอาหารที่วางจัดเรียงรายดูเว้นระยะห่างเป็ระเบียบเรียบร้อย ตัวอาคารทำจากไม้ที่แปรรูปและถูกทาเคลือบด้วยยางสน ป้องกันเชื้อราขึ้นและการผุพังของไม้ไปตามกาลเวลา ก็จะน่ายืดอายุการใช้งานได้นานอยู่พอตัว
มีผู้คนที่เป็นักผจญภัยหลากหลายคนกำดื่มด่ำกับการกินอาหาร เหยือกแก้วที่พวกเขาถือมีของเหลวสีอำพันอ่อนใส่เอาไว้อยู่ มีนักผจญภัยกระดกดื่มมันเข้าปาก และสีหน้าค่อยๆ แดงขึ้นเล็กน้อย
มันคือแอลกอฮอล์นั่นเอง...
น่าจะเป็เบียร์ที่อยู่หมักเอาไว้ได้ไม่นาน ดูจากสีที่ผมเห็นแล้ว ผมคิดแบบนั้น มีเด็กสาวสามสี่คนที่เป็พนักงานเสิร์ฟ ซึ่งดูเหมือนว่าเธอโดยแต๊ะอั๋งโดนจับบันท้ายจากชายนักผจญภัยอยู่ไม่น้อย ดูจากสีหน้าของพวกเธอแล้ว คงกำลังเก็บกดอาการอายและโมโหอยู่เป็แน่
ผมเลิกสนใจ เพราะมันไม่ใช่เื่ของผม ก่อนจะเดินไปยังเคาท์เตอร์ ซึ่งก็มีพนักงานสาวคอยต้อนรับลูกค้าอยู่
“ไม่ทราบว่ามีห้องว่างสำหรับหนึ่งคนไหมครับ”
ผมเอ่ยถามอย่างสุภาพกับหญิงสาวที่ดูจะตกตะลึงใบหน้าของผมอยู่ เธอคลับเคลิ้มราวกับเห็นเป็เ้าชายล่ะมั้ง
“ฮะ แฮ่ม...”
ผมกระแอมไอเบาๆ ทำให้เธอได้สติคืนมา ก่อนจะตอบผมกลับมา
“เหลืออยู่ค่ะ แต่เป็ห้องเตียงคู่นะคะ จะพักกี่คืนคะ” เธอเอ่ยและชั่งใจเล็กน้อย คงคิดว่าผมเป็นักผจญภัยหน้าใหม่ ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน รวมไปถึงเครื่องแบบที่ธรรมดา ก็เป็เหตุทำให้คิดว่าผมไม่มีเงินจ่ายล่ะมั้ง
ซึ่งผมก็ยิ้มเล็กน้อย
“สามคืนพอครับ” ผมตอบ
“ทั้งหมด 9 เหรียญเงินค่ะ” เธอพูดค่าที่พัก ผมจึงหยิบเหรียญทองหนึ่งเหรียญให้ส่งไปให้เธอ ค่าแรงที่ได้จากการปราบขุนพลจอมมาร ผมได้มาสิบเหรียญทอง ซึ่งเหล่านี้มันแตกต่างจากเหรียญสมัยก่อนที่ผมเคยใช้ ทำให้ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้
โดยบนตัวเหรียญก็มีลักษณะเป็ ดาบทั้งสองเล่มไขว้กันและมีรูปตราชั่งอยู่เหนือตัวดาบ มันต่างจากเหรียญสมัยก่อนที่เป็รูปแค่ตราชั่งประดับอยู่เพียงเท่านั้น
พนักงานต้อนรับใ เมื่อได้เห็นเหรียญทอง ก่อนที่เธอจะจัดแจงทอนเงินให้ผมอย่างรวดเร็ว
(ก็นะ... รางวัลที่ได้มามันไม่มีเหรียญเงินนี่หน่า)
นี่เป็สาเหตุหลักที่ทำให้ผมต้องควักเหรียญทองจ่ายออกไปอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อรับเงินทอนมาแล้ว เธอก็ยื่นกุญแจห้องมาให้แก่ผม
“ห้อง 301 ค่ะ อยู่ชั้นสาม โดยค่าที่พักจะรวมอาหารเช้าอยู่ในรายการด้วยนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ”
เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ผมพยักหน้ารับ แต่ก็ยังไม่ขึ้นไปบนห้อง
“ขอโต๊ะนั่งที่หนึ่งด้วยครับ”
ถึงแม้ว่าผมเป็จอมมาร ไม่มีการหิวอะไรทั้งสิ้น แต่การกินอาหารเพื่อรับรสชาติก็เป็สีสันส่วนหนึ่งของชีวิต และผมไม่คิดจะเปลี่ยนแปลงมัน เพราะเมื่อผมเป็มนุษย์ก็กินมันอยู่ตลอด
“ค่ะ เชิญค่ะ” พนักงานเสิร์ฟที่มีหางเป็สุนัขเอ่ยกับผม และพาผมไปนั่งที่เธอบอก
ผมเดินตามไปนั่งอย่างว่าง่าย เธอยื่นแผ่นเมนูมาให้กับผม ผมรับมันมาและเอ่ยขอบคุณเบาๆ ซึ่งพนักงานเสิร์ฟเผ่าหูสุนัขก็ยิ้มอย่างเขินอาย
(เอ๊ะ... ไม่ใช่ว่าไปปักธงนะ)
ผมคิดในใจ ไม่ใช่ว่าผมโง่ จนดูอาการที่ผิดปกติของเธอไม่ออก คงเพราะว่าเหล่าจอมมารจะมีหน้าตาที่ดูดีในระดับหนึ่ง บวกทั้งทักษะ [เสน่หา] ที่สามารถดึงดูดสิ่งมีชีวิตที่เป็เพศหญิงได้เป็อย่างดี มันเป็แรงเย้าหยวนที่ชวนทำให้ลุ่มหลง เหมือนพวกซัคคิวบัสเลย
(อั่ยหย่า... ฉิบหายแล้ว)
และดูท่าว่า พนักงานสาวตรงหน้าได้รับผลของทักษะของจอมมารนี้ไปแบบเต็มๆ น่าจะเพราะว่าเธอเป็มนุษย์สัตว์ที่มีสัญชาตญาณและการตอบสนองดีกว่าเผ่าพันธุ์อื่นๆ ทำให้เธอได้รับผลนี้อย่างควบคุมไม่ได้
(นี่มันปัญหาใหญ่เลยไม่ใช่หรอ!!!)
จอมมารที่ดึงดูดเพศเมียให้เข้ามาหาแบบนี้ ถ้าสำหรับคนอื่นคิดว่ามันอาจจะดีก็เป็ได้ โดยเฉพาะพวกที่ชอบคิดว่าตัวเองสร้างฮาเร็มอะไรประมาณนี้
แต่สำหรับผมนับว่าเป็กรณีเลวร้ายไม่น้อย เพราะผมไม่อยากยึดติดและถูกผูกมัดเอาไว้ ทว่าการจะมีสาวล้อมรอบตัวเป็เื่ปกติสำหรับคนในโลกนี้หรือแม้แต่จอมมารเองก็ตาม ก็มีหญิงสาวในใต้อาณัติได้หลายคนเช่นกัน
ตัวของเธอสั่นเครือ ใบหน้าแดงขึ้น ร่างกายร้อนรุ่มราวเปลวไฟที่โดนแผดเผา
ผมรีบจิ้มนิ้วสั่งอาหารทันทีเมื่อสั่งเสร็จ เธอก็ก้มหน้ารับออเดอร์และเดินจากไปด้วยท่าทางที่ติดขัด โดยเฉพาะ่บริเวณต้นขาของเธอ มันมีของเหลวไหลลงมาให้เห็นอยู่เล็กน้อย
(อย่าบอกนะว่า...)
ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้พูดออกมาก็ตาม แต่ก็รับรู้ได้ว่า เ้าของเหลวสิ่งนั้นมันคืออะไรกันแน่ ยิ่งใบหน้าของเธอแดงระเรื่อและลมหายใจร้อนๆ ถูกปล่อยออกมาทางปาก ใบหน้าที่คลับเคลิ้มนั้น ทำให้ผมรู้สึกผิดกับเธอเล็กน้อย
(ทักษะ เสน่หา จะอันตรายเกินไปแล้ว!!!)
ผมกู่ก้องคำรามในจิตใจ จอมมารนั้นไม่ได้มีอารมณ์อยากเหมือนมนุษย์ อารมณ์ของการติดสัตว์และโหยหาแท่งของผู้ชายหรือรูสวาทของผู้หญิง
จอมมารล้วนไม่ถูกปกครองด้วยอารมณ์ตัณหาเ่าั้ แต่ก่อนใช่ว่าจะมีส่วนร่วมในเื่อย่างว่าไม่ได้ แต่การที่จอมมารสืบทอดทายาทต่อนั้น มันต้องเกิดจากจอมมารเชื่อใจ เชื่อมั่นว่าคนที่มาเป็หญิงสาวของจอมมารนั้น รักด้วยความจริงใจ
เพราะลูกที่เกิดมาจากจอมมารจะได้รับพลังของจอมมารมาส่วนหนึ่ง ส่วนเื่การสร้างดันเจี้ยน จะถูกเรียกให้มาคัดตัว เพื่อให้ได้เป็จอมมารจริงๆ และออกไปสร้างดันเจี้ยนเอง ถ้าได้ถูกเลือก
ซึ่งการจะแผ่พันธุ์เชื้อของจอมมารไปยังเผ่าพันธุ์อื่นๆ บางทีอาจจะเป็เื่ยาก เพราะสเปิร์มของจอมมารนั้นทรงพลังอย่างมาก ที่เหล่ามนุษย์อาจจะรองรับไม่ไหวกับการให้กำเนิดบุตรของจอมมาร
มันก็มีจอมมารหลายคนที่พยายามฝากฝังทายาทให้กับมนุษย์ แน่นอนว่ามนุษย์พวกนั้นรับไม่ไหวและตายกันจนหมด เนื่องจากเชื้อของจอมมารแรงเกินไป
เพราะแบบนี้มันถึงเป็ส่วนเสียมากกว่าส่วนดี ที่ทำเพื่อเล่นสนุกกับสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำอย่างมนุษย์ นี่คือในความคิดของผมต่อจอมมารคนอื่นๆ ที่เห็นเพียงมนุษย์เป็เครื่องระบายอารมณ์และเล่นสนุกแก้เบื่อสำหรับตนเอง
(ช่างเถอะ...)
ผมเลิกคิดเื่ที่ปวดหัว ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตากินอาหารที่ถูกเสิร์ฟลงตรงหน้าของผมพอดี
มันเป็ข้าวผัดกับไข่ดาว เนื้อการุส (หมูป่า) และเชส (ไก่ทอด) ซึ่งผมสั่งมาสองจาน รวมถึงนมวัวสดสองแก้ว แน่นอนว่าอีกจานหนึ่งก็ให้เ้าเพียวสไลม์ที่เกาะอยู่บนไหล่ผมได้กินด้วยนั่นเอง
เพียวสไลม์ะโลงมา พร้อมกับค่อยๆ กระดึ๊บไปยังข้าวผัดและกินมันอย่างช้าๆ ถ้าเธอใบหน้า คงแสดงความรู้สึกของอร่อยเป็แน่
ผมและเพียวสไลม์กินไปเรื่อยๆ โดยไม่สนสายตาของนักผจญภัยคนอื่นๆ และสายตาของพนักงานเสิร์ฟที่แทบจะกินผมไปทั้งตัวได้แล้ว เมื่อหมดก็เรียกให้พนักงานเสิร์ฟมาเก็บเงิน มันราคาอยู่ที่สามเหรียญเงิน นับว่าแพงมาก เมื่อเทียบกับค่าที่พัก ค่าอาหารจานละหนึ่งเหรียญเงิน นมสดแก้วละ ห้าสิบเหรียญทองแดง
แต่เื่นั้นช่างมันเถอะ ผมเลิกใส่ใจและขึ้นไปยังห้องพักของตัวเอง ซึ่งก็ทิ้งให้พวกนักผจญภัยคนอื่นๆ มองผมด้วยสายตาอาฆาตแค้นไล่ทิ่มหลังมา