เสียงประตูศิลาที่ปิดสนิทดังกังวานก้องไปทั่วโถงวิหารที่มืดมิด ทิ้งให้ความวุ่นวายของกองทัพหุ่นเชิดเบื้องนอกกลายเป็เพียงอดีต หลินเทียนและรัญยายืนอยู่ท่ามกลางความเงียบที่น่าอึดอัด กลิ่นอายของปราณมืดที่นี่เข้มข้นจนแทบจะกลั่นตัวเป็หยดน้ำสีม่วงไหลซึมตามผนังวิหาร แสงสว่างเดียวที่มีคือแสงสี sapphire จากตัวหลินเทียนและแสงสีเงินที่เต้นตุบๆ จากกระบี่ัพลิกฟ้า ราวกับมันกำลังตอบรับการคงอยู่ของ "บางสิ่ง" ที่ยิ่งใหญ่กว่า
เบื้องหน้าของพวกเขาคือบัลลังก์ศิลาที่สลักลวดลายกรงเล็บอสูรทมิฬ และบนนั้น... ชายในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ทว่าแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายแห่งความตายยืนตระหง่านอยู่ เขาไม่ได้สวมหน้ากากเหมือนศิษย์ไร้เนตรคนอื่นๆ แต่ดวงตาของเขากลับถูกปิดทับด้วยผ้าไหมสีดำที่ปักลวดลายดวงตาที่สามไว้กลางหน้าผาก
"ข้าเฝ้าดูเ้ามานานแล้ว... หลินเทียน" ชายผู้นั้นเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลทว่าแฝงด้วยพลังที่ทำให้หัวใจของรัญยาสั่นสะท้าน "เ้าอาจสงสัยว่าเหตุใดข้าจึงเรียกตนเองว่า 'าาไร้บัลลังก์' นั่นเพราะบัลลังก์ที่แท้จริงของข้าไม่ได้อยู่ในโลกมนุษย์ แต่มันอยู่ในความว่างเปล่าที่เ้าพยายามจะ"
หลินเทียนชี้กระบี่ไปเบื้องหน้า "หยุดพูดจาไร้สาระ! เ้าทำลายตระกูลข้า เ้าสั่งฆ่าคนในหมู่บ้านหมอกคราม และเ้าขโมยชิ้นส่วนกระบี่ที่เป็มรดกของข้าไป วันนี้คือวันตายของเ้า!"
าาไร้บัลลังก์หัวเราะเบาๆ "ขโมยงั้นรึ? เ้าหนูเอ๋ย... เ้าไม่รู้หรอกว่าวิชากระบี่ไร้ลักษณ์และตระกูลัครามของเ้าน่ะ แท้จริงแล้วกำเนิดมาจากที่เดียวกันกับหุบเขาไร้เนตร! เราคือสองขั้วของความว่างเปล่า เ้าเลือกที่จะเป็ 'แสง' ที่ไม่มีตัวตน แต่ข้าเลือกที่จะเป็ 'เงา' ที่ไร้ขีดจำกัด!"
พริบตาเดียว ร่างของาาไร้บัลลังก์เลือนหายไปราวกับควันไฟ เขาปรากฏตัวเื้ัหลินเทียนในพริบตาโดยที่ประสาทัััแทบตรวจจับไม่ได้ หลินเทียนหมุนตัวฟาดกระบี่สวนกลับ ทว่าใบดาบสีดำกลับผ่านร่างของาาไร้บัลลังก์ไปราวกับฟันถูกอากาศ
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่เจ็ด: ัสูญสภาวะ!"
หลินเทียนตระหนักว่าศัตรูผู้นี้บรรลุวิถีความว่างเปล่าในระดับที่สูงกว่าเขา เขาจึงตัดสินใจะเิพลังสายเืัครามออกมาอย่างเต็มที่ เกล็ดัสีน้ำเงินเข้มปกคลุมไปทั่วร่าง แสงอัสนีสีครามวิ่งพล่านไปตามคมดาบ เขาเริ่มร่ายรำกระบี่ด้วยท่วงท่าที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม ทุกลูกพรรณที่ฟาดฟันทำให้มิติรอบข้างเกิดรอยร้าว
รัญยาหาจังหวะซัดเข็มพิษแมงป่องทองคำเพื่อรบกวน ทว่าาาไร้บัลลังก์เพียงแค่สะบัดแขนเสื้อ เข็มพิษเ่าั้ก็สลายกลายเป็ผุยผง "เ้าไม่มีค่าพอจะอยู่ในสังเวียนนี้ แม่นางแห่งเผ่าทราย!" เขาซัดปราณสีดำเข้าใส่รัญยาจนนางกระเด็นไปกระแทกผนังวิหารสลบไป
"รัญยา!" หลินเทียนคำรามด้วยความโกรธ ความแค้นทำให้พลังปราณัในร่างพุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด ทันใดนั้น ความลับที่ถูกซ่อนไว้ในชิ้นส่วนที่สามก็ปรากฏขึ้น... มันไม่ได้ถูกซ่อนไว้ในกล่องหรือแท่นบูชา แต่มันถูกฝังอยู่ใน 'หน้าอก' ของาาไร้บัลลังก์นั่นเอง!
"เ้า้าชิ้นส่วนสุดท้ายใช่ไหม? มันอยู่ที่นี่... มาเอาไปสิถ้าเ้ามีความสามารถพอ!" าาไร้บัลลังก์ดึงพลังจากชิ้นส่วนที่สามออกมา ก่อตัวเป็ัทมิฬขนาดั์พุ่งเข้าปะทะกับัครามของหลินเทียน
การต่อสู้ครั้งนี้รุนแรงจนวิหารแห่งการล่มสลายเริ่มพังทลายลง หลินเทียนถูกปราณมืดซัดจนกระอักเื แต่ในวินาทีที่เขากำลังจะเพลี่ยงพล้ำ เขาพลันนึกถึงคำสอนที่ว่า 'ความว่างเปล่าที่แท้จริง ไม่ใช่การไร้ตัวตน แต่คือการเป็ทุกสรรพสิ่ง'
หลินเทียนหลับตาลง สลายปราณป้องกันทั้งหมดทิ้ง! าาไร้บัลลังก์ยิ้มเหี้ยมเกรียมและพุ่งกระบี่ดำเข้าหาหัวใจของหลินเทียน ทว่าในพริบตาก่อนที่ปลายดาบจะถึงตัว ร่างของหลินเทียนพลันสลายกลายเป็ละอองดาวสีน้ำเงิน และพุ่งทะลวงผ่านร่างของาาไร้บัลลังก์ไปราวกับแสงสว่างที่ตัดผ่านความมืด
"อั่ก!" าาไร้บัลลังก์ทรุดเข่าลง ดวงตาภายใต้ผ้าไหมสีดำเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ที่หน้าอกของเขามีรอยแยกสีครามที่กำลังฉีกกระชากิญญาของเขาออก "เ้า... เ้าเข้าถึงขั้นที่เจ็ดได้ในระหว่างการต่อสู้..."
หลินเทียนเอื้อมมือไปกระชากชิ้นส่วนโลหะชิ้นสุดท้ายออกมาจากหน้าอกของศัตรู ทันทีที่ชิ้นส่วนที่สามัักับกระบี่ัพลิกฟ้า แสงสว่างสีขาวบริสุทธิ์ก็ะเิออกมาจนบดบังทุกสิ่ง ัครามคำรามลั่นะเืไปทั้งทะเลทรายมรณะ กระบี่มรดกบัดนี้สมบูรณ์แบบ 100% แล้ว!
าาไร้บัลลังก์สลายกลายเป็เถ้าถ่าน ทิ้งไว้เพียงคำเตือนสุดท้าย "ข้าเป็เพียงแค่จุดเริ่มต้น... จอมเทพไร้เนตร... กำลังตื่นขึ้น..."
หลินเทียนยืนสงบนิ่งท่ามกลางวิหารที่ถล่มลงมา เขาอุ้มร่างรัญยาที่าเ็และใช้กระบี่ที่สมบูรณ์แบบฟาดฟันเปิดทางมิติพุ่งออกจากวิหารก่อนที่ทุกอย่างจะพังพินาศ การรวบรวมชิ้นส่วนสิ้นสุดลงแล้ว แต่าที่แท้จริงเพื่อตัดสินชะตาโลกกำลังจะเริ่มขึ้น!