17 | ได้โปรดอยู่กับผม
สามวันต่อมา.. ผมยังคงอยู่ที่บ้านของเฮลไม่ได้ไปไหน ส่วนมากผมจะคอยเก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ก็ไปนั่งเล่นที่ริมระเบียง เฮลยังคอยเข้ามาพูดคุยกับผมอยู่ทุกวัน จะเรียกว่าเหมือนมันพูดอยู่คนเดียวก็ว่าได้เพราะมีแต่มันที่เป็นฝ่ายชวนผมคุยอยู่ฝ่ายเดียวโดยที่ผมได้แต่นั่งเงียบไม่ยอมพูดคุยกับมัน ไม่ก็แค่พยักหน้าตอบรับมันก็เท่านั้น ผมอยากอยู่คนเดียวมากกว่า.. ไม่รู้สิบ้างครั้งถ้าเกิดว่าเราได้ใช้เวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเองบ้างมันคงจะคิดอะไรออกได้บ้าง.. ผมหันกลับเข้าไปมองในห้องก็เฮลมันฟุบหน้าหลับบนโต๊ะหนังสือข้างหน้ามันก็มีแล็ปท็อปวางอยู่ เห็นมันบ่นๆ ว่าช่วงนี้งานเยอะน่าดู ผมก็ไม่เข้าใจว่ามันจะคอยมาวุ่นวายกับผมทำไม มาคอยเฝ้าคอยอยู่ใกล้ๆ ผมทำไม เฮ้อ.. ผมเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้งยืมมองดูเฮลที่หลับไปด้วยความเพลีย บนโต๊ะก็มีพวกเอกสารหนังสือรายงานต่างๆ อยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ฟิ้ว.. สายลมที่พัดผ่านเข้ามาทำให้ผ่านม่านที่หน้าต่างปลิวไสวผมหันไปมองทางริมระเบียงที่ผมพึ่งเดินจากมาเมื่อกี้แล้วก็หันกลับมามองเฮลอีกครั้ง หลายวันมานี้ไม่ว่าผมจะทำอะไรก็คอยอยู่แต่ในสายตามันตลอด อืม..ขอออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยก็แล้วกัน พอคิดได้แบบนั้นผมก็เดินออกจากห้องอย่างรวดเร็วแล้วปิดประตูให้เบาที่สุด ผมเดินลงมายังชั้นล่างก็ไม่เห็นใครก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องมีใครคอยจับตามองผม ตอนนี้ก็น่าจะประมาณ 4 โมงเย็นแล้วมั้งครับ บรรยากาศค่อนข้างดีเลยทีเดียว ผมเดินเล่นไปเรื่อยๆ ไม่นานก็มาถึงสวนหย่อมสไตล์ญี่ปุ่น คือแบบสวยมากผมชอบมากอ่ะ มีบ่อปลาคาร์ฟด้วยอ่ะ ผมยังคงเดินเล่นในสวนไปเรื่อยๆ สายลมที่พัดมาเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อ่า..สดชื่นจัง ^^ ผมยังคงเดินเล่นในสวนหย่อมไปเรื่อยๆ จนมาถึงส่วนที่เป็นสวนกุหลาบ คือจะบอกว่ายังไงดีครับแบบว่ามันเป็นสวนกุหลาบจริงๆ อ่ะ กุหลาบสีแดงเป็นร้อยๆ ต้นเลยครับเรียงกันเป็นแถวสวยมากเลยล่ะครับ ผมเดินอย่างคนเหม่อลอยไปที่สวนกุหลาบตรงหน้าที่มีทางเดินให้เข้าไปไม่นานผมก็อยู่ท่ามกลางสวนดอกกุหลาบ ผมจับดอกกุหลาบดอกนึงอย่างแผ่วเบาความสวยงามของมันทำให้ผมหลงใหลราวกับอยู่ในภวังค์ แล้วจู่ๆ ก็มีภาพบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวผม “ตัวใหญ่!! เค้าอยากปลูกดอกกุหลาบ” เด็กชายตัวเล็กวิ่งเข้าไปหาคนที่ตัวใหญ่กว่าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “หืม..อยากปลูกดอกกุหลาบเหรอครับ ทำไมล่ะ?” คนตัวโตกว่าหันมาถามด้วยความสงสัย “ก็กุกลาบดีสีมันสวยนี่นา แล้วคุณหม่าหมี้ก็บอกอีกว่ากุหลาบสีแดงหมายถึงการมีความรักที่สุดแสนจะลึกซึ้ง มั่นคง” คนตัวเล็กพูดบอกอย่างจริงจัง “ขนาดนั้นเลยเหรอครับ?” คนตัวโตกว่าถามด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ช่ายยย..นะๆ ตัวใหญ่เราปลูกดอกกุหลาบกันนะ ตัวเล็กช๊อบ..ชอบ ถ้าเกิดว่าเราปลูกมันเยอะๆ มันจะต้องสวยมากแน่ๆ เลยตัวใหญ่ อิอิ” พูดพร้อมกับหัวเราะชอบใจ “ครับๆ ปลูกก็ปลูกครับ” “อึก!!!” ผมยกมือขึ้นกุมหัวทันทีที่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเมื่อภาพที่มันผุดขึ้นมาในหัวหายไป ถึงมันจะมาเป็นภาพก็เถอะยังไงผมก็ปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆ ไม่ได้อยู่ดี เพราะมันเลือนรางมาก ให้ตายเหอะ!! ทำไมช่วงนี้ผมเป็นแบบนี้บ่อยจังวะ!!! [Hell’s part] “อืม..” ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ความเมื่อยที่ต้นคอเพราะเผลอหลับฟุบลงไปกับโต๊ะทำให้ผมต้องยกมือขึ้นมานวดเพื่อขับไล่ความเมื่อย หลังจากที่คลายอาการปวดเมื่อยที่ต้นคนไปหมดแล้วผมก็หันไปมองหาคนตัวเล็กที่ความจริงควรจะต้องนอนอยู่บนเตียงในห้อง เพราะตั้งแต่มาที่นี่น้องก็เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ยอมออกไปไหนเลยจะมีก็แค่ระเบียงห้องเท่านั้นที่น้องชอบไปอยู่ แต่นี่กลับไม่มี!!! ในห้องไม่มีวี่แววของน้องเลยสักนิด ผมรีบลุกขึ้นเดินไปดูที่ระเบียงที่จัดเป็นสวนหย่อมเล็กๆ ไว้ก็ไม่มี ถ้าในห้องไม่มีแล้วน้องหายไปไหน? เหตุการณ์ที่ผ่านมาตอนที่น้องหายไปทำให้ผมรู้สึกกระวนกระวายไม่น้อย ผมไม่อยากที่จะเสียน้องไปอีกแล้ว ผมรีบวิ่งลงมาข้างล่างอย่างรวดเร็วด้วยความร้อนใจ “คุณหนูค่ะรีบร้อนจะไปไหนเหรอค่ะ?” ทันทีที่ป้านวลเห็นผมแกก็ทักขึ้นมา “ป้านวลครับเห็นน้องคิสบ้างไหมครับ?” ผมถามป้านวลอย่างร้อนรน “ไม่ค่ะ เมื่อเที่ยงที่ป้าให้เด็กเอาข้าวเที่ยงไปให้แกยังอยู่ในห้องอยู่เลยนี่ค่ะ” “แต่ตอนนี้ไม่มีแล้วครับป้านวล แล้วน้องจะไปอยู่ไหนล่ะครับ? หรือว่าน้องจะหนีผมไปอีกแล้ว!!” ผมกระวนกระวายร้อนใจจนแทบจะอยู่ไม่ติด “ใจเย็นๆ นะค่ะคุณหนู คุณหนูเล็กแกคงไม่หนีไปหรอกค่ะไม่งั้นยามหน้าประตูคงมาบอกป้าแล้ว ป้าว่าคุณหนูเล็กเธอคงจะอยู่แถวๆ นี้แหละค่ะ เดี๋ยวให้เด็กช่วยกันหานะค่ะ” ป้านวลลูบหลังผมอย่างปลอบใจ “ครับ..งั้นเดี๋ยวผมไปหาแถวๆ สวนกุหลาบหลังบ้านนะครับ” “ค่ะ” แล้วผมก็เดินมายังสวนกุหลาบหลังบ้านทันทีระหว่างทางที่เดินผมก็คอยสอดส่องมองหาน้องไปด้วย ผมไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยครับ ความรู้สึกที่เหมือนน้องจะหนีผม เหมือนน้องไม่อยากที่จะอยู่กับผม.. ยิ่งคิดหัวใจของผมมันก็ยิ่งรู้สึกปวดหนึบขึ้นมาทันที ผมเดินมาเรื่อยๆ ผ่านสวนหย่อมสไตล์ญี่ปุ่นของคุณพ่อที่มีบ่อปลาคาร์พว่ายไปมา ทำให้อดนึกถึงเหตุการ์ณในอดีตไม่ได้ “ตัวหย่ายยย!! ดูสิมีน้องปลาเยอะแยะเลย คิกๆ” คนตัวเล็กวิ่งมาหยุดอยู่ตรงบ่อปลาคาร์พแล้วหัวเราะชอบใจ “ตัวเล็กครับระวังนะครับ ยืนดีๆ สิเดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” ร่างของคนสูงกว่าจับมือคนตัวเล็กเอาไว้แล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู “ตัวหย่ายย!! น้องโตแล้วนะ แถมหล่อด้วยน้องไม่ตกลงไปง่ายๆ หรอกน่า บู้.. -3-” พูดพร้อมยู่ปากอย่างน่ารัก “ครับๆ พ่อคนหล่อ พ่อคนโตแล้ว หึ..” “เฮ้อ..ไอ้เฮลมึงนี่ถ้าจะเป็นเอามากนะ” ผมบ่นกับตัวเองส่ายหัวเล็กน้อยแล้วรีบไปตามหาน้องทันที มายืนพร่ำเพ้อแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอน้องวะ ผมเดินมาเรื่อยๆ ระหว่างทางก็สอดส่องสายตามองหาน้องไปด้วย เผื่อน้องอาจจะมาเดินเล่นก็ได้แต่ยิ่งเดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอสักทีในอกผมร้อนเป็นไฟเมื่อมองไปทางไหนก็ไม่เจอน้องสักที ตัวเล็กอยู่ที่ไหนครับ..ออกมาหาพี่เถอะ ผมเดินมาเรื่อยๆ จนถึงสวนกุหลาบแดงที่ปลูกกว่าร้อยต้น ผมจำได้ดีว่าที่นี่มันถูกสร้างขึ้นมาก็เพราะคนตัวเล็ก ตอนนั้นน้องอยากปลูกกุหลาบแดงมาก ผมที่รักน้องมากก็ทำตามอย่างว่าง่ายไม่ขัดอะไร “ว้าว!!! สวยจังเลย..ตัวหย่ายดูสิที่นี่มีกุหลาบสีแดงแบบที่น้องชอบเยอะแยะเลย >_<” คนตัวเล็กพูดด้วยเสียงตื่นเต้นทันทีที่เห็นแปลงสวนกุหลาบสีแดงกว่าร้อยต้น “แล้วตัวเล็กชอบไหมล่ะครับ?” คนตัวใหญ่หันไปถามแล้วยิ้มให้อย่างอบอุ่น “ชอบครับ น้องชอบที่สุดเลยยย!!! ^^” พูดจบคนตัวเล็กก็ยิ้มน่ารักจนเห็นฟันขาวๆ เรียงตัวสวย แล้ววิ่งเล่นหัวเราะคิกคักท่ามกลางดอกกุหลาบสีแดงอย่างอารมณ์ดี “โอ๊ย!!” เสียงร้องที่ดังแว่วมาจากในสวนทำให้ผมต้องรีบวิ่งไปยังเสียงนั้นทันที “ตัวเล็ก!!” ทันทีที่ผมวิ่งมาถึงผมก็เห็นน้องนั่งกุมหัวอยู่สีหน้าบ่งบอกว่าทรมาน “ตัวเล็กเป็นอะไรครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?” ผมร้อนรนเข้าไปถามพร้อมกับสำรวจตามร่างกายของน้องไปด้วย “ปะ..เปล่า ไม่ได้เป็นอะไร” น้องตอบกลับมาพร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นยืนผมจึงรีบไปช่วยพยุงตัวน้องขึ้นมาให้ยืนดีๆ “แน่ใจนะครับ พี่ว่าไปหาหมอดีกว่าไหม?” “มะ..ไม่เอา ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว” น้องพูดแล้วจะเดินหนีผมอีกครั้ง หมับ “อ๊ะ!!” ผมกอดเอวน้องไว้จากทางด้านหลังทำให้น้องร้องออกมาด้วยความตกใจ “ปล่อย!!” น้องพยายามแกะมือผมออก “ตัวเล็กครับอย่าหนีพี่ไปไหนอีกไหมพี่ขอร้อง ตอนที่พี่ตื่นขึ้นมาไม่เห็นตัวเล็กในห้องพี่กลัวมากเลยนะครับ” “...” “พี่กลัวว่าตัวเล็กจะหนีพี่ไปอีก ฮึก..พี่เจ็บไปทั้งใจหมดแล้วครับ ทุกๆ วันที่ตัวเล็กเอาแต่เงียบไม่ยอมพูดกับพี่ พี่ก็ไม่ว่าอะไร ทุกๆ วันพี่พยายามง้อ พยายามเข้าหาตัวเล็ก แต่ตัวเล็กก็ทำเมินใส่ไม่สนใจ พี่ไม่รู้ว่าพี่ทำผิดอะไร พี่ขอโทษแต่ตัวเล็กกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมครับ กลับมาสดใสเหมือนเดิมเถอะนะ พี่ขอโทษเรากลับมาเริ่มต้นใหม่กันนะ ฮึก..” น้ำตามากมายค่อยๆ รินไหลออกมาจากตาของผม ความเจ็บปวด ความเสียใจ มันเอ่อล้นออกมาจนหัวใจของผมปวดหนึบ “ปล่อยเถอะ..ไม่หนีไปไหนแล้ว” น้องพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งเย็นชาอย่างที่ผมไม่เคยได้ยินจากน้องมาก่อน “ฮึก..คิสครับ บอกพี่ได้ไหมว่าพี่ทำผิดอะไร พี่ไม่รู้จริงๆ พี่ขอโทษ คิสอย่าเป็นแบบนี้เลยนะครับ อย่าพูดกับพี่ด้วยน้ำเสียงแบบนี้ ฮึก..พี่เจ็บ” ผมกอดน้องแน่นขึ้นอย่างหมดท่าแล้วซุกหน้าลงกับหลังต้นคอน้อง “อึก..คิดว่าตัวเองเจ็บเป็นคนเดียวหรือไงเฮล!! ปล่อยนะ!! ปล่อยสิ ทำไมต้องทำแบบนี้ด้วย ฮือ...” น้องพูดพร้อมกับดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของผม แต่ที่ทำให้ผมเจ็บปวดมากที่สุดคือน้องกำลังร้องไห้!!! “ทำไมต้องทำท่าทางเจ็บปวดแบบนั้นด้วยเฮล..ปล่อยนะ!! มึงรู้ไหมว่าตอนนี้กูเจ็บ เจ็บเจียนตายแล้วสาสมใจมึงแล้วนี่ไง!!!” “พี่จะไม่ยอมปล่อยคิสให้ไปไหนอีกแล้ว ไม่เอานะ ฮึก..พี่รักคิสนะครับ อย่าหนีพี่ไปไหนอีกเลยนะครับ ฮึก..” ผมกอดรัดร่างน้องเอาไว้ทั้งน้ำตา เราทั้งคู่ต่างร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด “รักเหรอ? หยุดพูดจาทำร้ายจิตใจกูทั้งทีเฮล!! ปล่อยนะคนบ้า!! กูบอกให้ปล่อยกูไงวะ!!!” น้องยังคงดิ้นรนทั้งน้ำตาเพื่อที่จะได้หลุดจากอ้อมกอดผม “ไม่..ฮึก..พี่จะไม่ยอมปล่อยตัวเล็กไปไหนอีกแล้ว พี่รักตัวเล็กนะครับ” “ปล่อย!! กูบอกให้ปล่อยไงวะ..โอ๊ย!!!” น้องตะคอกใส่ผมแล้วอยู่ก็ร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดแล้วยกมือขึ้นไปกุมหัวตัวเองทันที “อึก..ตัวเล็กครับเป็นอะไรครับ บอกพี่สิ ฮึก..ตัวเล็กๆๆ” “อึก..ปวดหัว ฮือ...” น้องพูดแล้วร้องไห้อย่างเจ็บปวด “ว้าย!! คุณหนูเล็กเป็นอะไรค่ะคุณหนู?” ป้านวลพร้อมกับเมดอีกสี่ห้าคนวิ่งเข้ามาหาผมด้วยความตกใจ “น้องปวดหัวน่ะครับ บอกนวลบอกลุงโชคให้เอารถออกทีนะครับผมจะพาน้องไปโรงพยาบาล” ผมพูดแล้วอุ้มน้องขึ้นในท่าเจ้าหญิง “ปะ..ปล่อยนะ!!” น้องดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของผม “ไม่ครับ!! พี่จะไม่ยอมปล่อยตัวเล็กไปไหนอีกแล้ว” พูดจบผมก็รีบเดินพาน้องไปยังหน้าบ้านทันที ผมจะไม่ยอมปล่อยน้องไปไหนอีกแล้ว!![End of Hell’s part]