ภายหลังจากพายุสวาทอันแสนบ้าคลั่งเร่าร้อนและดุเดือดบทสวาทห้าทิศบนเกาะส่วนตัวร้างได้สิ้นสุดลงจนพัดพาความเหนื่อยล้ามาเยือนเรือนร่าง ทั้งไต้ก๋งเดชและน้ำฟ้าต่างรู้สึกอิ่มเอมใจในกามารมณ์ที่พวยพุ่งทะลักจุดเดือดอย่างถึงที่สุด ความต้องการลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจของน้ำฟ้าได้รับการตอบสนองเติมเต็มอย่างป่าเถื่อนและรอบทิศทางจนทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย ปลอดภัย และมีความสุขอย่างลึกซึ้งในอ้อมกอดของเสือทะเล ขณะที่เดชเองก็รู้สึกภาคภูมิใจที่ตนเองได้ทำหน้าที่เป็นราชาเสือทะเลที่สามารถควบคุม บัญชาการ และมอบสิ่งที่วิเศษที่สุดให้แก่ผู้หญิงที่เป็นสมบัติล้ำค่าของเขา ทั้งสองประคองกอดก่ายกันเดินเยื้องย่างกลับมาขึ้นเรือประมงลำใหญ่ด้วยท่าทางสนิทสนมและหวานชื่นเป็นพิเศษ โดยที่ไต้ก๋งเดชหารู้ไม่ว่า ความรักและความอิ่มเอมในใจที่เขาเพิ่งได้รับนั้นได้เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่และบดบังประสาทสัมผัสในการระแวดระวังภัยอันฉลาดเฉลียวของเขาไปจนหมดสิ้นชั่วขณะ
ในเงามืดสลัวและกลิ่นอับชื้นบริเวณโพ้นท่าเรือและใต้ท้องเรือประมงลำใหญ่ ไอ้สิงห์ที่เฝ้าสังเกตการณ์สะสมความเคียดแค้นและวางแผนยึดอำนาจมาเป็นเวลานาน ลอบส่งสัญญาณสายตาที่มีความหมายประสงค์ร้ายกับสมุนพรรคพวกลูกเรืออีกสี่ห้าคนที่คิดขดโกงแบบเดียวกัน แววตาของพวกมันเหี้ยมเกรียมในความมืด แฝงด้วยความละโมบกระหายในทรัพย์สินปืนผาและเส้นทางเดินเรือ
“พวกมันกลับขึ้นเรือมาแล้ว... เตรียมตัวพวกมึงให้พร้อมทุกช่องทาง พอเรือแล่นออกไปกลางทะเลลึกเมื่อไหร่ นั่นคือเวลาตายของไต้ก๋งเดช! พวกเราจะคุมเรือลำนี้และได้เสวยสุขกับทรัพย์สมบัติและนังผู้หญิงผิวขาวรอยรักนั่น!” ไอ้สิงห์กระซิบสั่งเสียงต่ำสั่นระริกพลันยื่นมือหยาบหนาหยิบปืนพกและมีดดาบปลายแหลมที่ซุกซ่อนไว้ใต้แผ่นกระดานห้องเครื่องขึ้นมาเหน็บข้างเอวอย่างกระชับ ลูกเรือคนอื่นๆ ต่างพยักหน้ารับคำสั่งเงียบกริบ แววตากระหายสวาทสะท้อนแสงไฟสลัววาวโรจน์ คลื่นใต้น้ำแห่งความกบฏเริ่มขยับตัวทำลายความสงบ
เรือประมงลำใหญ่ค่อยๆ แล่นออกจากเกาะส่วนตัวอย่างช้าๆ มุ่งหน้าตัดผ่านคลื่นทะเลสีเข้มสู่ใจกลางผืนน้ำทะเลลึกที่เงียบสงัดและเยือกเย็น แสงจันทร์วันเพ็ญทอประกายสะท้อนลงบนเกลียวคลื่นส่งเงาระยิบระยับ ทว่าบรรยากาศโดยรอบเรือกลับทวีความตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะรอบเครื่องยนต์ที่หมุนวน ภายในห้องนอนใหญ่ส่วนตัวที่ตกแต่งอย่างดี ไต้ก๋งเดชกำลังนอนเอนกายแผ่นหลังพิงหมอนใบโตอยู่บนฟูกเตียงหนานุ่ม สวมใส่เพียงกางเกงเลผืนบางเบาสบายผิว สูดดมกลิ่นไอเค็มทะเลที่พัดผ่านช่องลมบานหน้าต่างเข้ามาอย่างปลอดโปร่งใจ
ทันใดนั้น บานประตูห้องนอนที่ปิดสนิทก็ถูกผลักเปิดออกช้าๆ อย่างไร้เสียง น้ำฟ้าก้าวเดินเยื้องย่างเข้ามาในห้องด้วยท่าทางอ่อนโยน ละมุนละไม และดูบอบบางน่าทะนุถนอม ผิดแผกไปจากสาวร่านรักเย้ายวนบนเกาะก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง เธอสวมใส่ชุดนอนผ้าแพรสีชมพูอ่อนเนื้อละเอียดบางเบา พริ้วไหวไปตามแรงลมอุ่นของห้อง ผิวขาวโพลนสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันสลัวดูนวลตาเป็นประกาย ใบหน้างดงามสะคราญตาระบายรอยยิ้มหวานซึ้งที่เปี่ยมล้นไปด้วยความขอบคุณและความซาบซึ้งใจจากก้นบึ้งของหัวใจ
เธอขยับก้าวเดินขึ้นเตียงหนานุ่มช้าๆ คลานเข่าเข้าหาแผงอกแกร่งบึกบึนของเดช พลันซบใบหน้าหวานเปื้อนยิ้มลงบนหน้าอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม โอบเรียวแขนขวาโอบรัดรอบเอวสอบของเขาอย่างแสนรักเพื่อแสดงความรักและความภักดี
“พี่เดชจ๋า... ขอบคุณพี่เดชมากนะจ๊ะ ขอบคุณที่เข้าใจฟ้า และโอบกอดตัวตนของฟ้าในแบบที่ฟ้าเป็น... ขอบคุณที่ทำให้ฟ้าสมหวังในทุกอย่างที่โหยหา...” น้ำฟ้ากระซิบเสียงหวานพร่า สูดดมกลิ่นอายความเป็นชายและไออุ่นจากเนื้อหนังของเขาอย่างลึกซึ้ง
เดชเผยรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างที่น้อยครั้งจะมีใครได้เห็น มือหนาหยาบลูบเส้นผมยาวสลวยเปียกไอทะเลของเธอแผ่วเบาด้วยความทะนุถนอมหวงแหน “พี่รักฟ้านะคะ... อะไรที่ทำให้ฟ้ารู้สึกดีและมีความสุข พี่เดชคนนี้ยอมทำได้ทุกอย่าง ขอแค่ฟ้าอยู่เคียงข้างพี่ และเป็นของพี่คนเดียวก็พอแล้วคนดี...”
น้ำฟ้าเงยใบหน้าหวานขึ้นมองสบสายตาคมเข้มดุดันของชายหนุ่มใหญ่ แววตาของเธอเปี่ยมล้นไปด้วยกระแสอารมณ์รักละมุนละไมเพื่อเป็นการขอบคุณที่ทำให้เธอได้พบกับความสุขสมใจอยาก หญิงสาวโน้มตัวขยับกายเข้าไปบดจูบริมฝีปากของเดชอย่างแผ่วเบา ละเมียดละไม ลิ้นร้อนชื้นแทรกซอนกวาดชิมความหวานสลับหยอกเย้ากันอย่างค่อยเป็นค่อยไป นุ่มนวลและแสนหวานซึ้งสะท้านอารมณ์ ซึ่งมันช่างแตกต่างราวฟ้ากับดินเมื่อเทียบกับจังหวะกระแทกกระทั้นรุนแรงหยาบโลนบนเกาะร้าง มือบางเลื่อนลูบไล้ผ่านเนินอกและหน้าท้องแกร่งลงต่ำ ปลดปมเชือกกางเกงเลของสามีออกอย่างแผ่วเบา คว้าจับแก่นกายตัวตนชายตัวโตยาวที่เริ่มตื่นตัวขยายขนาดแข็งขึงร้อนผ่าวขึ้นมารองรับความต้องการแสนหวาน
หญิงสาวค่อยๆ ขยับตัวขึ้นมานั่งคร่อมทับบนหน้าตักแกร่งของเดช จับประคองร่องรักกุหลาบสาวสีชมพูระเรื่อที่เปียกชุ่มหยาดน้ำหวานใสสะอาดทาบจ่อลงบนยอดแก่นกายใหญ่ของเดช ก่อนจะค่อยๆ กดสะโพกมนเบียดกายลงมาครอบครองตัวตนชายช้าๆ เน้นน้ำหนักทีละนิดจนความแข็งแกร่งทะลวงผ่านร่องนุ่มชื้นเข้าไปลึกซึ้งมิดโคนลำยาว น้ำฟ้าเผยอริมฝีปากร้องครางแผ่วสั่นเครือในลำคอด้วยความเสียวซ่านนุ่มนวล
“อ๊า... คับแน่นเหลือเกินค่ะพี่เดช... อุ่นซาบซ่านไปถึงหัวใจเลยจ้ะ...”
เดชกวาดโอบมือใหญ่รัดสะโพกผายของเธอไว้แผ่วเบาเพื่อช่วยพยุงร่าง ขยับสะโพกสอบเสือกส่งแรงกระแทกเข้าออกเน้นลึกช้าๆ เป็นจังหวะรักนุ่มนวล ทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าเรือนร่างบอบบางปานแก้วเจียระไนของเธอจะแตกสลายคามือ เสียงเนื้อปะทะเนื้อเปียกชื้นดัง พั่บ พั่บ พั่บ แผ่วเบากังวานผสมผสานกับเสียงเกลียวคลื่นภายนอกบานหน้าต่าง น้ำฟ้าหลับตาพริ้มรับสัมผัสรักอบอุ่น ส่ายร่อนสะโพกกลมมนขยับขี่เบาๆ สวนรับแก่นกายของสามีอย่างมีความสุข สองปทุมถันคู่โตเด้งไหวไปตามจังหวะขยับเคลื่อน เดชเอื้อมมือบีบนวดเน้นน้ำหนักอย่างรักใคร่ ก้มลงประคองยอดอกสีหวานชูชันแข็งสู้ลิ้นก้มลงไซร้เลียอย่างแสนรัก
“พี่เดช... อ๊ะ... อ๊า... ฟ้าเสียว... เสียวเหลือเกินจ้ะ... ฟ้าเป็นผู้หญิงของพี่เดชคนเดียวนะจ๊ะ...” น้ำฟ้าครางหวานหยดใบหน้าแก้มแดงก่ำฉ่ำสวาทสะท้านใจ
จังหวะรักค่อยๆ ขยับเร่งอุณหภูมิความร้อนแรงระอุขึ้นทีละน้อยตามกลไกแห่งธรรมชาติกามารมณ์ที่พุ่งแตะขีดสุด เดชเกร็งสะโพกตอกอัดสลับหมุนควงบดขยี้จุดเสียวภายในลึกสุดโคน น้ำฟ้ากรีดร้องครางหวานหยาดเยิ้ม ร่างสั่นระทวยระลอกคลื่นแห่งความเสียวซ่านปานขึ้นวิมานชั้นฟ้ากำลังจะนำพาเธอเข้าสู่จุดสุดยอดสมอารมณ์หมายในอีกเพียงไม่กี่วินาทีข้างหน้า
ทว่า... ในวินาทีแห่งความสุขละมุนละไมอันแสนงดงามนั้นเอง!
ปัง! โครม!
เสียงระเบิดปืนดังลั่นก้องสะท้อนสนั่นผืนน้ำ และบานประตูห้องนอนไม้เนื้อแข็งหนาถูกเตะพังครืนเข้ามาอย่างรุนแรงจนเศษไม้ฉีกขาดแตกกระจาย น้ำฟ้าสะดุ้งสุดตัวกรีดร้องลั่นด้วยความตกใจสุดขีดหลุดพ้นจากการร่วมรักทันที เดชขยับเบี่ยงตัวขยับขึ้นบดบังร่างของน้ำฟ้าไว้ด้วยสัญชาตญาณปกป้องผู้หญิงของเขาอย่างที่สุด ทว่าทุกอย่างกลับสายเกินไปเสียแล้ว
ไอ้สิงห์ก้าวขาพรวดเข้ามาในห้องพร้อมปืนพกกระบอกสั้นในมือ แววตาคู่คมเต็มไปด้วยประกายเหี้ยมเกรียมและสะใจสะท้อนในความมืด ข้างหลังมันมีลูกน้องพรรคพวกอีกสี่คนถือมีดดาบปลายแหลมวาววับคุมเชิงเตรียมพร้อมบดขยี้
“ไอ้สิงห์! มึงคิดจะทำกบฏเรอวะ!” เดชตะคอกส่งเสียงกร้าวคำรามลั่น พยายามจะเอื้อมมือไปหยิบปืนพกใต้หมอนหนุน
“ทำลายมึงไงไอ้ไต้ก๋งเดช! มึงมันหมดน้ำยาเป็นเสือกระดาษไปแล้ว วันๆ เอาแต่กกหีผู้หญิง สมควรตายลอยคอกลางทะเลลึกนี่แหละ!” ไอ้สิงห์แสยะยิ้มอำมหิต มันไม่รอช้าปัดปืนจ่อเป้าเล็งแล้วเหนี่ยวไกส่งกระสุนทันที
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนปืนความเร็วสูงพุ่งเข้าทะลวงกล้ามอกแกร่งและไหล่ขวาของไต้ก๋งเดชสามนัดซ้อน เลือดสดสีแดงฉานสาดกระเซ็นทะลักพุ่งเปรอะเปื้อนผิวเนื้อขาวโพลนเปลือยเปล่าของน้ำฟ้าเต็มไปหมด หญิงสาวกรีดร้องลั่นเสียงหลง ร่างกายสั่นเทา ชายหนุ่มใหญ่ร้องครางต่ำฟุบทรุดลงบนที่นอน ทว่าไอ้สิงห์ยังไม่หยุดความซาดิสต์ มันขยับก้าวเข้ามากระชากคอเสื้อเดชขึ้นมาแล้วใช้มีดปลายแหลมเสียบแทงซ้ำเข้าที่ชายโครงขวาและท้องอีกหลายครั้งอย่างโหดเหี้ยมไร้ความปรานีมนุษย์
“พี่เดช!... ไม่นะ!... อย่าทำพี่เดชของฟ้า!... ฮือๆๆ!” น้ำฟ้าร้องกรีดร้องลั่น ใบหน้าหวานนองไปด้วยน้ำตาและเลือดเปียกชื้นของสามี ร่างเปลือยพยายามถลาเข้าไปห้ามทว่ากลับถูกลูกเรือสองคนถลาเข้ามาล็อกข้อมือทั้งสองข้างกระชากดึงรั้งตัวเธอไว้แน่นหนากับเตียงนอนกว้างหมดทางขัดขืน
เดชหอบหายใจรวยริน นัยน์ตาคมเข้มเริ่มเบิกโพลงไร้ประกายแสงสว่าง ร่างกายกระตุกเกร็ง เขามองสบสายตาน้ำฟ้าด้วยความห่วงใยเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกไอ้สิงห์และลูกน้องช่วยกันหิ้วปีกร่างเปียกชุ่มเลือดลากก้าวเดินพ้นประตูห้องนอนออกไปที่กาบเรือประมง แล้วเหวี่ยงโยนร่างใหญ่กำยำทิ้งดิ่งลงสู่ห้วงน้ำทะเลลึกสีเข้มมืดมิดเบื้องล่างทันที เสียงร่างตกลงผืนน้ำดัง จูม... ก่อนคลื่นทะเลจะโหมกลืนกินร่างของเขาจมหายไปในความมืดก้นบึ้งทะเลไร้ร่องรอยที่จะกู้คืน
“พี่เดช!... ฮือๆๆ... พี่เดช...” น้ำฟ้าร่วงทรุดตัวลงกับพื้นห้องนอนร้องไห้โฮสะอื้นไห้แทบสิ้นสติ ร่างกายเปลือยเปล่าขาวโพลนเปื้อนคราบเลือดเปียกอุ่นชุ่มของเดชสั่นสะท้านระริกด้วยความสูญเสียช็อกสุดขีดและหวาดกลัวต่อชะตากรรมมืดดำที่กำลังจะโถมกระหน่ำเข้ามาในเงามืดชั่วชีวิต...
"พวกมึงจับอีนี่ มาขึงไว้ เดี๋ยวกูจะทำให้มันรูแหกคืนนี้"..