ไนล์และวินเนอร์เดินกลับเข้ามาหลังจบการสนทนา ใบหน้าของพวกเขาดูผ่อนคลายกว่าเมื่อครู่ รอยยิ้มแต้มโดยอัตโนมัติใบหน้าเมื่อเผชิญกับหนูแพร
“พ่อขา” แกร้องเรียกผู้เป็พ่อวิ่งเข้าสู่อ้อมแขนเพื่อจุ๊บแก้มเขาซ้ายทีขวาทีด้วยความเป็เด็กช่างอ้อน ขณะที่คนเป็พ่อก็ดูค้ลายหลงลูกสาวหัวปักหัวปำไม่แพ้กัน
“มาหาอาหน่อยสิครับ” ไนล์เรียกพลางย่อตัวรับร่างเล็กของหลานสาวขึ้นสู่อ้อมแขน อุ้มแกไว้แล้วแตะริมฝีปากบนแก้มสีชมพูปลั่งอย่างสุขภาพดีของหลานสาว ขณะยัยหนูหัวเราะคิกคักเพราะจั๊กจี้ เมื่อเขาหยุดฟัดได้เธอก็ยกแขนโอบรอบคอซบหน้ากับคออย่างประจบ
ไนล์รักหลานสาวของเขานักหนาเหมือนอย่างพี่พลอยบอกไว้ เขาดูมีความสุขเมื่อได้ใช้เวลาด้วยกัน แม้ในยามที่ทุกคนอยู่ในภาวะหนักอึ้งในหัวใจหากแต่แกกลับเป็แหล่งรวมความสุขให้เราได้ซึมซับให้หัวใจได้กลับมาชุ่มชื้นอีกครั้ง
คงเพราะเขามีความเป็พ่ออยู่ในสัญชาตญาณเช่นนี้กระมังถึงยืนกรานนักหนาว่าจะรับผิดชอบเด็กในท้องของฉันโดยไม่เสียเวลาตัดสินใจเลยสักนาที
“เมื่อไหร่อาไนล์จะไปทานข้าวเย็นบ้านน้องแพรอีกคะ” เธอทวงถาม เพราะเขามักหาเวลาไปทานข้าวเย็นอยู่เล่นกับเธอจนค่ำเป็ประจำทุกสัปดาห์ แต่่นี้เขาติดพันกับงานและต้องกลับมาดูแลฉัน เขาจึงไม่ค่อยได้ไปหาแกนัก
“อาขอโทษนะครับ งานอาเยอะมากเลย”
“ว้า” แกทำแก้มป่อง ท่าทางน่ารักนั้นละลายหัวใจคนมองดูอยู่ได้อย่างง่ายดาย
เขาคุยกับหนูแพรอีกหลายประโยค ฉันมองภาพนั้นด้วยหัวใจพองโต เชื่อเหลือเกินว่าเขาสามารถเป็พ่อที่ดีให้กับลูกของเราได้เช่นกัน
“แล้วอาไนล์จะรักหนูเหมือนเดิมไหมคะ” เธอถามตาละห้อยเมื่อรู้ว่าคุณอาสุดที่รักกำลังจะมีลูกเป็ของตัวเอง
“อาก็ต้องรักน้องแพรเหมือนเดิมสิครับ” เขาย้ำพลางลูบผมเส้นเล็กเล่น
“เย้” เธอจุ๊บแก้มของเขา ทำน้ำลายเลอะแก้มแต่ไนล์ไม่ได้ถือสาเลยสักนิด “อุ๊ย เลอะเลย” เธอยิ้มเขิน แล้วถูฝ่ามือเล็กๆ เพื่อลบคราบน้ำลายตัวเอง
“อาไม่หล่อแล้วมั้งเนี่ย” ไนล์เอ่ยแซวเล่น แกจึงยกมือป้อมๆ ปิดปากพลางขำคิก
“อาไนล์หล่อเหมือนเดิมเลยค่า ใช่ไหมคะอาหลิน” เธอพยักพเยิดมาทางฉันด้วยความไร้เดียงสา ทำฉันเงอะงะกับประโยคคำถามไม่ทันเตรียมเนื้อเตรียมตัว
ไนล์หันมามอง แววตาของเขาซ่อนความขบขันเอาไว้เพราะรู้ว่าฉันประดักประเดิดกับคำถามนั้นเพียงใด
หนูน้อยไร้เดียงสายังรอคำตอบ ฉันจึงต้องเล่นตามน้ำอย่างเสียมิได้
“หล่อจ้ะ หล่อม้ากมากเลย” ฉันแอบประชดเขาด้วยในท้ายประโยค แล้วหัวเราะแห่ะๆ กลบเกลื่อนความเขินให้พี่ชายและพี่สะใภ้ของเขา
“แค่พูดความจริงไม่ต้องเขินหรอกน่า” ไนล์แกล้งกระเซ้า
“หลงตัวเอง!” ฉันขยับริมฝีปากขมุบขมิบ ขณะที่เขาดูอารมณ์ดีกว่าครู่ก่อนหน้านี้มาก
คุณธนานนท์กับคุณนิชชาไม่ได้ออกมาจากห้อง พี่วินเนอร์แนะนำให้เรากลับไปก่อน เพราะแม้ยืนกรานที่จะคุยต่อแต่ด้วยสถานการณ์ยังคุกรุ่นคงมีแต่จะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลง
เพราะมีโอกาสได้รวมตัวกันแล้ว วินเนอร์จึงพาฉันไปทำความรู้จักมารดาของเขา หรือภรรยาเก่าของคุณธนานนท์ และทานข้าวเที่ยวด้วยกัน ท่านต้อนรับเราอย่างอบอุ่น สนทนาฉันอย่างคนใจดีมีหลายประโยคให้กำลังใจเมื่อเอ่ยถึงคุณนิชชาแม่ของไนล์ ซึ่งฉันเองััได้เช่นกันว่าคุณนิชชาไม่ใช่คนเลวร้าย เพียงแค่ยังทำใจยอมรับเื่ที่เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนไม่ได้เพียงเท่านั้น
...
.
คุณพี่จะหยอดทุกดอกแบบนี้ไม่ได้นะคะ >