จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 59 จักรพรรดิมังกรทมิฬ

            ตอนที่ 59 จักรพรรดิมังกรทมิฬ

     

            ปรมาจารย์ฝู่ชิงยิ่งพยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นามเรียกขาน "อสูรกาย" ยิ่งสามารถบ่งบอกได้ถึงตัวตนของบุรุษเบื้องหน้าได้อย่างครบถ้วน ปรมาจารย์ฝู่ชิงรู้ตัวดีว่าตนได้พลั้งมือใส่พลังหมัดเต็มแรงโดยไม่ได้ตั้งใจ เขาเพียงต้องการออกแรงแค่สามในสิบส่วนเพื่อสั่งสอนมันเท่านั้น แต่ด้วยอารมณ์โกรธจัดจนแทบคลั่งทำให้เขาพลั้งพลาดออกแรงหมัดหลักล้านหน่วยซึ่งเป็นพลังหมัดแต็มแรงไม่ได้กั๊กไว้แม้แต่น้อย

     

            ด้วยความสามารถทางร่างกายอันดำรงอยู่มากว่าสองพันปี ย่อมผ่านร้อนผ่านหนาวมาก็มาก พลังกายหลักล้านหน่วยสมควรจะทำให้ชายหนุ่มตกตายกลายเป็นฝุ่นละลองโลหิต ความจริงกลับเป็นเช่นนั้นไม่ พลังหมัดระดับปรมาจารย์กลับทำให้หมัดหลั่งเลือดเพียงมุมปาก!!

     

            "มะ---ไม่ใช่มนุษย์แล้ว" ปรมาจารย์ฝู่ชิงเอ่ยกล่าวด้วยทีท่าหวาดกลัวราวกับพบปีศาจร้าย เรือนร่างที่ลอยล่องอยู่กลางนภาเกิดสั่นเทิ้มจนจับสังเกตเห็นได้ชัด

     

            ปรมาจารย์ยูไคถอยหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เกรงว่าสหายของตนจะสร้างปัญหาแต่เรื่องราวล้วนผ่านไปได้ด้วยดีก่อนเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "ดีนักที่มันยังไม่ตายสมกับเป็นเจ้าจริงๆ---ฝู่ชิง..."

     

            แม้ถ้อยคำเหล่านั้นจะเต็มไปด้วยนัยยะแต่ปรมาจารย์ฝู่ชิงล้วนเข้าใจได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ปรมาจารย์ยูไคกำลังเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวง เขาคงคาดว่าที่ชายหนุ่มรอดชีวิตมาได้เพราะความอัจฉริยะของฝู่ชิงที่สามารถกะแรงได้อย่างพอดิบพอดี

     

            ปรมาจารย์ฝู่ชิงอ้าปากค้างราวกับพยายามจะเอ่ยกล่าวบางอย่าง ความรู้สึกตื่นตะลึงยังเปี่ยมล้นบนใบหน้า ฝู่ชิงมิสนใจเรื่องที่ผู้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป ใบหน้าตื่นตะลึงแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัดก่อนน้ำเสียงสั่นเครือจะดังขึ้น

     

            "เจ้าเป็นตัวอะไรกันแน่! ข้าพลั้งหมัดปล่อยเต็มแรงแต่เจ้าก็ยังเอาชีวิตรอดมาได้!! มิใช่เพียงแค่นั้นอาการบาดเจ็บของเจ้าก็ไม่ได้สาหัสอันใดอีกด้วย!!!"

     

            น้ำเสียงดังกึกก้องสะท้านทั่วทั้งลานประลอง ผู้ชมที่มิอาจตามเหตุการณ์ได้ทันก็บังเกิดสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา อย่างน้อยก็รู้ว่าปรมาจารย์ได้ลงมือกับชายหนุ่มด้วยพลังกายทั้งหมดที่เขามี ผู้ชมว่าประหลาดใจแล้วแต่กลับเหล่าปรมาจารย์ สีหน้าราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างกระทั่งอีกสามปรมาจารย์ก็ล้วนฉุกคิดเช่นเดียวกันกับปรมาจารย์ยูไค ทันทีที่ความจริงปรากฏแววตานับพันพันคู่พลันจับจ้องเรือนร่างของกาติรัสอย่างพร้อมเพรียง

     

            กระทั่งเหล่าปรมาจารย์ทั้งห้าล้วนเพ่งมองเขาด้วยแววตาพิเศษยิ่งกว่าใคร มิอาจล่วงรู้ข้อมูลอันใดได้เลยจากมัน สเตตัสล้วนว่างเปล่าหรือกระทั่งเคล็ดวิชาที่มันฝึกฝน ถ้าคำกล่าวของปรมาจารย์ฝู่ชิงเป็นจริง ชายหนุ่มเบื้องหน้าเป็นตัวอันตราย เพียงสิบห้าสิบหกปีกลับรับหมัดระดับปรมาจารย์อย่างเต็มแรงได้โดยเสียโลหิตเพียงมุมปาก เนื่องด้วยความคิดและทัศนคติของมัน ย่อมเป็นตัวตนระดับภัยพิบัติเคลื่อนที่!! การจะปล่อยให้มันเติบโตขึ้นอาจจะกลายเป็นความผิดพลาดอันใหญ่หลวงของมวลมนุษยชาติ

     

            ปรมาจารย์ยูไค ปรมาจารย์ธูมัส ปรมาจารย์โชลิช ปรมาจารย์โหวู๋พลันปลดปล่อยจิตสังหารอย่างเต็มพิกัด รังสีฆ่าฟันโพยพุ่งครอบคลุมทั่วทั้งน่านนภาราวกับมารอสูร บรรยากาศกลับกลายเป็นความอึดอัดจนยากจะหายใจได้คล่อง แววตาคู่เหล่านั้นส่อแววความอำมหิตอย่างชัดเจน

     

            เพียงมองผิวเผินกระทั่งเหล่าผู้ชมยังสามารถสัมผัสได้ถึงมันราวกับจับวาง เจตนาฆ่าฟันและความอำมหิตในแววตาของเหล่าปรมาจารย์ เพียงแค่จ้องมองยังให้ความรู้สึกสะพรึงกลัวราวกับปีศาจร้าย เส้นขนต่างลุกชูชันขึ้นทั่วทั้งร่าง น้ำเสียงของผู้คนนับหมื่นที่ต่างคนต่างพูดซึ่งสมควรจะดังกึกก้องกลับกลายเป็นความเงียบงันราวกับป่าช้า ทุกชีวิตต่างปิดปากเงียบอย่างนิ่งงัน พวกเขาต่างรู้สึกราวกับหากปริปากเอ่ยออกไป เส้นชีวิตคงได้ขาดสะบั้นออกอย่างไม่อาจรู้ตัว

     

            เหล่าปรมาจารย์ทั้งสี่พลันย่างก้าวเข้าหาชายหนุ่มอย่างเยือกเย็นราวกับนักฆ่า สีหน้าแตกต่างจากทุกครั้งอย่างสิ้นเชิงราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจมิใช่รุ่นเยาว์ที่มีอายุราวสิบห้าสิบหกปี ปรมาจารย์ฝู่ชิงยังตกอยู่ในอาการช็อคค้าง ทันทีที่สัมผัสได้ถึงจิตสังหารสุดมากล้นพลันเอ่ยกล่าวอย่างตื่นตระหนก "พวกเจ้ากำลังจะทำอะไร!!"

     

            เห็นได้ชัดว่าปรมาจารย์ฝู่ชิงยังงุนงงสับสน เขาเพิ่งจะดีใจที่รุ่นเยาว์มิได้ตกตายใต้ฝ่ามือตน ทว่า เหล่าปรมาจารย์ทั้งสี่กำลังจะทำสิ่งใด? ปรมาจารย์ฝู่ชิงได้แต่ยืนโง่งมอย่างไม่เชื่อความคิดตน ต่อให้คนโง่เขลาได้เห็นเจตนาเหล่านั้นผ่านใบหน้าของปรมาจารย์ทั้งสี่ มันยังบอกได้เลยว่าเขาตั้งใจจะฆ่าชายหนุ่มเบื้องหน้า!!

     

            ใบหน้าดำคล้ำทมิฬทั้งสี่พลันหันขวับมองปรมาจารย์ฝู่ชิง ความหวาดกลัวได้กลืนกินจิตใจอย่างสมบูรณ์ การปล่อยให้อสูรกายตนนี้รอดชีวิต มันคือการกระทำของผู้ที่โง่เขลา!! เพียงได้ประสบกับสีหน้าอาการเหล่านั้น ปรมาจารย์ฝู่ชิงต่างกระจ่างแจ้งในชั่วพริบตาถึงกระนั้นเขากลับเลือกจุดยืนที่ตรงกันข้าม

     

    "พวกเจ้าจะบ้าไปแล้วหรือ?! ถึงมันจะโอหังและลำพองอวดดีถึงกระนั้นมันก็ยังเป็นมนุษย์!! เจ้าเด็กนั่นอาจจะกลายเป็นกำลังรบสำคัญเพื่อต่อกรกับสิ่งมีชีวิตนอกดินแดนนั่น!! จุดยืนของเหล่ามนุษย์อาจพุ่งทะยานติดหนึ่งในร้อยของเหล่าเผ่าพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็เป็นได้!! หากเรื่องนี้ถึงหูท่านเทพมนุษย์พวกเราจะไม่ซวยกันทั้งหมดหรอกหรือ?!"

     

            น้ำเสียงจริงจังราวกับชะตาชีวิตขึ้นอยู่กับทุกการกระทำของพวกเขา ปรมาจารย์ฝู่ชิงที่พยายามโน้มน้าวเหล่าสหายอย่างเต็มกำลังพลันรุดหน้าเข้ามาหาอย่างเร็วไว ผู้ชมล้วนสามารถสัมผัสความน่าหวาดหวั่นได้จากท่าทางอันตื่นตระหนกของปรมาจารย์ฝู่ชิงราวกับเป็นเรื่องราวที่มิอาจหยิบยื่นมือเข้าไปสอดยุ่งด้วยได้แม้กระทั่งจะปริปากพูดก็ตาม

     

            กาติรัสยังคงไม่เคลื่อนไหวใดๆราวกับรอบางสิ่งบางอย่างหรือมิอาจกระทำการหลบหนี ท่าทางของเขามิได้เหมือนหมาจนตรอกเลยสักนิดราวกับราชันที่พยายามจะปกป้องทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอิสตรีข้างกายเขา ทันทีที่ม่านหมอกควันหายไป เขาก็ปรากฏกายอยู่ข้างลาซิเฟียเสียแล้วหรืออาจจะหมายความว่าเธอคือสิ่งสำคัญที่สุดของเขาในยามนี้

     

            ปรมาจารย์ยูไคที่เปรยมองชายหญิงทั้สองเผยยิ้มแสยะเล็กน้อยก่อนหันมองปรมาจารย์ฝู่ชิงพลางเอ่ยกล่าว "เจ้าเห็นความโหดเหี้ยมของมันแล้วหรือไม่? เจ้าคิดว่าเด็กเฉกเช่นมันที่หาญกล้าปล่อยหมัดใส่เจ้า มันจะกลายเป็นกำลังรบของมวลมนุษย์ได้หรือ?"

     

            น้ำเสียงโต้เถียงกลับกลายเป็นความดุดัน บรรยากาศแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ผู้ชมราวกับแค่ได้มองดูภาพเบื้องหน้าโดยไม่สามารถออกปากออกเสียงได้เลย เจ้าเมืองกำหมัดแน่นอย่างอดทนอดกลั้นก่อนคำกล่าวคำหนึ่งจะผุดขึ้นมา "ดูแลศิษย์ของข้าด้วย ขอแค่เจ้านั่นไม่ตกตายก็เป็นพอ" ถ้อยคำอันน่าพรั่นพรึงราวกับผุดขึ้นมาจากขุมนรกที่ลึกที่สุดก่อนเจ้าเมืองจะแหวกม่านเข้าสู่แท่นประลองอย่างรวดเร็ว

     

            "ช้าก่อนขอรับ!!"

     

            เหล่าปรมาจารย์ทั้งห้าพลันหันมองเจ้าเมืองอย่างฉับพลัน อากัปกิริยาของเขาดูรุกรี้รุกรนจนผิดแปลก เจ้าเมืองย่างก้าวเข้ามาใกล้ด้วยท่าทางลนลานก่อนเอ่ยกล่าวอย่างหวาดหวั่น "ขะ...ข้ามีเรื่องต้องเรียนให้ทราบขอรับ!!"

     

            ใบหน้าแสดงความจริงจังราวกับข้องเกี่ยวกับอนาคตของพวกเขาทั้งหมด ปรมาจารย์โชลิชที่เห็นดังนั้นพลันกางเขตแดนเทพกระบี่ สรรพสิ่งนอกจากขอบเขตที่ปรมาจารย์กระบี่จำกัดไว้ จะไม่มีซุ่มเสียงใดเล็ดลอดเข้ามาหรือออกไปได้อย่างแน่นอน

     

            กาติรัสพลันสัมผัสได้ถึงเขตแดนของพลังเวทย์บางอย่างที่กางออกมาถึงกระนั้นขอบเขตเทพกระบี่มิได้กว้างขวางจนถึงเขา ทำให้ชายหนุ่มมิอาจเข้าแทรกแซงเพื่อรับฟังเรื่องราวที่พวกเขาพูดคุยกันได้เลย ทำได้แต่เพียงกวาดตามองบริเวณโดยรอบด้วยแววตาขึงขัง

     

            ภาพเบื้องหน้ายังคงเป็นเช่นเดิม พาลาและโมม่อนที่นอนหมดสภาพอยู่ในอาการใกล้ตายหรือกระทั่งโททัชที่ทอดร่างนอนแน่นิ่งอย่างหมดสภาพ ถ้าจะมีใครตกตายเป็นรายต่อไปเห็นทีก็คงจะเป็นโททัชอย่างเลี่ยงไม่ได้

     

            ------------------


            ภายในเขตแดนเทพกระบี่

     

            "เจ้าว่ากระไรนะ! อาจารย์ของมันมีรูปลักษณ์เช่นไร!!" ปรมาจารย์โหวู๋เอ่ยกล่าวอย่างเดือดดาล

     

            "รูปร่างสมส่วนสูงเกือบสองเมตรได้ขอรับ----ใบหน้าของมันนั้นถูกปกปิดด้วยหน้ากากทมิฬปนลายอักขระสีทองอร่าม มันเป็นอักขระแท้จริงขอรับ!! มิได้วาดลวดลายขึ้นมาอย่างส่งเดชแต่อย่างใดถึงแม้รูปลักษณ์อักขระจะแปลกประหลาดราวกับไม่ใช่สิ่งของในโลกใบนี้ก็ตาม ท่านผู้นั้นขี่พาหนะมาด้วยขอรับ----เป็นมังกรทมิฬขนาดตัวระดับมหึมาเลยขอรับ..." เจ้าเมืองอธิบาย

     

            เหล่าปรมาจารย์ยิ่งแสดงสีหน้าขึงขังยิ่งขึ้น เรื่องราวเหล่านี้พวกเขามิได้รับรู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยแม้กระทั่งการมาเยือนของยอดฝีมือปริศนาจากต่างแดนก็ตาม เป็นที่เข้าใจกันได้อย่างทั่วถึง หากเผ่าพันธุ์ต่างแดนหรือผู้คนที่มาจากต่างแดน พวกมันจำเป็นต้องผ่านการตรวจตราและกำแพงขวางกั้นของเหล่าแดนเทพมนุษย์เสียก่อน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีสิ่งมีชิวตต่างแดนเล็ดลอดเข้ามา

     

            "มังกรขนาดมหึมา?! ใหญ่โตเพียงใด??"

     

            "เมืองศักดิ์สิทธิ์ทั่วทั้งเมืองอาจมีขนาดเพียงแค่ครึ่งค่อนตัวของมันเท่านั้นขอรับ..." น้ำเสียงขึงขังราวกับมิได้โป้ปด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แววตาทั้งคู่ล้วนแสดงความจริงจังราวกับกล้าเอาชีวิตเป็นเดิมพัน

     

            "เจ้ากล่าวความเท็จอันใดออกมา!!" ปรมาจารย์โหวู๋บันดาลโทสะ เขายอมเสียเวลาอันมีค่าประดุจชีวิตเพียงเพื่อจะมาฟังเรื่องราวไร้สาระเช่นนี้หรอกหรือ? ใหญ่โตราวสองเมืองศักดิ์สิทธิ์? มีมังกรขนาดใหญ่โตขนาดนั้นเชียวรึ?! ขนาดทั่วทั้งตัวของมันอาจเทียบเท่ากับเมืองหลวงของท่านเทพมนุษย์เลยมิใช่หรือไร???

     

            ท่ามกลางปรมาจารย์ผู้มากฝีมือ สี่ในห้าต่างแสดงใบหน้าเช่นเดียวกัน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธอย่างที่สุด มันตั้งใจจะถ่วงเวลาเพื่อยืดชีวิตของเจ้าเด็กนั่นหรืออย่างไร? ทว่า ปรมาจารย์ฝู่ชิงกลับไม่แสดงสีหน้าเช่นนั้น มันกลับเป็นขั้วตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง!! ใบหน้าแสดงอาการตกตะลึงงันราวกับพบเทพอสูรบรรพกาลก็มิปาน ใบหน้าซีดเซียวทันทีที่ได้ฟังเรื่องราวเหล่านั้นราวกับโลกใบนี้กำลังจะจบสิ้น

     

            ก่อนปรมาจารย์ฝู่ชิงจะย่างก้าวเข้าหาเจ้าเมืองอย่างเชื่องช้าเนื่องด้วยอาการช็อคค้าง ปรมาจารย์ผู้มากประสบการณ์และดำรงอยู่มากว่าสองพันปีกลับได้ลิ้มรสความรู้สึกที่ลืมเลือนไปนานนับพันปีได้อย่างครบถ้วนเพียงวันเดียว!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับรู้สึกความหวาดกลัวตั้งแต่ถูกเรียกขานด้วยนาม "ปรมาจารย์สภาผู้อาวุโสแห่งสี่แดนเทพมนุษย์" เขาก็ได้ลืมเลือนความหวาดกลัวไปนานแล้ว บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่าจวบจนชีวิตนี้จะกลายเป็นเถ้าธุลี เขาจะสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกกลัวอีกหรือไม่ซึ่งวันนี้ได้รู้แจ้งแล้ว...

     

            ปรมาจารย์ฝู่ชิงพลันตบบ่าทั้งสองข้างของเจ้าเมืองอย่างเบามือ "ผ้าอารมณ์สีดำทมิฬหรือไม่" น้ำเสียงหวาดผวาอย่างมิอาจบ่งบรรยาย

     

            ทันทีที่ฝ่ามือทั้งสองกระทบเข้ากับบ่า เจ้าเมืองก็สัมผัสได้ถึงความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาผ่านการกิริยาท่าทาง ฝ่ามือทั้งสองนั้นสั่นระรัวจนสามารถสัมผัสได้ก่อนจะเอ่ยตอบด้วยอาการงุนงง "ชะ...ใช่ขอรับ! ท่านฝู่ชิงรู้จักกับท่านผู้นั้นหรือขอรับ?!"

     

            เจ้าเมืองกล่าวถามด้วยอาการงุนงงยิ่ง ปรมาจารย์ฝู่ชิงนอกจากจะทำตัวเหมือนรู้จักกับท่านผู้นั้นแล้ว เขายังสามารถพูดสีของอาภรณ์ที่ท่านผู้นั้นสวมใส่ได้อย่างถูกต้องอีกด้วย

     

            "เรื่องจริงรึ!!" ปรมาจารย์ฝู่ชิงสีหน้าถอดสีทันทีก่อนกวาดมองเหล่าปรมาจารย์อีกสี่คนที่ยังคงแสดงใบหน้าอำมหิตราวกับจะต้องฆ่ามันให้ได้ ฝู่ชิงคลายฝ่ามือออกก่อนหันมองไปทางเหล่าปรมาจารย์พลางกล่าวอย่างขึงขัง "พะ---พวกเจ้าฟังข้าให้ดี สาเหตุที่แท้จริงที่ข้าเดินทางมาช้าเพราะเกิดการใหญ่ขึ้น เมื่อไม่ถึงครึ่งค่อนวัน เมืองหลวงหรือที่พำนักของท่านเทพมนุษย์เกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรงของพลังสรรพเวทย์จนกระทั่ง...."

     

            ทันทีที่ท่าทางของฝู่ชิงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง ปรมาจารย์ทั้งสี่พลันเก็บกลืนความอำมหิต เรื่องราวที่สามารถทำให้เมืองหลวงอย่างที่พำนักของเทพมนุษย์เกิดกระแสพลังสรรพเวทย์ปั่นป่วนขึ้นมา มันย่อมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย "เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ?"

     

            "จักรพรรดิมังกรปรากฏกายออกมาท่ามกลางตำหนักของท่านเทพมนุษย์..." น้ำเสียงข่มขื่นราวกับไม่ใช่ความทรงจำที่น่าจดจำ

     

            ปรมาจารย์ทั้งสี่พลันโพล่งคำอย่างพร้อมเพรียง "ว่ากระไรนะ!!! เผ่าพันธุ์ลำดับที่หนึ่ง! จักรพรรดิมังกรงั้นหรือ!! ตัวตนระดับนนั้นมากระทำการอันใดในดินแดนพวกเรา!!!"

     

            ตัวตนระดับจักรพรรดิมังกรย่อมเป็นสิ่งมีชีวิตเหนือกฏเกณฑ์ธรรมชาติ มังกรเป็นเผ่าพันธุ์ลำดับที่หนึ่งซึ่งถูกยอมรับจากเผ่าพันธุ์ทั่วทั้งโลกต้นกำเนิดว่าเป็นเผ่าพันธุ์ที่ทรงพลังที่สุด ไม่ว่าจะด้านสติปัญญาหรือกระทั่งพลังก็ตาม เป็นความห่างชั้นจนสามารถดูแคลนได้ทั่วทั้งโลกหล้า!!

     

            ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงดินแดมนุษย์ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์ลำดับที่สามร้อยห้าสิบสาม!! ในสายตาของเหล่ามังกร พวกเราไม่ได้แตกต่างไปจากมดปลวกเลยสักนิดเดียว!!

     

            "ท่านจักรพรรดิมังกรปรากฏกายในร่างคล้ายมนุษย์สูงใหญ่นัก ท่านกล่าวว่าตนกำลังตามล่าจักรพรรดิมังกรทมิฬ ข้าไม่อาจเข้าใจที่จักรพรรดิมังกรอธิบายได้แต่ท่านพูดถึงมังกรที่แท้จริงกับมังกรพันธุ์ทาง ข้าไม่เข้าใจเกี่ยวกับมันเลยจริงๆ ทว่า ท่าทีของจักรพรรดิมังกรดูจริงจังเป็นอย่างมาก ท่านยังบอกอีกด้วยว่าจักรพรรดิมังกรทมิฬกำลังตามหาหลานของเขา จักรพรรดิมังกรได้บ่งบรรยายลักษณะของจักรพรรดิมังกรทมิฬเอาไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันตรงตามลักษณะที่เจ้าเมืองกล่าวราวกับถอดแบบ..." ปรมาจารย์ฝู่ชิงอธิบาย

     

            ทันทีที่กล่าวจบ สายตาทั้งหกคู่พลันจับจ้องไปทางกาติรัสราวกับมองเทพบรรพกาลก็มิปาน รังสีฆ่าฟันพลันสลายหายไปในชั่วพริบตา ท่าทางกลับกลายเป็นสุภาพมากขึ้นผิดแปลกจากเมื่อครู่อย่างสุดขั้ว

     

            "จะ----เจ้าจะบอกว่า..."

     

    ..สเตตัสปัจจุบัน...


    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์

    เลเวล:6,003 พลังกาย:499,153 พลังเวทย์:1,153,535 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ