ตอนที่16 มันช่างอ่อนด้อยอะไรเยี่ยงนี้
ชายหนุ่มส่งนิ้วให้เธอดู หญิงสาวเดาะลิ้นตกตะลึง ความเข้มข้นของสีทองที่คาดอยู่บนนิ้วของเขา มันเข้มข้นบ่งบอกถึงกายอสูรระดับห้าตอนปลายได้อย่างชัดเจน
"นายน้อยท่านลองกรีดนิ้วไปที่ผนังอุโมงค์ทางด้านนั้นดูสิว่า พลังกายอสูรบริสุทธิ์ของท่านจะมีมากแค่ไหน..."
เธอแนะนำชายหนุ่มเพราะยังสงสัยกายอสูญของเขา มีความบริสุทธิ์มากเพียงใดมันมีอะไรที่เจือปน ส่งผลร้ายในการเลื่อนระดับครั้งต่อไปของชายหนุ่มบ้างหรือเปล่า
ถ้ากายอสูรไม่บริสุทธิ์พอ จะไม่สามารถเลื่อนระดับได้เลย ต้องใช้เหรียญดอร์มากมายที่จะส่งเสริมกายอสูรระดับที่สูงขึ้น
กริชเพชรมองไปที่ฝาผนังอีกครั้งเข้าใจว่าหญิงสาว อยากทดลองอะไรบางอย่าง กริชเพชรคว่ำฝ่ามือแล้วเดินไปกรีดที่ผนังถ้ำ
วาบ!!
วูบๆ ๆ!!
ลำแสงสีทองเล็กๆ พุ่งวาบที่ฝาผนังทันที ก่อนที่จะมีเสียงวูบๆ เกิดขึ้นซึ่งมันผิดความคาดหมายของหนิงหนิงเหลือเกิน มันน่าจะมีปฏิกิริยาอะไรที่มากกว่านี้ เช่นะเิตูมตามผนังพังทลาย แต่กับมีเสียงวูบแบบบางๆ ออกมาเท่านั้นเอง ขณะที่หญิงสาวกำลังยืนงงกับพลังกายอสูรระดับห้าของนายน้อย มันช่างอ่อนด้อยอะไรเยี่ยงนี้
ครึน ครึน!! โครม~!!
"ง่ะ! ..ว้าว"
ฉับพลันหนิงหนิงต้องตะลึงลานผนังถ้ำที่แสงวูบสีทองของปลายเล็บชายหนุ่มเป็รอยจางๆ สิ้นเสียงวูบผนังที่คงอยู่กลับสูญสลายไปฉับพลัน เกิดเป็ห้องโล่งขนาดใหญ่ เหมือนมันถูกเผาไหม้เป็ผุยผงแบบไม่มีร่องรอย
"โอ้ว...นายน้อยพลังดัชนีของท่านมีพลังทำลายรุนแรงเหลือเกิน มันเหมือนเผาไหม้สิ่งของให้อันตธานหายไปในพริบตา ข้าตั้งใจจะสอนคาถากงจักรน้ำสังหารให้ท่าน ตอนนี้คงไม่จำเป็แล้ว แค่ปลายเล็บกายอสูรของนายน้อย ที่กรีดลงไปมันกลับทำลายสรรพสิ่งได้เหมือนใจนึก ช่างแสนวิเศษอะไรขนาดนี้....."
อสูรสาวรำพึงขึ้นมาแบบลืมตัว หันมามองชายหนุ่มด้วยสายตาอันแปลกประหลาด เขาช่างได้รับของวิเศษจากชิ้นเนื้ออสูรนั่น แบบเหนือความคาดหมายมันเป็อาหารขั้นเทพจริงๆ
"ท่านรู้หรือไม่ว่ากายอสูรระดับห้าตอนปลายของท่าน ข้าเชื่อว่าสามารถสู้กับพวกที่มีกายอสูรระดับหกตอนปลายจนถึงกายอสูรระดับเจ็ดตอนต้นเลยทีเดียว เป็อะไรที่มหัศจรรย์มากๆ พวกเรากลับเขตแดนอสูรวารีน้ำจืดโดยไม่ต้องกลัวพวกคราเคนเ่าั้อีกแล้ว มันมีหนังหนาก็จริงแต่คาดว่า มันคงจะไม่สามารถทนดัชนีของนายน้อยได้แน่นอน..."
สายตาของหญิงสาวส่องประกายวาววับแบบดีใจสุดๆ อสูรน้อยตัวนี้สร้างความมหัศจรรย์ให้เธอแบบคาดไม่ถึง
"มันจะจริงหรอ ข้าว่าเดินตามถ้ำต่อไปน่าจะดีกว่านะ เผื่อจะพบอะไรที่มีค่าและวิเศษมากกว่านี้...."
ชายหนุ่มเสนอความคิด
"จะเอาอย่างนั้นหรอนายน้อย จะเดินทางต่อไป ไม่รู้ว่ามันจะมีจุดหมายอะไร มันอาจจะเป็ทางตันก็ได้นะ เราแค่หลบซ่อนในอุโมงค์ให้สงบปล่อยให้พวกคราเคนมันนอนหลับเราก็ออกไปได้แล้วนะเ้าค่ะนายน้อย" กริชเพชรส่ายหน้า เขาอยากไปอีกทาง
"เราคงไม่กลับทางเก่าหรอกหนิงหนิงพวกเราจะเดินต่อไป" ชายหนุ่มพูดกับเธอด้วยเสียงแ่เบาทุ้มหนักจนหญิงสาวต้อง
พยักหน้ารับยกยิ้มเจื่อนๆ
"ก็ได้เ้าคะ..แต่ก่อนอื่นข้าจะสอนวิชาปลุกอาวุธอสูรให้ท่านก่อนข้าเล็งอาวุธอสูรสองชิ้น ที่เต่าตัวนั้นกับงูมันทิ้งไว้ยึดมาเป็สมบัติของเรา อาวุธอสูรระดับนี้ก็เป็ของหายากถึงแม้ว่ามันจะไม่ขั้นเทพ แต่ก็มีพิษสงไว้ป้องกันตัวหรือล่าอสูรเป็อาหารได้สบาย..."
หญิงสาวเดินไปที่โครงกระดูกที่ต่อสู้กอดรัดกันจนตาย เธอถอนนอเขาบนหัวของอสูรเต่าออกมาซึ่งมันก็ไม่ยากอะไรพร้อมกับเอื้อมมือไปเก็บเขี้ยวงูอสูรทั้งสองข้างออกมาเธอล้วงควานหาของที่ใต้ซากโครงกระดูกของสัตว์อสูรสองตัวใต้ผิวดินข้างๆ แล้วก็หยิบถุงขึ้นมาสองใบ
"นายน้อยข้าพบถุงนิมิตด้วยมันใช้เก็บของได้ถือว่าเป็ถุงนิมิตระดับเกรดพรีเมี่ยม ท่านเอาของเ้าอสูรเต่าไปใช้มันเป็ถุงนิมิตระดับยอดเยี่ยมส่วนถุงนิมิตของงูตัวนี้ไม่เท่าไหร่ทิ้งไปก็แล้วกัน...."
ก่อนที่หนิงหนิงจะทิ้งถุงนิมิตของ อสูรงูเธอเทของออกด้านในมีของสองสามชิ้น และเหรียญดอร์ไม่ถึงพัน กริชเพชรเดินมายืนข้างกายของหญิงสาวตัวเขาเล็กกว่าเธอไม่เท่าไหร่เหมือนเด็กหนุ่มวัยรุ่นยืนคู่กับพี่สาว
"งูอสูรตัวนี้มันโคตรยาจกเลยมีเหรียญดอร์กับผลึกคาถาที่อยู่ในระดับกากๆ ไม่กี่ชิ้น ถึงว่ามันจึงได้มีถุงนิมิตระดับต่ำๆ สงสัยมันคงจะเป็พวกจอมหัวขโมยแน่ๆ ที่น่าสนใจคือคาถาฝึกพิษของมันน่าจะอยู่ในระดับเยี่ยมยอด ท่านสนใจเอาไปฝึกหรือไม่... แต่ข้าว่าคงไม่เหมาะหรอกท่านจำเป็ต้องต่อสู้พัวพัน กายอสูรของท่านอยู่ในระดับที่ทรงพลังจัดการกับคู่ต่อสู้ได้ไม่ยาก ใช้ฟันกัดปล่อยพิษก็คงจะไม่มีประโยชน์สำหรับนายน้อยเพราะท่านไม่ชอบกินเนื้อสดอยู่แล้ว....."
หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มกริชเพชรพิจารณามองของที่อยู่ในมือนาง เห็นมีผ้าผืนหนึ่งเหมือนหนังสัตว์คล้ายกับเป็แผนที่ห่ออะไรไว้ มันดึงดูดความสนใจของเขาอย่างมาก
"หนิงหนิงดูซิว่านี่เป็แผนที่หรือเปล่า.."
หญิงสาวกางผ้าออกมันเป็แผนที่จริงๆ และห่อหุ้มด้วยผนึกสีดำหกเหลี่ยมเหมือนเป็ลูกกุญแจดอกหนึ่งเธอพิจารณาบนแผนที่ต้องร้องครางฮือในลำคอ
"ฮือ..นี่มันเป็ดินแดนอสูรน้ำจืดนี่นานายท่าน ตรงจุดนี้มันคือเขตแดนต้องห้าม มีอสูรระดับสามที่ดุร้ายไม่สามารถข้ามระดับสี่ได้ เพราะกินเนื้ออสูรที่ไม่บริสุทธิ์ไปค่อนข้างมาก พวกมันมีอายุยืนยาวนานและโหดร้าย ต่อสู้เข่นฆ่าฟันกันโดยใช้สัญชาตญาณล้วนๆ
และเ้านายของมันก็เป็อสูรระดับเจ็ดระดับ แปด ซึ่งไม่ยอมเข้าไปอยู่ในอาณาเขต การปกครองของกษัตริย์อสูรน้ำจืด หรือไม่ก็พวกฆาตกรที่ถูกทหารในวังไล่ล่าหนีไปหลบซ่อนตัวแถวนั้น มันอันตรายมากๆ นะเ้าคะ..."
หนิงหนิงกล่าวเตือนกริชเพชรขณะเก็บแผนที่และลูกกุญแจไว้ในถุงนิมิตอสูรเต่าแล้วส่งให้เขา
"อือ..อันตรายแบบนั้นก็ไม่น่าเสี่ยงแต่เสียดายแผนที่สมบัติจริงๆ นะหนิงหนิงขนาดมีแผนที่มันต้องมีของดีๆ ซ่อนอยู่แน่เลย"
กริชเพชรครางฮือออกมาด้วยความเสียดาย
"ส่วนถุงนิมิตของอสูรเต่าก็ไม่มีอะไรรู้สึกว่าเ้าหมอนี่จะร่ำรวยมีเงินเกือบสามแสนดอร์ กับคาถากระดองเต่าปีศาจ ที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงกว่าปกติ ขณะต่อสู้ กระดองของมันก็แข็งอยู่แล้วมันจะให้กระดองแข็งไปถึงไหน โดนงูกัดหัวทีเดียวปล่อยพิษใส่ก็ตายใครจะบ้าไปกัดกระดอง..หึๆ ..."
หญิงสาวหัวเราะหึๆ มองดูซากอสูรเต่าแล้วนึกขำ
"ข้าก็เรียนได้ด้วยหรอหนิงหนิงคาถาแบบนี้....."
กริชเพชรถามด้วยความสงสัย
"ได้สิทำไม? จะไม่ได้ ร่ายคาถาพวกนี้ออกไปมันจะเหมือนสร้างโล่แสงป้องกันรอบๆ ตัวให้กระดองเต่ามีความคงทนแข็งแรง ก็จะขึ้นอยู่ตามระดับของพลังดวงจิตแก่นแท้ของท่านซึ่งต้องพัฒนาโดยการใช้ คาถากลั่นพลังงานดวงจิตแก่นแท้ ซึ่งข้าก็ประทับสอนเข้าไปในใจของท่านแล้ว นายน้อยก็พิจารณาเรียนรู้ถ้าเป็ไปได้ก่อนเดินทางนี้ นายน้อยก็กลั่นพลังบอล
ดวงจิตแก่นแท้ของอสูรนกปีศาจที่ท่านกลืนกินเข้าไป เพื่อสามารถมีพลังดวงจิตแก่นแท้ในการร่ายคาถาให้ประสิทธิภาพสอดคล้องกับกายอสูรของท่านซึ่งตอนนี้ มันแข็งแกร่งมากๆ ระดับสูงเลยทีเดียวนะ กลับไปถึงดินแดนวารีเดี๋ยวข้าจะสอนคาถาอสูรจำแลงกาย ซึ่งระดับสี่ก็เรียนได้แล้ว
ท่านขึ้นพรวดเดียวระดับห้ายิ่งไม่มีปัญหาใหญ่ นายน้อยสามารถเรียนคาถาได้ทุกระดับชั้นแล้ว แต่การที่จะมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นกับพลังบอลดวงจิตแก่นแท้อสูรของท่านจะมีมากน้อยเพียงใด ซึ่งสะสมได้จากการดูดซับพลังดวงจิตแก่นแท้จากพวกอสูร และการกินเนื้อมากๆจะเพิ่มกายอสูรให้มีระดับที่สูงขึ้น.."
หนิงหนิงอธิบายจนกริชเพชรดวงตาเหม่อลอย คิดคำนึงถึงความลำบากของการอยู่ในโลกอสูรใบนี้ ที่ต้องฆ่ากันเป็อาหารยิ่งกว่าสัตว์ป่าเสียอีก
"เราไม่ฆ่าพวกอสูรกินไม่ได้เหรอ จริงๆ แล้วมันน่าจะมีอาหารประเภทอื่นบ้างนะที่เรานำมากินได้ เหมือนพวกหอยเนี่ย...."
ชายหนุ่มถามหญิงสาวขณะเก็บถุงนิมิตมันหายวาบ เข้าไปในบอลดวงจิตของเขา อย่างน่าอัศจรรย์ใจ
"ไม่ต้องพกให้มันเกะกะถุงนิมิตมันดีอย่างนี้นี่เอง ถุงของข้าสามารถเก็บเงินได้สักเท่าไหร่รึ......"
กริชเพชรถามขณะมองไปที่ซากอสูรทั้งสองนึกถึงอาวุธที่อยู่ในถุงนิมิตของเขา
"สามารถเก็บได้ไม่จำกัดเพราะเป็ถุงนิมิตระดับเยี่ยมยอด เวลาใช้ก็เพียงแต่นึกเท่านั้น มันก็จะขึ้นมาอยู่บนมือหรือถ้าจะถูกแย่งชิงได้ก็ต่อเมื่อ สูญเสียพลังในระดับต่ำสุดที่ไม่สามารถปกป้องตัวเอง อาจจะถูกศัตรูใช้พลังบอลดวงจิตแก่นแท้ดูดเอาไปได้เหมือนกัน" หนิงหนิงอธิบายวิธีใช้ถุงนิมิตอย่างละเอียด ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้
"ก่อนอื่นท่านเรียนคาถาปลุกิญญาอาวุธออกมาใช้ก่อน มันไม่เหมือนคาถาที่เรียกภูตอสูรหรอกนะนายน้อย ภูตอสูรเมื่อถูกเรียกจะออกมาจากดวงจิตแก่นแท้ของท่านทันที แต่ิญญาอาวุธอสูรต้องใช้คาถาปลุกมันออกมาจากห้วงมิติ ซึ่งห้วงมิติจะถูกเปิดขยายออกขึ้นระดับไหนนั้น ขึ้นอยู่กับบอลดวงจิตแก่นแท้ของท่านจะทรงพลังแค่ไหน ตอนนี้บอลดวงจิตของท่านอยู่ใน่ไร้ระดับ
ท่านลองดูดซับบอลดวงจิตแก่นแท้อสูรนกปีศาจดูสิ ว่าดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อยจะอยู่ในขั้นไหน หลังจากนั้นท่านเรียนคาถา ปลุกิญญาอาวุธอสูรลองเปิดห้วงมิติ เรียกิญญาอาวุธออกมาดู"
หนิงหนิงส่งผลึกคาถาหนึ่งชิ้นให้ชายหนุ่มเขากำไว้ในมือเหมือนดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชรมีพลัง มันดูดคาถาเข้าไปในเวลาอันสั้น เขาสามารถเรียนรู้มันได้อย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มนั่งลงทำการกลั่นพลังงานดวงจิตแก่นแท้นกปีศาจ ระดับสองตอนปลายเป็พลังที่แตกซ่านหมุนเวียนทั่วร่างกายเหมือนโดนพลังแม่เหล็กที่รุนแรง
จากบอลดวงจิตแก่นแท้สีรุ้งของชายหนุ่มดูดดึงห่อหุ้มมันเข้ามา แสงระยิบระยับกระจัดกระจายในห้วงสำนึกกลายเป็ดวงไฟกลุ่มหนึ่ง ที่พุ่งวาบเข้าไปในดวงจิตแก่นแท้มันกระเพื่อมขึ้นเล็กน้อยแล้วก็ดับไป กริชเพชรมีความรู้สึกซาบซ่านไปในจิตใจ เหมือนน้ำที่ไหลเวียนวนก่อนที่จะสงบนิ่งลง ก่อเกิดพลังเข้าไปสู่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน หล่อเลี้ยงเป็พลังที่อัศจรรย์
วาบ วาบ!
หนิงหนิงนั่งมองชายหนุ่มไม่กะพริบตาเธอคาดหวังการเปลี่ยนแปลงของเขาไม่รู้ว่าชิ้นเนื้อเทพนั้น มันจะมีผลต่อพลังดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อยหรือเปล่า เมื่อกริชเพชรลืมตาขึ้นแสงสีเขียววูบวาบมีประกายในดวงตานิดหน่อยทำให้หญิงสาวผิดหวัง
"วิกฤตภัยพิบัติดวงจิตแก่นแท้ระดับหนึ่งของท่านไม่ปรากฏ แสดงว่าดวงจิตของนกปีศาจไม่สามารถเพิ่มพลังดวงจิตแก่นแท้ของท่านสู่ขั้นที่หนึ่ง แต่ก็ยังดี ยังมีพลังพอจะเรียนรู้คาถาเปิดห้วงมิติได้ นายน้อยท่านลองนึกถึงคาถาที่ข้าให้เมื่อกี้ดูซิว่าทำได้หรือไม่ ตั้งจิตให้มั่นแล้วสั่งมันให้ห้วงมิติเปิดออก แล้วเรียกิญญาอาวุธอสูรงูมาก่อน พอจะดึงมันออกมาได้หรือเปล่า...."
หญิงสาวค่อยๆ พูดช้าๆ ให้ชายหนุ่มเข้าใจเธอรู้ว่า อสูรทารกตัวนี้มีสติปัญญา เด่นล้ำเพียงแต่แนะนำนิดหน่อยเขาคงจะทำได้
"เดี๋ยวข้าจะทดลองดู......" กริชเพชรพูดพร้อมกับนั่งลง เขารู้สึกได้ว่าตัวหนังสือสีเขียวอ่อนพุ่งวาบเข้ามาในดวงจิตแก่นแท้ แสงสีรุ้งส่องประกายวาบวาบแล้วชายหนุ่มก็สามารถระลึกถึงคาถาบทนั้น ก่อนจะร่ายคาถาเรียกเขี้ยวงูอสูรออกมาจากถุงนิมิต เขาวางมันบนมือ
วาบๆ!!
น้ำที่อยู่ตรงหน้าเหมือนถูกรบกวนมันหมุนเวียนกันเป็วงกลม ก่อนจะแผ่ขยายกว้างจากรูเล็กๆ เป็ช่องวงกลมขนาดใหญ่ ตรงกลางว่างเปล่ารัศมีสองฟุต
"ิญญาอาวุธงูอสูรจงออกมา..."
(( (( (( (( (( (( (( (โปรดติดตามตอนต่อไป) )) )) )) )) )) )) ))