เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 5 บทที่ 123 ดูแลเมียนายให้ดีๆ

            “คิกๆๆ”ซูเจี่ยนอันอดขำไม่ได้ “พี่คะ หนูรู้จักเสี่ยวซีดีกว่าพี่ตอนนี้เธอคงฟังอบรมอยู่ที่บริษัทแน่ๆเธอไม่ใช่นางเอกในนิยายที่พอเกิดเรื่องแบบนี้ก็ถึงกับนอนฝันร้ายตกใจกลัวจนไม่กล้าออกไปไหนหรอกนะเพราะฉะนั้นที่หนูสนใจมากกว่าคือ พี่ตั้งใจไปหาเธอใช่หรือเปล่า?”

            ซูอี้เฉิงวางตะเกียบในมือก่อนจะพูดอย่างทนไม่ไหว

            “ลู่เป๋าเหยียนดูแลเมียนายดีๆ หน่อย”

            ลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้สนใจแต่การคีบก้างออกจากเนื้อปลาให้ซูเจี่ยนอัน

            “เธอกำลังสนุก ฉันแค่เฝ้ามองก็พอ”

            ริมฝีปากของซูเจี่ยนอันโค้งขึ้นอย่างอัตโนมัติความสุขและความอิ่มเอมใจเอ่อล้นออกมาจากรอยยิ้มนั้นเธอกินเนื้อปลาที่ลู่เป๋าเหยียนคีบมาให้อย่างพอใจ

            ซูอี้เฉิงถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย

            “พี่ชักทนมองต่อไม่ไหวแล้ว”

            เสิ่นเยว่ชวนดีดนิ้วหนึ่งทีก่อนเอ่ยคำแนะนำ“เดี๋ยวจะหาว่าฉันไม่ใช่เพื่อนนาย จะบอกอะไรให้ นายก็หาแฟนสักคนสิหาแฟนมาสวีทต่อหน้าคนพวกนี้ไง หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง แล้วอย่าบอกนะว่าหาแฟนมันยากเพราะนายมีอยู่คนหนึ่งแล้วก็คือลั่วเสี่ยวซี!”

            “ไปไกลๆ...เลย” ซูอี้เฉิงสบถ

            “นายไม่คิดอะไรกับลั่วเสี่ยวซีจริงๆงั้นเหรอ” เสิ่นเยว่ชวนเท้าคางพลางใช้ความคิด “งั้นฉันไปจีบเธอดีไหม? หน้าดีก็ดีหุ่นก็แซ่บสาวสวยระดับนี้ไม่เลวเลยว่าไหม!”

            ซูอี้เฉิงหัวเราะเสียงเย็นเสิ่นเยว่ชวนรับรู้ได้ทันทีว่าเสียงหัวเราะนั่นส่งมาให้...ตัวเขาเอง

            “หัวเราะแบบนี้หมายความว่าไงวะ”เสิ่นเยว่ชวนพับแขนเสื้อทำท่าเหมือนพร้อมสู้กับคนตรงหน้า

            ซูอี้เฉิงพูดช้าๆ“นายนึกว่าหลายปีมานี้เธอไม่มีใครมาจีบเลยหรือไง?”

            สิ่งที่เขาจะสื่อคือคนที่มาตามจีบลั่วเสี่ยวซีไม่มีใครประสบความสำเร็จเลยสักคนเสิ่นเยว่ชวนก็เช่นเดียวกัน นั่นก็เพราะในใจของลั่วเสี่ยวซีมีแค่เขาคนเดียว

            ขณะที่เสิ่นเยว่ชวนยังคงทำความเข้าใจกับประโยคเมื่อครู่ซูเจี่ยนอันก็หลุดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้

            ตอนนั้นเองที่ซูเจี่ยนอันนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เหมือนจะขาดใครไป

            “มู่ซือเจวี๋ยล่ะ?”ลู่เป๋าเหยียนกับเสิ่นเยว่ชวนมาที่นี่ เขาก็ควรมาด้วยนี่นา

            “กลับเมือง G ไปแล้ว”ลู่เป๋าเหยียนตอบ “ธุรกิจของเขาอยู่ที่เมือง G ปกติไม่ค่อยมาเมือง A สักเท่าไร”

            แบบนี้นี่เองซูเจี่ยนอัน “อืม” ตอบกลับไป ก่อนจะส่งเนื้อปลาไร้ก้างที่อยู่บนจานเข้าปาก

            เสิ่นเยว่ชวนมองอย่างอิจฉาตาร้อนเขาก็เริ่มอยากจะมีแฟนบ้างแล้วเนี่ย เขาไม่ขออะไรมากขอแค่ได้เห็นเธอมีความสุขแบบนี้ก็พอแล้ว

            หลังกินปลาย่างเสร็จซูอี้เฉิงกับเสิ่นเยว่ชวนก็กลับกันไปก่อนขณะที่ซูเจี่ยนอันกำลังสงสัยว่าเธอกับลู่เป๋าเหยียนจะอยู่ทำอะไรต่อที่นี่ทันใดนั้นลู่เป๋าเหยียนก็จูงมือเธอขึ้นมา

            “ฉันจะพาเธอไปเจอคนคนหนึ่ง”

            ที่จริงซูเจี่ยนอันพอจะเดาได้ว่าคนคนนั้นเป็นใครแต่นึกไม่ถึงเลยว่าเขาจะเป็นชายสูงวัย

            ในห้องหนังสือที่หันหน้าไปทางทิศตะวันออกกลิ่นหอมของควันธูปลอยไปทั่วห้อง ทำให้คนที่เข้ามารู้สึกจิตใจสงบอย่างประหลาด

            ชายวัยใกล้หกสิบยืนอยู่ที่โต๊ะหนังสือมือข้างหนึ่งถือพู่กันกำลังตวัดร่างภาพที่ใกล้เสร็จสิ้น

            ซูเจี่ยนอันไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพเขียนพู่กันจีนก็จริงแต่เธอเพิ่งเคยเห็นคนที่จัดการควบคุมทิศทางของหมึกได้ดีเป็นธรรมชาติขนาดนี้

            “เจี่ยนอันนี่คือคุณลุงถิง”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยคำแนะนำ “ท่านเป็นเพื่อนสนิทของพ่อฉันเคยช่วยเหลือฉันมามาก”

            “สวัสดีค่ะคุณลุงเถิง”

            ซูเจี่ยนอันยิ้มเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยคำทักทายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือและขอบคุณอยู่ในนั้น

            เธอเคารพเขาเพราะน้ำใจที่เขามีให้และขอบคุณที่เขาช่วยเหลือลู่เป๋าเหยียน

            คนแบบลู่เป๋าเหยียนถ้ามีเรื่องที่ต้องให้คนอื่นช่วยคงเป็นเรื่องยุ่งยากการที่คุณลุงเถิงช่วยเหลือเขาได้นั้นคงจะเป็นช่วงเวลาที่ลู่เป๋าเหยียนยากลำบากที่สุด เพราะฉะนั้นเธอถึงรู้สึกขอบคุณเขา

            ลุงเถิงมองซูเจี่ยนอันอย่างพิจารณาก่อนจะยิ้มและเดินมาหา

            “เป๋าเหยียนเคยให้อาดูรูปของหนูภาพพวกนั้นถ่ายออกมาไม่ได้เรื่องเลย ตัวจริงหนูสวยกว่าเยอะ”

            ซูเจี่ยนอันหน้าเริ่มแดงเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังภาพวาดของคุณลงุเถิง เขาจึงอธิบาย

            “ฉันวาดฆ่าเวลาน่ะ”

            “คุณอาวาดได้สวยงามมากค่ะ”ซูเจี่ยนอันกล่าว “หนูไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เท่าไร คุณอาเก่งมากเลยค่ะ”

            “เห็นแก่คำพูดของหนู...” ลุงเถิงปรายตามองลู่เป๋าเหยียนก่อนเอ่ย“เราช่วยไปหยิบภาพที่แขวนอยู่ในห้องญี่ปุ่นมาทีสิ”

            ภาพนั้นคุณลุงเถิงใช้เวลาวาดนานถึงสามปีในวงการนักสะสมมันมีราคาไม่ต่ำกว่าเจ็ดหลัก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ยอมขายให้ใคร

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปชั่วอึดใจคุณลุงเถิงจึงเอ่ยปากเร่ง

            “รีบไปสิ”

            หลังลู่เป๋าเหยียนเดินออกจากห้องไปซูเจี่ยนอันจึงถาม

            “คุณอามีเรื่องอะไรอยากจะคุยกับหนูหรือเปล่าคะ”

            ชายสูงวัยนิ่งอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา

            “หนูฉลาดกว่าเด็กสาวที่อาเคยเจอมาทุกคนเลยนะเจี่ยนอัน อาไม่ได้อยากจะบ่นอะไรให้หนูฟังหรอกก็แค่อยากบอกกับหนูว่าบางครั้งเป๋าเหยียนอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่หนูเห็น”

            ซูเจี่ยนอันเงียบไปก่อนเอ่ย

            “ลู่เป๋าเหยียนตอนที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆเขาดูเป็นคนเย็นชา หยิ่งยโส เว้นระยะห่าง และไร้เหตุผล แต่หนูรู้ดีว่าจริงๆ เขาไม่ใช่คนแบบนั้นค่ะถึงพวกเราจะแต่งงานกันทั้งๆ ที่ไม่ได้รักกันแต่เขาก็ทำหน้าที่ของสามีได้อย่างไม่บกพร่อง แถมยังดีกับหนูมาก ที่จริงหนูรู้ค่ะว่าคนฐานะแบบเขาอยากจะได้ผู้หญิงแบบไหนก็ได้ แต่หลังจากแต่งงานกันมีเพียงข่าวด้านลบแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

            “ลู่เป๋าเหยียนเป็นคนหนักแน่นมั่นคงและมีความรับผิดชอบมาก เรื่องนี้หนูทราบดีค่ะ”

            เขามองซูเจี่ยนอันอยู่สักพักก่อนจะยิ้มออกมา

            “หนูพูดในสิ่งที่อาอยากจะพูดไปหมดแล้วเจี่ยนอัน บอกอาสิว่าหนูชอบเป๋าเหยียนหรือเปล่า? หนูจะยอมอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตไหม”

            คำพูดของคุณลุงเถิงเข้าใกล้ความลับของซูเจี่ยนอันเหลือเกินจนเธอหน้าแดงก่ำหัวใจเต้นรัวอย่างตื่นเต้น

            “หนู...หนูไม่ได้เกลียดเขาค่ะแต่สุดท้ายพวกเราจะเป็นยังไง...เรื่องนี้หนูเองก็ไม่รู้”

            “หนูไม่เกลียดเขาแค่นี้ก็พอแล้ว” ลุงเถิงพูดพลางยิ้ม

            หืม? หมายความว่าอย่างไร? ถ้าพวกเธออยากอยู่ด้วยกันทั้งชีวิต ต้องขอให้ลู่เป๋าเหยียนไม่เกลียดเธอมากกว่ามั้ง

            ซูเจี่ยนอันไม่ถามต่อและไม่ได้ถามเรื่องพ่อของลู่เป๋าเหยียนเพิ่มเติม

            เพราะนั่นคือบาดแผลที่ใหญ่ที่สุดของลู่เป๋าเหยียนเธอหวังว่าสักวันเขาจะเชื่อใจเธอมากพอที่จะบอกเรื่องนั้นกับเธอด้วยตัวเองว่าเขาเจ็บปวดกับแผลนี้มากขนาดไหน

            ไม่นานหลังจากนั้นลู่เป๋าเหยียนก็กลับมาซูเจี่ยนอันเห็นภาพที่เขาถือมาแล้วชอบมาก

            “ถือซะว่าเป็นของขวัญที่เราได้พบกัน” ลุงเถิงกล่าว “วัยรุ่นแบบพวกหนูอาจจะชอบเพชรพลอยมากกว่าแต่ยังไงอาก็อยากจะให้สิ่งนี้ไว้”

            “ขอบคุณค่ะคุณอา”ซูเจี่ยนอันถือภาพเอาไว้แน่น “หนูชอบมากค่ะ”

            ก่อนกลับซูเจี่ยนอันไม่ได้ขอให้ลู่เป๋าเหยียนช่วยถือภาพดังกล่าวเธอกอดมันไว้ราวกับของรักของหวง ลุงเถิงเดินมาส่งเธอที่หน้าบ้านเธอจึงเอ่ยขอบคุณเขาอีกครั้ง

            เมื่อขึ้นรถแล้วซูเจี่ยนอันจึงถามลู่เป๋าเหยียน

            “การวาดภาพเป็นแค่งานอดิเรกของคุณลุงเถิงจริงเหรอ”

            “ถ้าเขายอมป่านนี้เขาคงเป็นศิลปินชื่อดังไปแล้ว” ลู่เป๋าเหยียนอธิบายช้าๆ พลางบังคับพวงมาลัย

            “ภาพที่อยู่ในมือเธอมีนักสะสมคนหนึ่งเคยให้ราคาถึงเจ็ดหลัก”

            ซูเจี่ยนอันช็อกมันมีมูลค่ากว่าอัญมณีเครื่องประดับอะไรพวกนั้นอีกนะเนี่ย!

            เธอถอนหายใจเบาๆ“สำหรับคนในยุคปัจจุบันชื่อเสียงนั้นสำคัญยิ่งกว่าอะไรแล้วทำไมคุณลุงเถิงถึงเลือกที่จะใช้ชีวิตติดดินล่ะ”

            “พ่อฉันตอนมีชีวิตอยู่ท่านเป็นทนายความชื่อดังในวงการกฎหมายไม่มีใครไม่รู้จักวันไหนสถานีโทรทัศน์เชิญพ่อไปสัมภาษณ์ก็มักจะได้เรทติ้งเป็นที่หนึ่งเสมอมีคนเคยเรียกพ่อว่า พระเอกแห่งวงการทนาย แต่สุดท้ายเขาก็ต้องมาจากไปเพราะอุบัติเหตุทั้งที่ยังหนุ่ม” ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย“เรื่องนี้มีผลกระทบกับคุณอามาก”

            นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่เป๋าเหยียนเล่าเรื่องอุบัติเหตุของพ่อให้ซูเจี่ยนอันฟังสายตาเขาจดจ้องอยู่บนถนนซูเจี่ยนอันอ่านแววตาของเขาไม่ออกว่าเขากำลังรู้สึกอย่างไรเธอแค่กลัวว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาคิดถึงเรื่องแย่ๆ ในอดีตจึงเปลี่ยนหัวข้ออย่างแนบเนียน

            สี่โมงกว่าพวกเธอก็กลับมาถึงบ้านซูเจี่ยนอันโทรศัพท์ไปที่สถานีตำรวจเพื่อคอนเฟิร์มว่าพรุ่งนี้เธอจะกลับไปทำงานตามปกติ

            ช่วงที่ผ่านมาเธอได้ไปเมือง G กับลู่เป๋าเหยียน ช่วยเตรียมงานเลี้ยงครบรอบบริษัทแถมยังช่วยกันสร้างข่าวซุบซิบอีกต่างหาก เธอห่างหายจากการทำงานมานานราวกับตนไม่ใช่แพทย์นิติเวชแต่เป็นดาราในวงการบันเทิงอย่างไรอย่างนั้น หรือถ้าให้พูดอีกอย่างช่วงนี้เธอเป็นเพียงภรรยาของเขาทำหน้าที่ในฐานะภรรยาที่ดีของลู่เป๋าเหยียนเพียงอย่างเดียว

            แต่น่าแปลกที่เธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจเลยสักนิดทั้งๆ ที่เธอรักงานของตัวเองมากแท้ๆ...

            ตอนหัวค่ำซูเจี่ยนอันลงมาดื่มน้ำที่ชั้นล่าง ลุงสวีก็ได้บอกเธอว่าลู่เป๋าเหยียนอยู่ในห้องเก็บไวน์ที่ชั้นใต้ดินเพียงลำพัง

            เมื่อเทียบกับซูอี้เฉิงแล้วลู่เป๋าเหยียนเก็บสะสมไวน์ที่ตัวเองชอบแค่ไม่กี่อย่างเท่านั้น

            มีอยู่ปีหนึ่งเนื่องด้วยสภาพอากาศทำให้โรงบ่มไวน์แห่งหนึ่งของฝรั่งเศสผลิตไวน์ออกมาได้น้อยกว่าทุกทีแต่ไวน์ในปีนั้นกลับมีรสชาติที่เยี่ยมยอดและที่ถูกนำออกมาวางจำหน่ายมีเพียงไม่กี่สิบขวดเท่านั้นแต่ซูเจี่ยนอันเห็นไวน์ชนิดนั้นอยู่บนชั้นเก็บไวน์ของลู่เป๋าเหยียนกว่าสิบขวด

            เธอผลักประตูห้องเก็บไวน์เข้าไปแล้วก็เจอลู่เป๋าเหยียนอยู่ในนั้นจริงๆ

            “ทำไมลงมาที่นี่ได้”ลู่เป๋าเหยียนกำลังยืนหน้าเครียดเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่สักอย่างอยู่ใต้แสงไฟนวลในห้อง

            ซูเจี่ยนอันหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาก่อนจะผลักมันไปไว้ตรงหน้าลู่เป๋าเหยียน

            “ดื่มไวน์ทั้งทีก็ไม่เรียกฉันพี่เป๋าเหยียนไม่ไหวเลย”

            ลู่เป๋าเหยียนยิ้มก่อนจะรินไวน์ลงไปในแก้วให้ซูเจี่ยนอันซูเจี่ยนอันมองไปที่ขวด ก็พบว่าเป็นไวน์หายากขวดนั้นนี่เอง

            เธอเขย่าแก้วไวน์เล็กน้อยก่อนเอ่ย

            “พี่ฉันมีอยู่สองขวดดื่มหมดไปแล้วขวดหนึ่ง อีกขวดพี่เก็บขึ้นหิ้งเอาไว้ไม่ให้ใครแตะเลยแล้วนายได้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย”

            ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว

            “โรงบ่มไวน์นั่นเป็นของฉันปีนั้นผลิตไวน์ได้น้อยแต่รสชาติเยี่ยม ฉันเลยเก็บเอาไว้ส่วนหนึ่งที่เหลือก็เอาไปแจกคนอื่นหมดแล้ว สองขวดที่พี่ชายเธอมีฉันเป็นคนให้เขาเอง”

            “...”ซูเจี่ยนอันนิ่งอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี

            ลู่เป๋าเหยียนดูจะพอใจกับปฏิกิริยาของเธอมากจึงยกมือขึ้นลูบหัวเธอเล็กน้อย

            “โรงบ่มไวน์ที่นั่นสวยมากโดยเฉพาะเวลาพระอาทิตย์ตกในหน้าร้อน ไว้มีโอกาสฉันจะพาเธอไป”

            ซูเจี่ยนอันยกแก้วขึ้นชนกับแก้วเขา“นายพูดแล้วนะ!”

            “อืม ฉันพูดแล้ว”ลู่เป๋าเหยียนยกไวน์ขึ้นดื่มด้วยท่วงท่าสง่างาม แววตาไม่สื่ออารมณ์แน่ชัด

            ซูเจี่ยนอันเท้าคางมองหน้าเขาหลังนิ่งไปสักพักจึงถามขึ้นว่า

            “ลู่เป๋าเหยียนนายอารมณ์ไม่ดีงั้นเหรอ”

            ลู่เป๋าเหยียนนิ่งไปชั่วเสี้ยววินาทีก่อนจะหันมามองซูเจี่ยนอันเขากำลังจะตอบทว่าเธอกลับโน้มตัวมากอดเขาเอาไว้

            หญิงสาวร่างผอมบางตรงหน้าจะกอดเขารอบได้อย่างไรทว่าแขนเรียวคู่นั้นกลับพยายามโอบเขาเอาไว้ให้แน่น จนไม่เหมือนเธอกำลังปลอบเขากลับดูเหมือนเธอกำลังขอให้เขาปลอบใจมากกว่า

            “ลู่เป๋าเหยียนช่วงที่ผ่านมานายทำเพื่อฉันมามากแล้ว เพื่อความยุติธรรมตอนนี้ฉันจะให้นายยืมไหล่ไว้ซบแป๊บหนึ่งก็ได้” เธอแกล้งพูดอย่างหยอกล้อ

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808