คำพูดของสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ยืนอยู่ตรงหน้าทำให้ผู้คนภายในห้องต่างชะงักขึ้นมาทันทีโดยเฉพาะจ้าวหลี่เถิงเมื่อได้ยินคำพูดของจูอวี้อวิ๋น เขากำมือของตัวเองไว้แน่นสีหน้าของเขาแสดงได้ถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจนยิ่งมองใบหน้าที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านของอีกฝ่าย ก็ยิ่งทำให้เขาโกรธมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะดึงดาบออกมาจากฝักแล้วพาดคอจูอวี้อวิ๋นทันที
สตรีผู้สูงศักดิ์เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและดุดันราวกับหมาป่าที่กำลังรอตะครุบเหยื่อ เขาใช้มือข้างหนึ่งดึงดาบออกมาจากฝักแล้วง้างดาบอยู่ในระดับที่เหมาะสม ก่อนที่จะวางฝักดาบลงพลางใช้มือดึงแขนของจูอวี้อวิ๋นเข้ามาหาตัวเอง แล้วจับท้ายทอยของนางเอาไว้แน่นและใช้ดาบพาดคอนาง ราวกับว่า้าฆ่านางเสียให้ตาย
“ฟูเหริน!”หรงเฟยเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีหลังจากเดินเข้ามาในห้องนอนของจูอวี้อวิ๋น พลางมองจ้าวหลี่เถิงที่กำลังใช้ดาบพาดคอจูอวี้อวิ๋นก่อนที่นางจะเดินเข้าไปหาเ้านายของตนเอง
“ท่านแม่ทัพเ้าคะได้โปรดละเว้นชีวิตของฟูเหรินด้วยเถิดเ้าค่ะข้าน้อยยินดีน้อมรับความตายแทนนาง”หรงเฟยนั่งคุกเข่าพลางอ้อนวอนอีกฝ่ายด้วยใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยหยดน้ำตา
‘นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย’จูจินม่ายยังคงสงสัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้พลางมองชายหนุ่มที่จ้องมองเธอราวกับกินเืกินเนื้อเธอทำได้แค่เพียงยืนอยู่นิ่งๆเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเองพลางสังเกตพฤติกรรมของชายหนุ่มที่ใช้ดาบจ่อคอเธอ
‘เป็คนจำพวกโมโหร้าย ควบคุมสติของตัวเองไม่ได้อย่างนั้นหรอนี่มันอาการเริ่มต้นเลยนี่หน่า’
“ท่านแม่ทัพเ้าคะ ได้โปรดใจเย็นลงเสียก่อนสุภาพบุรุษที่ดีย่อมให้เกียรติสุภาพสตรี และไม่ควรใช้ดาบพาดคอสตรีเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมายและต่อหน้าผู้เป็มารดาของท่าน แม่ทัพที่ดีไม่ควรใช้ดาบเป็เครื่องมือระบายอารมณ์ทุกอย่างควรมีเหตุและมีผล มีความผิดย่อมว่าไปตามความผิด”สิ้นเสียงของจูจินม่ายจ้าวหลี่เถิงจึงวางดาบลง ก่อนที่จะผลักจูอวี้อวิ๋นออกไปจากตัวโดยมีหรงเฟยมารับตัวของนางเอาไว้พอดี
“มีความผิดย่อมว่าไปตามความผิด แต่หญิงคาวโลกีย์ไร้ซึ่งสัจจะเช่นเ้าจะรักษาคำพูดของตัวเองได้อย่างนั้นหรือ จูอวี้อวิ๋น”
‘จูอวี้อวิ๋นอีกแล้ว โอเค! เป็จูอวี้อวิ๋นก็ได้วะ’
“หญิงคาวโลกีย์ เหตุใดท่านถึงได้พูดเช่นนี้”
“เ้าจำเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ได้อย่างนั้นหรือจูอวี้อวิ๋น”สตรีวัยกลางคนกล่าวขึ้นมา พลางเดินเข้าไปหาจูอวี้อวิ๋น
‘ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย’
“ข้าเบื่อการแสดงผีอิ่ง[5] ของเ้าเต็มทีแล้วจูอวี้อวิ๋น เลิกเสแสร้งได้แล้ว เื่ระว่างเ้าและข้าพวกเราต่างรับรู้อยู่แก่ใจ”
“ข้าไม่ทราบว่าเื่ที่ท่านกล่าวมาทั้งหมดหมายความว่าอย่างไรได้โปรดอธิบายให้ข้าเข้าใจด้วยเ้าค่ะ ท่านแม่ทัพ”
“เ้าช่างเป็สตรีไร้ซึ่งยางอายเสียจริงนอกจากจะใช้ชื่อของนางเข้ามาพัวพันกับเื่คาวโลกีย์ของเ้าแล้วเ้ายัง้าให้ข้าเล่าเื่ราวอันสกปรก น่าอัปยศอดสูต่อหน้าผู้คนในสกุลจ้าวอีกอย่างนั้นหรือ จูอวี้อวิ๋น”
‘ผู้หญิงคนนี้ชื่อจูอวี้อวิ๋น ผู้ชายคนนี้เป็คนในสกุลจ้าวและผู้หญิงคนนี้เรียกจูอวี้อวิ๋นว่าฟูเหรินหมายความว่าผู้หญิงคนนี้เป็ภรรยาของผู้ชายจอมโหดคนนี้อย่างนั้นหรอ’
“เ้าจะให้ข้าเล่าจริงๆหรือ จูอวี้อวิ๋น”
‘ผู้ชายและผู้หญิงคนนี้เป็สามีภรรยากัน หญิงคาวโลกีย์ หนังสือหย่าสองคำนี้ทำให้คิดได้ไม่กี่อย่าง ไม่หนีเที่ยวบาร์โฮสต์ ก็นอกใจสามี’จูจินม่ายเบิกตากว้างขึ้นมาทันที พลางมองรอยยิ้มอันเ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย
‘ฉันกำลังถูกกล่าวหาว่าเป็ผู้หญิงมีชู้ นอกใจสามีอย่างนั้นหรอนี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย แฟนยังไม่มีเลยสักคน เลื่อนไปถึงขั้นมีชู้แล้วแล้วฉันจะรับมือกับแม่ทัพจอมโหดยังไงดีล่ะเนี่ย!’
“ต้าเกอ[6]ได้โปรดระงับโทสะด้วยเถิดขอรับ ตอนนี้ร่างกายของพี่สะใภ้อ่อนเพลีย ให้นางพักผ่อนเสียก่อนแล้วค่อยมาพูดคุยเื่นี้อีกครั้งเถอะ”
“ไม่ได้!วันนี้นางต้องลงนามหนังสือหย่าให้ข้า”จ้าวหลี่เถิงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่แน่วแน่ในขณะที่จูจินม่ายยังคงจ้องมองชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่ยืนข้างๆเขาอย่างไม่วางตา
“มู่เกอ”น้ำเสียงของจูจินม่ายสั่นเครือขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อได้เห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนลูกผู้พี่ของเธอที่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อนอย่างไม่ผิดเพี้ยน
“ดันทุรังแบบนี้ต่อไปจะเสียเวลาเอาเสียเปล่าปล่อยให้ต้าไป๋เส่า[7]พักผ่อนเสียเถิดเ้าค่ะต้าไป๋จื่อ[8] ”
“ฟางเจีย”จูจินม่ายเบิกตากว้างขึ้นมาทันทีด้วยสีหน้าที่แปลกใจ เมื่อได้เห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนแฟนสาวของลูกผู้พี่ของเธออย่างไม่มีผิดเพี้ยนหนำซ้ำเธอผู้นั้นยังเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุเดียวกันเมื่อสิบปีก่อน
‘นี่มันเื่บ้าอะไรวะเนี่ย’จูจินม่ายใช้มือป้องปากของตัวเองโดยอัตโนมัติ
“ผีหลอกกลางวันแสกๆอย่างนั้นหรอ!”สีหน้าของจูจินม่ายเหยเกขึ้นมาโดยอัตโนมัติเมื่อได้เห็นชายหนุ่มและหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าพลางสวมกอดสาวใช้ของจูอวี้อวิ๋นไว้แน่น
“ความเสแสร้งของเ้าไม่มีตกหล่นเลยจริงๆ”จ้าวหลี่เถิงเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอาในขณะที่จูจินม่ายยังคงจ้องมองชายหนุ่มและหญิงสาว ที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างไม่วางตาก่อนที่เธอจะฉุกใจคิดขึ้นมาได้ พลางคลายอ้อมแขนจากสาวใช้ของจูอวี้อวิ๋น
“ขอโทษค่ะ ต่อให้พวกพี่ทั้งสองคนจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ฉันเป็น้องสาว ไม่ควรแสดงกิริยาหวาดกลัวเกินเหตุแบบนี้ ยังไงซะมู่เกอก็เป็พี่ชายของฉันแต่ว่า…ทำไมพวกพี่ทั้งสองคนถึงได้มาอยู่ที่นี่คะคุณเจียงเคยบอกฉันว่าพวกพี่ทั้งสองคนไปเกิดใหม่ทั้งคู่แล้ว ตกลง…ที่นี่คือที่ไหนกันแน่”จูจินม่ายยังคงขมวดคิ้วขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แปลกใจพลางมองสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวอีกครั้ง
“ตอนแรกฉันคิดว่าที่นี่คือสตูดิโอกองละครสักเื่หนึ่งแต่พอได้เห็นอาการของผู้ชายคนนี้ฉันก็คิดว่าที่นี่อาจจะเป็โซนผ่อนคลายของผู้ป่วยในโรงพยาบาลจิตเวชแถมมาเจอพวกพี่สองคนแบบนี้อีก มันอดคิดไม่ได้ว่าบางที สถานที่แห่งนี้…คือโลกของอดีตที่เคยเป็คนมาก่อน”
“ฟูเหริน เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่เ้าคะเหตุใดท่านจึงได้เป็เช่นนี้”หรงเฟยจับแขนของเ้านายตนเองเบาๆก่อนที่อีกฝ่ายจะปลดมือของนางออกจากแขน
“คุณเองก็เป็อดีตที่เคยเป็คนมาก่อนใช่มั้ยคะทุกคนเป็อดีตที่เคยเป็คนมาก่อน รวมถึงฉันด้วยใช่มั้ยคะ”
“อาการของนางช่างแปลกประหลาดเสียเหลือเกินเ้ารีบไปตามหมอหลวงเฉินมาดูอาการของนางอีกครั้งเร็วเข้า”
“เ้าค่ะ เหล่าฟูเหริน”
“ไม่ต้อง”เมื่อได้ยินคำสั่งจากจ้าวหลี่เถิงสาวใช้จึงหยุดเดินลงทันที “อาการเสแสร้งแกล้งทำของนาง ต่อให้มีหมอหลวงฝีมือดีมารวมตัวกันที่จวนสกุลจ้าวก็ไม่มีทางรักษานางได้หรอกขอรับ ท่านแม่”
“เสแสร้งแกล้งทำ ใครเป็คนพูดย่อมเข้าตัวคนนั้น”จูจินม่ายที่ยังคงตกอยู่ในสภาวะที่ไม่เข้าใจเอ่ยขึ้นมาพลางเหลือบไปมองชายหนุ่มที่กล่าวหาเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า“คนเราไม่สามารถบังคับความคิดของคนอื่นได้ นอกจากจะทำให้บุคคลผู้นั้นคล้อยตามคุณอยากคิดอะไรมันก็เื่ของคุณ”
“จูอวี้อวิ๋น!”จ้าวหลี่เถิงจ้องมองจูอวี้อวิ๋นด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจผิดกับอีกฝ่ายที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยสักนิดก่อนที่จะหันไปมองสาวใช้ของจูอวี้อวิ๋น
“ตกลงที่นี่คือโลกของิญญาหรือว่าเป็ที่ไหนกันแน่คะ”
“ที่นี่ไม่ใช่โลกของิญญาหรอกเ้าค่ะ ฟูเหรินแต่ที่นี่คือจวนสกุลจ้าวในแคว้นหนานหนิงเ้าค่ะ”
“แคว้นหนานหนิง”
“ใช่เ้าค่ะ”
“หนานหนิง เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง[9] อย่างนั้นหรือคะ”
“เขตการปกครองตนเองกว่างซีจ้วงคือสถานที่ใดหรือเ้าคะ”หรงเฟยเอ่ยถามเ้านายของตัวเองด้วยสีหน้าที่แปลกใจ