ท่ามกลางความตึงเครียดและแรงกดดันที่แผ่ขยายไปทั่วอาณาเขตตระกูลซิกฟรีด ทุกคนในกิลด์เซฟิรอสและกิลด์แองเจิ้ลต่างก็หยุดการเคลื่อนไหวทันทีที่พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ปะทุออกมา ไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแกร่งของพลังที่ทำให้พวกเขาตะลึงงัน
ทว่ายังเป็เพราะสมญานาม ท่านหญิงอนาเทอเรียคือผู้ที่ได้รับการขนานนามว่า "เป็ครึ่งเทพ" ในโลกของผู้เล่น
ตำนานเกี่ยวกับเธอยังคงเล่าขานไปทั่วโลก แม้ว่าเธอจะไม่ได้แสดงพลังออกมาในระยะเวลานานหลายปีแล้ว แต่การปลดปล่อยพลังเพียงครั้งเดียวของเธอ ก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนรู้ว่าพลังของหญิงสาวผู้นี้ยังอยู่ในระดับต้นๆของโลก แทบจะไม่มีผู้ใดสามารถทัดเทียมได้
ไม่เพียงแค่อนาเทอเรียเท่านั้นที่เป็ตำนาน คาน ผู้เป็สามีของเธอเองก็เป็ผู้เล่นระดับสูงสุดที่เคยครองอำนาจในโลกเช่นกัน
ในตอนนี้ถึงจะวางมือจากการต่อสู้และการบริหารงานในกิลด์ไปแล้ว แต่พลังของเขาก็ยังคงเป็ที่เกรงกลัวในหมู่ผู้เล่นคนอื่นๆ
ผู้คนมักเล่าขานกันว่าหากคานและอนาเทอเรียปลดปล่อยพลังออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาสามารถทำลายเมืองขนาดใหญ่ได้ในพริบตา
ในขณะที่ผู้เล่นทั้งสองกิลด์ยังคงยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลนี้
เสียงการหายใจหนักของพวกเขาบ่งบอกถึงความหวาดกลัวและความเคารพต่ออนาเทอเรียที่เพิ่งแสดงพลังออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาเป็ผู้เล่นระดับสูงก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงพลังนี้ได้
พลังของเธอเหมือนกับโลกทั้งใบที่กำลังถาโถมลงมา อาณาเขตทั้งหมดราวกับถูกโอบล้อมด้วยพลังที่ไม่อาจต้านทาน
“ทะ..ท่านแม่ยังคงร้ายกาจเหมือนเดิม!”
เรนที่ยืนอยู่ตรงข้ามพี่ชายของเธอ หายใจเข้าลึกๆด้วยความรู้สึกหวั่นเกรง แม้ว่าเธอจะเป็หนึ่งในผู้เล่นที่เก่งที่สุดในโลก แต่เมื่อเผชิญหน้ากับพลังของอนาเทอเรีย ท่านแม่ของเธอเอง ความมั่นใจทั้งหมดก็ถูกทำลายลงในพริบตา ไม่มีใครกล้าท้าทายพลังที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้
แม้แต่ลูกกิลด์แองเจิ้ลที่ยืนอยู่ด้านหลังของเรนก็ต้องนิ่งเงียบ และยอมรับว่าในขณะนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
ส่วนทางฝั่งกิลด์เซฟิรอส ไมเยอร์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าเพื่อนร่วมกิลด์ของเขาก็ต้องถอนหายใจออกมา เขาเข้าใจดีว่าการยืนกรานต่อไปคงไม่มีประโยชน์อะไร แรงกดดันที่มาจากอนาเทอเรียทำให้ชายหนุ่มรู้ดีว่าการโต้แย้งนี้ต้องสิ้นสุดลง
ตอนนั้นไมเยอร์ยกมือขึ้นโบกเล็กน้อยเป็สัญญาณให้ลูกกิลด์ของเขาสงบลง เขาหันไปมองเรนก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและนิ่งสงบ
“ขอโทษสำหรับความวุ่นวายทั้งหมด เราไม่ควรให้เื่ของครอบครัวต้องบานปลายแบบนี้
คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจ ไมเยอร์รู้ดีว่าเขาเองก็มีส่วนทำให้สถานการณ์นี้ย่ำแย่ลง แม้เขาจะมีความตั้งใจดีในการดึงอนาเธอร์เข้าร่วมกับกิลด์เซฟิรอส แต่การเผชิญหน้ากันกับเรนและทำให้เกิดความขัดแย้งเช่นนี้เป็สิ่งที่เขาไม่ได้ตั้งใจ
“..................”
เรนยังคงนิ่งเงียบ แต่ดวงตาของเธอแสดงออกถึงความโล่งใจที่ไมเยอร์ยอมถอยกลับ เธอพยักหน้าเบาๆ ยอมรับคำขอโทษของพี่ชายก่อนที่จะพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย
“ทุกอย่างจบลงที่นี่แล้วพี่ใหญ่.. เราทุกคนควรจะคิดถึงอนาเธอร์และสิ่งที่เขา้า ไม่ใช่สิ่งที่เรา้าให้เขาเป็”
คำพูดของเรนไม่ได้เป็เพียงคำแนะนำ แต่เป็การเตือนสติให้ไมเยอร์และตัวเธอเอง รู้ว่าทั้งสองควรให้ความสำคัญกับอนาเธอร์ น้องชายของพวกเขาที่เป็ศูนย์กลางของความขัดแย้งในครั้งนี้
“เข้าใจแล้ว!”
ไมเยอร์พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย ก่อนจะหันไปสั่งการให้ลูกกิลด์ของเขาเตรียมตัวกลับไปยังฐานทัพของกิลด์เซฟิรอส
“พวกคุณถอยไปก่อน”
ในขณะที่เรนเองก็ทำเช่นเดียวกัน ลูกกิลด์ของทั้งสองฝ่ายค่อยๆขยับตัวก้าวถอยหลัง ออกไปจากบริเวณอยู่เล็กน้อย
“เฮ้อ ให้ตายเถอะเื่จบได้ซักที”
คานที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดจากหน้าต่างก็ถอนหายใจออกมายาวๆด้วยความโล่งอก เขารู้ดีว่าเหตุการณ์นี้อาจจะกลายเป็ปัญหาที่ใหญ่โตได้ หากภรรยาของเขาไม่ออกมาห้ามไว้ทัน คานหันกลับมานั่งลงที่เก้าอี้ของเขาพร้อมกับยิ้มบางๆ
“สมแล้วที่เป็เมียของข้า เลเวลของเธอยังคงอยู่อันดับต้นๆของโลกเหมือนเดิมเลยนะ”
“ว่าแต่เธอลอบไปเก็บเลเวลตอนไหนกัน ระดับความแข็งแกร่งอยู่สูงกว่าข้าไปแล้วมั้งเนี่ย?”
เขาพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางนึกถึงความยิ่งใหญ่ของอนาเทอเรียที่ยังคงไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย
อนาเทอเรียที่ยังคงลอยตัวอยู่บนท้องฟ้ามองดูสถานการณ์ที่กำลังสงบลงด้วยสายตาเ็าและมุ่งมั่น เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่พลังที่เธอปลดปล่อยออกมาก็เป็เครื่องเตือน ให้ทุกคนรู้ว่าหากมีใครคิดจะทำให้สถานการณ์นี้บานปลายอีก
เธอจะไม่ปล่อยให้ผ่านไปโดยง่าย
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างได้กลับเข้าสู่ความสงบ
อนาเทอเรียจึงค่อยๆลดตัวลงมาจากท้องฟ้า พลังที่เธอปล่อยออกมาหายไปทีละน้อย เธอกลับมาสู่พื้นดินอย่างสง่างามและเดินตรงไปยังคฤหาสน์ของตระกูลโดยไม่หันกลับมามองอีก
“ท่านแม่แข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?”
“แม่งเอ้ย.. อยากเห็นเลเวลและสถานะของท่านแม่ชะมัด!”
อนาเธอร์ที่อยู่ในคฤหาสน์ได้เฝ้าดูเหตุการณ์นี้จากหน้าต่างห้องของตน เขาจ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตื่นตะลึง แม้เขาจะรู้อยู่เสมอว่ามารดาของตนแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้
พลังที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายนั้น ทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถูกกดดันและบีบคั้น ไม่มีอะไรที่สามารถหลบหนีจากพลังอันมหาศาลนี้ได้ มันเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึง
ขณะที่ใบหน้ายังคงสะท้อนถึงความตื่นเต้นและความเคารพที่มีต่อพลังของมารดา
ก่อนที่เขาจะรู้ตัว อนาเธอร์ก็เริ่มรู้สึกถึงพลังที่พลุ่งพล่านขึ้นมาภายในร่างของตัวเองแล้ว
“ไม่ใช่แล้ว.. ตอนนี้ฉันต้องออกไปหาพวกพี่ๆและท่านแม่ก่อน!”
หลังจากที่ได้สติ ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะก้าวออกไปจากคฤหาสน์ การตัดสินใจนี้ไม่ใช่เพียงเพราะเขา้ายุติสถานการณ์ที่ตึงเครียด
เขารู้ดีว่านี่คือ่เวลาที่ควรปรากฏตัวในฐานะทายาทลำดับสุดท้ายของตระกูลซิกฟรีด ทุกย่างก้าวของเขามีความหมายที่ยิ่งใหญ่ และอนาเธอร์รู้ว่าความเคารพที่เขามีต่อตระกูล มันจะถูกส่งผ่านไปยังผู้เล่นทุกคนที่ยืนอยู่ในอาณาเขตบริเวณนี้
เมื่อประตูคฤหาสน์เปิดออก ทุกสายตาจากทั้งกิลด์เซฟิรอสและกิลด์แองเจิ้ลต่างหันไปจ้องมองยังร่างของอนาเธอร์ที่ก้าวออกมา
ร่างของเขาโดดเด่นท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบสงบ ใบหน้าของอนาเธอร์มีลักษณะหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความสง่างาม เส้นผมขาวของเขาปลิวไสวตามแรงลมที่พัดผ่าน ความสูงและรูปร่างที่แข็งแรงของเขาสะท้อนถึงสายเืที่ยิ่งใหญ่ของตระกูลซิกฟรีด
“นะ..นี่คือทายาทลำดับท้ายสุดของตระกูลซิกฟรีดเรอะ?!!”
“ฮ่าฮ่า ต่างจากหัวหน้ากิลด์ผู้บ้าพลังของเราลิบลับเลยแฮะ”
..
โหดเกิน 55+