ตอนที่ 44 เมืองปีศาจพังทลาย
เสียงตะคอกจากจอมปีศาจทำให้จ้าวบึงตัวสั่นไหวอย่างหวาดกลัว เปลวเพลิงอเวจียังคงสั่นไหวมันพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อภายในใจของจ้าวบึงครุ่นคิดว่ามันไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนที่ตายเพราะไม่ใช่ฝีมือของตน แล้วทำไมถึงโยงมาถึงตัวมันได้สายตาของจอมปีศาจจ้องมองมันเพื่อต้องการคำตอบ มันรวบรวมความกล้าเสี่ยงดวงแล้วจึงพูดออกไป
“ข้าให้เจ้าได้เพียงเท่านี้ม้วนทักษะ ระดับเพชร ห้าม้วน หีบสมบัติห้ากล่อง และตัวข้าที่เป็นอสูรรับใช้หากเจ้าไม่ยินดีก็มอบความตายแก่ข้าซะ”
“ไม่ขัดข้อง!!”
ดวงตาจ้าวบึงเบิกโพรงข้อเสนอของเขาไม่สามารถโน้มน้าวจอมปีศาจได้ ดวงตาของจ้าวบึงขบแน่นรอรับความตายในขณะที่จอมปีศาจจะกระแทกเปลวเพลิงอเวจีลงไปนั้น คำพูดของยูริล่องลอยเข้ามาในจิตใจ[นายติดสัตว์อสูรฉันไว้นะ อย่าลืมล่ะ] คำพูดของยูริดังก้องในความทรงจำเปลวเพลิงอเวจีสลายหายไปทันทีก่อนถึงตัวจ้าวบึงฝ่ามือกระแทกลงบนแก้มของจ้าวบึงเบาๆ
“ตกลงข้ารับข้อเสนอ”
จ้าวแห่งบึงมรณะดวงตาเปิดโพรงกลมโต รอยยิ้มปรากฏขึ้นเพราะตัวมันไม่ต้องตกตายภูเขาที่หนักหน่วงเหมือนสลายหายไปที่กลางอก จอมปีศาจเหลือบมองยูริ พร้อมทั้งควักมือเรียกเธอออกมาจากที่ซ่อนตัวยูริเดินมาหาจอมปีศาจทันที
“มีอะไร?”
“จ้าวบึงมรณะข้ายกมันให้เจ้าเป็นสัตว์อัญเชิญ ในหมู่พวกเรามีแค่เจ้าที่เป็นนักอัญเชิญ”
“ฮ่ะ!!! ฉันรับไม่ได้หรอกฉันไม่ได้ช่วยอะไรเลย”
“เนี้ยล่ะน้า~~ ฉันถึงได้เบื่อพวกผู้หญิงปากไม่เคยตรงกับใจ เอาตามนั้นไม่ต้องพูดอะไรกว่าเจ้าจะชุบชีวิตสัตว์อสูรของเจ้าได้คงอีกนาน ก็เอาเจ้านี้ไปเก็บระดับก่อน”
เมื่อพูดจบร่างของจ้าวแห่งบึงมรณะเกิดส่องแสงสว่างไปทั่วบึง อย่างกับเวลากลางวันม้วนคัมภีร์ที่ตกแต่งด้วยเพชรปรากฏอยู่ตรงหน้า หีบสมบัติที่ภายในบรรจุด้วยเหรียญทองแน่นขนัดทั้งห้ากล่องร่างของจ้าวบึงที่ส่องแสงค่อยๆ หรี่ลงร่างที่ใหญ่โตกำลังหดเล็กลงเรื่อยๆไม่กี่อึดใจ ก็ปรากฏร่างจระเข้เผือกขนาดพอกับบอสไคโดอยู่ตรงเบื้องหน้าของพวกเขา
มามอนมาคัส เข้ามารวมกลุ่มกับจอมปีศาจ รางวัลที่กำลังปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้จิตใจพวกเขาสั่นไหว เคนจิผู้อยู่ใต้หน้ากากของจอมปีศาจริชเตอร์ตัวของเขากำลังสั่นเพราะของรางวัลที่อยู่เบื้องหน้ารอยยิ้มที่ผุดออกมาภายใต้หน้าบ่งบอกให้รู้ว่าเขากำลังมีความสุขอย่างเหลือล้น
ร่างกายที่สั่นไหวของจอมปีศาจทำให้คนอื่นๆ กำลังครุ่นคิดอย่างหวาดกลัว ในใจพวกเขาต่างคิดว่าจอมปีศาจไม่พอใจกับของรางวัล ของรางวัลปรากฏออกมาจนครบถ้วน จระเข้เผือกกำลังนั่งชันเข่ารอการทำสัญญาอัญเชิญไม่มีใครสักคนกล้าเดินไปหยิบของรางวัล ในขณะที่จอมปีศาจร่างกายยังสั่นไหวไม่หยุดแม้แต่จระเข้เผือกก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นเพราะความหวาดกลัว เสียงระบบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน
“ติ่ง! กลุ่มของจอมปีศาจริชเตอร์ปราบจ้าวแห่งบึงมรณะ สำเร็จ ภารกิจลับถูกปลด ผู้เล่นสามารถใช้เวทย์ในบึงมรณะได้”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัดนักสู้จระเข้ ระดับ ต่ำ 1,250 ตนระดับผู้เล่นเพิ่มขึ้นเป็น 550 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัดนักสู้จระเข้ ระดับ กลาง 850 ตน ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 570 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัด นักเวทย์จระเข้ระดับ กลาง 400 ตน ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 580 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัด หัวหน้ากลุ่มจระเข้ระดับ สูง ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 585 กรุณาอัพแต้มสถานะ”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้กำจัด บอสจระเข้ไคโด ระดับ สูง ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 600 กรุณาอัพแต้มสถานะเนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ปราบเป็นกลุ่มแรกได้พ้อยพิเศษ 50 แต้ม”
“ติ่ง! ผู้เล่นได้สยบ จ้าวแห่งบึงมรณะระดับ เทพ ระดับผู้เล่นเพิ่มเป็น 690 กรุณาอัพแต้มสถานะ เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่ปราบเป็นกลุ่มแรกได้พ้อยพิเศษ100 แต้ม”
“ติ่ง!ผู้เล่นได้รับเนื้อจระเข้ หนังจระเข้ ระดับต่ำ จำนวนอย่างละ 2,100 ชิ้น ระดับสูง 402 ชิ้น ได้รับเหรียญทอง 25,000 เหรียญ หีบสมบัติ 5 ใบใบละหนึ่งล้านเหรียญทอง ม้วนทักษะระดับเพชร ห้าม้วน”
เสียงจากระบบดังขึ้นไม่ขาดสายมาคัส ยูริ มามอน ต่างตื่นตะลึง กับระดับของจอมปีศาจที่ขึ้นอย่างรวดเร็ว และของรางวัลที่มหาศาลจอมปีศาจก้าวเดินมาที่ของรางวัล แล้วแบ่งของออกมาทั้งหมดห้ากองทันทีอย่างรวดเร็ว แล้วเก็บเข้าช่องมิติไปหนึ่งกองเขาเหลือบมองมาทางกลุ่มของมามอน
“อีกส่วนหนึ่งจนดูแลให้คนที่ตายด้วย ข้าหวังว่าจะเชื่อใจพวกเจ้าได้”
มามอนพยักหน้ารับยูริก้าวเดินมาหาจ้าวบึง วงแหวนปรากฏขึ้นล้อมรอบ เลือดหนึ่งหยดออกมาจากปลายนิ้วแล้วแทรกเข้าไปตรงกลางระหว่างลูกตาของจ้าวบึง ร่างกายของมันเริ่มส่องแสงอีกครั้งยูริร่ายมนต์ทันที
“ด้วยพลังแห่งพันธะสัญญานี้เจ้า จ้าวแห่งบึงมรณะ จะปกป้องข้า ช่วยเหลือข้า และตกตายแทนข้า หากเมื่อใดเจ้าขัดขืนความตายจะทรมานเจ้า ชั่วกาลนาน เจ้ายินยอมหรือไม่”
“ข้ายินยอม”
แสงสว่างหรี่ลงจ้าวแห่งบึงมรณะกลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าสู่ม้วนอัญเชิญยูริรีบเปิดม้วนอัญเชิญดูทันที
“ดูนี้สิด้วยพลังของจ้าวบึง เมื่อข้าอัญเชิญเขาออกมา จะมีม่านพลังเวทย์คอยปกป้องฆ่าจากเวทย์ทุกชนิด ดีจริงๆ เลย อิอิอิ”
“เหอะ!! เมื่อกี้ยังร้องอยู่เลยว่าไม่เอาๆข้ายังไม่ทันพูดอะไรก็ทำสัญญาซะแล้ว”
จอมปีศาจพูดขึ้นทำให้ยูริหุบปากตัวเองทันที ความโกธรเคืองเกิดขึ้นในจิตใจ เธอสะบัดหน้าหนีจอมปีศาจแล้วเดินไปรวมกลุ่มกับมาคัส จอมปีศาจกำลังยิ้มภายใต้หน้ากากหลังจากหลอกล้อเธอทันใดนั้นข้อความในกล่องจดหมายก็ส่งมาหาเธอ มันเป็นของทากีร่าที่ส่งมา
“นี้ๆๆทากีร่าส่งจมหมายมา มาดูกันเถอะ”
“พวกเจ้าดูไปกันเถอะข้าจะไปแล้ว”
จอมปีศาจกดออกจากปาร์ตี้ทันทีพร้อมกับพุ่งทะยานออกจากบึงมรณะอย่างรวดเร็ว เขาอยากดูม้วนคัมภีร์ทั้งสองแทบใจจะขาดตั้งใจจะกลับไปเปิดในห้องของตนที่โรงแรม ร่างของเขาหายไปในความมืดมิดของป่าไม้ท่ามกลางความเสียดายของมามอน เขาอยากรู้จักกับจอมปีศาจให้มากกว่านี้การรวมมือกันในวันนี้จะตราตรึงในใจเขาไปนานแสนนาน
หลังจากจอมปีศาจทะยานหายไปในเงามืดยูริล้อหลอกด้วยการแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ ท่ามกลางเสียงหัวเราะของมาคัสจิตสังหารจากมามอนทำให้พวกเขาต้องหยุดชะงักลง มามอนกดออกจากปาร์ตี้เดินตรงไปที่สมบัติส่วนของทากีร่าแล้วนั่งลงที่ด้านหน้าของพวกมัน เขาปฏิบัติตามคำสั่งของจอมปีศาจอย่างเคร่งคัดท่ามกลางความชื่นชมของมาคัส ยูริเปิดอ่านจดหมายของ ทากีร่าทันที
“เฮ้!! พวกเธอกำจัดไคโดไม่พอยังกำจัดจ้าวบึงไปด้วยหรอเนี้ย ข่าวของกลุ่มจอมปีศาจดังไปทั่วเมืองแล้วนะ ฉันได้ระดับจากการที่พวกเธอฆ่าไคโดด้วยแต่ไม่ได้จากจ้าวบึง ฉันถูกบังคับให้ออกจากปาร์ตี้หลังจากตาย ตอนนี้ระดับของฉัน ขึ้นเป็น530 แล้วนะ ของพวกเธอล่ะ”
เมื่ออ่านจดหมายเสร็จยูริก็ตอบกลับทันที
“อืม!!เสียใจด้วยนะที่เธอตายน่ะ จอมปีศาจได้แบ่งของให้เธอด้วย รีบมาเอาล่ะ มามอนกับพวกฉันกำลังเฝ้าให้อยู่จอมปีศาจสั่งไว้ ส่วนระดับ มาคัสกับมามอนอยู่ที่ 570 ฉันเองก็560 เพราะมามอนกับมาคัสร่วมสู้กับจอมปีศาจเยอะกว่าฉัน ระดับพวกเขาเลยไปค่อยข้างเร็วส่วนของจอมปีศาจ ของเขาอยู่ที่ 690 ยังไงก็รีบมาล่ะพวกฉันรออยู่”
ทากีร่าอ่านจดหมายด้วยสีหน้าอันตื่นตะลึงระดับของจอมปีศาจพุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่ใบหน้าเมื่อมองดูบอร์ดจัดอันดับ มาคัส และมามอนอยู่ที่อันดับหนึ่ง ในโลกของเกม G.A.D ทากีร่าคิดว่าจอมปีศาจคืออันดับหนึ่งแน่นอนเพียงเพราะเขาต้องการปกปิดตัวตน ทากีร่ารีบออกจากเมืองปีศาจ พุ่งตรงไปยังด้านหน้าด้วยความรวดเร็วเพื่อไปยังบึงมรณะ
ทันใดนั้นเองทากีร่าก็พุ่งชนกับคนๆหนึ่งอย่างจัง จนคนๆ นั้นต้องกลิ้งไปกับพื้นหลายตลบ เขาคนนั้นคือเคนจินั้นเองฝุ่นตลบอบอวลเกาะติดเสื้อผ้าเปรอะเปื้อน เคนจิพยุงตัวขึ้นแล้วลูบบนศีรษะด้วยความเจ็บปวดทากีร่าเหลือบมองหนึ่งครั้งพร้อมกับสบถออกมา
“นี้นาย!! ระวังหน่อยซิเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ เดียวก็ตายหรอก แล้วนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“อ่อ! ไม่เป็นไรครับแต่ว่าคุณเป็นคนชนผมนะครับ อูยย~~”
“ขอโทษนะพอดีฉันกำลังรีบ เอ๊ะ!! นายพึ่งออกมาจากบึงมรณะหรอ?”
“เปล่าครับพอดีมีกลุ่มคนสู้กันแถวๆ นั้น ผมเลยไปหาที่หลบแถวๆ ชายป่าน่ะครับ”
“อืมงั้นฉันไปก่อน เดินในเมืองระวังๆ หน่อยล่ะ”
ทากีร่าพุ่งทะยานจากไปทันทีท่ามกลางความสงสัยของเคนจิ คำว่าระวังในเมืองฝังลงไปในจิตใจทันทีที่เคนจิผ่านประตูเข้ามาในเมือง ภาพเบื้องหน้าทำให้เม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นตึกและอาคารหลายหลังต่างพังถล่ม ทุกก้าวที่เดินผ่านต้องระวังเศษอิฐเศษปูนหล่นใส่เคนจิย่างก้าวอย่างระมัดระวัง จนในที่สุดก็มาถึงที่โรงแรม
ภาพที่ปรากฏทำให้ใจของเขาตกลงสู่เบื้องล่างโรงแรมที่เขาพักอาศัยถล่มไม่เหลือชิ้นดี อลันจ้องมองเคนจิอย่างโกธรเคืองเม็ดเหงื่อรินไหลบนใบหน้าแรงกดดันบางอย่างจากอลันทำให้เขาขนลุกเจ้าของโรงแรมกำลังเก็บของที่ลูกค้าเก็บเอาไว้ในโรงแรมทยอยออกมา เส้นเลือดบนใบหน้าทำให้รู้ว่าเขาโกธรมาแค่ไหน
“เอ้า!! รีบๆ เอาของลูกค้าออกมาเร็วเข้าหนอยย~~ย เจ้าบ้าที่ไหนไปปลุกให้จ้าวบึงตื่นกัน อย่าให้รู้นะจะหักให้เป็นท่อนๆ เลย เปรี๊ยะ!!!”
เจ้าของโรงแรมหักไม้ในมือดังลั่นเคนจิแอบกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ อลันเดินมาเคียงข้างเคนจิ พร้อมกับจิตสังหารคำพูดของเขาหนึ่งคำทำให้เคนจิหนาวไปถึงกระดูก
“หากวันนี้ขวดเหล้าโทรนชั้นสูง ของฉันหาไม่เจอ แกเตรียมตัวไปเอาที่บอสโทรนมาให้ฉันใหม่แน่นอนแต่ผลงานของเจ้าก็นับว่าดีมาก จงพยายามต่อไป”
อลันเดินหายไปในกลุ่มคนเคนจิกลืนน้ำลายอีกหนึ่งครั้งคำใหญ่ รอยยิ้มแห้งๆของเขาไม่รู้ว่าจะแสดงอาการอย่างไรดี ทั้งคำบ่นและคำชม เคนจิไม่สามารถเปิดม้วนคัมภีร์ได้เนื่องจากห้องพักพัง เขาจึงเดินไปในเส้นทางเดียวกันกับอลันแล้วหายไปในหมู่คน
เคนจิปรากฏกายอีกครั้งข้างๆอลัน บนหอระฆังสูง ภาพเมืองปีศาจยามเช้ามืดทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายแสงจากดวงอาทิตย์กำลังสาดส่องมายังเมืองปีศาจ ซากปรักหักพังเต็มอยู่ทั่วทั้งเมืองผู้คนมากมายกำลังจัดการกับซากเหล่านั้น ภาพเหล่านั้นทำให้จิตใจของเคนจิรู้สึกหดหู่อลันส่ายหน้าเบาๆ กับความคิดที่สุดแสนจะเด็กน้อยของเคนจิ
“ในอนาคตข้างหน้าเจ้าจะเจอกับหลายเหตุการณ์ ที่มันหนักหนากว่านี้ ทำใจให้ชินซะ”
อลันหายจากไปปล่อยให้เคนจิอยู่ตามลำพัง เขายังคงมองฝูงคนต่อไป