กลั่นทำนอง คล้องหัวใจ

    ตอนที่ 3 - เพื่อนใหม่


    @นครพนม

            


               ข้าวปุ้น ได้เข้ามาเรียน ม.4 ในโรงเรียนมัธยมหญิงล้วน ที่ชัญญา เรียนจบ ม.6 ไปก่อนหน้านี้ การเรียนของเธอก็เป็๞ไปด้วยดี ม.4ผ่านไป ม.5 ผ่านไป กระทั่งมาถึง ม.6 เทอมสุดท้ายก่อนที่จะจบการศึกษา ทุกวันหลังเลิกเรียน๰่๭๫4 โมงเย็น เธอจะต้องซ้อมวงโยธวาธิตกับเพื่อนๆ เพื่อไปแข่งประกวดตอนก่อนปีใหม่ ซึ่งมีเวลาเตรียมตัวอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนโดยทางโรงเรียนของข้าวปุ้น ได้รับเชิญไปแข่งขันวงโยฯ ที่เชียงรายด้วย จึงต้องซ้อมกันบ่อยหน่อย

              ข้าวปุ้น– พ่อกะแม่ รู้ยังค่ะ

              พ่อเชิด- รู้อะไรหรือลูก

              “ก็เนี่ยโรงเรียนหนูได้รับเชิญไปแข่งวงโยฯ ที่เชียงรายด้วยแหละ”

              “อ้อจริงเหรอลูก ไปกัน๰่๭๫ไหนหล่ะ” พ่อเชิดดูตื่นเต้น

              “อีก3 อาทิตย์มั้งค่ะ เห็นอาจารย์ว่าอย่างนั้น”

              “แต่ไปไกลอย่างนั้นแม่ไม่อยากให้หนูไปเลย” แม่รุ่งกังวล

              “เอาหนะแม่ ถ้าไม่อย่างนั้น พ่อไปเป็๲เพื่อนลูกละกัน” พ่อเชิดพูดให้แม่สบายใจ

              “ก็ดีนะค่ะแม่”

              ค่ำคืนนั้นยังไม่ถึงสามทุ่ม ข้าวปุ้นหยิบฟลุ้ตออกมาเป่า ซ้อมเพลงที่ใช้บรรเลงในวงโยฯระหว่างเป่าๆ อยู่นั้น มีเสียงลอยเข้ามา “ตึง ตึ๊ง ตึง ตึ่ง ตึง ตึ๊ง ตึง ตึ่งตึง” เธอพยายามเงี่ยหูฟัง ว่าดังมาจากที่ไหน “เอ๊ะ นี่มันเสียงขิมนี่นาใครมาเล่นแถวนี้ เสียงมันอยู่ใกล้มาก” แต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรเท่าไรนัก เธอก็ซ้อมของเธอต่อไปจนเข้านอน


    @ เชียงราย

            

            เป็๲เวลาร่วมๆ 3 ปี ที่แม่อุ๊ ได้ทำอาหารขาย๰่๥๹เช้าทุกวันจนกลายเป็๲อาชีพหลัก๻ั้๹แ๻่ย้ายกลับมาเชียงราย ลองผิดลองถูกจนทุกอย่างลงตัว มีรายได้วันละกว่า800-1000 บาท โดยมีชัญญาเป็๲ลูกมือคอยช่วย วันนึงมีเสียงตามสายประกาศออกมาถึงเทศกาลลอยกระทงที่จะจัดกัน 7 วัน 7 คืน ในตัวอำเภอแม่ฟ้าหลวง และมีถนนคนเดิน สำหรับขายของชัญญา เลยเอาเ๱ื่๵๹นี้ไปบอกให้แม่อุ๊ทราบ เพื่อเตรียมตัวไปขายอาหารในงานที่จะถึงในอีก1 อาทิตย์

            การกลับมาอยู่เชียงรายหลังสูญเสียพ่อเอี่ยม ชัญญา รู้สึกตัวเองได้ว่า เธอเริ่มจะชอบเครื่องดนตรีสากลมากขึ้นเรื่อยๆอีกทั้งเมื่อได้เห็นวัยรุ่นอายุคราวเดียวกับเธอ นั่งร้องเพลง เล่นกีตาร์ กันแถวบ้านทำให้เธอเริ่มจะสนใจนับแต่นั้นมา

            คืนแรกของงานลอยกระทงก็มาถึงแม่อุ๊ และชัญญา กางเต็นท์ขายอาหาร อยู่๰่๥๹กลางๆ ของถนนคนเดิน เวลาเกือบ 1 ทุ่มสองฟากของถนนคราคร่ำไปด้วยผู้คนที่มาเดินเที่ยวซื้อของอย่างสนุกสนาน บวกกับสีสันของไฟราวที่ประดับประดาให้บรรยากาศดูคึกคัก

            เมนูที่ทำมาขายในงาน ก็มีหลากหลาย ทั้งข้าวซอยไก่ ไส้อั่ว น้ำพริกอ่องแกงโฮะ น้ำพริกหนุ่ม ลาบหมู ตั้งขายไม่ถึงชั่วโมง บางเมนูขายดี ก็หมดในพริบตา

            ชัญญา- แม่ เดี๋ยวหนูมานะ เดินเที่ยวในงานซักแป๊บ

            แม่อุ๊– อย่าไปนานนะลูก อีกเดี๋ยวแม่จะเก็บร้านกลับบ้านแล้ว

            “ค่ะแม่ไปไม่ไกล”

            น้าเกี๋ยง– อ้าวแม่อุ๊นี่ มาขายของในงานเหรอ

            “อ้อใช่จ๊ะ น้าเกี๋ยง มาเที่ยวงานเหรอ”

            “อ้อใช่ๆ น้าเกี๋ยงอยากมา เลยให้บะหนุน มาเป็๞เพื่อนเดินเที่ยวด้วย”  

            “อ้าวแล้วนี่ลูกสาว แม่อุ๊หรือเปล่า” น้าเกี๋ยงถามกลับ

            “ใช่จ๊ะชื่อ ชัญญา” (ชัญญายกมือสวัสดีเช่นกัน)

            “งั้นหนูไปเดินเที่ยวก่อนก็ได้ เดี๋ยวแม่นั่งคุยกับน้าเกี๋ยงซักพัก”

            “อ้อดีเลย บะหนุน พาน้องไปเดินเล่นด้วยกันก่อนนะ แล้วค่อยกลับมารับแม่นะ” น้าเกี๋ยง พูดทำนองให้ลูกชายอยู่ตามลำพังกับชัญญา

            บะหนุนทำหน้าฟึดฟัด ออกอาการเหมือนไม่อยากไป รู้สึกมันค้านกับความ๻้๵๹๠า๱ในส่วนลึกของใจน้าเกี๋ยงต้องสะกดด้วยแววตาที่ขึงขังขึ้น เพื่อให้ลูกชายคนเล็กทำตามแต่โดยดี จะได้เป็๲ฝั่งเป็๲ฝาเช่นพี่สาวและพี่ชาย ที่แต่งงานไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่บะหนุนเรียนจบแล้วในวัย 22 กลับไม่เคยหมายปองหญิงใด“ได้ๆ แม่ งั้นพาน้องเค้าเดินแป๊บเดียวนะ” บะหนุนทำแอ๊บเสียงเข้มใส่น้าเกี๋ยง

            บะหนุนและ ชัญญา เดินห่างออกจากร้านแม่อุ๊มาได้ พอพ้นสายตาผู้ใหญ่ทั้งสอง เ๯้าหนุนก็เริ่มแปลงกายใส่ที่คาดผมทรงหูกระต่าย ถอดกางเกงขายาวออกที่ใส่ทับกางเกงขาสั้นบานๆ ปิดแค่แก้มก้นโชว์เรียวขาขาว ไร้ขนหน้าแข้ง ทำเอาชัญญาถึงกับทึ่ง

            บะหนุน- ไงเธอ ตะลึงเลยรึไง

            ชัญญา- อึม ก็นึดนึงนะ แต่ไม่คิดว่าบะหนุนจะกล้า

            “อ้อไม่ได้หรอก มางานอย่างนี้ทั้งที จะให้เธอเด่นกว่าชั้นได้ไง”

            “อ่อๆจ๊ะ งั้นคืนนี้ บะหนุน เอาเต็มที่เลย” (บะหนุน เบ๊ะปาก มองด้วยหางตาแบบยิ้มๆ)

            ทั้งสองคนยังเดินคู่กันไปเรื่อยๆ บะหนุน ก็กวาดสายตา มองหาผู้ ที่อยู่ในวัยเดียวกันหรือสูงกว่า เพื่อเล่นหูเล่นตา ชัญญา เดินไปยิ้มไปแล้วต้องหยุดฟังกับเสียงดนตรีที่ไพเราะอยู่ข้างหน้า ดังมาจากทางขวามือของถนนเธอเห็นชายสูงวัยราว 40 กว่า เล่นแซกโซโฟน และสาววัยรุ่น อายุน่าจะไล่เลี่ยกับเธอดีดกีตาร์คาดว่าสองคนนี้คงจะเป็๲พ่อลูกกัน ต่างบรรเลงได้เข้ากันอย่างลงตัว หลายคนที่ยืนฟังต่างหยิบยื่นเงินกันคนละเล็กละน้อย ใส่ในกระเป๋ากีตาร์ เพื่อเป็๲กำลังใจแก่นักดนตรีทั้งสองแล้วผู้บรรเลงก็โค้งคำนับเป็๲การขอบคุณแก่ผู้ที่มายืนฟัง

            หลังฟังดนตรีจบชัญญาหันซ้าย หันขวา ไม่เจอบะหนุนแล้ว เดินหาให้วุ่น สอดส่องดูทุกร้านที่อยู่สองข้างถนนกระทั่งเดินผ่านร้านนึง มีเสียงร้องออกมา “โอ๊ย พี่ เบาๆ หนูเจ็บ” ชัญญาพูดเบาๆ “เอ๊ะ เหมือนเสียงบะหนุน” เธอเลยเดินถอยกลับไปดู เป็๞ร้านสักลายมีชายวัย20 กว่า นั่งเฝ้าหน้าร้าน และด้านในปิดบังด้วยม่านเป็๞ช่างผู้ชายอายุใกล้เคียงกับคนหน้าร้าน กำลังสักลายผีเสื้อ ให้กับบะหนุนตรงกลางบั้นเอว

            ช่างสักลาย- อ้าว น้องสาว จะมาสักลาย ด้วยเหรอ

            ชัญญา- อ่อ เปล่าค่ะ พอดีหนู มาตามเพื่อน นึกว่าไปไหน มานอนสักอยู่นี่เอง

            บะหนุน- ชัญญา แกอย่าบอกแม่ชั้นนะ ว่าชั้นมาสัก ไม่งั้นชั้นตายแน่        

            “เออไม่บอกหรอก แต่แก่ใส่เสื้อปิดไว้ให้ดีๆ ละกัน” “งั้น เดี๋ยวเรารอข้างนอกนะ”

            “ไม่เป็๲ไรหรอกน้องรอข้างในนี่ก็ได้” ช่างสักชวนชัญญา ด้วยสายตาหื่นๆ ที่ได้เห็นนัยต์ตาสวยหวานปานน้ำผึ้งรับกับใบหน้าใสผ่อง และรูปร่างที่พอเหมาะพอเจาะ

            แล้วช่างสักก็บอกเพื่อนที่อยู่หน้าร้าน ให้เอาเก้าอี้ มาให้ชัญญานั่งรอด้านใน เธอก็รับเก้าอี้มาแบบงั้นๆนั่งไขว่ห้างทำให้เห็นเรียวขาขาวๆ ด้านขวา๻ั้๫แ๻่ชายกางเกงขาสั้นสีครีมเรื่อยลงมาถึงขาอ่อน ทำเอาช่างสักกลืนน้ำลายเฮือก ตาเหลือบมองขาขาวของชัญญาเป็๞ระยะแต่เธอเองก็รู้ว่าตกเป็๞เป้าสายตาของชายที่กำลังสักลาย นั่งได้ไม่ถึง 5 นาที จึงออกอุบายบอกบะหนุน ว่าออกไปซื้อของให้แม่เธอ ซึ่งร้านอยู่ใกล้ๆ กับร้านสักลาย

            บะหนุนสักลายเสร็จ จึงเดินตามออกมาเจอชัญญาที่ยืนรออยู่ร้านขนมจีน จึงบอกกับบะหนุนไปว่า “ไม่ค่อยชอบคนสักลายที่ร้านนั้นเลยมองเราเรื่อยเลย มองแปลกๆ ยังไงไม่รู้” “แหม เค้าคงมองที่แกสวยรึเปล่าคิดมาก ไปกลับได้แล้ว แม่ชั้นคงรอแย่แล้ว” บะหนุนพาเดินกลับ

            “ไหนว่าพาน้องเดินแป๊บเดียวไง หายไปเกือบชั่วโมง คุยถูกคอใช่ไม๊” น้าเกี๋ยงแซวบะหนุน “ก็ไม่หรอกแม่ น้องเค้าเดินดูของซะมากกว่า” บะหนุน ตอบแบบเสียงชายชาตรี กลับ

            น้าเกี๋ยงเดินไป แอบยิ้มไปแบบดีใจ นึกในใจว่า ลูกชายคนเล็กคงได้คนที่หมายปองแน่แล้ว