ร้านชำคนเป็ คนตาย
ตอนที่ 12: ของไหว้สำหรับสมุดเครดิต
ใบแจ้งหนี้ใต้แก้วเริ่มชื้น
รินเห็นหยดน้ำเม็ดแรกซึมขึ้นมาจากกลางกระดาษ ไม่ใช่หยดลงจากข้างบน ไม่ใช่น้ำจากแก้ว และไม่ใช่ความชื้นธรรมดาของคืนฝนดาวตก
มันเป็น้ำขุ่นสีเทาอ่อน
กลิ่นคาวปลาลอยขึ้นมาทันที
หมอกถอยครึ่งก้าว มือหนึ่งยกขึ้นปิดจมูก สีหน้าเขาบอกชัดว่าอยากลาออกจากตำแหน่งคนอ่านกลิ่น แต่โลกแตกไม่มีฝ่ายบุคคลให้ยื่นใบลา
"กลิ่นเดียวกับแผงสด" เขาพูดเสียงต่ำ "แต่มีหมึกเก่าปนอยู่"
รินดึงถาดหลักฐานเข้าหาตัวโดยไม่แตะกระดาษตรง ๆ ใบแจ้งหนี้แบบจำกัดยังถูกแก้วกดไว้ ตัวอักษร `บัญชีแผงปลา` บวมขึ้นเหมือนกระดาษกำลังดูดน้ำจากที่ที่ไม่ควรมีน้ำ
จากข้างนอก เสียงสันสมุดเปียกลากพื้นดังขึ้นอีกครั้ง
ครืด
ครืด
เสียงนั้นอยู่ไกลพอให้คนในฐานยังหายใจ แต่ใกล้พอให้ทุกคนหันไปมองประตูพร้อมกัน
เครื่องพิมพ์ใต้เคาน์เตอร์ทำงาน
แกรก
`บัญชีแผงปลาเรียกดูได้เฉพาะผู้มีของไหว้หรือผู้ติดเครดิต`
แกรก
`คำเตือน: ใช้ชื่อผู้ติดเครดิตเท่ากับยอมเปิดช่องเรียก`
รินอ่านบรรทัดที่สองแล้ววางปากกาทับขอบถาดทันที
"ไม่ใช้ชื่อ" เธอพูด
บาสที่ยืนข้างสมุดคิวเงยหน้าขึ้น แต่ไม่พูดอะไร มือเขากำสันสมุดแน่นขึ้นเล็กน้อย
คิวสิบสองกลืนน้ำลาย "งั้นใช้ของไหว้?"
คำว่า ของไหว้ ทำให้คนในฐานหันไปมองชั้นสินค้าที่ถูกล็อกอยู่เกือบพร้อมกัน
ชั้นเกลือยังปิดแน่น
ชั้นเทียนยังมีเงาดำคลุมเหมือนมีใครเอาผ้าเปียกมาห่มไว้
ชั้นของไหว้เล็ก ๆ ที่รินเคยเห็นแวบหนึ่งหลังร้านปลดล็อกบางส่วน กลับมีตัวอักษร `ผูกหนี้` ซึมอยู่บนป้ายราคา
คิวสิบห้าหน้าเสีย "คนยังไม่ได้กินครบเลยนะครับ"
ไม่มีใครดุเขา
เพราะประโยคนั้นจริงเกินไป
เด็กที่แม่ค้าลูกชิ้นดูอยู่ยังหลับแบบตัวร้อน คนเจ็บบนรถเข็นยังหายใจเป็จังหวะสั้น ๆ อาหารแห้งเหลือสิบแปดชุด น้ำเหลือยี่สิบสามขวด และคืนนี้ยาวเหมือนมีใครแอบต่อเวลาโดยไม่ถามเ้าของร้าน
"ใช่" รินตอบ "เพราะงั้นถึงต้องคิดก่อนจ่าย"
"แต่จะจ่ายให้ผี?" คิวสิบสองถาม
เสียงนั้นไม่ดัง แต่พอมีคนแรกพูด ความกลัวของคนอื่นก็เหมือนเจอช่องลดราคา รีบตามออกมาทันที
"ถ้าเปิดให้ผีมาซื้อเรื่อย ๆ ของคนเป็จะเหลืออะไร"
"เมื่อกี้เ้าหนี้ก็เพิ่งจะเอาเงาคน"
"แล้วถ้าผีมาขอของไหว้อีกล่ะ"
รินฟังจนจบ ไม่ใช่เพราะใจเย็น แต่เพราะการขัดทุกประโยคทำให้เปลืองแรง และแรงตอนนี้ควรเก็บไว้ต่อรองกับสิ่งที่ไม่มีกระเพาะแต่หิวชื่อคน
"ผีบางตนจ่ายด้วยข้อมูล" รินพูด "ส่วนคนเป็บางคนจ่ายด้วยความมั่ว แล้วความมั่วแพงกว่าของไหว้หนึ่งชุดมาก"
คิวสิบสองหน้าแข็ง
รินมองเขาแล้วลดเสียงลงนิดเดียว "ฉันไม่ได้เอาข้าวเด็กไปตั้งศาลค่ะ ฉันกำลังหาวิธีดูบัญชีโดยไม่ต้องใช้ชื่อผู้ติดเครดิต ถ้าใช้ชื่อ ใครที่ชื่ออยู่ในนั้นอาจถูกเรียกเข้าบัญชีทันที"
บาสมองกระดาษใต้แก้ว
รินเห็น
เห็นด้วยว่าเขาพยายามไม่มองนานเกินไป
นั่นไม่ได้แปลว่าเขาบริสุทธิ์
แต่มันแปลว่าเขารู้ว่าการถูกมองอยู่ตรงกลางฐานเป็ยังไง
เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาวูบต่ำ
เปลวไฟหดจนเกือบเป็จุดสีส้มเล็ก ๆ ก่อนยืดกลับขึ้นมาอย่างฝืน ๆ
เครื่องพิมพ์ทำงานอีกครั้ง
`ตัวเลือกชำระเพื่อเรียกดู`
`1. ของไหว้`
`2. ชื่อผู้ติดเครดิต`
`3. ผู้ถือเครดิตแทน`
ตัวเลือกที่สามทำให้บาสนิ่งไปทั้งตัว
รินเอาปากกาขีดเส้นใต้กระดาษสำรองข้างตัวแรงกว่าจำเป็
"ไม่เลือกสาม" เธอพูด "และไม่เลือกสอง"
"ถ้าไม่มีของไหว้ล่ะ" ชายเสื้อคลุมถามอย่างระวังมากกว่าเดิม เขาเก็บมือไว้ในที่ที่ทุกคนเห็นได้ ่นี้เขาพัฒนาดีขึ้นในด้านการไม่ทำให้ใบเสร็จอยากลงโทษ
"ก็หาของแทนที่ร้านรับรอง" รินตอบ
เสียงผู้หญิงแก่ดังมาจากขอบแสงหน้าร้าน
"ของแทน...ต้องแทนด้วยใจที่ไม่โกง"
ทุกคนหันขวับ
ยายเภายืนอยู่ตรงปลายแสงของเขตปลอดภัยชั่วคราว
ไม่ล้ำเส้นเกลือ ไม่เอื้อมมือ ไม่ทำตัวเป็ผีที่ชอบเข้าบ้านคนอื่นโดยไม่ถอดรองเท้า ร่างของแกจางกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย ชายผ้าถุงเปียกฝนจนแนบกับข้อเท้า แต่พื้นใต้เท้าไม่มีน้ำหยด
รินเหลือบมองเครื่องพิมพ์
มันเงียบ
"รับบัตรคิวไหมคะ" เธอถาม
ยายเภายิ้มบาง ๆ "คนแก่ยืนรอนานไม่ดีนะหนู"
"โลกแตกแล้วค่ะ ยืนรอไม่ดีสำหรับทุกวัย"
มุมปากของหมอกขยับนิดหนึ่ง
นิดเดียว แต่รินเห็น
และนั่นทำให้เธอรู้ตัวว่าตัวเองยังไม่แข็งเป็ชั้นแช่แข็งเสียทีเดียว
ยายเภาวางเหรียญดำหนึ่งเหรียญลงบนพื้นนอกเส้นเกลือ เหรียญกลิ้งไม่ได้ มันจมลงในเงาของตัวเองเหมือนพื้นตรงนั้นเป็น้ำตื้น
"สมุดนั้นไม่จดแค่หนี้เงิน" ยายเภาพูด "มันจดชื่อที่คนเคยขอค้างไว้"
รินไม่ขยับ
"ขอของ ขอชีวิต ขอเวลา ขอให้คนอื่นรับแทน" แกพูดต่อ "บางคำขอไม่มีใบเสร็จคนเป็ แต่มีบัญชีคนตาย"
คิวสิบห้าพึมพำ "ขอชีวิตก็เป็หนี้เหรอ"
ยายเภาหันไปมองเขา "ถ้าขอจากคนที่ไม่ควรให้ ก็เป็"
ความเงียบเย็นลงอีกชั้น
รินจับรายละเอียดไว้ทันที
คนที่ไม่ควรให้
ไม่ใช่แค่ใครขอ
แต่ขอจากใคร
"ราคา" รินถาม
ยายเภามองชั้นของไหว้ที่ล็อกอยู่ "ของไหว้เล็กหนึ่งชุด หรือของแทนที่ร้านรับรอง สิทธิ์อ่านหน้าบัญชีหนึ่งหน้าแบบไม่แตะสมุดจริง และคนเป็ห้ามขานรับชื่อที่เห็น"
"เพิ่มเงื่อนไข" รินพูด "ห้ามเรียกชื่อเต็มของคิวเฝ้าแถวหนึ่งระหว่างดูบัญชี"
บาสเงยหน้ามองเธอ
คราวนี้รินไม่มองกลับ
ถ้ามองนานเกินไป คนในฐานจะเอาไปคิดเป็เื่ใจอ่อน ถ้าไม่มองเลยก็จะดูเหมือนโยนเขาทิ้ง
การคุมสายตาก็เป็ต้นทุน น่ารำคาญมาก แต่ยังถูกกว่าเสียคนหนึ่งคนให้บัญชีเปียก
ยายเภาพยักหน้า "ได้"
"ดีลนี้เป็ค่าส่องบัญชี" รินย้ำ "ไม่ใช่ค่ายอมรับหนี้ ไม่ใช่ค่าชำระเครดิต ไม่ใช่การเชิญผู้ทวงเข้าร้าน และไม่ใช่สิทธิ์แตะชื่อคนเป็"
เครื่องพิมพ์ทำงานทันที
แกรก
`ร่างดีล: ค่าส่องบัญชีแผงปลา 1 หน้า`
`สถานะ: รอของแทนของไหว้`
รินเดินไปยังชั้นที่เปิดได้
ทุกสายตามองตามเธอ
เธอหยุดหน้าชั้นน้ำดื่มที่เปิดได้ครึ่งหนึ่ง แล้วหยิบน้ำขวดหนึ่งออกมา
เสียงฮือดังขึ้นทันที
"น้ำเหรอ"
"เด็กยัง..."
รินวางขวดน้ำบนเคาน์เตอร์โดยไม่เปิด "ยังไม่ได้จ่ายค่ะ ใจเย็นก่อน ใจร้อนนี่คิดค่าบริการเพิ่มไม่ได้ก็จริง แต่ทำให้ขาดทุนเร็ว"
เธอเปิดลังของแห้ง หยิบข้าวสารหนึ่งกำมือเล็กจากถุงที่ถูกแบ่งไว้สำหรับชั่งดีล ไม่ใช่กระสอบหลัก หยิบเทียนขาวเศษเล็กที่เหลือจากการตัดใช้ก่อนหน้า และหยิบเกลือปกติปลายช้อน ไม่ใช่เกลือกันิญญา
ของทั้งหมดน้อยมาก
น้อยจนถ้าเป็ร้านปกติคงไม่เรียกว่าของไหว้ เรียกว่าเศษของหลังปิดร้าน
แต่คืนนี้ เศษของก็มีราคา
รินวางของลงบนถาดโลหะ
"ของแทนของไหว้หนึ่งชุด ข้าวสารหนึ่งกำมือ เทียนเศษหนึ่งท่อน เกลือปกติปลายช้อน น้ำไม่เปิด ใช้เป็หลักฐานตั้งถาดเฉย ๆ ไม่จ่ายน้ำ"
คิวสิบสองขมวดคิ้ว "ผีจะรับเหรอ"
"ผีขอของไหว้ยังออกใบเสร็จ" รินตอบ "คนบางคนขอของฟรียังไม่มีใบเสนอราคาเลยค่ะ อย่าเพิ่งดูถูกลูกค้าประจำ"
ยายเภาหัวเราะเบามาก
เสียงหัวเราะของแกเหมือนเหรียญเก่ากระทบก้นถ้วย
หมอกก้มมองถาด "กลิ่นมันนิ่งขึ้น"
"ร้าน" รินพูด "ออกใบเสร็จ"
แกรก
`รายการ: ค่าส่องบัญชีแผงปลา 1 หน้า`
`ผู้ชำระ: เ้าของร้านชั่วคราว`
`ผู้รับ: ยายเภา / ลูกค้าค้างกรรม`
`สิ่งแลกเปลี่ยน: ของแทนของไหว้ 1 ชุด`
`สถานะ: ไม่ใช่การยอมรับหนี้`
`ข้อห้าม: ห้ามขานรับชื่อที่เห็น / ห้ามเรียกชื่อเต็มระหว่างส่องบัญชี`
รินอ่านทุกบรรทัดก่อนพยักหน้า
"รับได้"
ยายเภายื่นมือเข้ามาแค่ถึงขอบแสง ปลายนิ้วโปร่งใสแตะอากาศเหนือถาด ไม่แตะของโดยตรง ข้าวสารหนึ่งกำมือสั่นเบา ๆ เทียนเศษเล็กติดไฟขึ้นเองเป็เปลวสีซีด และเกลือปกติกลายเป็ผงดำครึ่งหนึ่ง
คนในฐานถอย
"เห็นไหม" คิวสิบห้ากระซิบ "ของหายจริง"
"ของถูกจ่ายจริง" รินแก้ "ต่างกันค่ะ"
"แต่จ่ายให้ผี"
"จ่ายให้ข้อมูล" รินหันไปมองเขา "ถ้าข้อมูลนี้กันไม่ให้ใครในนี้ถูกเรียกชื่อออกไปข้างนอก มันถูกกว่าน้ำหนึ่งขวด"
คิวสิบห้าไม่ตอบ แต่สีหน้าไม่เชื่อเต็มที่
นั่นแหละปัญหา
รินซื้อข้อมูลได้
ซื้อความไว้ใจไม่ได้
อย่างมากก็ผ่อนด้วยผลลัพธ์ ซึ่งดอกเบี้ยแพงและชอบทวงเวลาคนเหนื่อย
หมอกขยับมายืนข้างเคาน์เตอร์ เขาไม่ได้แตะไหล่เธอ ไม่พูดปลอบยาว ๆ แค่ยืนในตำแหน่งที่คนอื่นเห็นว่าเขาอยู่ฝั่งระบบนี้ด้วย
"กลิ่นสมุดขยับใกล้แผงสดขึ้นเรื่อย ๆ" เขาพูดกับทุกคน ไม่ใช่แค่ริน "ถ้าเราไม่ดูตอนนี้ มันอาจเริ่มเรียกเอง เลือกเอง แล้วเราไม่มีทางรู้ว่าชื่อไหนเป็ของใคร"
คำว่า เรา ทำให้บางคนเงียบลง
รินไม่มองเขา แต่ในใจลงบัญชีไว้ว่า หมอกจ่ายแรงสนับสนุนหนึ่งรายการ โดยไม่ขอเครดิต
น่าระวัง
น่าขอบคุณด้วย
สองอย่างนี้อยู่ร่วมกันได้ ถ้าคนไม่ดราม่าใส่มัน
กระจกตู้สินค้าด้านข้างเคาน์เตอร์เริ่มมืด
ไม่ใช่มืดเพราะไฟดับ แต่เหมือนมีน้ำหมึกไหลเคลือบด้านในของกระจก พื้นผิวสะท้อนภาพร้านหายไปทีละส่วน เหลือเพียงสีดำเปียก ๆ และกลิ่นคาวปลาที่แรงขึ้นจนเด็กในอ้อมแขนแม่ค้าลูกชิ้นครางเบา ๆ
รินยกมือเตือนทุกคน
"มองได้ แต่อย่าอ่านออกเสียง"
ยายเภาพูดจากขอบแสง "อ่านในใจได้ แต่อย่าตอบในใจดังเกินไป"
คิวสิบสองหน้าซีด "ในใจก็ดังได้เหรอ"
"เวลาคนกลัว บางคนคิดเสียงดังมาก" ยายเภาว่า
รินรู้สึกเหมือนโดนด่าแถมฟรี
กระจกตู้สินค้ากระเพื่อม
ภาพหน้าสมุดเล่มหนึ่งค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
กระดาษในภาพเปียกจนขอบยุ่ย ตัวอักษรบางส่วนถูกลบ บางส่วนถูกขูด บางส่วนหายไปเป็รอยโค้งเล็ก ๆ เหมือนถูกฟันซี่เล็กเคี้ยวออกทีละคำ
บรรทัดแรกขึ้นช้า ๆ
`บ... / ผู้ถือเครดิตแทน`
ลมหายใจของบาสสะดุด
คนในฐานหันไปทางเขาอีกครั้ง
รินยกมือขึ้นทันที
"ห้ามเรียกชื่อ ห้ามชี้ ห้ามสรุป"
คิวสิบสองกัดฟัน "แต่มันชัดแล้วนะ"
"ชัดว่ามีตัว บ กับคำว่าผู้ถือเครดิตแทน" รินตอบ "ยังไม่ชัดว่าเขาถือแทนเพราะรับเอง หรือถูกยัดใส่มือ"
บาสพูดเสียงแหบ "ผมไม่รู้เื่แผงปลา"
"ยังไม่ต้องแก้ตัว" รินบอก "คำแก้ตัวที่ไม่มีใบเสร็จ ใช้ประดับความเครียดได้อย่างเดียว"
เขาเงียบ
แต่สีหน้าเขาไม่ได้โกรธ
เหมือนเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเธอไม่ได้ช่วยเขาด้วยความเชื่อใจ เธอช่วยขั้นตอน
และตอนนี้ ขั้นตอนเป็สิ่งเดียวที่ยืนระหว่างเขากับสายตาคนทั้งร้าน
หน้าสมุดในกระจกพลิกเอง
รินเกือบหลุดคำว่าเดี๋ยว แต่กลืนไว้ทัน ดีลคือหนึ่งหน้า ถ้ามันพลิกเอง ต้องถามราคา
"หยุด" เธอพูดกับกระจก "ดีลหนึ่งหน้า"
กระดาษในภาพหยุดกลางจังหวะพลิก
แต่บรรทัดที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากระดาษโผล่มาครึ่งหนึ่ง
`แม่ค้าป... / ขอค้างชีวิตหนึ่งคืน`
แม่ค้าลูกชิ้นสะดุ้งจนเด็กในอ้อมแขนขยับ
"ไม่ใช่ฉันใช่ไหม" เธอกระซิบ
รินอยากตอบว่าไม่ใช่
อยากมาก
แต่คำปลอบที่ไม่มีหลักฐานเป็สินค้าปลอมอีกชนิดหนึ่ง
"ยังไม่รู้" เธอพูดแทน "และยังไม่มีใครขานรับ"
หน้าสมุดกระตุกเหมือนมีอะไรใต้กระจกไม่พอใจ
บรรทัดถัดไปปรากฏที่ขอบหน้า
`คิว... / รับของแทนชื่อ`
คิวสิบห้าผงะ "คิวไหน"
"ไม่ถามแบบนั้น" รินหันไปทันที "อย่าช่วยมันเติมช่องว่าง"
ช้าไปครึ่งจังหวะ
จากแผงสดร้างด้านนอก มีเสียงหนึ่งตอบกลับมา
"คิว..."
เสียงนั้นไม่ใช่เสียงผู้หญิงแก่
ไม่ใช่เสียงเ้าหนี้เงา
มันเหมือนหลายคนพูดพร้อมกันในปากที่เต็มไปด้วยน้ำ
"คิว...งาน..."
สมุดคิวในมือบาสสั่น
บาสเกือบปล่อย แต่ฝืนจับไว้ เขาก้มมองหน้าปกแล้วรีบยื่นมันให้รินโดยไม่ก้าวเข้าใกล้
"มันเรียกรหัสงาน" เขาพูด "ไม่ได้เรียกชื่อคน"
รินรับสมุดคิวด้วยปลายปากกาเขี่ยเข้ามาบนเคาน์เตอร์ ไม่แตะมือเขา
"เพราะเราเพิ่งตั้งคำว่างานไว้ในบัญชี" เธอพูด "มันเรียนไวดี น่ารำคาญแบบระบบที่ไม่มีปุ่มปิด"
เครื่องพิมพ์ทำงาน
แกรก
`คำเตือน: บัญชีที่ถูกส่องแล้ว จะส่องกลับ`
กระจกตู้สินค้ามืดลงอีก
คราวนี้ภาพในกระจกไม่ใช่หน้าสมุด
เป็ภาพร้านชำของรินจากมุมสูง เห็นคนในฐานเป็เงาเล็ก ๆ ยืนเรียงกัน เห็นเส้นเกลือ เห็นเทียนเล่มขวาที่ไฟเตี้ย เห็นถาดของไหว้ และเห็นบาสยืนอยู่ใกล้สมุดคิว
ตรงกลางภาพ มีหมึกดำเขียนเพิ่มเองช้า ๆ
`ผู้ถือเครดิตแทน: อยู่ในร้าน`
เสียงในฐานแตกออกทันที
"ก็เขาไง!"
"ให้ตรวจเลย"
"ถ้าไม่ใช่ ทำไมอยู่ในร้าน"
"แล้วเราจะรอให้มันเรียกชื่อคนอื่นก่อนเหรอ"
บาสถอยไปหนึ่งก้าว ใบหน้าขาวจัด
หมอกขยับเหมือนจะกันเขา แต่รินยกมือห้ามทั้งคู่
เธอไม่้าภาพว่ามีใครปกป้องใคร
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ควรปกป้องทุกคนคือกฎ
"เงียบ" รินพูด
ไม่มีใครเงียบ
เธอหยิบถ้วยโลหะเปล่าขึ้นมากระแทกเคาน์เตอร์
ก๊อง
เสียงดังพอให้ทุกปากหยุด
"ร้านนี้ไม่ตัดสินคนจากประโยคที่บัญชีเปียกเขียนให้ดูครึ่งเดียว" รินพูดช้าและชัด "แต่ร้านนี้ก็ไม่ปล่อยคนที่ถูกโยงเดินถือหลักฐานเอง"
บาสเม้มปาก แล้ววางมือทั้งสองข้างให้เห็น
"ผมยอมตรวจ"
"ดี" รินตอบ "ตอนหน้า"
คิวสิบสองเบิกตา "ตอนหน้า? ทำไมไม่ตรวจตอนนี้"
"เพราะตอนนี้บัญชีกำลังส่องเราอยู่" รินชี้กระจก "ถ้าเปิดดีลทดสอบคนกลางภาพสะท้อน เราอาจให้มันอ่านเงาทั้งฐานฟรี ๆ"
หมอกพยักหน้าช้า ๆ "กลิ่นมันกว้างขึ้นจริง เหมือนมันไม่ได้มองแค่คิวเฝ้าแถวหนึ่งแล้ว"
รินเปิดสมุดคิวหน้าใหม่โดยใช้ปลายปากกา
"ตั้งดีลงานกู้สมุดเครดิตสำหรับรอบถัดไป" เธอพูด "ยังไม่ออกจากเขตตอนนี้"
เครื่องพิมพ์นิ่งรอ
"หน้าที่หนึ่ง คนอ่านกลิ่น: หมอก"
หมอกพยักหน้า
"หน้าที่สอง คนจดรหัสงาน: คิวเฝ้าแถวหนึ่ง แต่ห้ามถือหลักฐานเดิม ห้ามแตะใบแจ้งหนี้ ห้ามอยู่คนเดียว"
บาสรับคำสั้น ๆ "ครับ"
เสียงฮือจะดังขึ้นอีก รินตวัดตาไปมองก่อนมันเกิด
"เขาถูกสงสัย จึงต้องอยู่ในระบบตรวจ ไม่ใช่ถูกโยนออกไปนอกระบบให้สิ่งข้างนอกเซ็นรับของ"
คิวสิบสองเงียบลงอย่างไม่เต็มใจ
"หน้าที่สาม แรงงานถือเชือกและไฟฉายสองคน คิวสิบสองกับคิวสิบห้า"
ทั้งสองคนหน้าเปลี่ยนสีพร้อมกัน
"ทำไมต้องเรา" คิวสิบห้าหลุดถาม
"เพราะพวกคุณมีแรงค้านเยอะ แปลว่ายังมีแรงเหลือ" รินตอบ "และงานนี้ไม่ใช่จ่ายตัวพวกคุณ เป็แรงงานฐานแลกสิทธิ์รับเสบียงรอบถัดไป มีใบเสร็จกำกับ"
เธอมองแม่ค้าลูกชิ้น
"คุณดูเด็กกับคนเจ็บในฐานต่อ ห้ามให้ใครเรียกชื่อจริง ห้ามให้รถเข็นเข้าใกล้กระจก"
แม่ค้าลูกชิ้นพยักหน้าแน่น แม้หน้าจะยังซีดจากบรรทัด `แม่ค้าป...`
รินเขียนรหัสงานลงบนกระดาษ
`งาน 12-A: กู้สมุดเครดิตแผงปลา`
`สถานะ: เตรียมทีม / ยังไม่ออกจากเขต`
`เงื่อนไข: ทุกคนใช้รหัสหน้าที่ ห้ามขานรับชื่อ ห้ามแตะสมุดก่อนใบเสร็จ`
เครื่องพิมพ์ตอบ
แกรก
`รับดีลงานฐาน`
`ต้นทุน: ของแทนของไหว้ 1 ชุด / ความไว้ใจฐานลดลง / เทียนเฝ้าประตูเล่มขวาลดกำลัง`
รินอ่านบรรทัดกลางแล้วนิ่งไปนิดหนึ่ง
ความไว้ใจฐานลดลง
ร้านบันทึกแม้กระทั่งของที่จับใส่ถุงไม่ได้
ดีมาก
คืนต่อไปถ้ามันคิดค่าหายใจ เธอจะไม่แปลกใจแล้ว
ยายเภาที่ขอบแสงค่อย ๆ ถอยกลับ
"หนูริน" แกเรียกด้วยเสียงเบาจนแทบจมในกลิ่นฝน "บัญชีเก่าไม่ชอบคนที่ถามด้วยปาก มันชอบคนที่ตอบด้วยชื่อ"
รินมองแก "งั้นเราจะถามด้วยใบเสร็จ"
ยายเภายิ้ม
"ถ้าถามถูกหน้า มันจะเปิดชื่อคนอื่น"
"แล้วถ้าถามผิดหน้า?"
รอยยิ้มของยายเภาจางลง
"มันจะเปิดชื่อเ้า"
อากาศในร้านเย็นวาบ
เทียนเล่มขวาวูบต่ำอีกครั้ง คราวนี้เปลวไฟเหลือเล็กเท่าหัวเข็มและสั่นเหมือนจะดับ แต่ยังฝืนติดอยู่
กระจกตู้สินค้ากลับมาเป็เงาสะท้อนร้าน
เกือบปกติ
ยกเว้นตรงมุมล่างสุดของกระจก มีตัวอักษรดำเขียนค้างอยู่หนึ่งบรรทัด
`ผู้ถือเครดิตแทน: อยู่ในร้าน`
ข้างนอก เสียงสมุดเปียกเปิดหน้าเองดังแ่
พรึ่บ
จากนั้นเสียงจากแผงสดร้างเรียกรหัสได้ชัดเจนเป็ครั้งแรก
"งาน...สิบสอง...เอ..."
คิวสิบสองหน้าซีดจนแทบกลืนไปกับไฟร้าน
คิวสิบห้ากำไฟฉายแน่น
บาสไม่ขยับ แต่เงาของเขากระตุกช้ากว่าตัวเขาหนึ่งจังหวะ
รินดึงใบเสร็จดีลงานฐานมาทับบนสมุดคิว แล้ววางถ้วยโลหะคว่ำไว้้า
"ทุกคนจำไว้" เธอพูด "ั้แ่ตอนนี้ เสียงที่เรียกรหัสงานได้ ไม่ได้แปลว่าเป็คนในงาน"
เธอมองเงาดำที่ค้างอยู่มุมกระจก
"และคนที่ถูกบัญชีชี้ ไม่ได้แปลว่าขายได้ทันที"
เครื่องพิมพ์ใต้เคาน์เตอร์เงียบไปนาน
นานจนรินคิดว่ามันจบแล้ว
แล้วมันก็พิมพ์ออกมาอีกครึ่งบรรทัด
`เตรียมทดสอบผู้ถือเครดิตแทน`
กระดาษหยุดตรงนั้น
เหมือนร้านตั้งใจเว้นที่ว่างไว้ให้ชื่อ
รินไม่เติม
บาสก็ไม่พูด
แต่คนทั้งฐานมองเขาเหมือนชื่อของเขาถูกเขียนลงไปแล้ว