เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 148: ปะทะกัน 2 ต่อ 2 (Versus 2 to 2)

            โทโมเอะรีบทำการเปลี่ยนรูปแบบอาวุธให้กลายเป็นดาบสั้นคู่วากิซาชิชนิดโค้ง ก่อนที่พวกเธอทั้งสองนั้นจะรีบพุ่งเข้าปะทะกับโออิวะและโอคิคุกันอย่างดุเดือด โดยที่โทโมเอะนั้นจะเข้าเผชิญหน้ากับโออิวะ และคิทสึเนะจะเข้าเผชิญหน้ากับโอคิคุ

            “ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าจะต้องกำจัดเจ้า เพื่อล้างแค้นให้กับท่านอาจารย์สุซุกะ และก็โอทาเคมารุ มิตรสหายของข้าให้จงได้ โยทสึยะ โออิวะ”

            โทโมเอะกล่าวกับโออิวะด้วยน้ำเสียงสั่นเทานิดๆ ที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นอย่างสุดๆ ในขณะเดียวกัน เธอก็คอยต้านคมเคียวยมทูตขนาดยักษ์ของอีกฝ่ายอย่างสุดกำลังด้วยโชโทเร็นกับไดโทเร็น ดาบสั้นคู่ชนิดโค้ง

            “โทโมเอะ โกเซ็น เจ้ารู้หรือไม่...ว่าแต่ไหนแต่ไร ข้าก็เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเจ้า”

            โออิวะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกี้ยวโกรธอย่างสุดๆ หลังจากที่กล่าวจบ ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบถอยออกมาตั้งหลัก ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะพุ่งเข้าปะทะกันด้วยความรวดเร็วและฉับไว เสียงคมจากโลหะที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณเป็นวงกว้าง ในระหว่างนั้นเอง โออิวะก็กล่าวความในใจออกมาว่า

            “ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านคฤหาสน์ในตระกูลมินาโมโตะ ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปี ใครๆ ก็ชื่นชม และรักใคร่เอ็นดูในตัวของเจ้า ไม่ว่าพวกข้าจะเดินไปไหนมาไหนภายในคฤหาสน์นั้นก็ตาม ก็ได้ยินแต่คนในตระกูลเอ่ยชมเจ้ากันต่างๆ นาๆ เต็มไปหมด...”

            “เป็นคนดีบ้างหล่ะ เป็นคนเรียบร้อยบ้างหล่ะ เป็นคนว่านอนสอนง่ายบ้างหล่ะ เป็นคนสุภาพอ่อนโยนบ้างหล่ะ เป็นคนมีจิตใจเมตตาบ้างหล่ะ เป็นคนโอบอ้อมอารีบ้างหล่ะ ในแต่ละคำที่คนในตระกูลเอ่ยชมเจ้า ข้าได้ยินทีแล้วอยากจะอ้วก...”

            โออิวะรีบฟันเข้าไปที่ร่างของโทโมเอะ แต่เธอนั้นสามารถรับคมเคียวยมทูตของอีกฝ่ายไว้ได้ทันด้วยดาบสั้นคู่ชนิดโค้ง เสียงโลหะที่กระทบกระทั่งกันนั้นก็ยังคงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

            “และเจ้ารู้ไหม ว่าแม้แต่พ่อแม่ของข้าก็มักจะพูดกับข้าอยู่เสมอ ว่าให้ข้าเอาเจ้าไปเป็นเยี่ยงอย่างบ้างล่ะ หากว่าข้าเป็นเหมือนกับเจ้าสักครึ่งนึงก็คงจะดีบ้างหล่ะ ทั้งๆ ที่พ่อแม่ของข้าไม่เคยสนใจ และเหลียวแลข้าเลยสักนิด...”

            โออิวะยังคงฟันใส่ร่างของโทโมเอะอย่างต่อเนื่อง แต่เธอนั้นก็ยังคงสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยคมคาบสั้นคู่ชนิดโค้ง

            “ทั้งๆ ที่คนอย่างเจ้าก็เป็นแค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ แต่เจ้ากลับได้รับความรักและความเอ็นดูจากผู้คนในตระกูล ข้าหน่ะทั้งเกลียดเจ้า และแค้นเจ้า ที่เจ้าเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของเหล่าผู้คนในตระกูล แต่ในขณะที่ข้ากลับไม่เคยได้รับทั้งความรัก และความอบอุ่นจากผู้เป็นพ่อและแม่ของข้าเลยแม้แต่น้อย”

            น้ำเสียงของโออิวะนั้นค่อยๆ ดังขึ้นทีละน้อย ในขณะเดียวกันนั้น อาวุธประจำกายของทั้งสองฝ่ายก็ยังคงต้านทานกันอย่างสุดๆ

            “เจ้ารู้ไหม ว่าข้าเองก็เคยแอบชอบโยชินากะอยู่เหมือนกัน ข้าหน่ะแอบชอบเขามาโดยตลอด แต่โยชินากะนั่นกลับไม่เคยสนใจเหลียวแลข้าเลย หัวใจของเขาก็มีแต่ผู้หญิงอย่างเจ้า ข้าก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าเจ้าหน่ะมีดีตรงไหน เขาถึงได้หลงรักผู้ หญิงอย่างเจ้า” ในขณะเดียวกัน เสียงคมจากโลหะก็ยังคงกระทบกระทั่งกันเสียงดังสนั่นอย่างต่อเนื่อง

            “หึ หึ หึ...” โทโมเอะเริ่มหัวเราะในลำคอเบาๆ

            “ในตอนนั้นข้าเองก็เคยได้ยินผู้คนในตระกูลพูดถึงพวกเจ้ากันปากต่อปาก ว่าพวกเจ้าชอบก่อความวุ่นวายให้กับคนอื่นๆ กันไปทั่ว สร้างปัญหาให้กับผู้คนในตระกูลกันอยู่เรื่อย ไม่แปลกใจหรอก ว่าทำไมผู้คนในตระกูลถึงมีแต่คนรังเกียจคนอย่างพวกเจ้า” โทโมเอะกล่าวเย้ยหยันโออิวะเพื่อหวังจะยั่วโมโห

            “หุบปาก” เสียงคมดาบสั้นคู่ชนิดโค้งของโทโมเอะที่กระทบกระทั่งกับคมเคียวยมทูตของโออิวะนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ สีหน้าของโออิวะในตอนนี้เริ่มนิ่วด้วยเกรี้ยวโกรธอย่างสุดๆ ในขณะเดียวกัน ทางด้านคิทสึเนะกับโอคิคุก็ยังคงปะทะกันอย่างดุเดือด

            “หนึ่งใบ สองใบ สามใบ สี่ใบ ห้าใบ หกใบ เจ็ดใบ แปดใบ เก้าใบ สิบใบ”

            โอคิคุเขวี้ยงกงจักรพิฆาตใส่คิทสึเนะอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็สามารถหลบหลีก ป้องกัน และปัดกงจักรพิฆาตไว้ได้ทั้งหมด ก่อนที่คิทสึเนะนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่โอคิคุด้วยความรวดเร็ว แต่โอคิคุนั้นสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ทันด้วยกงจักรพิฆาต เสียงคมจากโลหะที่กระทบกระทั่งกันนั้นดังสนั่นกึกก้องไปทั้งบริเวณ

            “ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม ข้าก็จะกำจัดเจ้า...ให้สมกับที่เจ้าเคยฆ่าพ่อแม่ญาติพี่น้องในชนเผ่าฮาคุโซสุของข้า เคยฆ่าล้างชนเผ่าฮาคุโซสุ เคยฆ่าท่านอาจารย์สุซุกะและโอทาเคมารุ ข้าจะล้างแค้นให้กับทุกๆ คนในชนเผ่าฮาคุโซสุ ข้าจะล้างแค้นให้กับท่านอาจารย์สุซุกะและโอทาเคมารุให้จงได้”

            จากนั้น ทั้งสองฝ่ายต่างก็รีบถอยออกมาตั้งหลักด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายนั้นจะพุ่งเข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ในระหว่านั้น คิทสึเนะก็มีการตวัดคมดาบปล่อยทั้งคลื่นดาบ และคลื่นกงจักรธาตุต่างๆ ออกมาด้วย หลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักระยะ โทโมเอะกับคิทสึเนะต่างก็เริ่มเสียท่าให้กับสองนางอสูรที่อยู่ตรงหน้าอย่างโออิวะและโอคิคุ จนแทบจะทรุดลงที่พื้นในทันที

            ร้ายกาจชะมัดยากเลย เจ้านางอสูรสองตนนี้

            โทโมเอะก็เริ่มนึกสบถขึ้นมาด้วยความเจ็บใจ และทันใดนั้น บรรยากาศรอบๆ ตัวของยูกินะ โทโมเอะ และคิทสึเนะก็ได้เปลี่ยนไปทันที พวกเธอทั้งสามได้พบกับร่างเนรมิตของนางคุซุโนฮะที่ค่อยๆ เดินเข้ามาหาพวกเธอทีละก้าว

            “ท่านอาจารย์สุซุกะ” โทโมเอะนั้นรู้สึกว่านางคุซุโนฮะที่ได้มาอยู่ตรงหน้าพวกเธอนั้นช่างมีรูปร่างหน้าตาที่เหมือนกับสุซุกะ โกเซ็น ผู้เป็นอาจารย์ของเธอซะเหลือเกิน

            “ไม่สิ ท่านอินาริ” คิทสึเนะเอ่ยเรียกองค์เทพีที่อยู่ตรงหน้าอย่างห้วนๆ ยูกินะ โทโมเอะ และคิทสึเนะต่างก็ได้รู้กันแล้วว่า...นางคุสุโนฮะ พญาจิ้งจอกขาวที่ชนเผ่าสุนัขจิ้งจอกฮาคุโซสุเคยกราบเคารพบูชามาตั้งแต่ช้านาน ในช่วงก่อนที่ชนเผ่าฮาคุโซสุนั้นจะถูกฆ่าล้างโดยสองนางอสูรอย่างโออิวะและโอคิคุ ซึ่งได้มาอยู่ตรงหน้าพวกเธอนั้นก็คือร่างจำแลงของเทพีอินาริ ที่เป็นตัวแทนของสุนัขจิ้งจอก

            ทางด้านโทโมเอะกับคิทสึเนะก็ได้รู้ทันทีเลยว่า สุซุกะ โกเซ็น มิโกะหญิงสาวผู้เป็นอดีตอาจารย์ของเธอที่ได้มาอยู่ที่ตรงหน้าแล้วนั้น...แท้จริงแล้ว นางก็เป็นเพียงแค่ร่างอวตารของนางคุสุโนฮะเท่านั้น

            นอกจากนั้นแล้ว พวกเธอทั้งสามก็ได้รู้แล้วว่า นางคุสุโนฮะนั้นเป็นมารดาของอาเบะ โนะ เซย์เมย์ ผู้ซึ่งเป็นราชครูของเจ้าหญิงฮิเมรากิ อีกทั้งยังรู้ด้วยว่า นางคุสุโนฮะนั้น ได้ทำการแบ่งภาคมาเกิดเป็นมิโกะหญิงสาวที่มีนามว่าสุซุกะ โกเซ็น เพื่อที่จะปกปักษ์รักษาหมู่บ้านบนภูเขาสุซุกะเอาไว้ให้รอดพ้นไปจากภัยพิบัติ และเหล่าอสูรร้ายทั้งปวง

            “เจ้าหญิงฮิเมรากิ ในฐานะที่เจ้าเป็นศิษย์ของอาเบะ โนะ เซย์เมย์ บุตรชายของข้าในอดีตชาติ ข้าขอมอบพลังให้กับเจ้า”

            จากนั้น ก็ได้มีภาพลางๆ ของเท็นมะ ภูติพิทักษ์ประจำกายม้าปีกมีเขาปรากฏขึ้นที่ตรงหน้ายูกินะ ก่อนที่มันนั้นจะพุ่งเข้าไปที่ร่างงามของเธอด้วยความเร็วสูง จนทำให้เธอนั้นรีบมองสำรวจไปรอบๆ กายของเธอทันที

            “พลังนี้ คือพลังที่จะทำให้เจ้าสามารถรวมร่างเข้ากับภูติพิทักษ์ต่างๆ เพื่อกลายสู่ร่างโอกามิ-มาโฮมุฉะได้”

            นางคุสุโนฮะกล่าวอธิบายคุณสมบัติของพลังที่ยูกินะได้รับมาจากนาง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน