ในดินแดนเจียงหนานอันอุดมสมบูรณ์ ณ เมืองเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า ‘อันเหอ’ (安和) คฤหาสน์ของตระกูลหลิวตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาทางทิศตะวันออกของเมือง โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนโบราณที่บ่งบอกถึงฐานะอันมั่งคั่งของเ้าของ คฤหาสน์แห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยกำแพงสีขาวสูงใหญ่ ราวกับจะปกป้องความลับและความบริสุทธิ์ของสิ่งที่อยู่ภายใน
ภายในกำแพงนั้นคือโลกส่วนตัวของ หลิวเสี่ยวเหมย บุตรีเพียงคนเดียวของเ้าบ้าน เสี่ยวเหมยในวัยสิบห้าปีบริบูรณ์ งดงามราวกับดอกบัวแรกแย้มที่กำลังจะผลิบาน ผิวพรรณขาวผ่องละเอียดอ่อน ดวงหน้าเรียวรูปไข่ประดับด้วยดวงตากลมโตสีนิลที่ทอประกายใสซื่อบริสุทธิ์ ทว่าภายใต้ความไร้เดียงสาและท่าทีที่ยังคงความเป็เด็กนั้น รูปร่างของนางกลับเริ่มแสดงความเป็สาวอย่างเต็มตัว ใบหน้าจากที่เคยมีแก้มพองกลมก็ค่อย ๆ เรียวสวยได้รูป ส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นทำให้นางมีรูปร่างที่สูงโปร่ง เอวคอด และสะโพกผายอิ่ม แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคือหน้าอกที่เริ่มขยายใหญ่เกินวัย มีขนาดประมาณลูกส้มโอ ซึ่งเป็ความลับที่มารดาของนางคอยเฝ้าเตือนให้ระวังการแต่งกายอยู่เป็ระยะ ด้วยความที่เสี่ยวหง สาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันก็มีหน้าอกที่โตกว่านางเล็กน้อย ทำให้เสี่ยวเหมยไม่รู้สึกว่ารูปร่างของตนเองผิดปกติอะไร แต่นั่นกลับเป็สิ่งที่ทำให้บ่าวชายอย่างเหลียงฟูและคนดูแลสวนเฒ่าอย่างเหลาจางโถวต้องเผลอมองอย่างไม่วางตาอยู่บ่อยครั้ง ชีวิตของนางดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและสงบเงียบในคฤหาสน์อันโอ่อ่าแห่งนี้
บิดาของนางเป็พ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ต้องเดินทางค้าขายไปต่างเมืองอยู่เป็นิจ ทำให้เสี่ยวเหมยเติบโตมาภายใต้การดูแลของมารดาเป็หลัก เมื่อสามปีก่อน ขณะที่นางมีอายุได้สิบสองปี มารดาได้ตัดสินใจให้นางแยกเรือนออกมาอยู่เป็สัดส่วนในเรือนขนาดย่อมที่ตั้งอยู่ด้านหลังของคฤหาสน์ การแยกเรือนนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เสี่ยวเหมยได้เรียนรู้การจัดระเบียบเรือน การดูแลบ่าวไพร่ และเตรียมพร้อมสำหรับการเป็ภรรยาที่ดีในอนาคต
เรือนเล็ก ๆ แห่งนี้จึงเป็อาณาจักรส่วนตัวของเสี่ยวเหมย โดยมีคนรับใช้ใต้สังกัดที่คอยดูแลนางอย่างใกล้ชิด ได้แก่ เสี่ยวหง สาวใช้คนสนิทผู้มีอัธยาศัยดีและช่างเอาใจ, เหลียงฟู บ่าวชายผู้แข็งแรงที่รับหน้าที่ดูแลงานหนักและงานทั่วไปในเรือน, และ เหลาจางโถว คนดูแลสวนสูงวัยผู้ดูซื่อสัตย์และทำงานได้อย่างไว้ใจ
เหลาจางโถวผู้นี้เป็คนงานที่บิดาของนางพามาจากต่างเมืองเมื่อห้าปีก่อน ไม่มีใครในคฤหาสน์ทราบประวัติความเป็มาที่แท้จริงของเขา แต่เขาก็ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะใน่สามปีที่เสี่ยวเหมยแยกเรือนมาอยู่คนเดียว เขาก็ดูแลงานสวนและงานจิปาถะรอบเรือนได้อย่างเรียบร้อยไร้ที่ติ แม้บางครั้งเสี่ยวเหมยจะเห็นสาวใช้จากเรือนอื่น ๆ เดินลับหายเข้าไปในกระท่อมพักของเขาที่อยู่ท้ายป่าไผ่ และได้ยินเสียงแปลก ๆ ดังออกมาหลังจากนั้นไม่นาน แต่นางก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก เพราะคิดว่าเป็เื่ส่วนตัวของบ่าวไพร่
ชีวิตในแต่ละวันของเสี่ยวเหมยจึงเต็มไปด้วยการฝึกฝนตามแบบฉบับของคุณหนูในห้องหอ ทั้งการดีดพิณกู่เจิง การเย็บปักถักร้อย และการฝึกเขียนอักษรจีน แม้จะสุขสบาย แต่บางครั้งนางก็รู้สึกเหมือนนกน้อยในกรงทองที่โหยหาอิสรภาพและความตื่นเต้นบางอย่าง
ปีนี้นางอายุครบสิบห้าปี และสิ่งที่ทำให้นางรู้สึกตื่นเต้นและรอคอยมากที่สุดคือ งานหมั้นหมาย ที่กำลังจะมาถึงใน่ต้นปีหน้า เมื่อนางมีอายุครบสิบหกปีเต็ม บิดาของนางได้หมั้นหมายนางไว้กับบุตรชายของสหายสนิทั้แ่พวกเขายังเป็ทารก แม้ว่าคู่หมั้นของนางจะยังไม่เคยพบหน้ากันเลย เนื่องจากบิดาของเขาไปรับราชการอยู่ที่กว่างโจวและพาครอบครัวไปด้วย แต่นางก็รับรู้ถึงความคาดหวังและความปรารถนาดีของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
เสี่ยวเหมยเฝ้ารอคอยงานหมั้นนี้ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว นางจินตนาการถึงคู่หมั้นของนางว่าเขาจะเป็ชายหนุ่มรูปงาม มีความรู้ความสามารถ และจะพาชีวิตของนางก้าวออกจากกำแพงสูงใหญ่แห่งนี้ไปสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่า นางรู้สึกว่าชีวิตของนางกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงในไม่ช้า...