Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

    ตอนที่ 13 โดนย้ายแผนก

    ตอนที่ 13

    “นี่หมอดนัยก็ผ่านมาครึ่งเดือนแล้วเธอคิดว่าเป็นยังไงบ้าง” หมออิจิโนเสะถามหมอมิโฮะหลังจากส่งดนัยไปเป็นผู้ช่วยเธอนี่เวลาก็ผ่านมากว่าสองสัปดาห์แล้วตั้งแต่ปลดดนัยออกจากการผ่าตัด

    “เป็นคนที่ขยัน เรียนรู้ไว และตั้งใจค่ะ แต่จากการประเมินยังไงๆก็แค่หมอมือใหม่ค่ะแต่ถ้าจะให้เป็นหมอผ่าตัดนั้นเกรงว่าคงต้องอีกสักครึ่งปีเพราะจากการฝึกงานที่ประเทศไทยของหมอดนัยนั้นเขาไม่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดเลยทำให้ต้องสั่งสมประสบการณ์ใหม่หมด” หมอมิโฮะพูด

    “อืม...คิดเหมือนกันเลยสองเคสนั้นหมอดนัยคงฟลุคหรือไม่ก็อาจจะเคยเห็นวิธีการผ่าตัดที่ไหนมาก่อนจึงเอามาปรับใช้” หมออิจิโนเสะพูดพลางนึกถึงเคสคนไข้เด็กและเคสที่ผ่าตัดโดยใช้กล้อง

    “ทางนี้ก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะ หมอดนัยอาจจะโชคดีเคยเห็นวิธีการผ่าตัดที่ไหนมาก่อนเลยโชคดีผ่าตัดสำเร็จมาได้” หมอมิโฮะเองก็ไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงจึงได้แต่เชื่อว่าหมอดนัยคงโชคดีได้มีโอกาสเห็นการผ่าตัดวิธีนั้นมาก่อนจากวีดีโอหรือจากที่ไหนสักแห่งและมันดันเข้ากับสองเคสนั้นที่ดนัยผ่าตัดไปพอดี

    “ว่าแต่หมออิจิโนเสะถามทำไมคะ” หมอมิโฮะถาม

    “ก็ไม่มีอะไรหรอกพอดีช่วงนี้หมอคนหนึ่งที่แผนกฉุกเฉินลาสองเดือนเพราะเห็นว่าคุณพ่อป่วยทีนี้เขาเลยขอหมอไปช่วยที่นั่นเมื่อวานเลยว่าจะลองส่งหมอดนัยไปดูน่ะ” หมออิจิโนเสะพูด

    “จะดีเหรอคะเพราะหมอแผนกฉุกเฉินถึงแม้จะไม่มีการผ่าตัดใหญ่ๆเพราะจะส่งเคสมาให้ทางเราแต่ทางนั้นก็ต้องใช้ประสบการณ์และการวินิจฉัยที่แม่นยำนะคะ” หมอมิโฮะพูดออกมา

    ทางด้านดนัย

    แผละ !! เสียงข้าวหล่นลงมาจากช้อนก่อนน้ำแกงที่ขลุกขลิกอยู่จะกระเด็นขึ้นมาเลอะใบหน้าของเขา

    “ยากชะมัดนี่ก็ฝึกมาเกือบสองอาทิตย์แล้วยังไม่คล่องเลย” ดนัยพูดก่อนจะหยิบกระดาษทิชชู่ออกมาเช็ดคราบออกจากหน้า

    “ทำอะไรอยู่เหรอคะหมอดนัย !!” หมอยูมิเห็นดนัยนั่งกินข้าวอยู่จึงเดินเข้ามาถามพร้อมกล่องข้าวในมือ

    “กำลังฝึกกินข้าวโดยใช้มือซ้ายอยู่น่ะครับพอดีไปฝึกในห้องพักแพทย์แล้วมันกระเด็นเลอะไปหมดผมเลยต้องเอาข้าวมากินที่โรงอาหารนี่แหละครับ อ๊ะนั่นข้าวกล่องหมอยูมิทำข้าวกลางวันมากินเองเหมือนกันเหรอครับเนี่ย” ดนัยสังเกตุเห็นข้าวกล่องในมือของหมอยูมิ

    “ก็ว่าทำไมหมู่นี้ไม่เห็นหมอดนัยที่โรงอาหารเลยที่แท้ก็ทำข้าวกล่องมากินกลาวันเองแล้วว่าแต่ทำไมต้องฝึกใช้มือซ้ายล่ะคะ” หมอยูมิพูดพลางนั่งลงตรงข้ามดนัย

    “เพราะผมอยากจะเป็นศัลยแพทย์เก่งๆน่ะสิครับ” ดนัยพูด

    “มันเกี่ยวด้วยเหรอคะ” หมอยูมิพูดเธอนั้นไม่เคยรู้เลยว่าจะเป็นศัลยแพทย์เก่งๆจำเป็นต้องใช้มือซ้ายเก่งด้วย

    “ใช่ครับเคยมีคนพูดไว้ว่าผู้ควบคุมมือซ้ายคือผู้ควบคุมชีวิต ถ้าอยากรู้ว่าศัลยแพทย์คนนั้นมีฝีมือแค่ไหนให้ดูการใช้มือซ้ายของศัลยแพทย์คนนั้นครับ” ดนัยพูด

    “เหอะคนที่ไหนผีพูดต่างหากล่ะ” ฮิคาริพูดซึ่งเธอนั้นลอยไปลอยมาอยู่รอบๆโต๊ะดนัยก่อนจะลอยไปนั่งข้างๆหมอยูมิ

    “ว้าวมีคำพูดแบบนั้นด้วยเหรอคะเนี่ยพยายามเข้านะคะ ว่าแต่นั่นอะไรเหรอคะ” หมอยูมิถามพลางมองในกล่องใส่ข้าวของดนัย

    “พะแนงน่ะครับพอดีเมื่อวันหยุดคราวก่อนผมไปสำรวจแถวๆนี้มาก่อนจะไปเจอร้านขายของชำร้านเล็กๆนึกไม่ถึงว่าจะมีเครื่องแกงพะแนงสำเร็จรูปนำเข้าจากประเทศไทยขายด้วยผมรู้สึกอยากกินขึ้นมาเลยเผลอซื้อติดกลับห้องมาด้วยน่ะครับ” ดนัยตอบ

    “พะแนงเหรอคะ มันอร่อยหรือเปล่าคะดูจากสีแล้วน่าจะเผ็ดน่าดูเลย” หมอยูมิพูดพลางมองสีของพะแนงที่แดงไปหมด

    “ไม่เผ็ดหรอกครับคนต่างชาติกินได้แน่นอนลองสิครับ” ดนัยพูด

    “เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นขอลองชิมหน่อยนะคะ” หมอยูมิพูดก่อนจะหยิบตะเกียบออกมาจากกล่องข้าวของเธอ

    “อิทาดากิมัส !!” หมอยูมิค่อยๆยื่นตะเกียบออกไปพลางคีมหมูในแกงพะแนงขึ้นมาก่อนจะค่อยๆเอามันเข้าปาก

    อื้ม !! เธอเบิกตาโพลงทันทีที่ได้ลิ้มรสมัน

    “หวาน กลมกล่อม หอมแถมไม่เผ็ดด้วยรสชาติคล้ายๆแกงกะหรี่เลยค่ะ !!” หมอยูมิอุทานออกมา

    “เป็นไงล่ะผมบอกแล้วว่ามันไม่เผ็ด” ดนัยพูดอย่างภูมิใจ

    “ดีจังน้าพะแนงงั้นเหรออยากลองกินบ้างจัง แต่ก่อนเคยนั่งดูสารคดีที่ไปถ่ายอาหารที่ประเทศไทยที่ห้องโถงผู้ป่วยเห็นว่าอาหารไทยเป็นอาหารที่อร่อยอันดับต้นๆของโลกอยากลองกินจังเลยน้า !!” ฮิคาริที่เห็นปฏิกิริยาของหมอยูมิก็พลางน้ำลายไหล

    เหอะๆเธอเป็นผีจะกินยังไงเล่าแต่จะว่าไปผีนี่เขากินข้าวกันยังไงนะ ใช่จุดธูปส่งไปให้หรือเปล่าหว่าพรุ่งนี้ลองทำมาเผื่อแล้วลองจุดธูปส่งให้ยัยนี่ดีกว่า ดนัยที่ได้ยินฮิคาริพูดอยู่คนเดียวคิดในใจ

    “ถ้าอย่างนั้นหมอดนัยลองชิมของฉันดูบ้างนะคะ !!” หมอยูมิเมื่อลองชิมอาหารของดนัยแล้วเธอจึงอยากให้ดนัยลองชิมของเธอบ้าง

    ป๊อก !! เธอเปิดกล่องข้าวกล่องของเธอออกก่อนจะเผยให้เห็นกล่องข้าวที่มีไข่หวานที่ทำเป็นรูปหมีพู คาคาอะเกะที่ไม่รู้ทอดออกมายังไงจนมันมีลักษณะกลมเหมือนกับลูกแก้ว และไส้กรอกรูปปลาหมึก

    โหยังกับข้าวกล่องของเด็กประถมที่เคยเห็นในเน็ต มันเป็นข้าวกล่องแบบที่คุณแม่ชอบทำให้ลูกๆพวกคุณแม่จะทำเป็นรูปสัตว์หรืออะไรทำนองนั้นเพื่อให้ลูกๆกินมันนี่นา ดนัยอุทานอยู่ในใจเขาอึ้งกับข้าวกล่องของหมอยูมิมาก

    “เอ่อ...เป็นยังไงบ้างคะ” หมอยูมิถาม

    “ก็....ดูน่ารักดีนะครับ” ดนัยพูด

    “นะ นะ น่ารักเหรอคะหมอดนัยชมว่าฉันน่ารักเหรอคะ” หมอยูมิพูดเสียงสั่นพลางยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองอย่างอายๆ

    “เอ้ย...ผมหมายถึงข้าวกล่องครับหมอยูมิ !!” ดนัยอุทานออกมาหลังจากเห็นหมอยูมิเข้าใจผิด

    “อ๊ะ !!” หมอยูมิอุทานออกมาเบาๆพลางยกมือขึ้นปิดหน้าที่เขินจนแดงของเธอ

    ดนัยที่เห็นอาการของหมอยูมิเขาก็เริ่มหน้าแดงขึ้นมาบ้าง

    “ถ้าอย่างนั้นผมจะลองชิมนะครับ” เขารีบพูดเปลี่ยนเรื่องเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศทันทีดนัยยื่นส้อมมาจิ้มไก่ทอดคาราอะเกะไปชิ้นหนึ่งก่อนจะลองชิมมัน

    กรวบ !! เสียงกรอบของไก่ทอดที่ทำตั้งแต่เช้าดังขึ้นในปากของดนัย

    “นี่มันยังกรอบอยู่เลยแถมรสชาติยังกลมกล่อมด้วยหมอยูมิทำได้ยังไงครับเนี่ย อร่อยมากเลย !!” ดนัยอุทานออกมา

    “อ๊ะจริงเหรอคะ พอดีนำไก่หั่นให้ชิ้นพอดีคำแล้วไปหมักทิ้งไว้หนึ่งคืนก่อนจะนำมาทอดสองครั้งน่ะค่ะ ครั้งแรกให้ทอดไฟแรงหน่อยเพื่อให้ผิวด้านนอกกรอบแต่ไม่ตต้องให้สุกถึงด้านในแล้วครั้งที่สองก็ทอดด้วยไฟอ่อนๆแต่ต้องใช้เวลานานหน่อยเท่านี้ก็จะได้ไก่คาราอะเกะที่แม้จะทอดตั้งแต่เช้าก็ยังกรอบอยู่แล้วล่ะค่ะ” หมอยูมิบอกเคล็ดลับให้ดนัยฟัง

    “ยอดไปเลยในอนาคตหมอยูมิต้องเป็นภรรยาที่ดีแน่ๆ” ดนัยพูดชมก่อนจะจิ้มไข่หวาน และไส้กรอกชิมบ้าง

    “พะ พะ ภรรยา !!”

    ปรี๊ด !!!!! หมอยูมิหน้าแดงจนแทบสุกส่วนฮิคาริก็ไม่สดใจเธอมองอาหารบนโต๊ะพลางสูดน้ำลายใหญ่

    ดนัยเหลืองมองฮิคาริพลางคิดในใจ

    สงสัยพรุ่งนี้ต้องลองจุดธูปส่งอาหารให้ยัยนี่จริงๆซะแล้วแฮะเห็นแล้วสงสาร ดนัยคิดจากนั้นดนัยและหมอยูมิก็นั่งกินข้าวด้วยกันท่ามกลางข่าวลือว่าสองคนนี้แอบคบกัน

    ตอนบ่าย

    แกร๊ก !! ดนัยกลับมาที่ห้องพักแพทย์หลังจากกินข้าวเสร็จเขาต้องมาเตรียมตัวสำหรับไปช่วยหมอมิโฮะผ่าตัดในตอนบ่าย

    “หมอดนัยอีกครึ่งชั่วโมงเจอกันที่ห้องผ่าตัดสองนะ !!” หมอมิโฮะเดินเข้ามาพลางบอกกับดนัย

    “ครับ” ดนัยพยักหน้า

    “อ๊ะจริงสิหมอดนัยยินดีด้วยนะ” หมอมิโฮะนึกขึ้นได้จึงพูดขึ้นมา

    “ยินดี ???” ดนัยสงสัยว่าหมอมิโฮะยินดีกับเขาเรื่องอะไร

    ยินดีเรื่องอะไรหว่าอ๊ะหรือว่าเราจะได้กลับไปผ่าตัดแล้ว ดนัยคิดพลางรู้สึกมีความหวัง

    “ก็เรื่องที่เธอมีแฟนยังไงล่ะ หมอยูมิสินะเธอก็น่ารักดียังไงก็ระวังอย่าให้เรื่องความรักมาทำให้เสียสมาธิล่ะ” หมอมิโฮะเตือน

    “มีแฟน หมอยูมิ !!” ดนัยอุทานออกมา

    “อ้าวไม่ใช่เหรอตอนกลับมาเห็นพวกพยาบาลคุยกันใหญ่เรื่องพวกเธอ” หมอมิโฮะเห็นอาการของดนัยก็พลางทำหน้างง

    “เปล่าครับไม่ใช่ๆ ผมกับหมอยูมิไม่ได้เป็นอะไรกันครับเข้าใจผิดแล้ว !!” ดนัยรีบแก้ตัวทันที

    “อ่าวโธ่ไอ้เราก็นึกว่าใช่” หมอมิโฮะพูดตอนนั้นเองหมออิจิโนเสะก็ตะโกนเรียกเขา

    “หมอดนัยมาหาผมที่โต๊ะหน่อย !!” หมออิจิโนเสะเรียกดนัย

    “ครับ” ดนัยตอบก่อนจะรีบไปหาหมออิจิโนเสะ

    “มีอะไรเหรอครับหมออิจิโนเสะ” ดนัยถาม

    “หมอดนัยยินดีด้วยนะ !!” หมออิจิโนเสะพูดปล้องขึ้นมา

    “ห๋า !! ยินดีด้วยงั้นเหรอครับหมออิจิโนเสะเข้าใจผิดแล้วครับผมยังไม่มีแฟนนะครับผมกับหมอยูมิเราไม่ได้เป็นอะไรกัน” ดนัยรีบบอกทันที

    “เธอพูดเรื่องอะไร ??” หมออิจิโนเสะถึงกับงงว่าดนัยพูดเรื่องอะไรอยู่

    “อ้าวไม่ใช่เรื่องนี้เหรอครับถ้าอย่างนั้นหมออิจิโนเสะยินดีกับผมเรื่องอะไรครับ” ดนัยสงสัย

    “ก็ยินดีเรื่องที่เธอจะย้ายไปทำงานที่แผนกฉุกเฉินน่ะสิ” หมออิจิโนเสะบอก

    “ผมโดนย้าย !!” ดนัยอุทานออกมาด้วยความตกใจเขายังทำงานไม่ถึงเดือนเงินเดือนยังไม่ออกเลยนี่เขาจะโดนย้ายแล้ว

    “แค่ชั่วคราวน่ะพอดีมีหมอที่แผนกนั้นคนหนึ่งเขาลาหยุดสองเดือนจึงขอหมอไปช่วยทางนั้นหน่อยฉันจึงตัดสินใจส่งเธอไป ไปฝึกเอาประสบการณ์จากทางนั้นให้มากๆล่ะการเป็นหมอฉุกเฉินน่ะช่วยเรื่องการผ่าตัดของศัลยแพทย์ได้นะ” หมออิจิโนเสะพูด

    “ช่วยเรื่องการผ่าตัดของศัลยแพทย์ได้งั้นเหรอครับ” ดนัยอุทานเบาๆ

    “ใช่ช่วยได้เยอะเลยล่ะ/หมอฉุกเฉินเหรอช่วยได้มากเลย” หมออิจิโนเสะยืนยันซึ่งฮิคาริเองที่เป็นวิญญาณตามติดดนัยก็พูดช่วยพูดยืนยันด้วย

    “เหรอครับถ้าอย่างนั้นผมต้องไปวันไหน” ดนัยถาม

    “อีกสองวันระหว่างนี้ก็ไปหาหนังสือเกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉินมาอ่านเยอะๆซะเตรียมตัวให้พร้อมอย่าให้ขายหน้าแผนกศัลยกรรมล่ะ !!” หมออิจิโนเสะพูด

    “ครับ !!” ดนัยตอบอย่างหนักแน่น

    “หมอดนัยไปเตรียมตัวได้แล้วดูเหมือนคนไข้อาการเริ่มทรุดเราต้องไปเดี๋ยวนี้” หมอมิโฮะเรียกดนัยเธอนั้นพึ่งได้รับสายจากพยาบาลที่ดูแลคนไข้ของเธออยู่ว่าอาการคนไข้เริ่มไม่ค่อยจะดีจึงต้องรีบผ่าตัดด่วน

    “จะไปเดี๋ยวนี้ครับ หมออิจิโนเสะผมไปผ่าตัดก่อนนะครับ” ดนัยพูดก่อนจะรีบตามหมอมิโฮะออกจากห้องเพื่อไปที่ห้องผ่าตัดทันที

    จบ...