“มาก็ดีแล้ว เร็วๆนี้จะได้ร่วมงานแต่งลูกชายไอ้เมฆมันทำสาวท้อง พ่อแม่ผู้หญิงเขาไม่ยอมยังไงก็ต้องจัดงาน” พ่อผมบอกลุงน็อตขณะที่คุยกันต่อด้านนอก เสีฟยงดังมาข้างใน
ผมมองหน้านัท มันถึงกับหน้าซีด
“พี่ทำผู้หญิงท้อง”
ผมพยักหน้ารับ
“แล้วพี่ยังจะนอกใจเธอ มาทำกับผมแบบนี้นี่นะ”
“เป็ความผิดพี่เอง พี่ชอบมีอะไรกับคนแปลกหน้าความจริงกับเธอก็แค่ครั้งสองครั้ง”
“จะกี่ครั้งก็ไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า…ตกลงพี่เลือกชีวิตแบบไหนกันแน่”
“ตอนนี้พี่คงเลือกไม่ได้ เพราะว่าเธอท้องพี่ต้องรับผิดชอบเธอ”
นัทท่าทางเสียใจหนัก ขนาดทนอยู่กับผมในห้องต่อไปไม่ไหว
“ถ้างั้นเราก็คงจบกัน”
มันถอดเครื่องรางคืนให้ผม
“คงไม่ต้องบริกรรมคาถาใดๆ ทั้งนั้นเพราะไม่ว่ายังไง ผมก็คงไม่ได้พี่คืน”
เช้าวันใหม่
ลุงน็อตหลับสลบไสลไปกับฤทธิ์เหล้า ตามประสาพ่อของเราที่ชอบก๊งกันยันสว่าง
ผมนอนไม่หลับ ยอมรับว่าสับสนตัวเองเหมือนกันหลังจากที่ได้เจอกับนัทในรอบสิบปีผมก็รู้หัวใจตัวเองว่าพอสมควรว่าผมชอบแบบไหน? จริงๆ ผม้าใครกันแน่
แต่ผมยังยับยั้งชั่งใจ เพราะผมกำลังจะแต่งงานผู้หญิงที่ผมเผลอไปมีอะไรด้วยเขากำลังมีลูก
ผมเปิดประตูออกจากห้อง เดินลงบันได ก็เห็นนัทตื่นมาชงชาอุ่นๆพร้อมปลุก
“พ่อครับ พ่อ” นัทเรียกลุงน็อต
แต่พ่อผมดันตื่นก่อน
นัทชงชาอุ่นๆ ไว้สองแก้ว ยื่นให้พ่อผม
“ดื่มสิครับ จะได้สร่าง ไม่ปวดหัว”
พ่อผมพยักหน้า ก่อนที่นัทจะเซ้าซี้ให้ลุงน็อตกลับไปนอนที่ห้องให้ได้บ่นว่าเมื่อคืน เพิ่มยุงอีกสองสามตัวที่มากัด ก็คงหามพ่อเข้าห้องไปได้แล้ว
“ปล่อยมันเถอะ ช่างมัน ให้มันนอนเต็มที่”พ่อผมร้องห้าม
“เช้าอากาศดี เดี๋ยวมันตื่นก็คลานเข้าห้องเองวันนี้จะไปไหนก็ไปนะ ให้ไอ้เมฆพาไป เมฆมันก็ไม่ได้ค่อยออกไปไหนมานานแล้ว”
“พี่เมฆนี่นะ ปกติชอบร่อนจะตาย ทำไมอะครับลุง”
“มันเครียดเื่จะแต่งงาน!มันไม่ได้บอกใช่มั๊ยว่ามันเผลอไปทำผู้หญิงท้อง!”
“ฮ๊า!! ถึงขั้นท้องเลยเหรอครับ”นัทใก่อนกลบเกลื่อนสีหน้า พูดจาเสียงขาดๆ
“ลุงก็โชคดีแล้วที่จะมีหลาน ยินดีด้วยนะครับ”
“น่ายินดีหรือเปล่าก็ไม่รู้” พ่อผมหยิบชาอุ่นๆขึ้นมาซดหมดแก้ว
“คบกันไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนนอนด้วยกันกี่ครั้งก็ไม่รู้ จู่ๆ มาบอกว่าท้องเอาพ่อแม่มาบอกว่าต้องรีบจัดงานแต่งงาน ไม่ถามความ้าของไอ้เมฆสักคำ”
“แล้วพี่เมฆว่าไงล่ะครับ”
“ว่ายังไง มันก็เงียบเป็เป่าสากสิมันจะไปทำอะไรได้ ผู้หญิงบอกว่าท้อง ถามมันว่ามึงรักเขาไหม มันยังไม่ตอบ”
นัทแหงนหน้ามาทางห้องผม ผมหลบกับผนังบริเวณบันไดสิ่งที่ผมอยากอธิบายนัท พ่อได้พูดไปหมดแล้ว
“ลูกลุง คบกับใครบ้าง ทำไมลุงจะไม่รู้ไม่เห็นแต่กับผู้หญิงคนนี้ โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ เป็ใคร นิสัยยังไง ไอ้เมฆยังตอบไม่ได้มันไม่ปิดบังลุงหรอก แต่มันก็คงไม่รู้เหมือนกัน ฉะนั้นตอบตรงๆลุงเองก็ไม่แน่ใจว่าเป็ลูกของมันจริงๆ หรือเปล่า??”
พ่อพูดพร้อมส่ายหัวก่อนจะลุกไปกดกระติกน้ำร้อนที่เสียบปลั๊กรออยู่ข้างๆ
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ช่วยลุงคิดซิ สมมุติถ้าชายคนหนึ่งมีเซ็กส์กับผู้หญิง พอผู้หญิงบอกท้อง ฝ่ายชายขอตรวจดีเอ็นเอแบบนี้ผิดไหม? เอ็งคิดว่าสมควรหรือไม่สมควรวะ”
“มองได้สองมุมผู้ชายอยากขอหลักฐานยืนยันว่าลูกตัวเองจริงๆ และผู้ชายดูถูกผู้หญิงว่ามั่วในเมื่อทำอะไรลงไปบ้างก็ต้องรู้สิว่าตัวเองป้องกันหรือเปล่า??”
“มันก็ถูกของเอ็ง”
ทันใดนั้นลุงน็อตก็ตื่นขึ้น แล้วลุกขึ้นมาร่วมวงสนทนาด้วย
“ผู้ชายเค้าคงไม่ได้จะดูถูก ผู้หญิงหรอกเพียงแค่อยากป้องกันตัวเองว่าไม่ได้มาปุ๊บปั๊บรับโชคของคนอื่นเท่านั้น”
“ไอ้ห่า ตื่นตอนไหน” พ่อผมถาม ก่อนจะเปลี่ยนแก้วกดกาแฟเสิร์ฟให้ใหม่ รู้ว่าลุงน็อตกินแต่กาแฟดำ
“ตอนที่เพื่อนมีเื่ทุกข์ใจไง ไอ้ห่าแล้วเมื่อคืนตอนเมาก็เสือกไม่พูด มาพูดอะไรตอนนี้”
“เผื่อให้เ้านัทมันช่วยปลอบใจพี่ชายบ้างไอ้เมฆอมทุกข์มาหลายวัน ที่มันออกไปกินเหล้ากับเพื่อนตลอด แต่ก่อนก็ไม่เคยเป็แบบนี้มีแต่เพื่อน ไปเรียน ออกกำลังกาย ทำกิจกรรม พอเจอเื่นี้ปุ๊บ … กูว่าลึกๆมันเครียด”
“แต่งงานคือการผูกมัด มันยังเด็กไป”
“สำคัญว่ามันรักเขาหรือเปล่า มันยังไม่รู้”
นัทนิ่งไปชั่วขณะ ก่อนเอ่ยถาม “ผมถามได้มั๊ยครับลุงถ้าไม่ได้คบหาเป็เื่เป็ราวแล้วพี่เมฆกับผู้หญิงคนไหนมีความสัมพันธ์กันแบบไหนครับ”
นัทถามพ่อผม พ่อผมงง
“มันมีแบบไหนบ้างล่ะเดี๋ยวนี้ลุงตามโลกบนเตียงไม่ทันหรอก”
“ไอ้ห่า มึงก็เอาแต่ปี้อย่างเดียวสมัยนี้เขามีคำย่อ คำนิยาม ทั้งONS หรือ FWB เลย”
“มึงทันสมัยจังวะ แล้วมันแปลว่าอะไร?”
พ่อผมถาม ลุงน็อตเงียบ ได้แต่บุ้ยใบ้ไปทางนัท
“FWB= Friends with benefit คือการหาคนคุยเป็เพื่อนที่สามารถมีอะไรกันได้ lส่วน ONS=One Night Stands คือมีอะไรกันคืนเดียวแล้วแยกย้ายไม่ต้องคุยเป็เพื่อนต่อเหมือนแบบแรกครับ”
“อ้อ ประมาณแตกแล้วแยกทาง! เื่นั้นลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“แต่ถ้าเป็ทั้งสองแบบนะ มันไม่ใช่การข่มขืนถ้าเกิดเื่ท้องไม่พร้อม โทษผู้หญิงได้เหมือนกัน เผลอๆ แปดสิบเปอร์เซ็นต์เลยมันต้องรู้สิ ต้องป้องกัน”
ลุงน็อตพูด พ่อผมเอะใจ ส่วนผมก็ฉุกคิดเหมือนกัน!
“มึงรู้หรือเปล่า? เพื่อนกูเคยโดนผู้หญิงไม่ดีจับ คือหลับนอนไปงั้น เพื่อหาพ่อให้ลูกในครรภ์ทันท่วงทีตอนหลังตรวจดีเอ็นเอถึงรู้ว่าไม่ใช่” ลุงน็อตจุดประกายความคิด ทำให้ทุกคนเอะใจ เห็นด้วย
ผมมัวแต่จ้องจะรับผิดชอบ จนลืมไปว่า… มันเป็เื่ที่ผมต้องรับผิดชอบโดยตรงหรือเปล่า???
วันนี้นัทยังไม่ต้องไปรายงานตัว ผมจึงอาสาพานัทไปเที่ยว พ่อๆ พวกเราก็เห็นด้วยเพราะวัยรุ่นกับผู้ใหญ่วัยกลางคน เที่ยวคนละแบบอยู่แล้ว
ผมมีมอเตอร์ไซด์หนึ่งคัน จังหวัดที่ผมอยู่คือ พิษณุโลกผมตั้งใจจะพานัทไปเที่ยวธรรมชาติ สูดอากาศสบายๆ เย็นๆ มองทุ่งกว้างๆ
เราเริ่มออกเดินทางกันแต่เช้า โดยที่ทิ้งเื่ของผมเอาไว้ข้างหลัง
นัทรู้เื่ของผมทั้งหมดแล้ว
ขณะที่ผมก็แอบได้ยิน และรู้ว่าพ่อพูดแทนผมแล้วเช่นกัน!
บรรยากาศระหว่างเราตอนนี้เลยดีขึ้นกว่าเมื่อคืน!
“แถวนี้มีต้นไม้เหมือนกันขึ้นเต็มไปหมด” นัทเอ่ยถาม
“เข้ากับบรรยากาศตอนนี้ซะด้วยเพราะมันชื่อต้นแสลงใจ”
“อะไรนะ แสลงใจ”มันทวนคำเสียงอ่อย
ผมหันไปยิ้มรับ ก่อนหันมาดูทางบิดมอเตอร์ไซด์ต่อไป
“มีไม่กี่คนหรอกที่รู้ว่าชื่อของ ทุ่งแสลงหลวงแท้ที่จริงมีที่มาจากชื่อพรรณไม้ชนิดหนึ่ง”
“สูงประมาณยี่สิบห้าเมตรเรือนยอดเล็กเรียว ผิวใบเกลี้ยง ก้านดอกมีขนหนาแน่นและกาบเล็ก ๆส่วนเนื้อของมันนั้นจริง ๆ แล้วกินได้ แต่เมล็ดน่ะ กินไม่ได้เพราะมีสารสตริกนินซึ่งเป็พิษต่อประสาทอย่างรุนแรง”
“ชาวบ้านเรียกต้นไม้ชนิดนี้ว่า ต้นแสลงใจขณะที่ลักษณะทางภูมิประเทศที่เป็เอกลักษณ์ของที่นี่และเป็ที่มาของชื่อทุ่งแสลงหลวงก็คือทุ่งหญ้าแบบสะวันนาขึ้นตามธรรมชาติมากมาย”
“โห เป็เด็กโยธาหรือวนศาสตร์”
“มันก็ต้องรู้บ้างมั๊ย? ที่เที่ยวแถวบ้าน”
ผมพูดพลางคว้ามือนัทมากอดเอว
“ไม่เป็ไรหรอกครับ ผมไม่ตกหรอก”
ผมดึงดันที่จะคว้ามือมาอยู่ที่เอวผมให้ได้
“ไม่ได้กลัวตก แต่มันบังคับรถยาก”
“ยากยังไง? พี่จะเอาทฤษฎีอะไรมาบอกผมอีกั้แ่เจอกันนี่ทฤษฎีความรู้เยอะเหลือเกินนะ”
“หึ! ความรู้ท่วมหัวแต่เอาตัวไม่รอดตัวเองก็จนปัญญาในการแก้ไขปัญหาชีวิตตัวเอง”
ผมพูดพลางถอนใจบรรยากาศก็ได้เพราะเราอยู่กันกลางทุ่งที่เต็มไปด้วยต้นแสลงใจ
ขณะที่นัทเห็นผมเงียบไปพักใหญ่เขาเอามือทั้งสองข้างมากอดเอวผมไว้เอง
“มอเตอร์ไซด์เป็พาหนะที่โรแมนติกมากนะมันไม่แปลกที่คนขับจะดึงมือไปโอบเพื่อความปลอดภัยและรับการโอบกอดจากคนที่รักจากด้านหลัง”
“ผมอยากให้พี่ควบคุมรถได้ง่ายต่างหากถ้าจับตะแกรงหลังจะทำให้คนขับบังคับรถได้ลำบาก” นัทเถียง
“งั้นก็กอดเอวให้แน่นๆ ดีแล้วอย่าปล่อยให้มือร่วงนะ ไม่งั้นเอ็งจะไปกุมไข่พี่แทน” ผมตอบแบบติดตลกไป
แน่นอนว่ามันก็หัวเราะด้วย