โรงพยาบาล Saint Paul เป็โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงของเบรอตาญ ซึ่งตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของฝรั่งเศสที่นี่จะมีผู้ที่เจ็บป่วยเข้ามารับการรักษาเป็จำนวนมากแพทย์และพยาบาลเป็กันเองกับผู้ป่วย รวมไปถึงเครื่องมือที่ทันสมัยทำให้มีผู้มาใช้บริการของโรงพยาบาลอย่างเนืองแน่น รวมทั้งวันนี้ก็เช่นกัน
“โฮ โฮ แม่ครับ ผมเจ็บ ฮือ ฮือ!”
เด็กชายที่หกล้มหัวเข่าแตกร้องไห้ดังลั่น ทั้งๆ ที่หมอเพิ่งเย็บแผลเสร็จโดยประมาณ6 เข็ม แต่เขาก็ไม่ยอมหยุดร้องไห้
“โอ๋ๆๆ อย่าร้องนะลูก เราเป็ผู้ชายนะครับ”
“มานี่สิลูก ดูเด็กผู้หญิงคนนั้นสิ เขามีสายระโยงระยางเต็มตัวไปหมด เขายังไม่ร้องไห้แบบลูกเลยนะครับ”
แม่ของเด็กชายจูงมือเขามายังห้องไอซียูซึ่งสามารถมองเห็นจากกระจกด้านนอก
เด็กชายคนนั้นมองตามที่แม่ของเขาบอก ก็พบว่ามีเด็กผู้หญิงผมสีน้ำตาลอ่อนนอนหลับอยู่ภายในห้องไอซียูนั้นร่างกายของเธอมีเครื่องช่วยต่างๆ มากมายเต็มไปหมด
เด็กชายยังเล็กเกินกว่าจะเข้าใจว่า เครื่องมือต่างๆเ่าั้เอาไว้ทำอะไร เขาหยุดร้องไห้อัตโนมัติ และเริ่มสนใจสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขา มากกว่าแผลที่เจ็บระบบตรงหัวเข่า
หลังจากวันนั้น แม่ของเด็กชายต้องพาเขามาที่โรงพยาบาล เกือบทุกวันเพราะแพทย์สั่งให้มาล้างแผลทำความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลเขาจะแวะไปเฝ้ามองเด็กผู้หญิงที่นอนหลับใหลอยู่ในห้องICUเสมอ และคาดหวังว่า ซักวันเธอจะตื่นขึ้นมาและสนทนากับเขาได้
วันหนึ่งขณะที่เด็กชายมาทำการล้างแผลตามปกติ เขาเดินไปยังห้อง ICU นั้น เพื่อนั่งเฝ้ามองเด็กหญิงคนนั้นตามปกติ
เมื่อไปถึงห้อง ICU เขากลับพบว่า ไม่มีร่างของเด็กผู้หญิงคนนั้นเสียแล้วเด็กชายมองอย่างสงสัยและไม่เข้าใจ เขาจึงเริ่มเดินตามหาเด็กหญิงคนนั้นตามห้องพักของคนไข้ต่างๆ
จนกระทั่งเขาเดินมาถึงห้องพักห้องหนึ่งซึ่งประตูเปิดแง้มเอาไว้เสียงพูดคุยเล็ดลอดออกมาเขาจึงแอบมองเข้าไป เด็กสาวคนนั้นนั่นเอง กำลังพูดคุยอยู่กับแพทย์ด้วยท่าทางร่าเริง…
“พักผ่อนเยอะๆ นะ คนเก่ง”
“ค่ะ คุณหมอ”
เด็กผู้หญิงคนนั้นพยักหน้าและยิ้มให้หมออย่างสดใส ทำให้หัวใจของเด็กชายรู้สึกวูบวาบไปขึ้นมากะทันหัน
แพทย์คนนั้น จ้องมองเด็กหญิงอย่างเอ็นดู ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากห้องเด็กชายรีบแอบด้านข้างของประตูทันที
หลังจากที่เห็นแพทย์คนนั้นเดินห่างไปแล้ว เขาค่อยๆเปิดประตูเข้าไปในห้อง เท้าของเขาก้าวเดินเข้าไปใกล้เด็กหญิงคนนั้นราวกับโดนมนต์สะกด
ทุกวันที่เขาเคยเห็นเธอนอนหลับอยู่บนเตียงภายในห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือแต่ ณ วันนี้ เวลานี้ เธอคนนั้นออกมาจากห้องนั้น และยังพูดคุยกับแพทย์ได้
“ใครน่ะ?”
เด็กหญิงถามขึ้น ขณะที่เด็กชายแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาเธอที่เตียง
“เธอเป็ใครน่ะ?”
“เอ้อ…คือ....เอ่อ..ฉันคือ…” เด็กชายตอบอย่างอึกอัก
“มีธุระอะไรกับฉันหรือ?” เด็กหญิงเอียงคอถามเขาโดยไม่รอฟังคำตอบ
“เอ้อ….ไม่มีอะไรหรอก เพียงแต่ฉันเคยเห็นเธอนอนหลับอยู่แต่ในห้องโน้นก็เลยแปลกใจเท่านั้นที่เธอมาอยู่ห้องนี้น่ะ”
เด็กชายตอบอย่างตะกุกตะกัก ก่อนจะกัดริมฝีปากกับประโยคงี่เง่าที่ตอบออกไป
“คิกคิก ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงมาอยู่ที่นี่”
“รู้แต่...เหมือนฉันนอนหลับแล้วอยู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมา..ก็มาอยู่ตรงนี้ แล้วก็กำลังคุยกับเธออยู่นี่ไงฮิฮิ”
เด็กหญิงส่งยิ้มทะเล้นให้เขาใบหน้าสดใสทำให้เขาหน้าแดงใจเต้นตึกตักไม่เป็ส่ำ
“อ๊ะ! แย่ล่ะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ แม่ฉันจะเป็ห่วงน่ะ”
“อืม” เด็กหญิงมีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“แล้วฉันจะมาเยี่ยมเธออีกนะ”
“สัญญานะ”
เด็กหญิงฉีกยิ้มสดใสและยกนิ้วก้อยขึ้นมาเพื่อให้เด็กชายเกี่ยวก้อยสัญญากับเธอ
“สัญญาเลย”
ั้แ่วันนั้นเป็ต้นมาเด็กชายแวะเวียนไปพูดคุยกับเด็กหญิงที่โรงพยาบาลเกือบทุกวันทำให้เธอรู้สึกหายเหงาไปได้มาก เพราะ นอกจากคุณหมอชาร์ลตันที่แสนใจดีกับนางพยาบาลเฮเลนแสนสวยที่คอยเอาใจใส่เธอเป็พิเศษแล้ว ก็แทบจะไม่มีใครมาเยี่ยมเธอเลยสักคนแม้จะมีเวลาอยู่กับเด็กชายเพียงน้อยนิดก็ตาม แต่เธอก็มีความสุข และตั้งตารอคอยเวลาที่เขาจะมาเสมอ
“ฉันชอบดอกเดซี่มากที่สุดเลย”
เด็กหญิงเอ่ยกับเด็กชายวันหนึ่งในยามสนธยาขณะที่ทั้งคู่กำลังนั่งมองสวนดอกไม้ภายในขอบเขตของโรงพยาบาล
“มันดูอบอุ่น อ่อนหวาน น่าทะนุถนอมและที่สำคัญยังเป็สีขาวบริสุทธิ์ด้วยล่ะ”
เด็กหญิงยิ้มให้เด็กชายอย่างสดใสเมื่อนึกถึงดอกไม้ที่เธอชื่นชอบเด็กชายมองรอยยิ้มของเด็กหญิงอย่างหลงใหล
“แต่ฉันคงไม่มีโอกาสที่จะได้เห็นอีกแล้วมั้ง….”
เด็กหญิงมีสีหน้าสลดลง และมองไปด้านหน้าด้วยสายตาเหม่อลอย ั้แ่เธอรู้สึกตัวขึ้นมาเธอยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ออกนอกรั้วของโรงพยาบาลเลย
“ถ้าฉันหามาให้เธอได้ล่ะ !”
“เธอเนี่ยนะ...” เด็กหญิงเอียงคอมองหน้าเขา
“ถ้าฉันหามาได้...เธอจะ..เอ่อ..” เด็กชายหน้าแดง
“หืม?”
“เธอจะแต่งงานกับฉันมั้ย?”
เด็กชายโพล่งออกมาทันที ใบหน้าของเขาแดงรับกับแสงแดดยามเย็น
“ได้สิ”
เด็กหญิงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบพร้อมกับส่งยิ้มสดใสั์ตาเป็ประกายวิบวับ
“สัญญานะ” เด็กชายรู้สึกดีใจอย่างมาก
“สัญญาเลย”
ทั้งสองคนเกี่ยวก้อยกัน โดยมีสักขีพยานเป็ท้องฟ้ายามเย็นและเหล่าดอกไม้ภายในสวนของโรงพยาบาลนั้น
หลังจากวันนั้น เด็กชายก็ตั้งหน้าตั้งตาค้นหาดอกเดซี่ตามร้านขายดอกไม้ใหญ่ๆที่อยู่ภายในเมือง ทำให้เลยเวลาที่ต้องไปเยี่ยมเด็กหญิงคนนั้น
ในที่สุดความพยายามของเขาก็ได้รับการตอบสนองโดยป้าของเขาเล่าให้แม่ของเขาฟังว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งปลูกดอก เดซี่เอาไว้แถบชานเมือง
เด็กชายรบเร้าให้แม่พาเขาไป จนแม่ของเขาทนไม่ไหวจึงยอมพาเขาไปยังสถานที่นั้นขณะที่แม่ของเขาขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
“พี่สาวครับ ผมขอซื้อดอกเดซี่ 1ดอกได้มั้ยครับ”
“เอาไปทำอะไรรึจ๊ะ”
หญิงสาวเ้าของไร่ดอกเดซี่เอียงคอถาม
“คือ..เอ่อ..”
เด็กชายเอ่ยปากเล่าเื่ของเด็กหญิงที่โรงพยาบาลให้เธอฟัง
“พี่ไม่ขายหรอกจ้ะ”
“แต่ว่า...”
“พี่ฝากไปเยี่ยมน้องคนนั้นด้วยนะแล้วก็ขอให้หายป่วยไวๆ ด้วย”
หญิงสาวหยิบช่อดอกเดซี่ที่มัดรวมกันเป็กำส่งให้เขา
“ขอบคุณมากๆ ครับ !!!”
เมื่อเขาไปถึงโรงพยาบาล เด็กชายรีบวิ่งลงจากรถและมุ่งตรงไปยังห้องที่เด็กหญิงคนนั้นพักอยู่แต่ทว่าเมื่อไปถึงห้อง เขาก็พบว่ามีผู้คนมากมายกำลังะโโหวกเหวกรวมทั้งแพทย์และพยาบาลที่ยืนอยู่ภายในห้อง ก็มีอาการร้อนรนและตื่นตระหนกมาก เขาหยุดมองอย่างงุนงงก่อนจะพยามแทรกตัวผ่านผู้คนเ่าั้เพื่อไปให้ถึงตัวของเด็กหญิง
แต่แล้วเขาก็พบว่าเด็กหญิงคนนั้น นอนอยู่บนเตียงด้วยหน้าตาซีดเซียว ใบหน้าสดสวยของเธอมีฝาครอบไว้ตรงปากและกำลังอาการหายใจหอบค่อนข้างแรง
“เตรียมรถเข็น! เอาเข้าห้องฉุกเฉิน!”
เสียงของหมอะโเรียกบุรุษพยาบาลดังลั่นพยาบาลตรงเข้ารุมล้อมเด็กหญิงอย่างรวดเร็ว เพื่อพาเธอจากห้องพักแห่งนี้
เด็กชายมองอาการของผู้ใหญ่อย่างไม่เข้าใจ แต่เขาสังหรณ์ใจว่าหากเขาไม่เข้าไปหาเด็กหญิงตอนนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้พบกับเธออีกแล้ว
“นี่! ฉันเอาดอกไม้มาให้เธอแล้วนะ !” เด็กชายร้องะโเสียงดังและฝ่าผู้คนเข้าไปยืนชิดเตียงของเด็กหญิงคนนั้น
“ดูนี่สิ! ดอกเดซี่ยังไงเล่า ! ดอกไม้ที่เธอชอบน่ะ ! ”
เด็กชายยื่นดอกเดซี่สีขาวบริสุทธิ์ที่มัดรวมกันไว้เป็กำให้เธอ
“อา….”
เด็กหญิงพยายามเปล่งเสียงพูดออกมาและยื่นมือมารับดอกไม้จากเด็กชาย แต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากสวยได้รูปน้ำตาของเธอรื้นขึ้นมาคลอเต็มดวงตาคู่งามของเธอ
“เธอต้องหายดีนะ! แล้วแต่งงานกับฉันตามสัญญาไง”
เด็กชายละล่ำละลักบอกเด็กหญิงและคว้ามือของเธอเอาไว้อย่างกลัวว่าจะไม่ได้พบกับเธออีก
แววตาของเด็กหญิงดีใจที่ได้เห็นเขามาหาเธอ เด็กหญิงจึงเอามืออีกข้างยกขึ้นอย่างสุดแรงและดึงฝาครอบที่ปากของเธอออก
“ขอบ..คุณ..นะ…. แค่ก แค่ก…”
เด็กหญิงพยายามที่จะพูดกับเด็กชายให้ได้มากที่สุดแต่ก็ต้องหอบเนื่องจากหายใจไม่ทัน
“เร็วเข้า!!”
เสียงคำสั่งของหมอดังขึ้นกะทันหันเมื่อเห็นอาการของเด็กหญิงเริ่มแย่ลงมากกว่าเดิม
“ขอโทษทีนะหนู”
พยาบาลบอกเด็กชายพร้อมกับพยายามนำตัวเด็กชายให้ออกห่างจากเด็กหญิงให้มากที่สุดเพื่อพวกเธอจะได้นำเด็กหญิงเข้าห้องฉุกเฉิน
เด็กชายพยายามดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุมของพยาบาล พร้อมกับนึกขึ้นบางอย่างขึ้นได้
“ฉันชื่อ คิม! แล้วเธอล่ะ ! ” เด็กชายร้องะโถามสุดเสียง
“………….ร่า”
เด็กหญิงพยายามเปล่งเสียงบอกชื่อของเธอแต่ทว่าเสียงของแพทย์และพยาบาลดังจนกลบเสียงที่แสนจะเบาของเธอ