พายุฝนภายนอกม่านพลังนั้นช่างโหดร้ายและเหน็บหนาวกว่าสิ่งใดแต่มันยังไม่ก้าวล่วงลึกเข้าไปในจิติญญาได้เท่ากับความเ็ปจากการต้องหักใจเดินจากคนที่รักที่สุดมาในความมืดมิด
ความอบอุ่นอันอ่อนละมุนของม่านพลังพรีไนท์จางหายไปในทันทีที่รินก้าวผ่านประตูหินหม่นโบราณทางทิศเหนือลมูเาที่เยือกแข็งพัดกรรโชกหอบเอาหิมะกึ่งพิรุณซัดเข้าใส่ผิวแก้มของอดีตนักฆ่าสาวอย่างไม่ปรานีร่างสูงเพรียวในชุดคลุมเดินทางสีเขียวหม่นต้องก้มตัวต่ำเพื่อสู้กับแรงลมที่พยายามผลักไสเธอกลับเข้าไปในหุบเขาผิวกายของเธอเริ่มสั่นเทาจากความหนาวเหน็บของหินผาภายนอกทว่าสิ่งเดียวที่เกาะกุมหัวใจของเธอไว้คือความเงียบงันและความเ็ปที่เป็ดั่งตะกอนนอนก้นในสายเื
รินก้าวเดินต่อไปตามแนวผาหินแกรนิตที่เปียกปอนและลื่นชันเสียงสายฝนกระทบกับหินผาและแนวป่าสนด้านล่างดังอื้ออึงจนกลบทุกสรรพเสียงลมหายใจของเธอกลายเป็ไอสีขาวลอยคว้างในอากาศก่อนจะถูกพายุพัดหายไปอย่างรวดเร็วในทุกย่างก้าว รินรู้สึกราวกับร่างกายของเธอหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆไม่ใช่เพราะสัมภาระบนแผ่นหลัง แต่เป็เพราะหัวใจที่แหลกสลายไม่มีชิ้นดี
‘ริน... หากเธอรักลูกสาวของฉันจริงได้โปรดปล่อยมือเธอไปเถอะอย่าให้ความรักของเธอต้องกลายเป็โซ่ตรวนที่ลากเอวาลงนรกเลยนะ’
เสียงร้องไห้และคำอ้อนวอนของเลโอร่าแม่ของเอวายังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนรอยแผลเป็เก่ารินหลับตาลงชั่วขณะ ภาพใบหน้าอันงดงามละมุนของเอวาโผล่ขึ้นมาในห้วงความคิดดวงตาสีเขียวพรีไนท์ที่มองเธอด้วยความรักและความอบอุ่นในเรือนยา กลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ผสานกลิ่นดอกไม้ป่ากับไอฝนที่คอยช่วยปลอบประโลมจิตใจของเธอยามคลุ้มคลั่งทุกอย่างช่างห่างไกลเหลือเกินในตอนนี้ เธอเปรียบเทียบตัวเองกับซีดริกคู่หมั้นของเอวา ชายผู้เพียบพร้อมด้วยเกียรติยศมีกองกำลังพิทักษ์ป่าและเหยี่ยววายุคู่กายที่สะอาดบริสุทธิ์ขณะที่เธอมีเพียงอดีตอันแปดเปื้อนเืและชื่อเสียงในฐานะทหารลอบสังหารของสภามืด
ทันใดนั้นเองความเ็ปอันรุนแรงและปวดร้าวอย่างแสนสาหัสก็ปะทุขึ้นกลางทรวงอกของริน!
มันไม่ใช่พิษอัญมณีดำที่กำเริบขึ้นมาแต่เป็ ‘พันธะสายใยิญญา’ ที่เธอและเอวาได้ผูกร่วมกันไว้ในคืนฝนตกที่ถ้ำศิลาสายใยมนตราธรรมชาติอันเหนียวแน่นที่เชื่อมโยงชีพจรของทั้งคู่เข้าด้วยกันบัดนี้เมื่อรินเดินห่างออกพ้นม่านพลังและระยะห่างเริ่มไกลเกินกว่าขีดจำกัด แรงดึงรั้งของพันธะิญญาทำให้เส้นใยสีทองที่มองไม่เห็นในอกซ้ายของเธอตึงเปรี๊ยะราวกับจะขาดออกจากกัน
"อึก...!"
รินทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นหินที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝนและโคลนตมมือเรียวขยำเสื้อคลุมตรงตำแหน่งหัวใจแน่นแววตาสีเทาเบิกกว้างด้วยความทรมานสะท้านขวัญมันรู้สึกราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกุมหัวใจของเธอแล้วบิดกระชากออกอย่างแรงประกายเวทมนตร์สีเขียวอ่อนพรีไนท์ในอกของเธอวูบวาบอย่างบ้าคลั่งสัญญาณชีพจรของเอวาที่เคยเต้นสอดประสานกันอย่างมั่นคงในหัวใจของเธอบัดนี้เริ่มอ่อนแรงลงและบิดเบี้ยวจนแทบขาดหาย
เธอรู้ดีว่าเอวาที่อยู่ในเรือนยาก็กำลังเผชิญกับความทรมานนี้เช่นกัน...
*
ในเวลาเดียวกัน ณห้องพักชั้นสองของเรือนยา เอวายืนนิ่งค้างอยู่ใกล้ประตูกระจกของระเบียงห้องโหลแก้วใสที่ใส่ผงพรีไนท์มอสแห้งกลิ้งหลุดมือร่วงลงสู่พื้นไม้เสียงดังเพล้งผงสีเขียวอ่อนละเอียดกระจายเกลื่อนพื้นราวกับเศษผงธุลีิญญาที่กระจัดกระจาย
ความเ็ปอย่างรุนแรงแผ่ซ่านเข้ามาที่กลางกระดูกหน้าอกมันสะท้านและทิ่มแทงจนลมหายใจของเธอสะดุดกึก รินกำลังเดินห่างออกไป...ยิ่งห่างออกไป พันธะสายใยสีทองก็ยิ่งตึงจนแทบปริขาดเอวารู้ดีว่ารินตัดสินใจหนีไปในคืนนี้ตามที่แม่ของเธอร้องขอเพื่อปกป้องหมู่บ้านและเพื่อความปลอดภัยของตัวเธอเอง
"ไม่นะ... ริน..."
เอวาขยับวิ่งตรงไปยังประตูไม้โอ๊กของห้องทว่ามนตราเถาวัลย์อักษรรูนสีเขียวที่เลโอร่าสลักไว้เพื่อกักบริเวณเธอกลับส่องประกายสว่างวาบเถาแสงเวทมนตร์สีเขียวอ่อนเคลื่อนไหวพันรัดข้อมือของเธอทันทีรูดรั้งแรงกายและมนตราธรรมชาติในตัวเธอออกไปเพื่อบีบให้เธอปล่อยมือจากลูกบิดประตูทองเหลือง
แต่ในวินาทีนี้เอวาไม่สนเื่การขัดคำสั่งพ่อแม่หรือตำแหน่งแม่หมออีกต่อไปแล้วเธอหลับตาลงรวบรวมมนตราพฤกษาในกายทั้งหมดประสานพลังจิตและร่ายเวทมนตร์แก้ผนึกโบราณที่เลโอร่าเคยสอนเธอในวัยเยาว์
"ด้วยรากและศิลา...ปลดปล่อย!"
เถาแสงเวทมนตร์ส่งเสียงฟู่ร้อนลวกผิวข้อมือของเอวาจนเกิดรอยไหม้สีแดงพองกลิ่นมนตราที่ถูกเผาโชยขึ้นมาบดบังกลิ่นสมุนไพรในห้องทว่าหญิงสาวกัดฟันแน่นและไม่ยอมปล่อยมือเธอออกแรงบิดลูกบิดพร้อมกระแทกมนตราสวนกลับไปจนข่ายเวทมนตร์ของประตูแตกออกเป็ละอองแสงสีเขียวกระจายหายไปในอากาศ
เอวาเปิดประตูพุ่งตัวออกไปทางเดินภายนอกทันทีทหารยามสองคนของซีดริกที่คอยเฝ้าอยู่สะดุ้งสุดตัวและยกคันธนูไม้สลักขึ้นเตรียมกั้นทาง"ท่านหญิงเอวา! ท่านต้องกลับเข้าห้องพักไป เดี๋ยวนี้..."
"หลีกไป!"เอวาะโเสียงกร้าวแววตาสีเขียวพรีไนท์ของเธอวาวโรจน์ไปด้วยไอพลังงานเวทมนตร์ธรรมชาติอันรุนแรงและป่าเถื่อนอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนทหารยามทั้งสองชะงักงันด้วยความใในตัวตนด้านนี้ของเธอเอวาไม่รอช้าดีดตัววิ่งฝ่าพวกเขาลงบันไดไม้เรือนยาไปและผลักประตูใหญ่พุ่งตัวออกไปกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำในหมู่บ้าน
ที่ลานประชุมใหญ่ซีดริกกำลังบัญชาการลาดตระเวนอยู่ใกล้แท่นศิลาเวทมนตร์โดยมีเหยี่ยววายุคู่กายสยายปีกอยู่บนบ่าแกร่งเขามองเห็นร่างบางในชุดสีขาวเปียกโชกวิ่งผ่านลานหมู่บ้านมาด้วยความเร็ว
"เอวา!"ซีดริกถลันเข้าขวางและยื่นมือมากุมข้อมือที่เปื้อนเืของเธอไว้ด้วยความห่วงใยและสับสน"นี่เธอจะทำอะไร! พายุข้างนอกนั่นเป็พายุฤดูหนาวที่อันตรายมากนะ!"
"ปล่อยฉัน ซีดริก!"เอวาสะบัดมือออกอย่างแรง แววตาของเธอแข็งกร้าวปนชิงชัง"ถ้าพวกนายพยายามกักขังฉันไว้ในหมู่บ้านนี้อีก...ฉันจะใช้พลังทั้งหมดของฉันทำลายม่านพลังพรีไนท์ของหมู่บ้านนี้ด้วยมือของฉันเอง!"
ซีดริกเบิกตากว้างแขนกว้างตกลงข้างลำตัวอย่างยอมจำนน แววตาเต็มไปด้วยความเ็ปร้าวลึกเขาเฝ้ามองเอวาและเ้าหยกที่กระโจนตามออกมาจากเงามืดของสวนสมุนไพรก้าวเดินฝ่าประตูอาคมทางทิศเหนือออกไปมุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของหุบเขานอกอาณาเขต...โดยไม่คิดจะหันกลับมามองเขาหรือสิ่งใดในหมู่บ้านอีกเลย
*
บนเส้นทางชันชายขอบผาสูงชันภายนอกม่านพลังรินที่ทรุดเข่าอยู่กับพื้นโคลนฝืนพยุงร่างของตัวเองลุกขึ้นยืนอีกครั้งผิวกายของเธอเปียกโชกและหนาวสั่นจนแทบขยับก้าวขาไม่ได้ทว่าหูสามเหลี่ยมของเ้าหยกขยับหมุนไปด้านหลัง มันคำรามต่ำในคอดวงตาสีมรกตวาวโรจน์จ้องมองฝ่าสายหมอกสีขาว
รินเอื้อมมือแตะด้าม obsidiandaggers อย่างระแวดระวังทว่าเสียงที่ลอยมาตามลมพายุกลับทำให้เธอใจนแทบหยุดหายใจ
"ริน...! ริน...!"
ร่างบางของเอวาในชุดกระโปรงสีขาวเปียกปอนที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนดำกำลังก้าวเดินอย่างยากลำบากฝ่าแรงพายุฝนและลมหนาวมาตามเส้นทางหินชันข้อมือทั้งสองข้างของเธอมีรอยไหม้รูนสีแดงและเลือกรินจางๆ แก้มขาวซีดไร้สีเืดวงตาคู่สวยแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก
"เอวา...!"รินะโสุดเสียง ทิ้งความระมัดระวังทั้งหมดแล้ววิ่งฝ่าลมหนาวกลับไปหาเอวาทันที
"ริน... ฮึก...คนขี้ขลาด..." เอวาสะอื้นฮักเมื่อเห็นร่างสูงวิ่งเข้ามาขาที่ล้าเต็มทีของเธอสะดุดหินเปียกน้ำลื่นล้มฮวบลงรินถลันเข้าไปรับร่างบางไว้ในอ้อมแขนได้ทันท่วงทีก่อนที่ตัวเธอจะร่วงกระแทกหินแข็งรินโอบกอดร่างที่สั่นระริกราวกับลูกนกเปียกฝนเอาไว้แน่นใช้เสื้อคลุมเดินทางสีเขียวหม่นของตนคลุมทับตัวเอวาเพื่อบดบังพายุหนาว
"เธอทำบ้าอะไรของเธอ! เอวา!ออกมานอกม่านพลังในสภาพแบบนี้อยากตายหรือไง!"รินเอ่ยเสียงสั่นเครือด้วยความโกรธปนห่วงใยระคนสับสน
เอวาใช้มือที่เปียกและเปื้อนโคลนกำคอเสื้อคลุมของรินไว้แน่นราวกับกลัวว่าอดีตนักฆ่าจะหายวับไปกับฝน"แล้วเธอละ... ทำไมเธอต้องทิ้งฉันไป... เธอบอกว่าจะปกป้องฉัน...แต่เธอกลับแอบหนีออกมาตามคำสั่งของแม่ฉันเพื่อปกป้องหมู่บ้าน...เธอปล่อยให้ฉันเผชิญกับความว่างเปล่าเ็ปในอกคนเดียว..."
"เอวา... เธอต้องกลับไป"รินกระซิบ น้ำตารินไหลอาบแก้มกว้าง "ซีดริกเขาเพียบพร้อม เขาเป็แสงสว่างมีเกียรติยศ และมอบชีวิตที่ปลอดภัยให้เธอได้... แต่ฉันมีเพียงอดีตอันสกปรกและobsidian daggers ที่เปื้อนเืติดตัว การกอดรั้งเธอไว้มีแต่จะทำร้ายเธอ..."
"หยุดพูดซะทีริน!"เอวาะโเสียงสั่นเครือ ทุบอกของรินด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดก่อนจะเอื้อมมือมากุมแก้มเปียกน้ำฝนของรินไว้แน่น สบตากับดวงตาสีเทาอันบอบช้ำ"ฉันไม่้าความปลอดภัยในแสงสว่างที่เป็ดั่งห้องขังที่หนาวเย็น!ฉันไม่้าซีดริก! และไม่้าหน้าที่ใดๆ ทั้งนั้น! เธอรู้ไหม...ตอนที่สายใยิญญาของเราจะขาดจากกัน... หัวใจของฉันทรมานเหมือนจะหยุดเต้นถ้าชีวิตนี้ต้องอยู่อย่างปลอดภัยแต่ปราศจากเธอ...ฉันยอมทิ้งทุกอย่างแล้วตายในป่าลึกกับเธอเสียยังดีกว่า!"
เอวาสบตารินแววตาของเธอส่องประกายแน่วแน่ "ฉันเลือกเธอ ริน.ฉันเลือกเธอั้แ่สิบสี่ปีก่อนในวันที่ฉันยื่นกระบอกน้ำไม้ไผ่แก่ให้เธอในป่าลึกและฉันจะเลือกเธอซ้ำๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม!"
คำสารภาพรักอันเด็ดเดี่ยวท่ามกลางพายุเหมันต์เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์อันอบอุ่นที่ส่องละลายน้ำแข็งในใจของรินกำแพงเหล็กที่รินสร้างขึ้นเพื่อกีดกันตัวเองออกจากความรักพังทลายลงราบคาบ
"เอวา... เด็กโง่..."รินกระซิบเสียงสะอื้นดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดแน่น ซุกหน้าลงกับไหล่ชุ่มฝนของหญิงสาวรับรู้ผ่านพันธะิญญาที่กระชับประสานเต้นสอดคล้องกันอย่างอบอุ่นอีกครั้งอ้อมแขนแกร่งโอบรัดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่ามันจะอันตรธานหายไป
"ฮึก... ริน..."เอวาซุกตัวในอ้อมกอดอุ่น กอดคอของรินไว้แน่นด้วยความโล่งใจปล่อยให้น้ำตาไหลปนน้ำฝนเยือกแข็ง
เ้าหยกเดินขยับเข้ามาใกล้นำตัวใหญ่ขนนุ่มเปียกน้ำฝนมาเบียดชิดเพื่อแบ่งปันความร้อนประคองพวกเธอเอาไว้ในสายลมพายุ
"ฉันขอโทษ... เอวา...ฉันสัญญาด้วยชีวิตว่าจะไม่มีวันหนีไปจากเธออีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...ฉันจะเป็โล่ปกป้องเธอจนกว่าลมหายใจสุดท้ายจะดับสูญ" รินให้คำสัญญาร้ายแรงแววตาสีเทาแปรเปลี่ยนเป็ความมั่นคงและอ่อนโยนอย่างที่สุด
เอวายิ้มบางๆทั้งน้ำตาและพยักหน้ารับคำสัญญาอุ่นร้อนนั้น
"ตอนนี้เราต้องหาที่กำบังลมฝนก่อนตัวเธอเย็นซีดมากแล้วและพายุกำลังทวีความรุนแรงขึ้น" รินเอ่ยอย่างกังวลพยุงร่างบางขึ้นยืนและโอบอุ้มเธอไว้แน่นในอ้อมแขนรินนำทางเอวาและเ้าหยกลัดเลาะเดินฝ่าม่านฝนสีขาวโพลนไปตามไหล่เขาหินจนกระทั่งเจอร่องผาหินแคบๆ ที่มีชะง่อนหินยื่นออกมาบดบังพายุฝนได้อย่างปลอดภัยรินพยุงเอวาเข้าไปนั่งพักบนแนวใบสนแห้งภายในโพรงหินอุ่นคอยดูแลและโอบประคองตัวเธอเพื่อเฝ้ารอเช้าวันใหม่ด้วยิญญาที่ประสานเต้นร่วมกันชั่วนิรันดร์