โจขับยานรบผ่านชั้นบรรยากาศ จุดที่เขาลงมาค่อนข้างใกล้กับฐานทัพของซีคอป อย่างไรก็ตามโจไม่คิดจะเข้าไปเผชิญหน้ากับซีคอปด้วยยานรบอย่างแน่นอน
เขาไม่ลืมว่าฐานทัพของซีคอปเต็มไปด้วยปืนใหญ่อัตโนมัติ นอกจากนี้ยังมีโล่พลังงานอีก หากคิดจะเข้าไปสู้กับมันจริงๆ คนที่จะแหลกคงเป็นเขาไม่ต้องสืบ
อย่างไรก็ตามต่อให้เป็นยานบัญชาการของมายด์ก็ไม่แน่ว่าจะชนะซีคอปได้ ต้องรู้ไว้ด้วยว่าซีคอปเป็นเผ่าพันธุ์ที่เชี่ยวชาญในการสร้างอาวุธ ป้อมปืนพวกนั้นต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เขาจึงไม่คิดเสี่ยง
สิ่งเดียวที่เขาหวังคือ กาจู๋ว เขาหวังว่าเจ้านกก็ไม่ใช่ไก่ก็ไม่เชิงนั่นจะมีวิธีแก้ปัญหาเหล่านี้
ในไม่ช้าโจได้มาถึงหน้าทางเข้าถ้ำไปยังฐานของกาจู๋ว ถ้ำนี้อยู่ไม่ไกลจากฐานทัพของซีคอป นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงต้องเสี่ยงบินใกล้ๆฐานของซีคอป
รูวและโจเดินเข้าไปในถ้ำ เมื่อเข้าไปสุดทางก็ได้พบกับลิฟต์ตัวเดิม โจพารูวขึ้นไปยืนบนลิฟต์จากนั้นลิฟต์ก็พาพวกเขาลงไปใต้ดิน
รูวรู้สึกตื่นกลัวเมื่อพบว่าตัวเองกำลังลงไปใต้ดิน มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังลงไปในนรก มันดูมืดและแคบ เธอจับชายเสื้อชายหนุ่มจึงทำให้ความกลัวของเธอลดลง
แต่มืดเพียงไม่นานไฟก็สว่างขึ้น นั่นจึงทำให้ความกังวลของรูวหายไปเกือบหมด
เมื่อทั้งสองคนมาถึงก็ได้พบกับกาจู๋วที่กำลังง่วนอยู่กับอะไรบางอย่าง มันดูเหมือนเครื่องอะไรสักอย่าง หน้าตาของมันมีลักษณะกลมยาว ขนาดของมันประมาณสองฟุต
“มาแล้วเหรอ?” กาจู๋วกล่าวทักราวกับรู้ว่าโจจะมา
เห็นสีหน้าประหลาดใจของโจก็หัวเราะแล้วกล่าวขึ้นว่า “ไม่ต้องประหลาดใจขนาดนั้น ฉันรู้อยู่แล้วว่านายจะมา หากมีสมองคิดสักหน่อยคงไม่โง่เอายานอวกาศล้าสมัยบุกถล่มฐานทัพของซีคอป ความห่างชั้นเรื่องเทคโนโลยีต่างกันเกินไป และฉันคิดว่านายคงไม่โง่ที่จะทำแบบนั้น และสุดท้ายตัวเลือกเดียวของนายคือฉัน" กาจู๋วโบกปีกไปมาราวกับภูมิใจในความฉลาดของตน
คิ้วโจกระตุก ยานล้าสมัยงั้นเหรอ? ยานบัญชาการนั่น มายด์เพิ่งบอกกับเขาว่ายานลำนั้นเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนมานี้และสร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุด แต่เจ้านกไก่นี่กลับบอกว่าล้าสมัย…
เอาเถอะ ต่อให้เถียงไปก็ไร้ประโยชน์เขาจึงเลือกที่จะเงียบ
“ถ้างั้นผมควรทำยังไง?” โจไม่อ้อมค้อม
กาจู๋วเงียบไปสักพักก่อนจะพูดว่า “ตอนกลับมาฉันได้ไล่ตามมันไปถึงฐานทัพและได้สู้กับมันเล็กน้อย แต่ตอนที่สู้กันมันก็พล่ามบางสิ่งออกมา หากฉันคาดเดาไม่ผิดมันกำลังสร้างเครื่องบางอย่างที่ใช้ในการเปิดโพรงมิติ”
กาจู๋วนึกย้อนไปตอนที่สู้กับซีคอป ตอนนั้นเขาทำให้ซีคอปหัวเสียจนด่าออกไปเป็นคำหยาบไม่น้อย และด้วยความโมโหทำให้ซีคอปเผลอพูดบางสิ่งออกมาเล็กน้อย แม้กาจู๋วจะไม่มั่นใจนักว่าซีคอปกำลังสร้างเครื่องเปิดโพรงมิติแต่ถ้าป้องกันไว้แต่เนิ่นๆย่อมเป็นเรื่องดี เพราะอย่างไรเผ่าพันธุ์ไฮแอนตินอสไม่ใช่ตัวดี
“โพรงมิติ?” โจถามด้วยความประหลาดใจ เขารู้จักแค่หลุมดำ หลุมมิติอะไรทำนองนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินคำว่าโพรงมิติ
“ถูกต้อง นายอาจจะเคยได้ยินคำว่าหลุมมิติมาบ้าง โพรงมิติก็เหมือนกับหลุมมิตินั่นแหละแค่มันสามารถเดินทางผ่านไปยังกาแลคซี่อื่นได้ก็เท่านั้น” กาจู๋วอธิบาย
หลุมมิติหรือหลุมดำ ในทางทฤษฏีมันเชื่อมต่อกับบางแห่งในกาแลคซี่และสามารถใช้มันในการเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้ในพริบตา อย่างไรก็ตามโพรงมิติมีคุณสมบัติเดียวกันเพียงแต่ใช้ในการเดินทางข้ามกาแลคซี่และอันตรายกว่า
ได้ยินคำอธิบายของกาจู๋ว โจมีสีหน้าขมขื่นเรื่องการเดินทางในหลุมมิติยังเป็นเพียงทฤษฏีเท่านั้น แม้แต่สหพันธ์ก็ทำงานกันอย่างหนักเพื่อวิจัยสิ่งเหล่านี้แต่ก็ยังไม่คืบหน้าไปไหน
ไม่น่าเชื่อว่าเผ่าพันธุ์จากต่างกาแลคซี่จะมีวิทยาการน่ากลัวเช่นนี้ พวกเขาสามารถทำได้แม้กระทั่งเดินทางข้ามกาแลคซี่ผ่านโพรงมิติ!!
“สีหน้าดูหดหู่นะ” กาจู๋วหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า “ถึงจะเอาชนะซีคอปและหยุดยั้งการเปิดโพรงมิติได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าพวกนายจะรอดจากการทำลายได้”
“หมายถึงอะไร?” โจขมวดคิ้วถามด้วยความสงสัย
“สิ่งที่พวกนายกำลังสู้อยู่คือสิ่งที่เรียกว่าไวรัสอวกาศ หรือที่พวกนายเรียกมันว่าสเปคอะไรนั่นน่ะ” กาจู่วตอบอย่างไม่ใส่ใจ
แต่โจตกตะลึง “อะไรนะ!!”
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้ยินคนจากต่างกาแลคซี่เอ่ยถึงสเปคอีกชื่อ
กาจู๋ววางเครื่องมือลงแล้วหันไปกล่าวกับโจว่า “กาแลคซี่เปรียบเสมือนแผงวงจรที่คอยแสดงผล ส่วนสิ่งมีชีวิตในกาแลคซี่เปรียบเสมือนโปรแกรมที่สามารถพัฒนาตัวเองได้ และสเปคที่พวกนายสู้ด้วยคือไวรัสที่คอยทำลายแผงวงจร เมื่อแผงวงจรถูกทำลาย โปรแกรมอย่างพวกนายก็จะหายไป ฉันอาจจะเปรียบเทียบได้ไม่ดีเท่าไร แต่ก็ไม่แตกต่างมากนัก”
ใบหน้าของโจซีดเซียวเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินเรื่องราวของสเปคหรือไวรัส เมื่อโจปะติดปะต่อก็คาดเดาได้ว่า กาแลคซี่ที่เหมือนแผงวงจรคอยสนับสนุนสิ่งมีชีวิตในกาแลคซี่ให้พัฒนาต่อไป เขาไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกสเปคถึงกลืนกินสิ่งมีชีวิตได้ มันก็เหมือนไวรัสที่คอยทำลายโปรแกรม
“แล้วที่คาแลคซี่ของนายมีพวกมันไหม?” โจถามด้วยความคาดหวัง เขาหวังว่ากาจู๋วจะมีวิธีเอาชนะพวกสเปค
“มีสิ แต่พวกมันถูกกำจัดไปตั้งแต่ 6 คูก่อนแล้ว” กาจู๋วตอบแล้วหันไปยุ่งกับเครื่องมือต่อ
โชคดีที่คำเรียกเวลาใช้เหมือนกัน จึงทำให้เข้าใจว่า 6 คู หรือก็คือ 6 หมื่นปีก่อน พวกสเปคได้ถูกกำจัด
“ทำยังไงกัน?” โจถามด้วยความคาดหวัง
“พัฒนาตัวเองให้ไว สร้างอาวุธให้น่ากลัวกว่านี้ ถ้าดูจากอาวุธที่พวกนายใช้ ฉันสามารถบอกได้ว่าอีกไม่นานพวกนายจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน” กาจู๋วตอบ
กาจู๋วไม่รอให้โจถาม เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ยิ่งเข้าไปใกล้จุดกำเนิดของพวกมันเท่าไรก็ยิ่งอันตรายขึ้นเท่านั้น และยังมีพวกที่น่ากลัวกำลังรออยู่ที่นั่น ฉันสามารถบอกได้ว่า เพียงสิ่งนั้นสิ่งเดียวสามารถลบล้างพวกนายให้หายไปไม่ยาก แต่โชคดีที่มันไม่สามารถออกไปจากจุดกำเนิดได้”
“เอาล่ะ ตอนนี้ระเบิดทำเสร็จแล้ว ด้วยเจ้านี่สามารถทำลายได้แม้กระทั่งมิติ รับมันไป” กาจู๋วพูดจบก็โยนระเบิดให้โจ
โจหน้าซีดเผือดกระโดดเหมือนผู้รักษาประตูรับลูกฟุตบอลได้อย่างสวยงาม เขาถอนหายใจโล่งอกขณะมองไปยังระเบิดในมือ โชคดีที่เขารับไว้ได้ไม่เช่นนั้น…
กาจู๋วหัวเราะเสียงลั่น “ฮ่าๆๆๆ ถ้ามันระเบิดง่ายๆเพียงแค่ตก ฉันจะกล้าโยนมันได้ยังไง นายนี่มันไม่มีหัวคิดเลย ฮ่าๆๆๆ”
โจกรอกตามองบน หากไม่ติดว่าเขาอ่อนแอกว่าละก็เขาก็อยากจะจับเจ้านกไก่นี่ไปอบฟางซะ ทำเอาหัวใจตกไปอยู่ตาตุ่ม
แม้แต่รูวยังหัวเราะให้กับท่าทางของโจ