ก้องภพ พยายามตามหา คนธรส ทุกช่องทาง ทั้งตามหาจากเพื่อนของหญิงสาว ทั้งให้นักสืบช่วยสืบหา ซึ่งนี้ก็ปาเข้าไปเป็นเดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่พบเจอแม้แต่ร่องรอย เหมือนหญิงสาวได้หายตัวเข้ากีบเมฆไปเลยยังไงยังงั้น
ก้องภพ กลายเป็นคนเงียบขรึมเก็บเนื้อเก็บตัว ไม่พูดไม่จา ถามคำตอบคำ และพอเลิกจากทำงานก็เอาแต่ดื่มเหล้าเมามาย แต่ก็ยังดีหน่อยว่าไม่ทำให้งานเสียหายไปด้วย แต่เรื่องของสุขภาพนี้แหละที่จะไม่ดีเอาได้
“คุณภพเมาได้ทุกวันเลยนะคะ นิ่มอดสงสารไม่ได้ คุณผู้หญิงจะปิดบังที่อยู่ของ คุณรสไว้อีกนานสักเท่าไรกันล่ะคะ?” แม่บ้านคู่ใจ สุมนทา เอ่ยถามผู้เป็นเจ้านาย เมื่อเห็น ก้องภพ เมานอนหลับไม่ได้สติอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่น
“ก็แค่อยากดัดนิสัยจอมชอบวางแผนอะไรไม่เข้าเรื่อง และอยากให้เข็ดหลาบน่ะ ว่าอย่าได้ริบังอาจเอาความรู้สึกของคนอื่นมาล้อเล่น กำหนดกฎเกณฑ์ให้เจ็บช้ำน้ำใจกันอย่างนี้ นี้ถ้าฉันไม่ได้รู้จากปากเจ้าตัวน่ะ ว่าได้ทำข้อตกลงกันไว้หนึ่งปีจะหย่าขาดจากกัน ฉันก็คงจะไม่รู้เลย จะให้ได้ยินจากปากหนูรสน่ะเหรอ คงไม่มีทางหรอกนะ พูดมาก็ยังโมโหไม่หายเลยนะแม่นิ่ม ฉันเลี้ยงลูกมาอย่างกับไข่ในหิน สั่งสอนไม่ให้พูดหรือไปทำร้ายจิตใจของคนอื่นให้รู้สึกไม่ดี แต่นี้อะไรช่างทำไปได้”
สุมนทา กล่าวออกมาเป็นชุดเลย แต่ถึงกระนั้นภายในใจก็ยังอดสงสาร ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตนไม่ได้อยู่ดี ถึงจะทำผิดมากน้อยขนาดไหน ยังไงลูกก็คือลูกอยู่วันยังค่ำนั้นแหละ
สุมนทา เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ ก้องภพ ได้ยึดพื้นที่สำหรับใช้เป็นสถานที่ดื่มเหล้าอยู่ทุกวันตั้งแต่ที่ คนธรส ออกจากบ้านขจรไกลไป
“ตาภพ เมาแล้วขึ้นไปนอนบนห้องไป อย่ามานอนอยู่ตรงนี้ มันดูไม่ดี"
“รส รสอยู่ไหนพี่ขอโทษ กลับมาหาพี่เถอะนะ พี่ผิดไปแล้ว” ก้องภพ ละเมอส่งเสียงพูดครางออกมาให้ผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้าได้ยิน
“โธ่ คุณภพ ของป้านิ่ม” แม่บ้านเอ่ยออกมาอย่างรู้สึกสงสารผู้เป็นเจ้านายเป็นยิ่งนัก
“อีกไม่นานหรอกเดี๋ยวทั้งสองก็จะได้เจอกัน และจากนั้นก็คงจะต้องแล้วแต่ความสามารถ ความอดทน และบุพเพวาสนาแล้วล่ะ ว่าตาภพจะทำให้หนูรสยอมใจอ่อนได้หรือไม่” สุมนทา เอ่ยบอกแม่บ้านคนสนิทให้รับทราบ
“ป้านิ่มไปเรียกผู้ชายสักสองคนมาพาตาภพขึ้นไปบนห้องนอนที ถ้าให้พวกเราสองคนพาขึ้นไป คงไม่ไหวกันแน่ แก่ๆ กันแล้ว มีหวังได้ตกบันไดลงมาและต้องเจ็บกันไปตามๆ กันแน่นอนเชียว” สุมนทา หันไปบอกแม่บ้านคนสนิทให้ไปทำตามที่สั่งนั้น
“ค่ะ” แม่บ้านคนสนิทรับคำสั่ง ก่อนที่จะเดินออกจากห้องนั่งเล่นนั้นไป ตามตัวคนขับรถและคนสวนให้มาช่วยพา ก้องภพ ขึ้นไปนอนบนห้องนอน
“ลูกหนอลูก นี้แหละชอบมีอคติดีนัก เป็นไงล่ะ ต้องทรมานหัวใจตัวเองเช่นนี้แหละ”
สุมนทา เอ่ยขึ้น พร้อมกับยื่นมือไปลูบหัวของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนด้วยความรัก และสงสาร เมื่อคนขับรถและคนสวนได้พา ก้องภพ ขึ้นมาบนห้องนอนของชายหนุ่มแล้ว และจากนั้น สุมนทา ก็ลุกเดินออกไปจากห้องโดยปล่อยให้ชายหนุ่มผู้เมามายได้หลับพักผ่อน
ก้องภพ รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาตอนค่อนรุ่ง ก็เห็นว่าตนเองขึ้นมานอนอยู่ในห้องนอนที่เคยนอนร่วมกันกับ คนธรส ยิ่งทำให้คิดถึงสาวเจ้ามากขึ้นกว่าเดิมอีก ยื่นมือแกร่งไปหยิบหมอนของ คนธรส ที่เคยใช้หนุนนอนเป็นประจำเข้ามากอดไว้แนบอก
“รสจ๋า พี่ขอโทษ ถ้าพี่ได้เจอรสอีกครั้ง พี่สัญญาว่าพี่จะรักและทะนุถนอมและไม่ทำอย่างที่ผ่านมาอีกอย่างเด็ดขาด” ก้องภพ กล่าวออกมาพร้อมกับก้มลงสูดดมกลิ่นความหอมประจำกายของ คนธรส ที่ยังติดตรึงอยู่กับหมอนนี้ เพื่อให้คลายความคิดถึง
จากนั้น ก้องภพ ก็ตัดสินใจลุกขึ้นเข้าไปในห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำชำระล้างร่างกาย กลับออกมาแต่งตัวในชุดพร้อมไปทำงาน เดินออกจากห้องลงไปชั้นล่าง ซึ่งก็พบว่า สุมนทา ได้นั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว
“ทานข้าวสักหน่อยนะลูกก่อนไปทำงาน” สุมนทา หันเอ่ยบอกลูกชายหัวแก้วหัวแหวน เมื่อเห็นหน้าลูกชายโผล่ลงมา
“ไม่ดีกว่าครับคุณแม่ ผมไปทำงานเลยดีกว่า แล้วเจอกันช่วงเย็นนะครับ” ว่าแล้ว ก้องภพ ก็ตรงเข้ามาหอมแก้มมารดาบังเกิดเกล้าหนึ่งที แล้วผละเดินออกไปทันที ซึ่ง สุมนทา มองตามด้วยสายตาแห่งความเป็นห่วงเป็นใย
๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗๗