“ใช่แล้วนายหญิงลั่ว เมื่อครู่เราอิ่มหนำกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องกินอีกแล้ว”
ชีเหนียงยิ้มแย้มไม่พูดจาและส่งสัญญาณให้โจวย่าอวิ๋นเริ่มได้
โจวย่าอวิ๋นนำยำผักแบ่งเป็นสองส่วนส่วนหนึ่งวางสำรองไว้ ส่วนอีกจานก็เหยาะของเหลวสีดำในขวดลงไปเล็กน้อยจากนั้นคนให้เข้ากัน
ภายใต้การกระทำของโจวย่าอวิ๋นคนทั้งสองก็หยิบตะเกียบขึ้นมาและเริ่มชิมอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
“นี่มัน…”
“ของในขวดนี้มีปัญหาหรือ?”
คนทั้งสองหยิบขวดมาดมเมื่อเห็นพวกเขาคาดเดาได้ ชีเหนียงจึงยิ้มอย่างเข้าใจ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาร้านขายของชำและร้านขายข้าวที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกและตะวันตกของเมืองอันก็เริ่มขายเครื่องปรุงรสใหม่ๆโดยไม่มีใครรู้ว่าเครื่องปรุงเหล่านี้มาจากเรือนพักผ่อนอันหยาง ในฐานะที่เป็นจุดเริ่มต้นชีเหนียงเพียงแค่ให้พวกเขาบอกกับคนภายนอกว่านี่คือเครื่องปรุงที่มาจากสกุลลั่วในอำเภอเฉาเบื้องต้นมีขายเพียงแค่ที่นี่ ภายหลังจะมีเครื่องปรุงอื่นๆตามออกมาสู่ท้องตลาดเพิ่มเรื่อยๆ
ส่วนที่ว่าเหตุใดไม่ใช้ชื่อของเรือนพักผ่อนนั้นเซี่ยเฉิงกวงกับหวังเยวี่ยหลินก็พอจะคาดเดาได้บ้าง ตอนนี้เรือนพักผ่อนถูกคนจับจ้องหากทำให้เอิกเกริกเกินไป เกรงว่าคงถูกคนจับตามองมากขึ้นอีกแน่
…...
ทางด้านเสิ่นหรูหลินที่รอคอยข่าวของเรือนพักผ่อนมาโดยตลอดกลับพบว่าเมืองอันไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงหลายครั้งที่เขาอยากเขียนเทียบเชิญเพื่อเจอชีเหนียง แต่เทียบเชิญยังไม่ทันได้ส่งออกไปก็ถูกเสิ่นว่านเหลี่ยงเรียกกลับคืน ทำให้เสิ่นหรูหลินถึงกับอัดอั้น
ส่วนทางด้านชีเหนียงหลังจากเปิดประตูด่านแรกในเมืองอันได้สำเร็จ ก็ให้คนคอยจับตาดูเจิ้งเฟิง เพียงไม่กี่วันก็มีคนส่งข่าวกลับมา
“เมื่อวานเจิ้งเฟิงไปพบใครบางคนที่วัดร้างนอกเมืองคนผู้นั้นมอบเงินให้เขาหนึ่งร้อยตำลึงเพียงแต่เจิ้งเฟิงสืบสถานการณ์ความเป็นจริงไม่ได้มากนักดังนั้นคนผู้นั้นจึงไม่พอใจเขาอยู่บ้าง” หน้าที่สะกดรอยตามเจิ้งเฟิงเป็นของสิงเหล่าซื่อที่ลั่วชีเหนียงมอบหมายให้อย่างโจวย่าอวิ๋นนั้นเป็นสุภาพบุรุษเกินไป ไม่เหมาะจะทำเรื่องเช่นนี้
“แต่ว่าเจิ้งเฟิงเองก็หลักแหลมเขาเผยกับคนผู้นั้นว่า วันนั้นนอกจากเขาแล้วก็ยังมีเถ้าแก่เซี่ยกับเถ้าแก่หวังที่อยู่ด้วย พอคนผู้นั้นได้ยินก็จากไปอย่างเร่งรีบคาดว่าคงให้คนไปจับตาดูเถ้าแก่เซี่ยกับเถ้าแก่หวังแล้ว”
สิงเหล่าซื่อทำตามคำสั่งของชีเหนียงโดยเพียงแค่สืบเรื่องราวเหล่านี้เงียบๆ และไม่ได้ทำอะไรโดยพลการเอง
“ฮูหยินต่อจากนี้จะทำอย่างไรดี?”
“ได้ให้คนจับตาดูพวกเขาหรือไม่?”
“ฮูหยินวางใจได้นี่คือพี่น้องในค่ายทั้งนั้นพวกเราเชี่ยวชาญเรื่องแบบนี้ ไม่มีทางพลาดแน่นอนไม่พ้นสามวัน ต้องล้วงข้อมูลออกมาได้แน่”
สิงเหล่าซื่อได้ใจจนลืมไปว่าตอนนี้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้วแต่ดีที่ชีเหนียงไม่ได้โกรธ เขาเองก็แกล้งทำเป็นว่าตนเองพูดผิด จากนั้นจึงทำกลบเกลื่อนไปทั้งแบบนั้น
เรื่องอื่นสิงเหล่าซื่ออาจพึ่งพาไม่ได้แต่เรื่องที่ให้เขาสะกดรอยตาม ถือว่าใช้ได้มาก ส่วนการแสดงออกของสิงเหล่าซื่อพิสูจน์ได้ว่าเขาไม่ได้ทำผิดต่อความเชื่อมั่นที่ชีเหนียงมีให้เขาสามวันก็คือสามวัน เช้าตรู่วันที่สามสิงเหล่าซื่อวิ่งไปหาชีเหนียงอย่างเร่งรีบ
“ฮูหยิน… ฮูหยิน…” สิงเหล่าซื่อตะโกนเรียกในลานบ้าน “ฮูหยินรีบออกมาเร็วเข้าท่านทำให้ข้าร้อนใจแล้ว”
ชีเหนียงหาวก่อนจะลุกออกจากเตียงมองดูฟ้าที่เพิ่งสว่าง อีกทั้งยังรู้ว่าสิงเหล่าซื่อไม่ใช่คนที่ไม่รู้ขอบเขตจึงรีบแต่งกายและเปิดประตูออกมา
“ฮูหยินเกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
ที่แท้สิงเหล่าซื่อก็ให้คนสะกดรอยตามผู้ที่ติดต่อกับเจิ้งเฟิงสืบไปจนถึงเมืองหลวง พวกเขาหาตัวพวกพ้องของคนผู้นั้นจนเจอ ก่อนที่พวกเขาจะจากมา กลับได้ยินว่าเกิดเรื่องกับลั่วจิ่งเฉินเมื่อเลี่ยงไม่ได้ สิงเหล่าซื่อจึงต้องรีบกลับมารายงานชีเหนียงก่อนส่วนเฉียงจื่อก็อยู่ตามสถานการณ์ในเมืองหลวงต่อ
เมื่อได้ยินว่าเกิดเรื่องกับลั่วจิ่งเฉินชีเหนียงก็กระวนกระวายใจ “สืบรู้หรือไม่ว่าเกิดเรื่องอะไร?”
“คือ…คือว่าข้าร้อนใจเลยรีบกลับมาก่อน จนลืมสืบขอรับ”
ชีเหนียงไม่ได้กล่าวโทษสิงเหล่าซื่อเพราะถึงอย่างไร เขาก็ไม่ใช่คนละเอียดรอบคอบอยู่แล้ว
“ดีข้ากำลังจะไปเมืองหลวงพอดี เรื่องทางนี้เจ้าคอยจับตาดูไว้ หากมีอะไรก็มาหาข้าที่เมืองหลวง”
เมื่อโจวย่าอวิ๋นไปหาชีเหนียงชีเหนียงก็จากไปแล้ว หลานไฉ่เตี๋ยขึ้นรถม้าไปกับชีเหนียง เห็นสีหน้านางเป็นกังวลและเคร่งเครียดก็มีใจอยากถามสักหน่อย แต่สัมผัสจากสายตาได้ว่าชีเหนียงไม่อยากพูดมากจึงพักความคิดนี้ไป
ดีที่ความฝันในการเข้าเมืองหลวงของนางได้มาถึงสักทีความตื่นเต้นในใจมาแทนที่ความสงสัยสิ่งที่ชีเหนียงเป็นกังวล
เมื่อชีเหนียงกลับถึงบ้านก็พบว่าในบ้านมีเสื้อผ้าของหญิงสาวเพิ่มขึ้นมา แต่กลับไม่มีเงาของสองพี่น้อง
“เอ๊ะ เหตุใดถึงมีเสื้อผ้าสตรีอยู่ด้วย? ชีเหนียงเจ้าบอกว่าเจ้ามีแค่ลูกชายมิใช่หรือ? หรือว่าพวกเขา...หืม” หลานไฉ่เตี๋ยขยิบตามองชีเหนียงความหมายชัดเจนมาก
แน่นอนว่าชีเหนียงไม่คิดว่าการมีเสื้อผ้าสตรีเพิ่มมาในบ้านจะบ่งบอกอะไรได้เพราะถึงอย่างไรลั่วจิ่งเฉินกับลั่วจิ่งซีต่างก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะสำหรับเรื่องเชิงชู้สาวเกรงว่าคงยังรู้ไม่มากเท่าหลานไฉ่เตี๋ยเพียงแต่บนโลกนี้มีสตรีเจ้าเล่ห์มากมาย ดีไม่ดีพวกเขาอาจจะถูกใครวางแผนร้ายใส่จากคำบอกเล่าของสิงเหล่าซื่อหรือว่าครั้งนี้จิ่งเฉินจะเจอกับเรื่องเชิงชู้สาว?
ขณะที่ชีเหนียงกำลังเคร่งเครียดก็ได้ยินเสียงจากด้านนอกประตู
“พวกเจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป อย่าพึ่งตื่นตูมไปเอง” นี่คือเสียงของลั่วจิ่งเฉินมาพร้อมกับเสียงปลอบโยนของเขา อีกทั้งเหมือนจะมีเสียงสตรีสะอื้นไห้กับเสียงถอนหายใจของชายชราอีกคนด้วย
“แต่ว่าตอนนี้หลักฐานทุกอย่างชี้ชัดไปที่ท่านพ่อของข้าว่าสมรู้ร่วมคิดกับค่ายโจรเลี่ยหยางพวกเขาใช้ข้าเป็นจุดอ่อน ท่านพ่อแค่อยากปกป้องชื่อเสียงของข้า จึงไม่ยอมปริปาก…”
เสียงของหญิงสาวด้านหลังทำให้ชีเหนียงรู้สึกคุ้นเคยเมื่อประตูถูกเปิด ชีเหนียงถึงได้รู้ว่าเป็นผู้ใด
เมื่อลั่วจิ่งเฉินเห็นมารดายืนอยู่กลางลานบ้านแล้วมองดูเยี่ยนรั่วเสวี่ยที่น้ำตาอาบแก้ม เขารู้สึกเหมือนคนถูกจับได้ว่ากระทำความผิด
“…ท่านน้าลั่ว!” เมื่อเยี่ยนรั่วเสวี่ยเห็นชีเหนียงนางก็ตกตะลึง จากนั้นน้ำตาเม็ดโตก็ร่วงลงมาก่อนจะวิ่งเข้ามาหาชีเหนียง “ท่านน้าลั่วข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอท่านอีกแล้ว… ฮือๆ…”
เยี่ยนรั่วเสวี่ยเหมือนเห็นเทพเซียนนางกอดชีเหนียงแล้วร่ำไห้สะอึกสะอื้น
ชีเหนียงเงยหน้าขึ้นมองลูกชายจากนั้นจึงสอบถามว่าตกลงเกิดอะไรขึ้นเพียงแต่เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของลั่วจิ่งเฉินแล้วจึงรู้ว่าจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่
“รั่วซวงไม่ร้องนะมีอะไรค่อยๆ เล่าให้น้าลั่วฟัง มานี่…” นางจูงรั่วซวงเข้าไปในห้องจากนั้นหันไปหาหลานไฉ่เตี๋ย “ห้องทิศตะวันตกทางนั้นเจ้าพักที่นั่นก่อนชั่วคราว ก่อนหน้านี้ยังไม่ได้เก็บกวาด เจ้าไปเก็บกวาดก่อน”
หลานไฉ่เตี๋ยรู้ว่าชีเหนียงไม่อยากให้นางรู้เรื่องนี้แม้ว่าจะสงสัยแทบแย่ แต่ตอนนี้นางต้องพึ่งพาชีเหนียง แม้ในใจไม่อยากยอมรับ หากก็ทำได้แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น
เมื่อเห็นนางเดินจากไปชีเหนียงจึงพาเยี่ยนรั่วเสวี่ยเข้าห้อง
……
“ไร้เหตุผลสิ้นดี! ทั้งที่พวกเราคือผู้เคราะห์ร้ายแต่ยังถูกปรักปรำอีก!” สำหรับเรื่องของค่ายโจรเลี่ยหยางชีเหนียงรู้ดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วที่เยี่ยนรั่วเสวี่ยถูกคนของค่ายโจรเลี่ยหยางจับไปเหตุผลส่วนใหญ่ก็เกี่ยวพันกับชีเหนียงเป็นหลัก
ตอนนี้สกุลเยี่ยนถูกศัตรูโจมตีเรื่องของค่ายโจรเลี่ยหยางกลายเป็นชนวน ชีเหนียงจะไม่โกรธและเดือดดาลได้อย่างไร
-----