
เครดิตภาพจาก https://wallpaperaccess.com
“ เอ๊ะ! นี่มัน ” อากิเนะแปลกใจสุดขีดเพราะเห็นหมัดของตนถูกหยุด แต่แล้ว ความรู้สึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นตระหนกเมื่อเห็นมารร้ายกำลังดูดพลัง
“ นะ…นี่แก ” อากิเนะพูดไม่ออกดวงตาจับจ้องฝ่ามือที่กุมหมัดของเธอ มันกำลังเปล่งแสงสีขาวนวล
“ ฮ่ ฮ่ ฮ่า เสร็จข้าล่ะท่านโดนดูดพลังอีกแล้ว ” มารร้ายหัวเราะร่า เพราะดีใจสุดๆที่วิชาดูดพลังสามารถใช้ได้ด้วยการสัมผัสกายของศัตรู แต่ร่าเริงได้ไม่นานความจุกเสียดที่รุนแรงก็บังเกิดที่ลำตัว
“ อุก…..” มารร้ายแทบจะสำรอกของเก่าเมื่อก้มลงมองจุดเกิดเหตุ ก็พบกับเข่าของอากิเนะที่ตอนนี้กำลังฝังตัวอยู่ตรงหน้าท้อง ทว่าอมนุษย์ยังไม่ยอมหยุดแค่นั้น
“ บัดซบ แค่แทงเข่า คิดว่าจะหยุดได้รึคอยดูเถอะ ข้าจะดูดพลังของท่านให้หมด ”
เมื่อเห็นมารร้ายดื้อดึงอากิเนะก็แทงเข่าใส่รัวๆอีกหลายสิบที เล่นเอาลำตัวของมันโยกคลอนปิดท้ายด้วยการสับศอกไปที่ขมับ
“ เปรี้ยง…” การโจมตีนี้ได้ผล มารร้ายถึงกับปลิวไกลไปไถลกับพื้นดินแต่ด้วยความที่มันดูดพลังจากอากิเนะมาพอสมควร เลยยังหยัดยืนอยู่ได้
“ อู้ย…เจ็บชะมัดสมกับเป็นท่านผู้นั้นจริงๆ นี่ขนาดเราดูดพลังมาตั้งเยอะ ยังเหลือแรงขนาดนี้ ”มารร้ายแอบชมเชยอยู่ในใจ หัวสมองพยายามคิดหาทางสู้
แม้ภายนอก อากิเนะจะดูใจเย็นแต่ภายในเริ่มร้อนรน เพราะมารร้ายตรงหน้านั้นเก่งขึ้นเรื่อยๆจากตอนแรกที่เป็นเพียงกระสอบทราย ก็สามารถตอบโต้ได้บางจังหวะ และตอนนี้มันรุดหน้าจนถึงขั้นหยุดหมัดของเธอได้
“ มารตนนี้มีพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมเก่งขึ้นในขณะต่อสู้ เรียนรู้และอ่านจังหวะจู่โจมของศัตรูได้อย่างแม่นยำแถมยังเจ้าเล่ห์แสนกล อีแบบนี้ มันคล้ายกับ……นายลิง ”อากิเนะยอมรับว่าทั้งมารร้ายและมาวินมีหลายสิ่งที่เหมือนกัน ราวกับเป็นคนๆเดียวแต่แล้ว เธอก็รีบขับไล่ความคิดนี้
“ ไม่สิที่มารร้ายใช้วิธีการต่อสู้แบบนี้ น่าจะเป็นเพราะมันดูดกลืนนายลิงเข้าไปต่างหากไม่มีทางเลยที่ตานั่นจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ชั่วช้า ”
และด้วยความปั่นป่วนในจิตใจจึงเปิดช่องให้มารผมขาวพุ่งเข้าจู่โจม เพียงพริบตา มันก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า
“ เสร็จล่ะ ”
“ เปรี้ยง ”อากิเนะเป็นฝ่ายถอยหลังเป็นครั้งแรก เพราะถูกหมัดขวาที่ทรงพลังกระแทกใส่ ทว่าเธอก็ยกแขนขึ้นป้องกัน
“ หน็อย….เล่นทีเผลอเรอะ ”อากิเนะรู้สึกขัดเคือง จึงโต้กลับด้วยการหวดแข้งขวา แต่มารร้ายไหวทัน เลยยกขาขึ้นมาบล็อกได้ทันทำเอาเด็กสาวถึงกับตะลึงงัน
“ เอ๊ะ! เจ้านี่ มันป้องกันได้อีกแล้ว”
ทว่าความแปลกใจยังไม่จบเพียงเท่านี้ไม่ถึงเสี้ยววินาที มารร้ายก็พลิกฝ่ามือมาล็อคขาไว้ เพื่อดูดพลังของเด็กสาวจากนั้นก็แสยะยิ้มใส่
“ ทีนี้ท่านก็แทงเข่าใส่ข้าไม่ได้แล้ว”
อากิเนะเห็นจริงตามนั้นเธอไม่อาจจู่โจม ด้วยสองแขนเอื้อมไม่ถึง และถ้าโต้ตอบด้วยการยิงเวทใส่ก็จะกลายเป็นการมอบพลังให้มารร้ายซะเปล่าๆ จึงได้แต่ขบคิดหาทางออก
“ จะทำยังไง ถึงจะหลุดจากท่านี้ได้และต้องรีบด้วย เพราะเรากำลังถูกดูดพลังออกไปเรื่อยๆ ”อากิเนะรู้สึกถึงระดับพลังที่ลดลงของตนเอง สมองใคร่ครวญหาทางออก แต่แล้วสัญชาตญาณก็สั่งให้เธอใช้ขาข้างที่ว่าง สปริงตัวขึ้นมาแล้วถีบเข้าไปที่ใบหน้าของมารร้าย
“ ปัง….” เสียงปะทะดังสนั่นเพราะบาทาพุ่งกระทบเป้าหมายเข้าอย่างจัง ส่งผลให้มารร้ายกระเด็นไกลมือที่จับขาเลยหลุดออกมาโดยพลัน
“ สำเร็จ ” อากิเนะดีใจเพราะกระบวนท่านี้สามารถทำให้เธอเป็นอิสระ แต่เพื่อไม่ให้มารร้ายตั้งตัวติดเด็กสาวจึงพุ่งเข้าไปโจมตีต่อ
“ เปรี้ยง ” มารร้ายโดนต่อยในทีแรกแต่คราวนี้ มันแค่เซถลาเท่านั้นอันบ่งบอกได้ถึงเรี่ยวแรงที่ลดน้อยถอยลงอย่างชัดเจน แต่อากิเนะไม่สนใจเธอรัวหมัดเท้าใส่อย่างดุเดือด
“ อุก อั้ก อึก….” มารร้ายร้องครวญไม่ซ้ำกันเพราะถูกระดมเตะต่อย แต่ไม่นาน มันก็เริ่มตั้งหลักได้และคอยสวนกลับเป็นระยะบางครั้งก็ฉวยโอกาส สัมผัสกายของอากิเนะ เพื่อดูดพลังต่อ แม้จะได้มาเล็กน้อยทว่าก็เพียงพอให้ย่นระยะความห่างของฝีมือ และในที่สุด
“ ตูม…….”
เกิดเสียงดังสนั่นปานฟ้าผ่าเพราะยอดฝีมือได้เหวี่ยงหมัดใส่กัน ก่อให้เกิดคลื่นลมแรงพัดกระพือ คราวนี้คู่ประลองต่างถอยหลังคนละหลายก้าว
“ บะ…บ้าน่า นะ…นี่มัน ”อากิเนะตกตะลึง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกเทียบเคียงด้านกำลังส่วนมารร้ายเริ่มแสยะยิ้ม ในใจรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไง
“ ที่เราต้านทานได้เป็นเพราะท่านผู้นั้นเริ่มอ่อนแรง แบบนี้มีหวังเกมพลิก ”
“ ฮึ่ม…แก ”อากิเนะโกรธเคืองเหลือประมาณ แม้เธอจะมีพลังที่มหาศาลแต่ขาดประสบการณ์และความชำนาญ จึงโดนมารจอมเจ้าเล่ห์นั้นแก้ทาง และเมื่อสิ้นหนทางเด็กสาวจึงได้แต่วิ่งเข้าใส่แบบไร้ความคิด
“ ชั้นไม่ยอมแพ้หรอก ตายซะเถอะ ”
มารร้ายตั้งกระบวนท่าต่อสู้ที่ดูรัดกุม มันตั้งใจจะตั้งรับแล้วสวนกลับด้วยการดูดพลัง เพื่อลิดรอนให้อากิเนะอ่อนแรงลงไปอีกแต่ไม่ทันได้ทำตามแผนการ ก็เกิดเหตุอัศจรรย์
“ เอ๊ะ! นะ….นี่มัน ”อากิเนะทรุดลงไปนั่งชันเข่า กำลังหดหายไปจากร่างจนเกือบหมด ทำให้เธอแทบจะขยับตัวไม่ได้
สิ่งที่ปรากฏไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับอากิเนะเพียงคนเดียวแต่มารผมขาวกับเทพศาสตราที่อยู่ในเหตุการณ์ ก็ถึงกับเอ๋อรับประทาน เพราะจู่ๆคนที่น่าจะแข็งแกร่งที่สุด กลับกลายเป็นตุ๊กตาล้มลุกไปซะอย่างงั้น
“ ฮึ่ม….นี่เราเป็นอะไร ลุกขึ้นสิ ”อากิเนะกัดฟันกรอดใหญ่ เธอพยายามเค้นกำลังกายออกมา เพราะรู้ดีว่าถ้าล้มลงเมื่อไหร่นั่นคือหายนะของดินแดนลี้ลับ
มารร้ายเพ่งมองการกระทำของอากิเนะอยู่นานพอดูเพราะมันไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายแกล้งทำหรือหมดแรงจริงๆ ไม่นาน อมนุษย์ก็ได้คำตอบ
“ เข้าใจแล้ว เป็นอย่างนี้นี่เองแม้ท่านผู้นั้นจะมีพลังมหาศาล แต่ร่างที่รองรับเป็นเพียงเด็กสาวธรรมดาจึงไม่อาจออกแรงได้นาน ” มารร้ายรู้สึกยินดีที่ทุกสิ่งเป็นใจให้กับตัวเองเหมือนโชคชะตาได้ลิขิตให้มันเป็นผู้ชนะ จึงกล่าวกับเด็กสาวที่กำลังอ่อนแรง
“ น่าเสียดายนะที่ท่านยังไม่ฟื้นคืนโดยสมบูรณ์จึงใช้พลังที่แสนวิเศษนั้นได้ไม่นาน แต่ไม่ต้องเจ็บใจไป เพื่อแสดงความเคารพแก่ท่านข้าจะปลิดชีพอย่างรวดเร็วและไม่ทำให้เจ็บปวด ” มารร้ายพูดจบ ก็เกร็งกำลัง ก่อให้เกิดแสงสีอำพันขึ้นมาห่อหุ้มมือขวา
อากิเนะพยายามฝืนอยู่นานแต่ไม่ว่าเพียรซักเท่าไหร่ กายก็มิอาจขยับ ราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับดวงตาจ้องมองมารผมขาวที่กำลังเดินเข้ามา เมื่ออมนุษย์ถึงตัว เด็กสาวก็ปลกตกและเริ่มเจรจาเพื่อต่อรอง
“ เจ้าชนะแล้ว เป็นเพราะข้าประมาทไม่ยอมเผด็จศึกตั้งแต่ต้นมือ สุดท้าย ก็อ่อนแรงจนสู้ต่อไม่ได้ ถึงกระนั้นข้าก็มีเรื่องขอร้อง ”
“ ท่านจะขอร้องอะไรอย่าบอกนะว่า…ขอชีวิต ” มารร้ายขมวดคิ้วเล็กน้อย
อากิเนะฝืนยิ้มเฝื่อนๆที่ดูเจ็บปวดก่อนจะเฉลยความในใจ
“ ใช่ ข้าต้องการแบบนั้นจริงๆทว่าไม่ใช่ขอให้ตัวเอง แต่เป็นขอให้ละเว้นท่านปู่และทุกคนในดินแดนลี้ลับต่างหาก ”
ใบหน้าเรียวเล็กของมารร้ายกระตุกเล็กน้อย แววฉงนสงสัยผุดขึ้นมาอย่างชัดเจนจากนั้นทุกสิ่งก็จางหายไป เหลือเพียงความเรียบเฉยที่ไร้อารมณ์แน่นอนว่าอมนุษย์กำลังไตร่ตรอง ก่อนจะให้คำตอบที่แสนป่าเถื่อน
“ไม่อยากเชื่อเลยว่าท่านจะมีความคิดที่อ่อนแอแบบนี้ ท่าทางยังไม่ตื่นโดยสมบูรณ์จริงๆงั้นขอตอบปฏิเสธตรงนี้เลย เพราะหลังจากสังหารท่านแล้วข้าจะส่งทุกคนในดินแดนนี้สู่ปรโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกเด็กเล็กเเดงหรือคนชรา ”
“ แก……” อากิเนะคำรามดังเปลวเพลิงสีม่วงอมดำผุดขึ้นมาแวบนึง ก่อนจะจางหายไป จากนั้นร่างอรชนก็ทรุดลงไปนอนกองกับพื้น
“ บัดซบ เราไม่ไหวแล้วจริงๆ ”อากิเนะสิ้นหวังถึงขีดสุด เพราะแค่แรงจะขยับนิ้วมือ ก็ยังไม่มี ”
“ คงใกล้ถึงกาลอวสานของผองเรา ”เทพศาสตราเอง ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เพราะถึงเขาจะมีบาเรียเวทคอยป้องกันแต่คงต้านทานมารผมขาวได้ไม่นาน สุดท้าย ก็จะกลายเป็นอีกหนึ่งศพที่มันสังหารทว่าใบหน้ากลับเรียบเฉย ไร้ความกลัวด้วยบุรุษผู้นี้มีความเชื่อว่าความตายคือการกลับคืนสู่ธรรมชาติ
มารร้ายง้างฝ่ามือหวังเสียบหน้าอกข้างซ้ายให้ทะลุในทีเดียว สายตาเล็งไปที่เป้าหมายโดยไม่แยแสใบหน้าขัดเคืองของเด็กสาว
“ บ้าที่สุดเราล้มเหลวและกำลังจะสูญเสียทุกสิ่ง เป็นเพราะเราอ่อนหัดเอง ”
…………………
(5 นาทีที่แล้ว)
มาวินจ้องมองภาพการต่อสู้ที่ดุเดือดในจอเวทมนตร์ขนาดใหญ่เขาไม่คิดว่าอากิเนะจะมีพลังมากมายขนาดนี้ ทำให้สามารถไล่ต้อนมารร้ายได้อย่างสบาย
“ ฟู่….ค่อยยังชั่วยัยกระต่ายน้อยน่าจะชนะได้ไม่ยาก เอ๊ะ! แต่ร่างของเราคงจะ…..” พอคิดถึงตรงนี้ใบหน้าของมาวินก็เจื่อนลงถนัดตา เพราะตัวเองก็ไม่อยากตายเช่นกัน ด้วยมีหลายสิ่งที่ยังไม่เคลียร์แต่สุดท้าย เด็กหนุ่มก็น้อมรับความบรรลัย
“เฮ้อ…..ก็เรามันเฮงซวย ปล่อยมารร้ายออกมาเอง ทำให้ทุกคนวุ่นวาย ดังนั้นถ้าจะให้สิ้นสุดที่ชีวิตของตัวเอง ก็นับว่าสมควร ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจJalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/Jalando.darksidewriter
