[GrimHunt] สมรภูมินักล่า

    บทที่ 1 ตอนที่ 8

      เวลาชีวิตของรามที่ผ่านพ้นวัย 10 ปีนั้น เขาถูกนำไปฝึกฝนเพื่อที่จะเป็นสุดยอดบอดี้การ์ดชั้นยอด ในการปกป้องผู้เป็นประธานของ ซี-กรุ๊ป คนต่อไปซึ่งก็น่าจะเป็นหนึ่งในพี่น้องของเขา แต่เมื่อได้ฝึกฝนไปมานั้นรามกลับมีพรสวรรค์ที่น่าหวาดกลัวจนเกินไป   เขาถูกเรียกเป็น 'สัตว์ประหลาด' เมื่ออายุได้ 15 ปี หลังจากการจัดการยอดปรมจารย์มวยจีนคนหนึ่งไปได้ภายในการชก 3 หมัด เข้าตามจุดสำคัญต่างๆ ความเร็วที่สูงล้ำหลบหนึ่งสวนกลับไปถึงสามไร้ผู้ต่อกร ทั้งร่างกายของรามก็ยังมีความแข็งแรงเป็นเลิศ แม้ร่างกายจะมองดูบอบบาง แต่เขากลับมีพละกำลังสูงมากยิ่งกว่าคนบ้ากล้ามโตหลายๆ คนซะอีก   ใช่ว่ารามจะดีเด่นเรื่องศิลปะการต่อสู้ด้วยร่างกายเปล่าเพียงอย่างเดียว เขานั้นยังเป็นสุดยอดในเรื่องของการใช้อาวุธต่างๆ แม้ในตอนแรกจะไม่เข้าใจว่าเขาจะต้องเรียนไปทำไมกัน เพราะในยุคสมัยที่ใช้ปืนยิงฆ่ากันนั้นพวกอาวุธยุคศตวรรษก่อนไม่น่าจะต่อกรอะไรกันได้ แต่ด้วยสถานการณ์ต่างๆ ก็ทำให้รามนั้นปรับใช้อาวุธที่นอกเหนือจากปืน แค่เพียงขอให้เขาเข้าใกล้พวกมันได้ ปืนก็แทบจะไร้ประสิทธิภาพไปเลยหากผู้ใช้ไม่มีสติ ซึ่งเรื่องแบบนี้นั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก   หากแต่ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่าง ที่รามไม่สามารถจะนึกถึงมันได้ เขาได้ถูกส่งมายังโลกที่ดูจะล่มสลายไปแล้ว ไร้ซึ่งการคงอยู่ของอาวุธยุคใหม่ แต่มีสิ่งที่ทรงพลังกว่านั้นมากมาย นั้นคือ 'เวทมนตร์' ยิ่งเป็นเวทมนตร์ของภูติน้อยอิลล์มันน่ากลัวยิ่งกว่าปืนนับสิบเท่า   ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ร่างกายของเขามันเหมือนจะเปลี่ยนไป รามมีความเร็วในการเคลื่อนไหวมากกว่าก่อนถึงเท่าตัว ทั้งยังมีพลังกายที่น่าตื่นตะลึง ปฏิกริยาตอบสนองที่น่าผวา ยิ่งพลังพรสวรรค์ที่ยากจะจินตนาการ ทำเอาอาวุธยุคใหม่นั้นดูจะเสื่อมอำนาจลงไป ตอนนี้รามกลับเล็งเห็นว่าดาบในมือของตนเองมันมีพลังอำนาจมากยิ่งกว่าปืนเสียอีก   ทุกการเคลื่อนไหวของรามนั้นพร้อมจะรับมือกับการต่อสู่เสมอ แม้เขาจะเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แต่การก้าวเหยียบของเขามันแผ่วเบาเป็นอย่างมาก ทั้งสายตานั้นก็พยายามสอดส่องไปรอบกาย เก็บเกี่ยวข้อมูลที่อาจจะสำคัญมาตลอดทาง   ลักษณะภูมิประเทศในเขตที่รามอยู่นั้น คือซากอารยธรรมเก่าของมนุษย์ที่ล่มสลายไปนานมากแล้ว ถึงขนาดที่ตึกบางแห่งสูง 7 ชั้นถล่มลงมาขวางถนน เป็นบ้านหลังใหม่ให้กับต้นไม้ใบหญ้าทั้งหลายได้เติบโตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ บางแห่งแทบจะถูกต้นไม้ใบหญ้ายึดครองไปจนหมดสิ้น มองไม่เห็นถึงความเป็นเนื้อปูนแข็งเลยสักนิด   ช่างน่าอัศจรรย์...   หลังจากออกเดินห่างมาจากกลุ่มได้ประมาณ 20 นาที รามก็ได้หยุดพักลงด้วยอาการเหนื่อยอ่อนล้าส่วนหนึ่ง แต่การที่เขาหยุดพักในจุดลานกว้างนั้นก็มีอีกหนึ่งเหตุผล คือร่องรอยของการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในบริเวณนี้   เป็นเรื่องที่อาจจะดี เนื่องจากสิ่งมีชีวิตที่ตายลงจะไม่ได้หายไปแบบในเกมส์ ดังนั้นแล้วตอนนี้รามจึงได้เห็นร่างของโนมจำนวน 5 ตัวได้ตายลงในสภาพน่าเวทนา ร่างของมันน่าจะถูกสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่นั้นลงมือสังหาร ทุกร่างของโนมน่าจะถูกกรงเล็บขนาดใหญ่ฟันใส่ เพราะทุกร่างถูกแบ่งแยกออกเป็น 4 ส่วนอย่างเท่าเทียม   รามมั่นใจเป็นอย่างมาก ว่าสิ่งที่จัดการพวกมันลงไปนั้นไม่ได้เป็นฝีมือของมนุษย์ มันไม่ใช่สิ่งที่พลังพรสวรรค์จะลงมือทำ เนื่องจากถัดออกไปจากร่างของโนมเล็กน้อย รามก็เห็นได้ถึงศพของมนุษย์เพศชายที่ถูกขย่ำกัดกินจนยากจะมองออกว่าเป็นใครได้ ทั้งยังมีขาของมนุษย์อีกข้างกระเด็นไปอยู่ไม่ไกล จะบอกว่าเป็นของคนคนเดียวกันก็คงไม่ใช่ เพราะคงไม่มีใครมีขา 3 ข้างแน่นอน   สิ่งที่ได้เห็นมันน่าสะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก รามถึงกับวิงเวียนเล็กน้อยเมื่อเห็นสภาพการตายที่อนาถาสุดแสน   รามนั้นพยายามที่จะสืบสำรวจบริเวณนั้นราวนักสืบ แต่ไม่นานนักเขาก็ได้พบกับสิ่งที่ต้องเดินไปดูใกล้ๆ ''หมีงั้นหรอ?'' คราบเลือดที่ปรากฏบนพื้น มันเกิดขึ้นจากการที่มีสิ่งมีชีวิตเหยียบของเหลวและก้าวเดินไปทั่ว ซึ่งรามก็ได้เห็นสิ่งที่น่าจะเป็นรอยเท้าของหมีที่มีขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก และบริเวณส่วนปลายของรอยเลือดนั้นมีรอยเจาะทะลุพื้นดิน ซึ่งสมควรเป็นเล็บของมันที่เจาะลงพื้นตอนก้าวเดิน... มันจะต้องทรงอำนาจมากขนาดไหน ถึงจะปรากฏสิ่งมีชีวิตระดับนี้ได้   แค่คิดรามก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างแล้ว...   หากมิได้เป็นอาการสั่นเพราะความกลัว แต่เขากำลังสั่นด้วยอาการตื่นเต้นสุดขีด! ตั้งแต่โลกเก่านั้นคนที่พอจะเป็นคนฝึกฝีมือลับคมให้กับชายหนุ่มวัย 20 ปีคนนี้ได้ มันน้อยจนสามารถจำชื่อได้ทั้งหมด! และทั้งพวกมันก็หาโอกาสว่างยิ่ง ทำให้รามรู้สึกรังเกียจพลังฝีมือของตนเองไม่ใช่น้อย แต่สาเหตุหนึ่งก็มาจากพ่อของเขาที่ทำให้เขาต้องกลายเป็นสัตว์ประหลาด!   เมื่อมายังโลกนี้และพบเจอกับอิลล์ รามก็รู้ว่าตัวเองยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ในตอนนี้ แต่ในอนาคตนั้นไม่แน่ ส่วนการจัดการพวกโนมมันก็ง่ายดายจนเกินไป จำนวนพวกมันเยอะและมีรูปขบวนจึงรับมือยาก แต่เมื่อขบวนแตกพ่ายพวกมันก็อ่อนแอเกินไป รามจึงหวังเป็นอย่างมาก ว่าเจ้าหมีตัวนี้จะสามารถทำให้เขารู้สึกสนุกได้!   รามยังไม่เลือกจะติดตามไปในตอนนี้ เขาได้ใช้เวลาอีกกว่า 10 นาทีในการสำรวจหาข้อมูลรอบๆ และได้ข้อสรุปออกมาเช่นนี้    'บริเวณนี้น่าจะเป็นกลุ่มเช่นเดียวกับเรา พวกโนมนั้นสมควรที่จะเป็นเป้าหมายในภารกิจแรก จำนวนเพียง 5 ตัวนั้นค่อนข้างน้อยไปหน่อย สงสัยแล้วพวกคนกลุ่มนี้จะอ่อนด้อยประสบการณ์ น่าจะมีเพียงแค่ 6-7 คนเท่านั้น การที่เจอเจ้าหมีนั้นอาจไม่ใช่ภารกิจ แต่ควรจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่อาศัยเป็นทุนเดิมอยู่และมันดันออกหาอาหารผ่านมาเจอพอดี คนเกือบทั้งหมดนั้นสมควรจะวิ่งหนีไป หากคิดได้อีกอย่าง คือพวกโนมนั้นควรจะมีมากกว่านี้แต่พวกมันก็หลบหนีเช่นเดียวกัน   แทบไม่มีการต่อสู้กับเจ้าหมีนั้น ง่ายๆ เลยคือพวกเขาทั้งหมดหวาดกลัวจนเกินกว่าจะตั้งสติได้ ทำให้หนึ่งคนถูกเจ้าหมีฆ่าตายและกัดกินเป็นอาหารที่นี้ อีกคนน่าจะถูกตัดขาทิ้งและนำพาไปที่อื่นแทน หากเราเดินทางตามรอยเลือดไปก็น่าจะพบ'   รามสรุปความคิดของตัวเองได้เพียงเท่านี้ มันน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุด รามได้ลองสำรวจดูแล้วในรัศมี 30 เมตรจากจุดที่เขาอยู่ มันไม่มีสิ่งมีชีวิตอะไรเลยแม้แต่น้อย รอยเล็บของเจ้าหมีนั้นก็ดูจะไม่เกิดขึ้นตอนเดินธรรมดา แต่สมควรปรากฏขึ้นจากการที่มันเริ่มลงมือต่อสู้   ส่วนขาหนึ่งข้างที่ขาดนั้น รามมั่นใจ 40% ว่ามันเป็นขาของฉ่อง ดูจากสีผิวและซากขากางเกงที่หลงเหลืออยู่ ดังนั้นการจะเดินทางตามเจ้าหมีตัวนั้นไปก็ดูจะไม่ผิดเป้าหมายที่ตัวเขาตั้งมาเท่าไหร่ ถือว่าเป็นการออกตามหาฉ่องโดยมีร่องรอยคือเจ้าหมีตัวนั้นก็แล้วกัน   ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องรีรออะไรอีกต่อไป รามได้ชักดาบออกมาจากปลอกเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ หากจะเหน็บปลอกไว้ที่เอวก็ดูจะเกะกะ ดังนั้นแล้วรามจึงได้ถือปลอกด้วยมือขวาและถือดาบด้วยมือซ้าย มือขวาของเขานั้นพร้อมจะประยุกต์ใช้หลากหลายวิธี ขึ้นอยู่กับว่าเขานั้นจะพานพบกับสถานการณ์แบบไหน   รามไม่รีบร้อนในการเดิน เขาก้าวทุกก้าวด้วยความละเอียด เส้นทางที่ตามรอยเลือดไปนั้นดูจะเป็นลางที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก   เขาเดินทางผ่านซากสิ่งก่อสร้างทั้งหลาย หลบเลี่ยงเบนสายตาไปมองสิ่งต่างๆ รอบกาย พยายามทำให้ทุกอย่างเกิดเสียงน้อยที่สุด เพื่อที่ประสาทการได้ยินของเขาจะแจ้งเตือนเมื่อมีอะไรพยายามจะเข้ามาใกล้   และไม่นานหลังจากนั้น รามก็ได้เห็นถึงสิ่งมีชีวิตที่เขานั้นตามหา   หมีสีดำขนาดใหญ่ หากมันยืนขึ้นด้วยขาทั้งสองข้างก็สมควรสูงกว่า 2 เมตร อุ้งเท้าที่มีขนาดใหญ่ผิดปรกติเหมาะจะใช้ต้มในหม้อขนาดใหญ่เพื่อบำรุงกำลัง กรงเล็บที่ดูน่าผวาที่น่าจะยาว 15-20 เซนติเมตรโดยประมาณ มันน่าจะเป็นสิ่งที่ใช้ล่าสังหารอย่างไม่ต้องสงสัย ดวงตาข้างซ้ายของมันดูจะมืดบอดไปเห็นได้จากรอยแผลที่เกิดจากกรงเล็บสัตว์อื่น รอบตัวเต็มไปด้วยรอยบาดแผลมากมาย บ่งบอกได้ถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่เจ้าหมีตัวนี้ได้เผชิญพบมาทั้งชีวิต   ขณะที่รามกำลังสำรวจร่างกายของมันอยู่ เจ้าหมีดำตัวใหญ่ก็กำลังกัดกินร่างมนุษย์คนหนึ่งอยู่อย่างสบายใจ   ยังโชคดีที่มันยังกินไปไม่ถึงส่วนศีรษะ ทำให้รามสามารถมองเห็นหน้าของมันได้อย่างชัดเจน และเป็นไปอย่างที่เขานั้นคิด   ''ฉ่อง...''