สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ยามรุ่งอรุณของวันที่เจ็ด
เมฆหมอกเหนือยอดเขาหยกหมื่นปราณพลันแตกสลาย
แสงแรกแห่งอรุณสาดลงมายังยอดเขาหลักของสำนัก
เสียงระฆังโบราณดังขึ้นเก้าครั้ง
กังวานไปทั่วฟ้าดิน
ตู้ม!
ตู้ม!
ตู้ม!
ศิษย์นับพันต่างหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่
ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังยอดเขาหลังสำนัก
วันนี้...
สระชำระกระบี่เปิดแล้ว
[หุบเขาชำระกระบี่]
หลังผ่านประตูหินโบราณ
ภาพเบื้องหน้าทำให้ศิษย์จำนวนมากต้องสูดลมหายใจ
หุบเขาขนาดมหึมา ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงตระหง่าน ใจกลางมีสระน้ำสีครามเข้ม ไอพลังคมกริบราวกระบี่ลอยขึ้นจากผิวน้ำไม่ขาดสาย
บนหน้าผารอบด้าน
มีรอยกระบี่นับหมื่นสาย
บางรอยลึกหลายจั้ง
บางรอยแม้ผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี
แต่ยังคงเปล่งไอสังหารอันน่าหวาดหวั่น
นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของสำนัก
สระชำระกระบี่
เ้าสำนักก้าวออกมาช้า ๆ
"ศิษย์ทุกคนจงฟัง!"
เสียงของเขาก้องกังวาน
"สระชำระกระบี่คือมรดกที่บรรพชนทิ้งไว้"
"ผู้มีวาสนาอาจได้รับการยอมรับจากจิตกระบี่"
"ผู้ไร้วาสนา จงใช้มันขัดเกลาจิตใจตนเอง"
"จำไว้..."
สายตาของเ้าสำนักเคร่งขรึมขึ้น
"อย่าฝืน!"
"หากจิตกระบี่ปฏิเสธ"
"จงถอยออกมา"
"มิฉะนั้น อาจได้รับาเ็สาหัส"
เหล่าศิษย์ต่างคารวะพร้อมกัน
"รับคำสั่ง!"
บนแท่นสูง
ผู้าุโโม่ยังคงเงียบงัน สายตาของเขามองไปยังผิวน้ำ คนอื่นเห็นเพียงสระธรรมดา
แต่ในสายตาของเขา ใต้ผิวน้ำลึกลงไป มีโซ่แห่งกฎเกณฑ์นับหมื่นสาย พันธนาการบางสิ่งเอาไว้
และวันนี้...
โซ่เ่าั้ สั่นะเืมากกว่าทุกครั้งในรอบหลายร้อยปี
"มันกำลังรออะไรอยู่..."
ชายชราพึมพำ
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่หุบเขา
หลินเย่ก็รู้สึกได้
หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ตึก!
ตึก!
เศษเสี้ยวในจิตสำนึกเริ่มสั่นะเื ราวกับคนพลัดพรากจากบ้านเกิด ที่ได้กลับมาอีกครั้ง
ภาพเดิมปรากฏขึ้นอีกครั้ง
ดาบหัก
ทะเลเื
และสนามรบอันไร้จุดสิ้นสุด
แต่ครั้งนี้...
มันชัดเจนขึ้นกว่าเดิม ดาบเล่มนั้น อยู่ใต้พื้นดิน
ลึกลงไป...
ลึกลงไปอีก...
"อยู่ที่นี่..."
หลินเย่พึมพำโดยไม่รู้ตัว
ไม่นาน
ศิษย์ชั้นในหลายคนเริ่มลงสู่สระ
คนแรก
หลี่ชิงอวิ๋น
รวมปราณขั้นเก้า อัจฉริยะอันดับหนึ่งของศิษย์ชั้นนอก
ทันทีที่ลงสระ
เสียงกระบี่คำรามก็ดังขึ้น
เคร้ง!
ลำแสงกระบี่พุ่งขึ้นสู่ฟ้า
ฝูงชนส่งเสียงฮือฮา
"จิตกระบี่ตอบสนอง!"
"สมกับเป็พี่ใหญ่หลี่!"
แต่ไม่นาน
แสงกระบี่ก็ค่อย ๆ สลายไป
แม้ได้รับการตอบรับ
แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นยอมรับอย่างแท้จริง
หลังผ่านไปครึ่งวัน
หลินเย่จึงค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่สระ
ทันทีที่ฝ่าเท้าััผิวน้ำ
ตูม!!!
พื้นดินทั้งหุบเขาสั่นะเื! คลื่นพลังมหาศาลปะทุขึ้นจากใต้สระ!
ศิษย์ทุกคนต่างใ
"เกิดอะไรขึ้น?!"
"สัตว์อสูรบุกหรือ?!"
แม้แต่เ้าสำนักยังเปลี่ยนสีหน้า
แต่เพียงชั่วพริบตา ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
โลกทั้งใบพลันมืดลง
หลินเย่พบว่าตนเองยืนอยู่กลางสนามรบโบราณ
เบื้องหน้า
คือดาบหักสีดำขนาดมหึมา
โซ่นับไม่ถ้วนพันธนาการมันเอาไว้
และรอบด้าน เต็มไปด้วยซากศพของเทพและเซียน
ทันใดนั้น
เสียงเก่าแก่ดังขึ้น
"ผู้ถือครองเศษเสี้ยว..."
"เหตุใดเ้าจึงกลับมาช้าเช่นนี้..."
หลินเย่ตัวแข็งทื่อ
"ใคร?!"
แต่ไม่มีผู้ใดปรากฏตัว
มีเพียงดาบหักที่สั่นไหวเบา ๆ
ก่อนจะปล่อยแสงสีดำสายหนึ่ง
พุ่งเข้าสู่หน้าผากของเขา
เสียงปริศนาดังขึ้นอีกครั้ง
"ยืนยันตัวตน..."
"สายเืตรงกัน..."
"การหลอมรวมเริ่มต้น..."
"ได้รับเศษความทรงจำ: หนึ่งในหมื่น"
ตูม!
ข้อมูลมหาศาลหลั่งไหลเข้ามา
แต่สิ่งที่หลินเย่เห็น กลับเป็เพียงภาพสั้น ๆ
ชายผู้หนึ่งยืนอยู่บนกำแพงจักรวาล เื้ัคือทวยเทพนับไม่ถ้วน
ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง
หลินเย่ลืมตาขึ้น
ร่างกายไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก พลังปราณยังคงอยู่ระดับรวมปราณขั้นหนึ่ง
ไม่มีการทะลวงด่าน
ไม่มีออร่าทะลุฟ้า
แต่บางสิ่งในดวงตาของเขา กลับแตกต่างออกไปเล็กน้อย
ราวกับเห็นโลกได้ชัดเจนขึ้น
ผู้าุโโม่ลุกขึ้นยืนทันที
ใบหน้าที่สงบนิ่งมาตลอดหลายสิบปี ปรากฏความตกตะลึงเป็ครั้งแรก
"เป็ไปไม่ได้..."
เขาจ้องมองไปยังหลินเย่
เพราะเมื่อครู่
เพียงชั่วพริบตาเดียว เขารู้สึกราวกับ...
ได้เห็นเงาของยุคสมัยที่สูญหายไปจากประวัติศาสตร์
และความรู้สึกนั้น
ทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน
[ใต้สระลึกหมื่นจั้ง]
โซ่สีดำเส้นหนึ่ง
ค่อย ๆ แตกออกอย่างเงียบงัน
เคร้ง...
เสียงนั้นเบาจนไม่มีใครได้ยิน แต่ในความมืดอันไร้ที่สิ้นสุด
ดวงตาคู่หนึ่ง ค่อย ๆ ลืมขึ้น